<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 00:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอุ!บิ๊กตู่โต้ก้าวไกล ซัดคงไม่ทันใจที่หวังเปลี่ยนแปลง/‘ศิริกัญญา’ท้ายุบสภา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ถกงบฯ วันสุดท้ายเดือดระอุ! ประธานวิปฝ่ายค้านซัดรัฐบาลตอบไม่ตรงคำถาม ส.ส.เพื่อไทยเตือนล้มละลายทางการคลัง ฉะมหาดไทยจัดซื้อ ฮ. 2 ลำ 1.8 พันล้านดับไฟป่า &amp;ldquo;บิ๊กป๊อก&amp;rdquo;อ้าง มท.ต้องมี ฮ. ป้องกันสาธารณภัยตามมาตรฐานสากล &amp;quot;มิ่งขวัญ&amp;rdquo; จวกรัฐบาลใช้งบฯ ไม่ตรงเป้าสมควรปลดออก เตรียมตัวให้ดีวิกฤติกว่าปี 40 เรื่องเล็ก &amp;quot;ส.ส.ก้าวไกล&amp;quot; หยามนายกฯ ไม่รู้จักบูรณาการจัดงบฯ หักหัวคิว &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยัวะ! โต้กลับอย่าดูถูกสติปัญญา ยันไม่เคยอนุมัติโครงการให้ใครเป็นพิเศษ ฮึ่ม! ไม่ทันใจท่านหรอก ถ้าจะเปลี่ยนสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ รื้อไม่ได้ตอนนี้ กางตัวเลขหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ยุคยิ่งลักษณ์ แต่รัฐบาลนี้กู้มาแก้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 3 กรกฎาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันสุดท้าย ก่อนลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 และตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณางบประมาณฯ 2564 จำนวน 72 คน โดยให้สมาชิกแปรญัตติ 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า ภาพรวมการอภิปรายช่วงสองวันที่ผ่านมา เราได้ทำให้ประชาชนรู้เนื้อหาสาระ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี โดยฝ่ายค้านได้พยายามสะท้อนอย่างชัดเจน รัฐบาลก็เป็นฝ่ายตอบ แต่ยังมีความพยายามบิดเบือนตัวเลขและความจริง เช่นอ้างว่าเรื่องการจัดเก็บภาษีได้น้อยจากปีที่ผ่านมาเป็นเพราะรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปลดภาษี ซึ่งความเป็นจริงนั้นมีการปรับลดจริงในปี 2555 โดยลดจากร้อยละ 30 มาเป็นร้อยละ 20 ด้วยเหตุผลว่าต้องการดึงคนที่หลีกเลี่ยงภาษีเข้าสู่ระบบ และสู้กับภาษีนิติบุคคลของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในปี 2556 สามารถจัดเก็บเงินได้เป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ตอบข้อซักถามว่าเก็บภาษีได้น้อยเพราะราคาน้ำมันโลกลดลง ในความเป็นจริงราคาน้ำมันโลกลดลงจริง แต่รัฐบาลไปจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในส่วนดีเซลเกือบ 6 บาท และยังหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถาม ในอดีตที่ผ่านมาไม่มีการจัดเก็บส่วนนี้ แต่ตอนนี้ได้จัดเก็บไปมากแล้ว แม้กระทั่งเรื่องเงินกู้และจีดีพี มีความพยายามบิดเบือน หากสมมติฐานที่มองว่ารัฐบาลทำผิดจะนำมาซึ่งการจัดงบประมาณที่ผิดทั้งหมด&amp;quot; นายสุทินกล่าว และว่า ส่วนเรื่องการทุจริตหรือเงื่อนงำเบาะแสในการจัดทำงบเอื้อต่อการทุจริต จากการอภิปรายก็ปรากฏออกมาหลายเรื่อง และทำให้เริ่มมองเห็น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 