<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในล้งทุเรียนส่งออกทั่วพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ล้งรับซื้อผลไม้ประเภททุเรียนส่งออกของจังหวัดจันทบุรี ผู้ประกอบการล้งรับซื้อทุเรียนส่งออกไปยังประเทศจีน ได้ตระหนักถึงปัญหาสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการได้ร่วมกันหาวิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนยังประเทศจีน&amp;nbsp;โดยสันนิบาตเทศบาลจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองท่าช้าง ดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ เพื่อเป็นการป้องกันไวรัสโควิด 19 ภายในล้งรับซื้อผลไม้จำนวนกว่า 300 ล้งในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอเขาคิชฌกูฎ อำเภอท่าใหม่ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนมันคุดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนเองในฐานะผู้ประกอบการล้งผลไม้ส่งออก ได้ตระหนักถึงปัญหาการแพร่ระบาดของการระบาดไวรัสโควิด 19 ที่อาจมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศคู่ค้าอย่างจีน และประเทศใกล้เคียง ซึ่งจะมีการขนทุเรียนด้วยรถตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้มีการวิตกกังวลว่าอาจมีเชื้อติดมากับรถ มาเผยแพร่ในล้ง ทำให้ทางสมาคมฯได้ประสานไปยังผู้ใหญ่ในจังหวัดจันทบุรี ลงความเห็นควรมีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในล้งและที่อุปกรณ์ต่างๆ ร่วมทั้งรถตู้คอนเทนเนอร์ทุกคันที่เข้ามารับผลไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อในจันทบุรี ซึ่งถ้าหากมีการแพร่เชื้อเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแน่นอน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการตัดตอนและป้องกันการแพร่เชื้อ จึงได้ประสานไปยังสันนิบาตเทศบาลจันทบุรี เทศบาลเมืองท่าช้างที่มีเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อโรค ส่งรถพร้อมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เข้าฉีดพ่นยาภายในล้งและที่รถตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีล้งทุเรียนของจันทบุรี เข้าร่วมกว่า 300 ล้งและในส่วนการส่งออกทุเรียนไปยังต่างประเทศยังมีความต้องการสั่งเข้ามากันเป็นจำนวนมาก ซึ่งราคาเป็นที่ยอมรับได้ของเกษตรกรชาวสวน อยู่ที่ราคา 130-150 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอวิงวอนรัฐบาลอย่ามาแทรกแซงหรือหาทางปล่อยข่าวเพื่อดึงงบประมาณมาใช้เพราะยังไม่จำเป็น แต่ทางที่ดีควรหาตลาดเพิ่มให้กับเกษตรกรชาวสวนในการส่งผลไม้ส่งขายจะดีกว่า&amp;quot;นายภาณุวัชร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59359</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ, ล้งรับซื้อผลไม้, ไวรัสโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e674d95f034c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สสจ.จันทบุรี&#039; ยันคนขับรถบรรทุกผลไม้เสียชีวิตในรถไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.63 - นายแพทย์อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ได้ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวลือชายไทยที่ประกอบอาชีพขับรถบรรทุกขนผักและผลไม้ นอนเสียชีวิตในรถ หน้าล้งรับซื้อผลไม้ในพื้นที่ อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี จนทำให้มีข่าวลือว่า &amp;quot;ติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;แล้วเสียชีวิต&amp;quot; และมีการแชร์ส่งต่อกันทางออนไลน์อย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและส่งผลกระทบต่อประชาชน และเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบจากทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี และจากการประเมินประวัติความเสี่ยงเบื้องต้นของผู้เสียชีวิต ไม่เข้าการติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 แต่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว แต่เพื่อความสบายใจของญาติ นายจ้างและเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่ได้รับข่าวสาร จึงมีการส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี ยืนยันผลตรวจกลับมาว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้เสียชีวิตด้วยเชื้อไวรัสดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากประชาชนสงสัยหรือพบว่ามีบุคคลที่มาจากประเทศสุ่มเสี่ยง หรือได้สัมผัส มีอาการไข้หวัดเพราะอยู่กับชาวต่างชาติที่มีกลุ่มเสียงสามารถเดินทางมายังโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ประชาชนพบเห็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์แต่งชุดสีขาว ปกปิดร่างกาย เป็นการป้องกันและควบคุมโรคเท่านั้น ซึ่งผู้ป่วยที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ยังไม่สามารถยืนยันว่าติดเชื้อได้ในทันที และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพียงป้องกันตัวเองด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปในสถานที่แออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58857</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนขับรถบรรทุก, จังหวัดจันทบุรี, ล้งรับซื้อผลไม้, สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f60307347c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของล้งผลไม้เมืองจันทบุรีแจ้งตำรวจสอบพ่อค้าจีนติดเงินค่าทุเรียน5แสนบาทแต่กลับพาลูกน้องขนของในล้งยามวิกาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 25 เมษายน เวลา 21.30 น. ตำรวจภูธรขลุงได้รับแจ้งว่า มีพ่อค้าทุเรียนชาวจีนพาลูกน้องเข้ามาขนของภายในล้งผลไม้ช่วงยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.สมชาย แสนเนียม รอง สวป.หัวหน้าตู้ยาม ต.ตะปอน พร้อมกำลังตำรวจเดินทางไปทำการตรวจสอบล้งผลไม้ ของนางพะยอม รัตนัย เลขที่ 54/1 หมู่ที่ 3 ต.ตะปอน อ.ขลุง จ.จันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพะยอม เจ้าของล้ง เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกับครอบครัวกำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในล้งรับซื้อคัดแยกผลไม้ ซึ่งส่วนหนึ่งถูกดัดแปลงเป็นห้องพัก ระหว่างนั้นได้ยินเสียงผิดปกติ จึงลุกขึ้นมาดูภาพกล้องวงจรปิดพบชายหญิงจำนวน 6 คน เป็น ชาย 5 คนหญิง 1 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคู่ค้าชาวจีน ชื่อนายหนานเว่ย อายุ 31 ปี เป็นชาวเมืองหนานหนิง มนฑลกว่างซี ประเทศจีน เมื่อเดินทางมาถึงมีลูกน้องที่เป็นคนไทยจำนวน 4 คน ช่วยกันขนกล่องกระดาษบรรจุทุเรียนขึ้นรถยนต์กระบะ จึงตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจ เกรงจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากตนกับพ่อค้าจีนรายนี้มีปัญหากันเรื่องการค้า ทั้งยังเข้ามาภายในล้งของตนโดยพละการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการตรวจสอบพบรถยนต์กระบะติดแซง หรือที่เรียกว่า กระบะคอก ยี่ห้อ อีซูสุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฒฉ 2317 กรุงเทพมหานคร ในรถพบกล่องกระดาษเปล่าที่ใช้บรรจุทุเรียน วางอยู่เต็มกระบะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะของคนงานทั้ง 4 คน พบ 2 ใน 4 คน คือ นายแดง จงเจริญ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 892 หมู่ที่ 2 ต.หนองรู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กับนายกรวี พระภูมิ อายุ 20 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 15/4 ต.โปรงน้ำร้อน อ.โปร่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ทั้ง 2 มีสารเสพติด ประเภทยาบ้าอยู่ในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงส่งทั้ง 2 คน ดำเนินคดี โดยมี ร.ต.อ.กฤษกร กมลภพ ทำหน้าที่ร้อยเวรเจ้าของคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบกล่องกระดาษทั้งหมดเป็นของพ่อค้าชาวจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าของนางพะยอม โดยนางพะยอม กล่าวว่า พ่อค้าชาวรายนี้จ่ายค่าทุเรียนมาแล้วส่วนหนึ่ง แต่ยังติดค้างอยู่กว่า 500,000 บาทตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ทั้งที่ทุเรียนส่งไปถึงเมืองจีนแล้ว โดยตนได้ไปแจ้งความไว้แล้วในเบื้องต้น ส่วนที่ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบก็เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากพ่อค้ารายนี้พาลูกน้องเข้ามาขนของภายในล้งของตนในยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พ่อค้าชาวจีนรายนี้ ได้ชี้แจงผ่านล่ามว่า สาเหตุที่ไม่จ่ายค่าทุเรียนที่เหลืออยู่ เนื่องจากทุเรียนที่ส่งไป ไม่ได้คุณภาพ เป็นทุเรียนดิบ ไม่สุก โดยท้าให้เจ้าของล้ง เดินทางไปดูสินค้าดังกล่าว ได้ที่เมืองจีน โดยจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งหากเจราจากันไม่รู้เรื่องอาจมีการแจ้งความกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพะยอม ยืนยันว่า ทุเรียนของตนไม่ได้อ่อนอย่างที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน เนื่องจากตอนนำสินค้าลงตู้ขนส่ง ทั้งสองฝ่ายร่วมกันตรวจสอบคุณภาพสินค้า ทั้งเจ้าของล้ง ทั้งพ่อค้าชาวจีน โดยทางพ่อค้าชาวจีน เซ็นหนังสือเอง ตั้งอุณหภูมิตู้และปล่อยตู้เอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.กฤษกร กมลภพ ร้อยเวร จะทำการสอบสวนสอบปากคำ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7897</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุเรียนอ่อน, พ่อค้าจีนเบี้ยวจ่ายเงินชาวสวน, ล้งรับซื้อผลไม้, สวนทุเรียนเมืองจันทบุรี, ส่งออกทุเรียน, แจ้งความพ่อค้าจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae14a8081df8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
