<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; เดือดปุดๆ จี้กองทัพไล่ออก &#039;ทหารเลว&#039; ล่า &#039;นกเงือก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ออกมาเปิดเผยว่ามีผู้หวังดีแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ท้องที่บ้านไทรโยคใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และเมื่อนำกำลังไปตรวจค้นพบทหารยศ พันจ่าเอก สังกัดหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 11 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนหลายประเภท รวมทั้งอุปกรณ์ล่าสัตว์ต่างๆมากมาย ที่สำคัญพบซากนกเงือก จำนวน 7 ซาก ซากนกกาเหว่า จำนวน 2 ซาก ซากนกเขียวคราม จำนวน 1 ซาก รวมทั้งยังพบยาบ้าพร้อมอุปกรณ์เสพยา และกัญชาอัดแท่งอีกด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ของทหารคนดังกล่าวที่ไม่ยี่หระต่อกฎหมาย และวินัยทหาร เพราะคิดว่าเป็นทหารมีอาวุธ จะทำอะไรก็ได้ จึงได้กล้ากระทำการดังกล่าวอันเป็นการเย้ยหยันคนไทยที่รักสัตว์ป่า รวมทั้งนักอนุรักษ์ และนักสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศเป็นอย่างมาก และน่าจะกระทำมาหลายต่อหลายครั้ง จนย่ามใจ และอาจชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ได้มีการฝึกอบรมหรือสั่งสอนให้มีความรับผิดชอบชั่วดี ให้เกิดขึ้นในก้นบึ้งของหัวใจของความเป็นทหารเลยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีที่เกิดขึ้นทหารคนดังกล่าวจะต้องถูกดำเนินคดีหลายข้อหา ทั้งการฝ่าฝืน พรบ.อุทยานแห่งชาติ 2562 พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 พรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน 2490 พรบ.ยาเสพติดให้โทษ 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งล้วนเป็นข้อหาหนักซึ่งต้องถูกจำคุกก็ตาม แต่สำหรับโทษทางทหารนั้น นอกจากเป็นการฝ่าฝืน พรบ.ว่าด้วยวินัยทหาร 2476 แล้วยังมี พรบ.ระเบียบข้าราชการทหาร 2521 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรม 2551 อีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมและหรือการกระทำดังกล่าวของพันจ่าเอก สังกัดหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ จะต้องถูกต้นสังกัด คือ &amp;ldquo;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;rdquo; สอบสวนและลงทัณฑ์โดยพลัน ซึ่งโทษสูงสุดควรที่จะต้อง &amp;ldquo;ไล่ออก&amp;rdquo; จากความเป็นทหารเท่านั้น แต่หากมีการช่วยเหลือปกป้องให้กันและกัน ก็จะทำให้องค์กรในภาพรวมมัวหมองตามไปด้วย และผู้บังคับบัญชาก็จะต้องมีโทษเฉกเช่นผู้กระทำผิดตามไปด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92178</URL_LINK>
                <HASHTAG>นกเงือก, ล่าสัตว์, ศรีสุวรรณ, อุทยานแห่งชาติไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e16a133353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องยิงพี่ตายกลางป่าลึก สารภาพแบกปืนลูกซองล่าสัตว์เห็นเงาตะคุ่มเหมือนหมูป่า ส่องโป้งเดียวจอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8​ ส.ค.63​ - พ.ต.ท.ชาญณรงค์​ ไทยสุวรรณ​ สารวัตรเวรสอบสวน​ สภ.ไทรโยค​ จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจตำบลวังกระแจะ​ อ.ไทรโยค ว่าได้รับแจ้งจากนายประสิทธิ์​ สุขเสม อายุ​ประมาณ​ 55​ ปี​ อยู่บ้านเลขที่​ 32/1​ หมู่​ 1 ​ต.สระลงเรือ​ อ.ห้วยกระเจา​ จ.กาญจนบุรี​ ว่านายบุญช่วย​ ปิ่นกุมภรี์​ อายุ​ ​69 ปี​ อยู่บ้านเลขที่​ 191 หมู่​ 8​ ต.วังกระแจะ​ อ.ไทรโยค​ ถูกยิงเสียชีวิต​ เหตุเกิดบริเวณกลางป่าลึกเส้นทางเข้าเหมืองเต่าดำ​ บ้านชายทุ่ง​หมู่​ 9​ ต.วังกระแจะ​ อ.ไทรโยค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้​ พ.ต.อ.สมเกียรติ​ โฉมฉาย​ ผกก.สภ.ไทรโยค และผู้บังคับบัญชาทราบเรื่อง​ ​จากนั้นจึงประสานแพทย์เวร​ รพ.ไทรโยค​ ​ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี​ และมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี​​ ร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์​ เดินทางเข้่าไปยังจุดเกิดเหตุกลาวป่าลึก​ที่ในพื้นที่ขององค์การอุุสาหกรรมป่าไม้​ ที่​ 2​ มุ่งหน้าเหมืองเต่าดำ​ บ้านถ่านห้วยลึก​ แยกจากถนนใหญ่เข้าไปอีก​ประมาณ​ 5​ กม.