09.30 น. เริ่มการประชุมสภาฯ ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 64 โดยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า กระทรวงมหาดไทยมีการใช้งบประมาณบางรายการที่ไม่จำเป็น โดยพบว่ามีการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ มูลค่า 1,800 ล้านบาท เพื่อดับไฟป่า ทั้งๆ ที่การดับไฟป่าวิธีการง่ายๆ ชาวบ้านเขาใช้เครื่องพ่นยา และเขาต้องการเฉพาะเครื่องเป่าลมสำหรับทำแนวกันไฟ แต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ขอถามว่าจำเป็นหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีเครื่องบินปีกหมุนกว่า 300 ลำ สามารถเอามาใช้ได้ ซึ่งปี 2562-2565 จะจัดซื้ออีก 6 ลำ ขณะนี้เหลืออีก 4&amp;nbsp; ลำ ขอให้ยกเลิก เพราะไม่จำเป็น ที่สำคัญมีข่าวว่าถูกสั่งการจากผู้มีอิทธิพลจากส่วนกลาง โดยบริษัทที่ได้คือบริษัท ดาต้าเกทฯ ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับกองทัพบกตั้งแต่สมัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก ดังนั้นการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ถือว่าเกินความจำเป็น ในภาวะวิกฤติอย่างนี้ ประเทศไทยต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;quot; นายวิสารกล่าว
เตือนล้มละลายการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงว่า เฮลิคอปเตอร์ที่จะมีการจัดซื้อเป็น ฮ.กู้ภัย ทำได้ทั้งการขนน้ำไปเทดับไฟ และยังมีเครื่องฉีดน้ำเข้าไปดับเพลิงในตึก ซึ่งเราไม่เคยมีเป็นของตัวเอง ที่ผ่านมาเราต้องไปขอยืมเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพ แต่เฮลิคอปเตอร์นั้นใช้การหิ้วน้ำไปดับไฟ เพราะไม่ได้ติดตั้งเครื่องฉีดน้ำ ซึ่งในต่างประเทศการบรรเทาสาธารณภัยต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ของฝ่ายพลเรือน ไม่ใช่ไปขอยืมจากกองทัพมาใช้ เราจึงต้องมี ฮ. เพื่อให้การบรรเทาสาธารณภัยเป็นไปตามมาตรฐานสากล พยายามใช้งบประมาณให้ประหยัดที่สุด ไม่ได้ทำเพื่อตั้งเป็นกองบิน การจะซื้อ 6 ลำ ก็เพราะต้องมีไว้สลับการใช้งานกรณีที่ต้องมีการซ่อมบำรุง และจะช่วยให้การเข้าไปดับไฟเป็นระลอกทำได้สะดวก อีกทั้งสามารถใช้ดับไฟบนเขาได้ ส่วนบริษัทใดจะชนะการประมูลนั้น เป็นเรื่องของ ปภ.พิจารณา ถ้าอยากได้ของดีก็ย่อมมีราคาสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการจัดซื้อยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ส.ส. หรือท้องถิ่น ถ้าใครทำผิดก็ต้องโดนกฎหมาย มีคุกรออยู่ จึงควรทำให้ประชาชนมั่นใจ ไม่ใช่ไปพูดให้ประชาชนรู้ สิ้นหวังว่ามีแต่คนโกงทำอะไรก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งที่มีศาลอยู่ ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่ามีผู้ใหญ่นายโตทั้งหลายมีคดีทั้งนั้น หนีกันก็เยอะ คงไม่ต้องพูดอะไร ขอให้เป็นไปตามนั้น ถ้าบริษัทที่เขาได้ ได้ตามกฎหมายก็ไม่มีอะไรแปลก ส่วนรถปิกอัพถ้ามีคุณนายไปนั่งทำผิดกฎหมายก็ว่ามา นายอำเภอ ผู้ว่าฯ คนไหนทำอย่างนั้น เราก็จะได้เอาออกไป แล้วคนอื่นมาเป็น&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ไม่อาจรับหลักการของร่างกฎหมายนี้ได้ เพราะรัฐบาลตั้งต้นประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจคลาดเคลื่อน ทำให้ตั้งงบประมาณผิดพลาด และรัฐบาลกำลังทำให้ประเทศล้มละลายทางการคลัง เพราะปัจจุบันสถานะหนี้สาธารณะอยู่ที่ 58-56 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งถือว่าปริ่มเกินกรอบความยั่งยืนทางการเงินการคลังมากแล้ว ขอเสนอให้รัฐบาลจัดงบประมาณรายจ่ายปี 64 ต่ำกว่า 3.3 ล้านล้านบาท โดยวงเงินที่เหมาะสมคือไม่ควรเกิน 3.2 ล้านล้านบาท หมายความว่าต้องตัดงบ 1 แสนล้านบาท ซึ่งมีหลายส่วนที่สามารถตัดได้ เช่น งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา จำนวน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังสามารถตัดงบลงทุนกระทรวงกลาโหม เช่น งบซื้ออาวุธ หากไม่รื้อทำงบประมาณใหม่จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่จะพาประเทศไทยเข้าสู่ภาวะล้มลายทางการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายว่า ขอให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบโควิดโดยเร็ว แต่ที่ผ่านมาระบบเอไอเกิดปัญหาว่าคนที่ไม่มีสิทธิกลับได้รับสิทธิ เช่น คนเสียชีวิต ถ้ามองในแง่ดีอาจเป็นความผิดพลาดที่ระบบ แต่ถ้ามองอีกด้านอาจเป็นการทุจริต บริษัทที่รับทำเอไอจะรับผิดชอบหรือไม่ บอกตรงๆ ว่าเรื่องนี้ไม่โปร่งใส ตนสงสารคนไทย เงินก็ไม่มี ความช่วยเหลือก็ไปไม่ถึง ประเทศนี้ใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 8 ล้านล้านบาทจากเงินกู้โควิด งบประมาณ 2564 และงบประมาณ 2563 ถามว่าใช้เงินตรงเป้าหรือไม่ ตนมาจากภาคเอกชน ผู้จัดการใช้เงินบริษัทจำนวนมากแต่ไม่เกิดยอดขาย เช่นนี้สถานเดียวคือปลดออก ตนจากมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ จะมีภาษาที่เรียกว่าแบบนี้ต้องไปแบกแหนบ เรื่องนี้ท่านเป็นผู้บริหารต้องรับผิดชอบ
ศก.วิกฤติกว่าปี 40
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมพูดจริงๆ ว่าไม่รอดหรอกครับ เตรียมตัวกันให้ดี 2540 เป็นเรื่องเล็กเลย รัฐบาลอยู่มาในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ คสช. ใช้เวลา 6 ปี ดังนั้นตรงนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าสติปัญญาคิดอะไรอยู่กับประเทศ เครื่องยนต์เศรษฐกิจของไทยอย่างการท่องเที่ยวดับไปแล้ว และอีกเครื่องยนต์ที่จะมีปัญหาคือการลงทุน เพราะประเทศไทยมีอันดับความโปร่งใสอยู่ที่ลำดับที่ 101 ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตัว 101 ภาษาผมหมายถึงดัลเมเชียน สุนัขลายจุดขาวดำ&amp;quot; นายมิ่งขวัญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตอนหนึ่งว่า นายกฯ ต้องเข้าใจระบบในการบริหารงบประมาณที่ดีไม่ควรที่จะเป็นลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครมาขอก็ให้ ถ้าเกรงใจใครก็ให้ ก็คงไม่ใช่ อย่างไรก็ตาม ถนนภาคใต้ได้ไปดูจริงๆ แล้วพบว่ามีปัญหาจริงๆ สมควรได้รับงบประมาณ แต่ควรได้รับด้วยเหตุผลของมันเมื่อเทียบกับที่อื่นไม่ใช่ได้รับงบประมาณ เพราะใครมาขอ สนามบินตรังก็เช่นกัน