<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตุ๊ก’ขึ้นศาลยื่นฟ้อง คนโพสต์‘ล้มบอล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เดอะตุ๊ก&amp;quot; ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย พร้อมลูกชาย &amp;quot;แตงโม&amp;quot; ขึ้นศาลฟ้องนายทรงชัย พัฒนศิลาพร เกรียนคีย์บอร์ด กระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาให้ได้รับความเสียหาย ด้วยการโพสต์ข้อความลงในเพจฟุตบอลทีมชาติไทยเกี่ยวกับ &amp;quot;ล้มบอล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ส.ค.64 ที่ผ่านมา &amp;quot;เดอะตุ๊ก&amp;quot; น.อ.ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตนักฟุตบอลกองหน้าทีมชาติไทยชื่อดัง เจ้าของฉายา &amp;quot;เพชฌฆาตหน้าหยก&amp;quot; และ &amp;quot;แตงโม&amp;quot; นายพงษ์พิสุทธิ์ &amp;nbsp;ผิวอ่อน อายุ 35 ปี บุตรชาย พร้อมทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทรงชัย พัฒนศิลาพร อายุ 35 ปี ชาว กทม. เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาให้ได้รับความเสียหาย กรณีที่นายทรงชัยโพสต์ข้อความลงในเพจฟุตบอลทีมชาติไทย ประเด็นที่โจทก์เคยเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย แล้วมีเรื่องราวเกี่ยวกับการ &amp;quot;ล้มบอล&amp;quot; ซึ่งเป็นความเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำฟ้องโจทก์สรุปว่า เมื่อระหว่างต้นเดือน ส.ค.2564 ถึงวันที่ 3 ส.ค.2564 นายทรงชัยใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ &amp;quot;Songchai Pattarasilapom&amp;quot; (Sta boy) โพสต์ข้อความเปิดเป็นสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงทำนองว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่เอาปิยะพงษ์ แน่นอน ได้แชมป์ไทยลีก ตอนคุมทีมสโมสรทหารอากาศ ถ้าไม่มีเรื่อง (ล้มบอล).....ก็ไม่ได้หรอก &amp;rdquo; ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นบุคคลที่มีเรื่องเสื่อมเสียในวงการฟุตบอลของประเทศไทย โจทก์ไม่มีความสามารถและเหมาะสมที่จะเป็นโค้ชหรือผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งข้อความดังกล่าวโจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องหรือมีพฤติการณ์ในการล้มบอลที่จำเลยกล่าวอ้าง และภายหลังที่จำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวแล้ว ได้มีประชาชนทั่วไปส่งข้อความเข้ามาสอบถามถึงเรื่องที่จำเลยโพสต์กล่าวอ้างในเพจนั้นว่าความจริงเป็นอย่างไร ทำให้เกิดความเสียหายแก่วงการฟุตบอลของไทยรวมทั้งตัวโจทก์เองที่ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชื่อเสียงของโจทก์ที่กระทำมาตลอดที่เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และทั่วราชอาณาจักร โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1873/2564 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 15 พ.ย.เวลา 13.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.อ.ปิยะพงษ์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เรื่องนี้เนื่องจากแตงโม บุตรชาย ไปเห็นข้อความในเพจฟุตบอลซึ่งมีข้อความที่ไม่น่ารัก เขาก็เลยอยากจะปกป้องศักดิ์ศรีของตน แต่ตนนั้นไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเลยเวลาแล้ว อายุเยอะแล้ว ก็แค่มาเซ็นเป็นตัวแทนให้กับทนายความ และแตงโม ที่อยากจะปกป้องศักดิ์ศรีในเรื่องที่เขาต้องการเท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพงษ์พิสุทธิ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วคุณพ่อเป็นคนสบายๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ส่วนตัวแตงโมนั้น ยุคที่คุณพ่อเล่นฟุตบอลก็เจอเรื่องราวแบบนี้มาตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี รู้สึกว่าเรื่องราวผ่านมานานแล้ว คุณพ่อก็เป็นคนที่สร้างชื่อเสียงและรับใช้ประเทศชาติ ไม่อยากให้ใครกล่าวให้ร้ายคุณพ่อ สมัยเป็นเด็ก เจอเรื่องราวแบบนี้มาเยอะแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ เจอเพื่อนล้อ เพื่อนว่า และโดนเพื่อนบูลลี่ แต่ตอนนี้เมื่อโตแล้วก็ทราบขั้นตอนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร จึงขอใช้สิทธิทางกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะเรื่องราวเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้คนมาต่อว่าคุณพ่อของผม ตลอด 30 ปี จริงๆ แล้วเนี่ยถ้าถามว่าคุณพ่อเคยเจอเยอะไหม ผมว่าเป็นหมื่นเคส แต่ว่าก็มีคนส่งข้อความ โทร.