ซึ่งต้องใช้วิธีการเดินเท้า​ เนื่องจากรถยนต์เข้าไม่ถึง​ ทางแยกเลี้ยวขวาเป็นดงต้นยางเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่น้ำน้อย​ เข้าไปอีกประมาณ​ 2-3​ กม.การเดินทางเข้าไปเป็นไปด้วยความยากลำบาก​ประกอบช่วงเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างของนายบุญช่วย​ ผู้เสียชีวิต​นอนหวายจมกองเลือดอยู่​ สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว​เบอร์​ 12​ เข้าที่บริเวณศีรษะ​ 1​ นัด​ จนกะโหลกแตกมันสมองปนเลือดไหลนองพื้น​ เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า​ 12​-13 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้​ พบเพียงอุปกรณ์การเดินป่าส่วนหนึ่งและอาวุธปืนลูกซองยาว​เบอร์ ​12​ ตกอยู่ 1​ กระบอก​ และกระสุนปืนลูกซองเบอร์​ 12​ จำนวนหนึ่งอยู่ในกระเป๋าเป้​จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน​ จากนั้นจึงมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์​ นำศพส่งสถาบันนิติเวช​ รพ.ศูนย์นครปฐม​เพื่อให้แพทย์ทำการผ่าพิสูจน์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ภายหลังจากดำเนินการนำศพของนายบุญช่วย​ ผู้ตายออกจากป่าเป็นที่เรียบร้อย​ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปที่บ้านของผู้ตาย​ เพื่อทำการสอบปากคำนายประสิทธิ์​ สุขเสม​ อายุประมาณ​ 55​ ปี​ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตาย​ และเป็นผู้พบศพเป็นคนแรก​ เพื่อสอบสวนปากคำถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายประสิทธิ์​ น้องชายผู้ตาย​ ให้การยอมรับสารภาพว่า​ ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์กับพี่ชาย​ โดยแบกปืนลูกซองไปคนละกระบอก​ เมื่อไปถึงลำห้วยต่างก็แยกย้ายกันเดินออกล่าสัตว์ป่า​ ระหว่างที่คนกำลังเดินอยู่ในเงามืดเพื่อยิงสัตว์ป่าอยู่นั้น​ ตนเหลือบเห็นเงาตะคุ่มๆ​ นึกว่าเป็นหมูป่า​ จึงใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงไป​ 1​ นัด​ จากนั้นจึงวิ่งเข้าไปดูพบว่า​ไม่ใช่สัตว์ป่า​ แต่เป็นนายบุญช่วย​ พี่ชาย​ นอนหงายจมกองเลือดเสียชีวิตแล้ว​ ​ด้วยความตกใจจึงรีบเดินทางกลับไปบ้านและเล่าให้ภรรยารวมทั้งลูกๆ​ของผู้ตายทราบเรื่อง​ ก่อนจะแจ้งตำรวจสายตรวจให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจหลังทราบเรื่อง​ จึงมอบหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำการหาคราบเขม่าดินปืนที่มือทั้ง​สองข้าง​ ก่อนจะตรวจยึดของกลางอาวุธปืนลูกซองยาวเบอร์​ 12​ ที่ใช้ก่อเหตุและควบคุมตัวนายประสิทธิ์​ สุขเสม​ มือล่าสัตว์ป่่ารายนี้นำส่งพนักวานสอบสวน​ สภ.ไทรโยค​ฯ&amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73833</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ล่าสัตว์, สภ.ไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200808/image_big_5f2e94abf1992.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ2พรานป่าฆ่ากระทิงป่าดงใหญ่ ชำแหละเนื้อแบ่งคนละครึ่งไปขาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61 - นางสุนันท์ &amp;nbsp;สุขเจริญ &amp;nbsp;นายอำเภอโนนดินแดง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายสมส่วน &amp;nbsp;รักสัตย์ &amp;nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าดงใหญ่ &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายราเยส ราย ปลัดอาวุโสอำเภอโนนดินแดง &amp;nbsp;ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 2 พรานป่า &amp;nbsp;คือ นายนงค์ &amp;nbsp; ไม่ทราบนามสกุล &amp;nbsp;และอำพร &amp;nbsp; คงมาก &amp;nbsp;พร้อมของกลางอาวุธปืน และมีดที่ใช้ในการกระทำผิด &amp;nbsp;รวมถึงซากกระทิงที่ถูกยิงและชำแหละมาแถลงที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 มีสายในหมู่บ้านโคกเพชร &amp;nbsp;ต.