การอนุมัติของรัฐบาลให้สนามบินตรังหมายความว่าเป็นการใช้ภาษีประชาชนเพื่อเสียผลประโยชน์ทางการเมืองใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนที่นายกฯ ระบุว่าจะเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์คมนาคมในประเทศนั้น ตนขอขอบคุณท่านนายกฯ ที่เข้าใจว่าคมนาคมของประเทศมีปัญหาจริงๆ แต่ปัญหาก็มาจากที่ท่านรัฐประหาร ยุทธศาสตร์มั่วซั่วเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 และเรื่อยมา ดังนั้นจึงต้องดีใจที่นายกรัฐมนตรีคิดจะปรับปรุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่นายกฯ ระบุว่าจะสร้างทั้งทางรถไฟ ถนน และทางระบายน้ำแล้วบอกว่าเป็นการบูรณาการ ผมอยากถามว่าท่านเข้าใจคำว่าบูรณาการมากน้อยเพียงใด บูรณาการไม่ใช่การต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน อย่างการทำถนนกับทางรถไฟพร้อมกัน ถือเป็นการแย่งลูกค้ากันเอง แทนที่จะทำที่เดียวกัน ซ้อนกัน ถ้าทำถนนเส้นทางนี้ แล้วทำทางรถไฟไปอีกทางหนึ่ง มันจะคุ้มกว่า และเปิดพื้นที่การพัฒนาได้มากขึ้น นายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจ ไม่ใช่อยากอย่างเดียว ท่านนายกฯ บอกว่าถ้าต้องการให้เกิดเมืองใหม่ ทำแบบเดิมไม่ได้ ผมเห็นด้วย แต่ที่ท่านตั้งงบประมาณมา ยังไม่ใช่ ท่านอยากจะสร้างแต่ถนน จะกินหัวคิวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ นายกฯ ยังพูดถึงการลงทุน ppp อยากถามว่าท่านเข้าใจหรือยังว่า&amp;nbsp; ppp มีทั้งหมดกี่ประเภท มีแบบใดบ้าง&amp;quot; นายสุรเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายสุรเชษฐ์อภิปรายเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงว่า ส.ส.ได้พูดจาเสียดสี ดูถูกสติปัญญาและเหยียดหยาม ตนไม่ได้ไปโกรธเคืองอะไร และไม่คิดว่าจะเก็บมาโกรธหรือโมโห เรื่องเส้นทางคมนาคมเป็นเรื่องของแผนงาน แต่ก็ต้องไปศึกษารายละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน อาจจะคิดถูก คิดผิด คิดไม่ดี แต่มันยังไม่ได้เกิดขึ้น เพียงแต่เราคิดแบบนี้ ส่วนใดที่เป็นส่วนเดิมเราก็ต้องทำไปด้วย ของใหม่ก็ต้องทำขึ้นมาบ้าง ไม่สามารถทำได้ทีเดียวทั้งหมด ดังนั้นตนจึงคงไม่ได้ฉลาดน้อยเหมือนกับที่ท่านพูด ฉะนั้นอย่าดูถูกสติปัญญากันให้มากแล้วกัน การลงทุนของภาครัฐถ้าเราลงทุนเองจะใช้งบประมาณจำนวนมาก เราจึงมีการลงทุนแบบ ppp คือร่วมกับเอกชน มีการประมูลเซ็นสัญญาโปร่งใสตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่เคยอนุมัติโครงการให้ใครเป็นพิเศษ แต่ทั้งหมดเป็นการเสนอแผนงานโครงการจากการกลั่นกรองคณะกรรมการทุกระดับ ผมไม่เคยลงไปสั่ง ไม่เคยไปเรียกประโยชน์กับใคร ยืนยันตรงนี้ ผมคงไม่ไปเถียงกับท่าน เพราะท่านเก่งมาก ที่ผ่านมาดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่ง แต่ผมจริงใจ และผมจะพูดในสิ่งที่ทำได้ ผมน้อมรับและยินดีจะปรับแก้ แต่อย่ามาพูดจาไม่ดีแบบนี้ดีกว่า&amp;rdquo;
