<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯออกประกาศ ปลดบุคคลนามสกุลดัง &#039;ปันยารชุน&#039; จากล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องปลดจำเลยจากล้มละลาย ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.5614/2552 ศาลล้มละลายกลาง กองบังคับคดีล้มละลาย 6 กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ตามประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ 30 เมษายน 2559 ว่าศาลล้มละลายกลางได้พิพากษาให้ นางสาววิจิตรา หรือฐานกาญจน์ ปันยารชุน จําเลย เป็นบุคคลล้มละลาย ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2558 นั้น ต่อมาศาลมีคําสั่งให้หยุดนับระยะเวลาปลดจําเลยจากล้มละลายไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จึงปลดให้ นางสาววิจิตรา หรือฐานกาญจน์ ปันยารชุน ผู้ล้มละลาย จากการเป็นบุคคลล้มละลาย นับแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจานุเบกษา, ล้มละลาย, ศาลล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตนายกฯ&#039;นาจิบ&#039;จ่อล้มละลาย ค้างจ่ายภาษี1.2หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย โดนสรรพากรส่งหนังสือแจ้งเตือนการล้มละลายจากการค้างจ่ายภาษีมากกว่า 12,800 ล้านบาทตามคำสั่งศาลเมื่อปีที่แล้ว เจ้าตัวโวยเป็นความพยายามทำลายอาชีพนักการเมืองของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค มาขึ้นศาลอุทธรณ์ในกรุงปุตราจายา เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 (Photo by Zahim Mohd/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน กล่าวว่า อดีตผู้นำมาเลเซียวัย 67 ปีสูญเสียอำนาจภายหลังพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ของเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2561 ยุติการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลผสมที่ครองอำนาจบริหารประเทศนี้มานาน 6 ทศวรรษ หลังจากนั้น นาจิบก็ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีคอร์รัปชันและฟอกเงินหลายสิบคดี ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกล่าวหาทุจริตยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ วันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง นาจิบปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาเพิ่งให้ทนายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ ในคดีที่เขาถูกตัดสินเมื่อปีที่แล้วว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ, ฟอกเงิน และความผิดอาญาฐานละเมิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จากการโอนเงิน 42 ล้านริงกิต (318.42 ล้านบาท) จากอดีตบริษัทย่อยแห่งหนึ่งของวันเอ็มดีบี เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาหลายบัญชี ศาลพิพากษาจำคุกเขา 12 ปี และปรับเกือบ 50 ล้านดอลลาร์ (1,566 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีกคดีในปีที่แล้ว ที่ศาลสั่งให้นาจิบ ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกันตัวและยังคงทำหน้าที่ ส.ส.อยู่ต่อไป จ่ายเงินภาษีจำนวน 1,690 ล้านริงกิต (12,813 ล้านบาท) ที่เขาค้างจ่ายจากช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2554-2560 ซึ่งรวมถึงค่าปรับและดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคาร นาจิบโพสต์เฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการจัดเก็บภาษีได้มีหนังสือบอกกล่าวการล้มละลายส่งถึงเขาเมื่อวันจันทร์ เพื่อแจ้งเกี่ยวกับภาษีที่ค้างจ่าย หนังสือส่งมาถึงไม่นานหลังจากเขายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาคดีข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ ผู้นี้กล่าวว่า เขาเชื่อว่าจังหวะเวลาของการส่งหนังสือเตือนนั้นเกี่ยวโยงกับการตัดสินใจของพรรคอัมโนเมื่อเดือนที่แล้ว ที่จะยุติความร่วมมือกับรัฐบาลของนายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเขาถูกตัดสินว่าล้มละลาย เขาจะสูญเสียเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและจะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาจิบยืนกรานว่าเขาจ่ายภาษีมาโดยตลอด และการดำเนินคดีกับเขานั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง &amp;quot;ผมจะยังคงยืนหยัดต่อสู้กับความพยายามรังแกและข่มขู่ผมทุกอย่างโดยพวกที่มีอำนาจ&amp;quot; เขาเขียนลงเฟซบุ๊ก และว่าไ ด้ขอให้ทนายความยื่นต่อศาลขอระงับหนังสือบอกกล่าวล้มละลายฉบับนี้ โดยบอกว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้พวกที่ใช้กฎหมายในทางที่ผิด เพื่อกดขี่เขาด้วยเหตุผลทางการเมืองและความละโมบอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอัมโนได้กลับมามีอำนาจอย่างไม่คาดคิดในปีที่แล้วในฐานะกลุ่มพันธมิตรที่เสนอชื่อมูห์ยิดดินเป็นนายกรัฐมนตรีแทนที่มหาเธร์ โมฮัมหมัด จากการชิงอำนาจทางการเมืองภายในรัฐบาลผสมกับอันวาร์ อิบราฮิม หลังจากมหาเธร์ลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะเผชิญข้อกล่าวหาทุจริตมากมายและไม่ได้เป็นผู้นำพรรคอัมโนอีกต่อไปแล้ว แต่นาจิบยังคงได้รับความนิยมทั้งในพรรคและในการเมืองมาเลเซีย เขามีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กเกิน 4 ล้านคน มากกว่านักการเมืองมาเลเซียทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้างจ่ายภาษี, ทุจริตวันเอ็มดีบี, นาจิบ ราซัค, มาเลเซีย, ล้มละลาย, อดีตนายกฯ มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d77a3826fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตนายกฯนาจิบจ่อล้มละลาย ค้างจ่ายภาษี1.2หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย โดนสรรพากรส่งหนังสือแจ้งเตือนการล้มละลายจากการค้างจ่ายภาษีมากกว่า 12,800 ล้านบาทตามคำสั่งศาลเมื่อปีที่แล้ว เจ้าตัวโวยเป็นความพยายามทำลายอาชีพนักการเมืองของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน กล่าวว่า อดีตผู้นำมาเลเซียวัย 67 ปีสูญเสียอำนาจภายหลังพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ของเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2561 ยุติการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลผสมที่ครองอำนาจบริหารประเทศนี้มานาน 6 ทศวรรษ หลังจากนั้น นาจิบก็ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีคอร์รัปชันและฟอกเงินหลายสิบคดี ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกล่าวหาทุจริตยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ วันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง นาจิบปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาเพิ่งให้ทนายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ ในคดีที่เขาถูกตัดสินเมื่อปีที่แล้วว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ, ฟอกเงิน และความผิดอาญาฐานละเมิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จากการโอนเงิน 42 ล้านริงกิต (318.42 ล้านบาท) จากอดีตบริษัทย่อยแห่งหนึ่งของวันเอ็มดีบี เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาหลายบัญชี ศาลพิพากษาจำคุกเขา 12 ปี และปรับเกือบ 50 ล้านดอลลาร์ (1,566 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีกคดีในปีที่แล้ว ที่ศาลสั่งให้นาจิบ ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกันตัวและยังคงทำหน้าที่ ส.ส.อยู่ต่อไป จ่ายเงินภาษีจำนวน 1,690 ล้านริงกิต (12,813 ล้านบาท) ที่เขาค้างจ่ายจากช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2554-2560 ซึ่งรวมถึงค่าปรับและดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคาร นาจิบโพสต์เฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการจัดเก็บภาษีได้มีหนังสือบอกกล่าวการล้มละลายส่งถึงเขาเมื่อวันจันทร์ เพื่อแจ้งเกี่ยวกับภาษีที่ค้างจ่าย หนังสือส่งมาถึงไม่นานหลังจากเขายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาคดีข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ ผู้นี้กล่าวว่า เขาเชื่อว่าจังหวะเวลาของการส่งหนังสือเตือนนั้นเกี่ยวโยงกับการตัดสินใจของพรรคอัมโนเมื่อเดือนที่แล้ว