ลำนางรอง แจ้งมายังทางอำเภอโนนดินแดง ว่ามีพรานป่าเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองโนนดินแดง จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนดินแดง &amp;nbsp;ลงพื้นที่หาข่าวกลุ่มบุคคลที่จะลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ตามที่ได้รับแจ้ง &amp;nbsp;ต่อมาทราบว่ามีกลุ่มพรานเข้าไปป้วนเปี้ยน อยู่บริเวณป่าละเลิงร้อยรู ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ &amp;nbsp; จึงได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าจะมีคนลักลอบนำเนื้อกระทิงมาจำหน่าย &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุมพรานป่าทั้ง 2 คนได้ในที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนงค์ &amp;nbsp; รับสารภาพว่า &amp;nbsp;ได้เป็นคนใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงกระทิงจำนวน 1 ตัวจริง ที่บริเวณหอดูสัตว์ด้านทิศตะวันตก &amp;nbsp;ก่อนจะร่วมกับนายอำพร ช่วยกันชำแหละเนื้อกระทิงเพื่อแบ่งกัน นำไปจำหน่ายได้ประมาณคนละ 30 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้ที่จุดเกิดเหตุที่ยิงกระทิง &amp;nbsp;และจุดที่ฝังซากกระทิงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า กระทิงตัวดังกล่าวมีอายุประมาณ 1 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 60 กิโลกรัมจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โนนดินแดง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 5 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับแอนุญาติ มาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 &amp;nbsp;2.ร่วมกันเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 3.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 &amp;nbsp;4.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 5.พกพาอาวุธปืนไปในเขตเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6880</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง, นายพราน, บุรีรัมย์, ล่าสัตว์, สมส่วน  รักสัตย์, สุนันท์  สุขเจริญ, เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าดงใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accc3d8044c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ำตีค่า”เสือดำ-ไก่ฟ้า” แค่ 3ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2561 - นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีการคิดค่าเสียหายทางแพ่งในคดีนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ว่าเสือดำ 1 ตัวอายุราว 5 ปี เป็นเสือดำชนิดย่อย เสือดำอินโดจีน หรือ INDOCHINESE LEOPARD มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PANTHERAPARDUS DELACOURI เป็นสัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ มีสถานะภาพทางกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 182 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส คิดเป็นค่าเสียหายตัวละ 3,012,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไก่ฟ้าหลังขาวธรรมดา 1 ตัว เป็นตัวเต็มวัย มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า LOPHURANYCTHEMERA เป็นสัตว์ป่าที่พบเห็นได้บ่อย สถานภาพทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกนก ลำดับที่ 6 และเป็นชนิดที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 คิดค่าเสียหายเป็นเงินตัวละ 22,612 บาท รวมค่าเสียหายทั้งเสือดำและไก่ฟ้า รวมเป็นเงิน 3,034,612บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์เผยอีกว่า การคำนวณค่าเสียหายนั้น ได้นำบรรทัดฐานเปรียบเทียบราคา กับสวนสัตว์ไนซาฟารีที่จัดซื้อเสือดำ เมื่อปี พ.ศ.2549 รวมทั้งเปรียบเทียบกับโครงการเพาะพันธุ์และอนุรักษ์พันธุกรรมเสือโคร่ง เพื่อคืนสู่ถิ่นกำเนิดในธรรมชาติ บริเวณพื้นที่กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าแก่งกระจาน และกลุ่มป่าอนุรักษ์อื่นๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง กรมอุทยานฯ ส่วนไก่ฟ้าหลังขาวธรรมดานั้น ก็เปรียบเทียบประเมินราคาการซื้อขายทั่วไป รวมทั้งเปรียบเทียบกับโครงการเพาะและขยายพันธุ์ไก่ฟ้าหลังขาว เพื่อกิจกรรมเพาะพันธุ์ และปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ประจำปีงบประมาณ 2558 สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง จ.