มาขอโทษผมเยอะมาก หลังจากที่ผมโพสต์อันนี้ออกไป ซึ่งผมก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะเราไม่ได้จะไปฟ้องทุกคน แต่ฟ้องเพียงคนเดียวถือว่าน้อยมาก เพื่อให้เป็นตัวอย่างว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใคร จริงๆ คุณพ่อไม่ได้ติดใจอะไร แต่ตัวผมในฐานะเป็นลูก ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ชีวิตผมจะต้องอยู่กับตรงนี้อีกนาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์พิสุทธิ์ยังกล่าวอีกว่า ข้อความที่เขาโพสต์นั้น ปรากฏในกลุ่มเพจเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติไทยที่มีผู้ติดตาม 7-8 แสนคน ซึ่งมีประชาชนที่เห็นข้อความเยอะ ทำให้กระทบกับคุณพ่อ ส่วนเรื่องค่าเสียหายจะให้ทนายความดำเนินการต่อไป อาจจะต้องดำเนินการฟ้องแพ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.โฟกัส จีระกุล ดารา นักแสดง พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้นำเอกสารหลักฐานมายื่นฟ้องนายสำราญ นุจเจริญ ซึ่งเป็นบุคคลที่โพสต์ข้อความให้ น.ส.โฟกัสได้รับความเสียหาย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายษิทรากล่าวว่า วันนี้มาฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดที่ได้ไปโพสต์ในกลุ่มข่าวกลุ่มหนึ่ง มีคนเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก ทำให้ น.ส.โฟกัสได้รับความเสียหาย โดยเรารวบหลักฐานและรายชื่อได้ทั้งหมด 33 คน จะทยอยฟ้อง แต่วันนี้จะยื่นฟ้องนายสำราญก่อน 1 ราย เนื่องจากโพสต์บ่อยกว่าคนอื่นๆ มีชื่อและนามสกุลชัดเจน มีการโพสต์ถึง น.ส.โฟกัสว่าไม่ดี มีการแคปภาพไปว่าในทางเสียหายในเรื่องส่วนตัว จำนวน 2 ครั้ง โดยจะเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ในส่วนของการไกล่เกลี่ย ต้องดูว่าเขามาแล้วสำนึกผิดหรือไม่ แล้วจะมีการเยียวยาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.โฟกัสกล่าวว่า ความจริงปล่อยมานานแล้ว ไม่คิดว่าจะฟ้องใคร ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เขาก็ยังเลือกวิจารณ์เราแบบนี้อยู่ ก็ต้องลองเป็นกรณีตัวอย่างดู ส่วนจะไกล่เกลี่ยกันอย่างไรนั้น อย่างแรกก็ต้องมาเจอกันก่อน มารับฟังข้อกล่าวหา แล้วค่อยว่ากันอีกที ซึ่งอยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง จริงๆ อยากรับคำขอโทษเป็นเงินเท่านั้น เพราะเขาจะได้คิดก่อนพูดหรือโพสต์อะไรไป เพราะมันทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 1874/2564 พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ วันที่ 15 พ.ย. เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112730</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนโพสต์, ทรงชัย พัฒนศิลาพร, ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, ผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, ล้มบอล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียนคีย์บอร์ด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ‘ตุ๊ก’ขึ้นศาลยื่นฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6111156958cbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการแถลงสั่งฟ้อง 15 ผู้ต้องหาคดีล้มบอลโตโยต้า ไทย ลีก 2017</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 61 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก&amp;nbsp;นายพิทักษ์ อบสุวรรณ อธิบดีอัยการคดีอาญา, นายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการคดีอาญา,&amp;nbsp; นายอธึก คล้ายสังข์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา คณะอัยการรับผิดชอบสำนวนคดีล้มบอลล็อคผลสกอร์การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทย ลีก&amp;nbsp;2017 ได้แถลงผลการสั่งฟ้อง ขบวนการผู้เกี่ยวข้องทำผิด ทั้งหมด 15 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ตัดสิน 2 ราย, นักฟุตบอลอาชีพ 8 ราย ในทีมราชนาวี เอฟซี และทีมศรีสะเกษ เอฟซี และกลุ่มนายทุน (พนัน) หรือตัวแทนนายทุน 5 ราย&amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหารายที่ 16 อัยการเห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องน้อยสุด จึงสั่งไม่ฟ้องโดยให้กันไว้เป็น พยานตามสำนวนที่ตำรวจเสนอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการได้นำตัวทั้งหมด 