ที่จะยุติความร่วมมือกับรัฐบาลของนายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเขาถูกตัดสินว่าล้มละลาย เขาจะสูญเสียเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและจะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาจิบยืนกรานว่าเขาจ่ายภาษีมาโดยตลอด และการดำเนินคดีกับเขานั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง &amp;quot;ผมจะยังคงยืนหยัดต่อสู้กับความพยายามรังแกและข่มขู่ผมทุกอย่างโดยพวกที่มีอำนาจ&amp;quot; เขาเขียนลงเฟซบุ๊ก และว่าไ ด้ขอให้ทนายความยื่นต่อศาลขอระงับหนังสือบอกกล่าวล้มละลายฉบับนี้ โดยบอกว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้พวกที่ใช้กฎหมายในทางที่ผิด เพื่อกดขี่เขาด้วยเหตุผลทางการเมืองและความละโมบอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอัมโนได้กลับมามีอำนาจอย่างไม่คาดคิดในปีที่แล้วในฐานะกลุ่มพันธมิตรที่เสนอชื่อมูห์ยิดดินเป็นนายกรัฐมนตรีแทนที่มหาเธร์ โมฮัมหมัด จากการชิงอำนาจทางการเมืองภายในรัฐบาลผสมกับอันวาร์ อิบราฮิม หลังจากมหาเธร์ลาออกจากตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเผชิญข้อกล่าวหาทุจริตมากมายและไม่ได้เป็นผู้นำพรรคอัมโนอีกต่อไปแล้ว แต่นาจิบยังคงได้รับความนิยมทั้งในพรรคและในการเมืองมาเลเซีย เขามีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กเกิน 4 ล้านคน มากกว่านักการเมืองมาเลเซียทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้างจ่ายภาษี, นาจิบ ราซัค, ล้มละลาย, อดีตนายกฯ มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d77a3826fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดนามสกุล &#039;วงษ์สุวรรณ&#039; จากบุคคลล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องปลดจำเลยจากล้มละลาย ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.786/2559 ศาลล้มละลายกลาง กองบังคับคดีล้มละลาย 6 กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประกาศฉบับดังกล่าว ระบุว่า ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ตามประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ 24 มีนาคม 2560 ว่าศาลล้มละลายกลางได้พิพากษาให้ น.ส.จำเลียง หรือ น.ส.มณนภา วงษ์สุวรรณ เป็นบุคคลล้มละลาย ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ครบกำหนดระยะเวาลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จึงปลดให้ น.ส.จำเลียง หรือ น.ส.มณนภา วงษ์สุวรรณ ผู้ล้มละลาย จากการเป็นบุคคลล้มละลาย นับตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศปลดบุคคลนามสกุลดัง พ้นจากล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย. 63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา &amp;nbsp;เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องปลดจำเลยจากการล้มละลาย ในคดีหมายเลขแดงที่ ล. 3042/2557 ศาลล้มละลายกลาง กองบังคับคดีล้มละลาย 6 กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ตามประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ 21 กันยายน 2558 ว่าศาลล้มละลายกลางได้พิพากษาให้ นายบุญส่ง นาควานิช &amp;nbsp;เป็นบุคคลล้มละลาย ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาค 2558 นั้น &amp;nbsp;ต่อมาศาลมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาปลดจำเลยจากล้มลละลายไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จึงปลดให้นายบุญส่ง นาควานิช ผู้ล้มละลาย จากการเป็นบุคคลล้มละลาย นับแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;


	แซ่บ!ว่อนเน็ตครบทีม &amp;#39;ทอน-ฟ้าเดียวกัน-3 นิ้ว&amp;#39; ซดเหล้ากับดิบรับ &amp;#39;อานนท์&amp;#39; พ้นคุก
	ยังไม่สาย!แนะ &amp;#39;ธนาธร-ปิยบุตร&amp;#39; เอาอย่างองคุลีมาล
	&amp;#39;อุ๊&amp;#39; อบรม &amp;#39;แอมมี่&amp;#39; หลังคุยคำโตถ้าพวกเราชนะจะเช็คบิลทุกคนที่เป็นขี้ข้าเผด็จการ!
	ผอ.ซูเปอร์โพล ออกบทความ ลากไส้หมดพุงเบื้องหลังม็อบ 3 นิ้ว
	&amp;#39;อังคณา&amp;#39;นำขึ้นศาลแพ่งฟ้องเรียกเงินล้าน สำนักนายกฯ-ทบ.