ฮึ่ม! เปลี่ยนสถาบันไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องเรือดำน้ำก็ได้พูดมาหลายรอบแล้ว จะจัดซื้ออะไรท่านก็ขัดข้องไปเสียหมด ซึ่งเราได้พูดถึงเหตุผลและความจำเป็นไปแล้ว กระทรวงกลาโหมไม่ได้จัดซื้อเรือดำน้ำที่ดำไม่ได้ ดังนั้นจะซื้ออะไรก็มีเหตุมีผล มีความโปร่งใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราพยายามที่จะทำถนนใหม่และแก้ไขถนนเก่า และถนนทั้งหมดที่มีปัญหาก็ต้องแก้ไข สร้างถนนสะสมมาตั้งแต่เมื่อไหร่สร้างสะสมมา 5 แสนกิโลเมตรตั้งแต่เมื่อไหร่ เราให้งบประมาณไปดูแล และทำถนนใหม่ ทำถนนที่ทันสมัยทำไปเรื่อยๆ ไม่สามารถเสร็จได้ภายใน 1 ปี หรือ 2 ปี หรือ 3 ปี เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ระยะยาว ดังนั้นงบประมาณที่ออกไปให้กับแต่ละหน่วยงานก็เป็นไปตามภารกิจของเขาเราก็เริ่มทยอยทำมา ไม่ทันใจท่านหรอก ไม่ทันใจที่ท่านจะเปลี่ยนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราได้ ไม่ทันใจหรอก ถ้าท่านจะรื้อทั้งหมด รื้อระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ยังทำไม่ได้ทั้งหมดตอนนี้หรอก&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มีการวิเคราะห์ว่าหนี้สาธารณะในปี 2564 จะทะลุร้อยละ 60 ก็เป็นเหตุให้รัฐบาลไม่สามารถกู้เงินได้ ทำให้ประเทศถูกบันทึกไว้ว่าล้มละลาย ขณะที่การทำงบประมาณปี 2564 ทำแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ซึ่งจะมีงบประจำ 2.62 ล้านล้านบาท มีงบลงทุนเพียง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งขัดกับกฎหมายที่จะต้องมีงบลงทุน 20 เปอร์เซ็นต์ และจำเป็นต้องกู้มาลงทุน 5 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากขณะนี้หนี้เกินเพดานการกู้ จึงต้องมีการแก้กฎหมายขยายเพดานเงินกู้ ส่งผลให้นายกฯ ทั้ง 28 คน ก่อนหน้ายังไม่มีใครกู้ได้เท่า พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อไม่สามารถกู้ได้ต่อไปในปี 2564 และ 2565 จะเกิดยุทธการดุลข้าราชการ เช่น ในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกฯ ที่มีการยกเลิกกรมกองต่างๆ ในกระทรวงที่ไม่จำเป็นเพื่อพยายามสลัดไขมัน และกองทัพก็ถูกลดกำลังพล เพื่อลดรายจ่ายประจำ ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในสังคมไทย และหวังว่าคงจะไม่เกิดขึ้น รัฐมนตรีบางคนยังโลกลืม ยังจำชื่อไม่ได้ จึงอยากให้ทำงานเป็นทีมเพราะประเทศขับเคลื่อนไม่ได้ เพราะวันนี้แม้จะไม่มีคนติดเชื้อโควิด-19 แต่ยอดคนติดหนี้มีเต็มบ้านเต็มเมือง&amp;quot; นายจิรายุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงกรณีที่ระบุว่ากู้หนี้มากกว่านายกฯ 28 คนที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องที่ท่านพิจารณา แต่อยากให้ไปดูว่าที่ผ่านมามีการพัฒนาประเทศไปมากแค่ไหน อยากให้ย้อนกลับไปดูปี 2556 ว่ามีหนี้สาธารณะร้อยละ 42 ส่วนปี 2557 มีหนี้สาธารณะร้อยละ 43 และปี 2558 เหลือร้อยละ 42 และปี 2559-2562 เหลือประมาณร้อยละ 41 ส่วนเดือน พ.