<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้อมคอกจุดตัดรถไฟฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงไม่มีใครอยากให้เกิดสำหรับอุบัติเหตุ กรณีขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าคอนเทนเนอร์ ที่ 852 ดีเซลเลขที่ 5102 มีต้นทางสถานีแหลมฉบัง และสถานีปลายทางลาดกระบัง (ไอซีดี) เฉี่ยวชนรถบัสโดยสารหมายเลขทะเบียน 30-1476 พระนครศรีอยุธยา ขณะที่ขบวนผ่านสถานีคลองบางพระ ก่อนถึงบริเวณป้ายหยุดรถคลองแขวงกลั่น เป็นทางผ่านที่ยังไม่ได้รับอนุญาต หรือทางลักผ่าน กม.50+031 จากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 19 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็หาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดิม แม้ว่าพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ติดตั้งป้ายหยุด และสัญญาณไฟเตือนเพื่อช่วยในด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ โดยช่วงเกิดเหตุมีรถบัสโดยสารไม่ประจำทางขับผ่านจุดตัดบริเวณดังกล่าว แม้ว่าพนักงานขับรถไฟได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ โดยการเปิดหวูดเตือนก่อนจะถึงจุดตัดเสมอระดับทาง แต่ด้วยระยะที่กระชั้นชิดทำให้ไม่สามารถหยุดขบวนรถได้ทัน จนทำให้เกิดเหตุเฉี่ยวชนรถบัสโดยสาร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เร่งแก้ไข &amp;quot;ศักดิ์สยาม ชิดชอบ&amp;quot; รมว.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการด่วนให้ปลัดกระทรวงคมนาคมประชุมร่วมกับรองปลัดฯ&amp;nbsp; อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กรมการขนส่งทางบก ผู้ว่าฯ&amp;nbsp; รฟท. ซึ่งได้ข้อสรุปที่ต้องดำเนินการแก้ไขระยะเร่งด่วน จุดที่เกิดเหตุ 2 เรื่อง คือ 1.ให้ รฟท.ปรับปรุงแก้ไขป้ายเตือน สัญญาณไฟกะพริบให้เสร็จและพร้อมใช้งานโดยเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ให้ รฟท.เร่งเสนอคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาขอติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ ก่อนเสนอคณะกรรมการร่วมพิจารณาการขออนุญาตและการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนนที่มีรองปลัดคมนาคมเป็นประธานเป็นการเร่งด่วน เพื่ออนุญาตให้&amp;nbsp; รฟท.ดำเนินการติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติเป็นการชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหา โดยขอใช้เงินจาก กปถ.ดำเนินการเร่งด่วนประมาณ 4-5 ล้านบาท เนื่องจาก รฟท.และจังหวัดไม่มีงบประมาณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนมาตรการระยะต่อไป ให้ รฟท.ร่วมกับจังหวัดสำรวจตรวจสอบจุดตัดทางรถไฟที่เป็นทางลักผ่านที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและมีความเสี่ยงสูง พิจารณาแก้ไขให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ตามเกณฑ์ความปลอดภัยในการเดินรถ&amp;nbsp; ซึ่งหากเป็นทางลักผ่านขนาดใหญ่ และมีความจำเป็นต้องเปิดให้สัญจรจะต้องติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ ทางลักผ่านขนาดเล็ก หากไม่จำเป็นมีปริมาณรถน้อย และมีผลต่อความปลอดภัยในการเดินรถไฟ จำเป็นต้องปิด ต้องเร่งดำเนินการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศรวม 2,684 แห่ง แบ่งเป็นจุดตัดต่างระดับ 406 แห่ง จุดตัดเสมอระดับ 2,278 แห่ง ซึ่งเป็นจุดตัดเสมอระดับที่ได้รับอนุญาตจำนวน 1,657 แห่ง (ติดตั้งเครื่องกั้น 1,450 แห่ง ติดไฟกะพริบและป้ายสัญญาณเตือน 207 แห่ง)&amp;nbsp; เป็นจุดตัดเสมอระดับลักผ่าน ไม่ได้รับอนุญาตจำนวน 621 แห่ง ซึ่งจากสถิติช่วงปี 2558-2562 พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุบ่อย ซ้ำซ้อน จำนวน 35 แห่ง เบื้องต้นเป็นทางลักผ่าน 9 แห่ง โดยบางแห่งเกิดเหตุซ้ำ 2-3 ครั้ง ดังนั้นต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟมาตั้งแต่ปี 2557 โดยจะใช้เกณฑ์พิจารณาจากปริมาณการจราจรผ่านจุดตัด เช่นเกิน 1 แสนคันจะก่อสร้างถนนเป็นทางต่างระดับข้ามทางรถไฟ กรณีต่ำกว่าจะติดเครื่องกั้นอัตโนมัติ เป็นต้น ส่วนจุดตัดเสมอระดับที่เป็นทางลักผ่าน ได้มีการติดป้ายเตือนและสัญญาณไฟกะพริบ&amp;nbsp; แต่ต้องยอมรับว่าการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; เมื่อถึงจุดตัดทางรถไฟ ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถและมองซ้ายมองขวา มั่นใจว่าไม่มีรถไฟแล้วจึงขับผ่านไปนั้นยังเป็นสิ่งที่ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ดีที่สุด เพราะแม้จะมีเครื่องกั้น แต่ยังมีผู้ขับขี่พยายามฝ่าเครื่องกั้นไปอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนในการระมัดระวังเมื่อขับผ่านจุดตัดทางรถไฟ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดได้เลยว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทุกครั้งที่เกิดขึ้นแน่นอนว่ามีการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น กรมการขนส่งทางราง ได้รายงานกระทรวงคมนาคมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟทั่วประเทศ และแผนปฏิบัติการ รวมถึงออกแบบรายละเอียดในการปรับปรุงกายภาพจุดตัดแต่ละแห่ง โดยใช้งบศึกษาจาก&amp;nbsp; กปถ.จำนวน 29.5 ล้านบาท ระยะเวลาศึกษา 15 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรมขนส่งทางบกได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจถึงความปลอดภัยในการใช้บริการ รถโดยสารแบบไม่ประจำทาง กรณีต้องการเช่าเหมาบริการนั้นจะต้องตรวจสอบสำเนาจดทะเบียน การชำระภาษี ใบขับขี่คนขับ ประกันภัย จำนวนที่นั่ง และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยตามกฎหมาย และเมื่อใช้บริการจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งอย่างเคร่งครัด. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กัลยา ยืนยง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81286</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กัลยา ยืนยง, ล้อมคอกจุดตัดรถไฟฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