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วงอีกราย LATAM สายการบินใหญ่สุดในอเมริกาใต้ยื่นล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เซ่นพิษโควิด-19 อีกราย ลาแทมแอร์ไลน์กรุ๊ป สายการบินขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคลาตินอเมริกา พร้อมบริษัทในเครือจากชิลี, เปรู, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์ และสหรัฐ ยื่นต่อศาลสหรัฐขอพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลายเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า ลาแทมเป็นสายการบินขนาดใหญ่รายล่าสุดที่สังเวยโรคระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก จากมาตรการปิดประเทศและล็อกดาวน์ที่ระงับการเดินทางทางอากาศ สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้สายการบินอาเวียงกาของโคลอมเบีย ซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับสองของลาตินอเมริกา ก็เพิ่งยื่นล้มละลายในสหรัฐเช่นกัน เพื่อขอพิทักษ์ทรัพย์และจัดการหนี้สินที่ที่เกิดจากผลกระทบที่คาดเดาไม่ได้จากโรคระบาด และเมื่อเดือนที่แล้ว สายการบินเวอร์จินของออสเตรเลียก็ประกาศล้มละลายเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของโรแบร์โต อัลโบ ซีอีโอของลาแทมแอร์ไลน์กรุ๊ป เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม กล่าวว่า ผลกระทบของวิกฤติที่เกิดจากโควิด-19 ต่ออุตสาหกรรมการบิน ทำให้ลาแทมถูกบีบให้ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากที่สุดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ลาแทมแอร์ไลน์กรุ๊ปและบริษัทในเครือหลายแห่งในชิลี, เปรู, เอกวาดอร์ และโคลอมเบีย ได้เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างองค์กรโดยสมัครใจภายใต้การคุ้มครองตามมาตรา 11 ในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินจะยังคงทำการบินต่อไประหว่างอยู่ในช่วงคุ้มครองการล้มละลาย และบริษัทในเครือในอาร์เจนตินา, บราซิล และปารากวัย ไม่ได้ร่วมในการยื่นขอล้มละลายต่อศาลนิวยอร์กครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเกิดโรคระบาด ลาแทม ซึ่งเป็นการรวมตัวกันระหว่างสายการบินแลนของชิลี และแทมของบราซิล เมื่อปี 2555 มีบริการเที่ยวบินไปยัง 145 จุดหมายใน 26 ประเทศ โดยทำการบินวันละประมาณ 1,400 เที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินเดลตาแอร์ไลน์ของสหรัฐคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดของลาแทม จากการซื้อหุ้น 20% มูลค่า 1,900 ล้านดอลลาร์ ในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินยังอยู่ในภาวะที่ดีกว่านี้เมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาแทมกล่าวด้วยว่า บริษัทได้รับเงินทุนจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายราย รวมถึงตระกูลกูเอโตและอามาโร และกาตาร์แอร์เวย์ ซึ่งให้กู้แก่ลูกหนี้ผู้ดำเนินการฟื้นฟูกิจการเป็นวงเงิน 900 ล้านดอลลาร์ และบริษัทยังยินดีถ้าผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ สนใจเข้าร่วมกระบวนการนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66980</URL_LINK>
                <HASHTAG>LATAM, ลาแทมแอร์ไลน์, ล้มละลาย, สายการบินลาตินอเมริกา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccdaa74df06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาก.ล.ต.แจงการ&#039;ฟื้นฟูกิจการ&#039;กับการ&#039;ล้มละลาย&#039; เป็นถนนคนละเส้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.2563 น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในฐานะอดีตอธิบดีกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ชี้การฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อไป ไม่ใช่การล้มละลายหรือการที่ถูกศาลสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ตามที่หลายคนยังเข้าใจผิด ซึ่งเป็นช่องทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ทำให้หลายๆ ท่านอาจเข้าใจว่า การฟื้นฟูกิจการคือการล้มละลาย คงเป็นเพราะบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการ กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย จึงอาจทำให้บางท่านเข้าใจว่า การยื่นขอฟื้นฟูกิจการคือการยื่นขอล้มละลาย&amp;quot; น.ส.รื่นวดี ระบุ
โดยกฎหมายล้มละลายของประเทศสหรัฐอเมริกาใน Chapter 11 มีการกำหนดเรื่องการฟื้นฟูกิจการเอาไว้ ดังนั้นการฟื้นฟูกิจการกับการล้มละลายเป็นถนนคนละเส้นคนละสายอย่างแน่นอน การฟื้นฟูกิจการถือเป็นการรักษาให้กิจการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ โดยผู้ยื่นขอให้มีการฟื้นฟูกิจการต้องการรักษาความเป็นกิจการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มีการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างเจ้าหนี้ทั้งหลายทั้งเจ้าหนี้ภายในและต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน และแผนธุรกิจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาจมีผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกบริษัทมาร่วมดำเนินการ ขณะที่การล้มละลายหรือการถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้นจะไม่ได้เป็นการทำให้ธุรกิจดำเนินการได้ต่อเนื่อง แต่เป็นการมุ่งไปสู่กระบวนการค้นหาและรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อนำมาแบ่งให้กับเจ้าหนี้ โดยการยึดหรืออายัดและนำมาขายทอดตลาด และขณะที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี จะเป็นผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รื่นวดี กล่าวว่า เงื่อนไขการฟื้นฟูกิจการจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการยื่นคำขอฟื้นฟูกิจการไปยังศาลล้มละลายกลาง โดยกฎหมายกำหนดให้ทั้งเจ้าหนี้หรือลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ใน 4 กรณี คือ 1.ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือลูกหนี้ไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ (inability to pay) 2.เป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ในกรณีของธุรกิจขนาดใหญ่ หรือในกรณีที่เป็นธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็ก (SMEs) คือลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท ลูกหนี้ที่เป็นคณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท หรือลูกหนี้ที่เป็นบริษัทจำกัดไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 10 ล้านบาท 3.หนี้จำนวนแน่นอนดังกล่าวจะถึงกำหนดชำระในทันทีหรือในอนาคตก็ได้ และ 4.มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยื่นขอฟื้นฟูกิจการของไทยตามที่ได้มีการแก้ไขปรับปรุงในปี 2559 ถือเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเข้าไปฟื้นฟูกิจการเพื่อรักษาความอยู่รอดของธุรกิจได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม คือ เมื่อพบว่าลูกหนี้ไม่สามารถที่จะชำระหนี้ได้ เช่น ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด และเมื่อได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ให้ชำระหนี้ หรือลูกหนี้มีกระแสเงินสดไม่พอชำระหนี้ เป็นต้น เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ก็สามารถยื่นคำขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลได้ โดยไม่ต้องรอจนถึงกรณีที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแบบเดิม ซึ่งหลักการที่แก้ไขปรับปรุงใหม่นี้ถือว่าสอดคล้องกับหลักสากล จึงเป็นการเปิดโอกาสเป็นครั้งแรกให้ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็ก (SMEs) สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้เช่นเดียวกับบริษัทขนาดใหญ่ อันเป็นการช่วยรักษาธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็ก (SMEs) ไม่ให้ถูกฟ้องล้มละลายแบบเดิม และยังช่วยรักษาการจ้างแรงงานของธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็ก (SMEs) ที่มีการจ้างแรงงานกว่า 12 ล้านราย และในปี 2561 ได้ปรับปรุงการยื่นขอฟื้นฟูกิจการบริษัทขนาดใหญ่ โดยเพิ่มเงื่อนไขในการยื่นขอฟื้นฟูกิจการให้มีกรณีไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพิจารณาให้มีการฟื้นฟูกิจการนอกจากการเงื่อนไขมีหนี้สินจำนวนแน่นอนแล้ว ยังมีเงื่อนไขที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือต้องมีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ โดยมีกระบวนการบริหารจัดการภายหลังที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำขอฟื้นฟูกิจการ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูกิจการ คือ เมื่อศาลสั่งรับคำขอฟื้นฟูกิจการจะเกิดสภาวะการพักการชำระหนี้ (automatic stay) ขึ้นทันทีนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการสำเร็จตามแผน หรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สภาวะการพักการชำระหนี้ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้และเป็นจุดแข็ง เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินการไปต่อได้และดูแลสภาพคล่อง (liquidity) ของธุรกิจ โดยไม่ต้องกังวลว่าธุรกิจหรือกิจการจะถูกเรียกให้ชำระหนี้หรือถูกฟ้องร้อง สภาวะการพักการชำระหนี้ หากกล่าวให้เห็นภาพ เสมือนหนึ่งธุรกิจหรือกิจการจะอยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่ที่จะป้องกันการถูกฟ้องร้อง ถูกบังคับคดี ถูกบังคับชำระหนี้ ถูกงดให้บริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ประโยชน์ข้างต้นที่ลูกหนี้จะได้รับ ต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ใช้สิทธิโดยสุจริต ไม่ได้อาศัยการพักชำระหนี้เป็นเหตุของการประวิงคดี ดังสุภาษิตกฎหมายที่ว่า ผู้ที่มาพึ่งศาลจะต้องมาศาลด้วยมือสะอาด (He who comes to equity must come with clean hands)&amp;quot; น.ส.รื่นวดี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน้าที่ของลูกหนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าลูกหนี้ยังสามารถประกอบธุรกิจตามที่จำเป็นของธุรกิจเท่านั้น เพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้นลูกหนี้จะจำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการและบริหารกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผู้ทำแผน หมายถึง ผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยจะเป็นผู้ที่ศาลมีคำสั่งตั้งเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ และเมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนแล้ว ให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ตกแก่ผู้ทำแผน ยกเว้นสิทธิที่จะได้รับเงินปันผล