15 คนไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาแล้วเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2131/2561 ซึ่งศาลสอบคำให้การแล้ว จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยศาลอาญานัดตรวจหลักฐานวันที่ 10 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มนายทุน 5 ราย ถูกยื่นฟ้องผิด&amp;nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 มาตรา 64,&amp;nbsp;66 และ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ในมีมูลเหตุจูงใจเป็นเงินพนัน ซึ่งกลุ่มนี้กระทำการใน 5 แมตช์แข่งขัน,&amp;nbsp;กลุ่มนักกีฬา 8 ราย ถูกยื่นฟ้องผิด&amp;nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 มาตรา 65 และกลุ่มผู้ตัดสิน 2 ราย ถูกยื่นฟ้องผิด&amp;nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 มาตรา 67&amp;nbsp;โดยเงินหมุนเวียนการตกลงว่าจ้างอยู่ที่หลักล้าน แต่ไม่ถึง 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ พล.ต.ท. มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีขบวนการล้มบอล ได้ส่งสำนวนการสอบสวนและคำให้การพยาน 68 ปาก พร้อมหลักฐาน 10 แฟ้ม รวม 3,000 แผ่น กับความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหา 15 รายจาก 16 ราย ให้อัยการพิจารณาเมื่อ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ในความผิดร่วมกันล้มบอลและร่วมกันสนับสนุนล้มบอล ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ซึ่งมีโทษตามกฎหมายฐานเป็นผู้ให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้นักกีฬาอาชีพทำการล้มกีฬา ตามมาตรา 64, ฐานเป็นผู้ใดเรียกรับทรัพย์เพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่นฯ มาตรา 65, ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน เพื่อจูงใจให้การตัดสินไม่เที่ยงธรรม มาตรา 66 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 200,000 - 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และฐานเป็นผู้ตัดสินเรียกรับทรัพย์สินฯ มาตรา 67 ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 - 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13507</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล้มบอล, ไทยลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4c64120dfca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.หอบสำนวนคดีล้มบอล3พันหน้าส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.61 &amp;nbsp;- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะพนักงานสอบสวนคดีล้มบอล นำสำนวนการสอบสวนจำนวน 10 แฟ้ม กว่า 3,000 หน้า มาส่งให้กับ นายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เพื่อให้พนักงานอัยการมีความเห็นทางคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 16 คน ประกอบด้วย กลุ่มนายทุนพนันบอล 6 คน ผู้ตัดสิน 1 คน นักฟุตบอล 8 คน และประชาชน 1 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง 1 คน ซึ่งวันนี้ผู้ต้องหาเดินทางมารายงานตัวกับพนักงานอัยการตามนัดของพนักงานสอบสวนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากปีที่แล้ว สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี ได้แจ้งกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้ตรวจสอบกรณีที่สงสัยว่า อาจมีการล็อคผลสกอร์ในฟุตบอลไทย กระทั่งทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกส.บอล ได้ประสานกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อนำหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่าการแข่งขัน โตโยต้า ไทย ลีก 2017 จำนวน 4 นัด เข้าข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับการล้มบอล โดยเป็นทีมในลีกสูงสุดทั้งหมด และมีการทำประตูในช่วงท้ายเกมมากผิดปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ตั้งทีม ประกอบด้วยเจ้าหน้าตำรวจในสังกัด บช.น. และบช.ก. รวมกว่า 30 นาย ร่วมกันทำงาน เก็บข้อมูลกับทางสมาคมฟุตบอลฯ พบว่า มีขบวนการล้มบอลจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มบอล, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ล้มบอล, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa755313e688.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