เชียงราย กรมอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพียงค่าความเสียหายด้านสัตว์ป่าเท่านั้น ยังไม่ได้รวมค่าเสียหายทั้งระบบ คือระบบนิเวศน์สัตว์ป่า และระบบนิเวศน์ของพืช ซึ่งยังไม่สามารถคำนวณได้ เนื่องจากเป็นการสูญเสียที่นับค่าไม่ได้ แต่การฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งครั้งนี้ ถือว่าเป็นการฟ้องแพ่งความเสียหายด้านสัตว์ป่าเป็นครั้งแรกของกรมอุทยานฯ&amp;rdquo;ชัยวัฒน์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5733</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานฯ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กาญจนบุรี, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ทุ่งใหญ่นเรศวร, ล่าสัตว์, เปรมชัย กรรณสูตร, เสือดำ, ไก่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab74395a8e32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กเต่า&#039;นัดประชุมแก้ข้อขัดแย้งตร.คดีเปรมชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.61- พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก 4 คน ลักลอบเข้าล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ในเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการประชุมครั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ น่าจะหารือถึงกรณีการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่มีข้อมูลขัดแย้งกับทางตำรวจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและประสานการทำงานได้อย่างเรียบร้อย&amp;quot;แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, คดีล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร, คดีเปรมชัย, ป่าไม้, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, ล่าสัตว์, เจ้าสัวเปรมชัย, เจ้าหน้าที่อุทยานฯ, เสือดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa603ff7fdb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เมินเสียงติงมั่นใจคดีเสือดำโปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.61-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการทำสำนวนคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ล่าสัตว์ป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกว่า นายตระกูลเป็นแค่อดีตอัยการสูงสุด เป็นคนนอกที่จะพูดอะไรก็ได้ ดังนั้นต้องให้คนที่ทำงานขณะนี้ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะทุกฝ่ายตั้งใจทำงาน และยืนยันไม่มีเรื่องไม่โปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรอบเวลาในการทำคดีจะเสร็จสิ้นเมื่อใดผมไม่ทราบ แต่ยืนยันต้องหาพยานหลักฐานให้รวดเร็ว เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ขออย่ากังวล เพราะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งใจทำคดีนี้&amp;quot;พล.อ.ประวิตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แนะให้พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ฟ้องผู้ที่วิจารณ์ให้เสียหายในคดีนี้ รองนายกฯกล่าวว่า ตนเองไม่ทราบเรื่องข้อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4775</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร, ตระกูล วินิจนัยภาค, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ศรีราห์ รังสิพรามหณกุล, พล.อ.ประวิตร, รุกป่า, ล่าสัตว์, อดีตอัยการสูงสุด, เสือดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f95e40f2e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 22:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัวร์!อดีตอัยการสูงสุดเผย&#039;ปรเมศวร์&#039;บอก&#039;เปรมชัย&#039;ไม่รอด1000%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6 มี.ค.61- นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนแสดงความเห็นคดีนายเปรมชัย กรรณประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรว่า &amp;nbsp;ฟัง https://m.youtube.com/watch?feature=share&amp;amp;v=MJUD37GORdA จนจบ (ที่ท่านอัยการปรเมศร์ อินทรชุมนุม...เล่าให้ฟัง) ยิ่งต้องชื่นชม &amp;quot;คุณวิเชียรฯ&amp;quot; ผู้จับกุมผู้ต้องหา..คดีร่วมกันฆ่า &amp;quot;เสือดำ&amp;quot; กรณีที่ได้เขียนบันทึกการจับกุม 20 หน้าอย่างละเอียดรอบคอบพร้อมแผนที่ประกอบฯ ต่างๆ...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านปรเมศร์ฯ บอกชัวร์ 1000% ...ไม่รอด!!!!
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4445</URL_LINK>
                <HASHTAG>1000% ...ไม่รอด, ตระกูล วินิจนัยภาค, ล่าสัตว์, อดีตอัยการสูงสุด, เปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9eb66337270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