ผู้ทำแผนต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎกระทรวงว่าด้วยการจดทะเบียนและการกำหนดคุณสมบัติผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ โดยต้องมีประสบการณ์ในการรับจัดกิจการและทรัพย์สินของผู้อื่น มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หรือที่ปรึกษาทางบัญชี หรือที่ปรึกษาทางกฎหมาย ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องมีจริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานที่รัดกุมและเชื่อถือได้ ทั้งนี้ลูกหนี้อาจขอเป็นผู้ทำแผนเองก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเสนอผู้ทำแผน กฎหมายกำหนดให้ทั้งลูกหนี้หรือเจ้าหนี้สามารถเสนอผู้ทำแผนได้ ซึ่งหากศาลเห็นว่าผู้ที่เสนอเป็นผู้ทำแผนยังไม่สมควรเป็นผู้ทำแผน หรือมีการคัดค้าน ศาลจะสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดประชุมเจ้าหนี้โดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหนี้ได้ลงมติในการเลือกผู้ทำแผน และเมื่อที่ประชุมเจ้าหนี้เลือกผู้ทำแผนได้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องรายงานศาลทราบเพื่อพิจารณามีคำสั่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากยังไม่มีการตั้งผู้ทำแผน เมื่อศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ กฎหมายกำหนดให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารของลูกหนี้สิ้นสุดลง และให้ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลใดหรือหลายคนหรือผู้บริหารของลูกหนี้เป็นผู้บริหารชั่วคราว โดยมีอำนาจหน้าที่จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป ทั้งนี้ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จนกว่าจะมีการตั้งผู้ทำแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้บริหารแผน หมายถึงผู้จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ทำนองเดียวกับผู้ทำแผน เว้นแต่วัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ กำหนดให้เป็นที่ปรึกษาทางด้านการบริหารงาน กฎหมายกำหนดให้สิทธิและอำนาจหน้าที่ของผู้ทำแผนโอนไปยังผู้บริหารแผน ตั้งแต่วันที่ผู้บริหารแผนได้รับทราบคำสั่งศาลที่เห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งแผนฟื้นฟูกิจการที่เป็นความตกลงระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ เป็นแผนฟื้นฟูกิจการที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติยอมรับแผน และศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว โดยกฎหมายกำหนดให้แผนฟื้นฟูกิจการมีรายละเอียดต่างๆ &amp;nbsp;โดยเฉพาะหลักการและวิธีการฟื้นฟูกิจการ อันประกอบด้วย ขั้นตอนของการฟื้นฟูกิจการ การชำระหนี้ การยืดกำหนดเวลาชำระหนี้ การลดจำนวนหนี้ลง และการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ การลดทุนและเพิ่มทุน การก่อหนี้และระดมเงินทุน แหล่งเงินทุนและเงื่อนไขแห่งหนี้สินและเงินทุน การจัดการและการหาประโยชน์จากทรัพย์สินของลูกหนี้ และเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลและประโยชน์อื่นใด รวมทั้งแนวทางแก้ปัญหาในกรณีขาดสภาพคล่องชั่วคราวระหว่างการปฏิบัติตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ถือหุ้น รวมทั้งสังคมด้วย เพราะยังสามารถรักษากิจการให้ดำเนินการได้ตามปกติอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงต่อการถูกเลิกกิจการ และการถูกฟ้องล้มละลาย อันจะช่วยรักษาการจ้างงานและห่วงโซ่อุปทานต่างๆ ไว้ได้ และการฟื้นฟูกิจการจะทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้มากกว่าการล้มละลาย นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถปรับโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน และแผนการดำเนินธุรกิจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสิทธิของเจ้าหนี้ กฎหมายกำหนดให้สิทธิของเจ้าหนี้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันต้องได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน ซึ่งต่างกับการล้มละลายที่เจ้าหนี้ทุกรายจะได้รับส่วนเฉลี่ยในการชำระหนี้เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการเปรียบเสมือนคนไข้ที่มีอาการป่วยเข้ารับการรักษาตัวเพื่อดูแลรักษาให้หายจากการเจ็บป่วย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ภายหลังเมื่อคนไข้หายป่วยและมีร่างกายที่แข็งแรงและทำอะไรได้ตามปกติ ที่ผ่านมามีหลายบริษัทที่เข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการ และเมื่อการฟื้นฟูกิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จก็กลับมาเป็นบริษัทที่มีความเข้มแข็งและมีการเติบโตทำนองฟ้าหลังฝน เมื่อศาลจะมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ กรณีที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การฟื้นฟูกิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผน ผู้บริหารของลูกหนี้จะกลับมามีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามเดิม และผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมีสิทธิตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟื้นฟูกิจการ, รื่นวดี สุวรรณมงคล, ล้มละลาย, เลขาก.ล.ต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e290c9944d1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