ค.2563 ขึ้นมาเป็นร้อยละ 44 ที่มีตัวเลขยอดสาธารณะเพิ่มขึ้น เพราะเราต้องการกู้มาแก้ปัญหาโควิด-19 ประมาณ 5.5 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เยียวยาประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้สร้างโอกาสให้ประชาชนด้วยความเป็นธรรม ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีตัวเลขที่ดีขึ้น แต่ไม่เคยเอามาพูด เกษตรกรมีรายได้เท่าไหร่ไม่เคยเอามาพูด วันนี้ท่านบอกว่าหารตัวเลขมาแล้วมีหนี้จำนวนมาก อยากถามว่าก่อนหน้าที่ผมเข้ามา หนี้มาจากใคร ก็มาจากทุกรัฐบาล ที่มีการกู้กันมา มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับการเติบโตของประชากรไม่ใช่หรือ ผมจึงขอขอบคุณนายจิรายุ ซึ่งก็ห่วงทรัพย์จริงๆ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น 19.00 น. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ อภิปรายตอนหนึ่งว่า เสนอให้แปรงบเป็นเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท มาเป็นงบสนับสนุนการวิจัยการเกษตร ผ่านหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และเสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ให้กองทุนพัฒนาสหกรณ์กระทรวงเกษตรฯ เพื่อนำไปเป็นเงินประเดิมจัดตั้งกองทุนบัญชีร่วมฯ เพื่อช่วยพยุงเสถียรภาพของระบบสหกรณ์ไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า งบประมาณที่ทำมาเหมือนประเทศนี้ไม่มีวิกฤติ นอกจากคำสวยหรูก็ยังไม่มีแผนงานที่นำประเทศออกจากวิกฤติ รัฐบาลชุดนี้จึงไม่มีความชอบธรรมใดในการบริหารประเทศ ในเมื่อไม่เห็นหัวประชาชน ไม่เคารพประชาชนที่เป็นเจ้าของเงิน คิดว่าไม่ควรแค่ปรับ ครม. แต่ต้องย้อนไปถามประชาชนอีกครั้งว่า ต้องการให้นายกฯ ปัจจุบันบริหารประเทศหรือไม่ ต้องการนโยบายแบบไหนที่จะพาประเทศฝ่าวิกฤติไปได้ พรรคก้าวไกลพร้อมที่จะขอมติจากประชาชน เพราะงบประมาณแบบนี้จะตอบโจทย์วิกฤติได้อย่างไร เมื่อยังมองความมั่นคงแบบเดิมคือทหารมากกว่าความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชน ถ้าหยุดซื้ออาวุธสักปีสองปีก็ไม่ได้กระทบอะไร อาวุธเก่าไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มั่นคง แต่ประชาชนจะรู้สึกไม่มั่นคงที่อาวุธใหม่ๆ อยู่ในมือของผู้นำที่มีความคิดเก่าๆ มองประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพราะไม่ทันใจประชาชน คือตัวนายกฯ แต่แทนที่จะตระหนัก กลับดึงเอาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มากลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเอง ท่านควรต้องปรับทัศนคติที่คิดว่าคนที่เห็นต่างจากท่านคือพวกชังชาติ เป็นพวกไม่หวังดี เลือกป้ายสีความคนที่คิดต่างจากท่านคือพวกที่คิดร้ายต่อสถาบันหลักของชาติ สิ่งที่ประชาชนรอการเปลี่ยนแปลงมาตลอด 6 ปี แต่ไม่ทันใจจริง คือตัวนายกรัฐมนตรี แต่เราจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่ท่านควรต้องยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน&amp;quot; น.ส.ศิริกัญญากล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70446</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, ล้มละลายทางการคลัง, วิปฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนี้สาธารณะ, ใช้งบไม่ตรงเป้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff349fdb854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
