<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คนไทยการ์ดตก&quot;ทั้งล้างมือ  รักษาระยะห่างน้อยลง ภาพรวมป้องกันตัวเองเหลือ 72.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25พ.ค.63- กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ร่วมกับองค์การอนามัยโลกสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำการสำรวจผลการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ระหว่างวันที่ 8-14 พ.ค. 2563 โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจ 19,378 ราย พบว่านอกเหนือจากการใส่หน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ซึ่งปฏิบัติตามได้ 91% เท่ากับช่วงล็อกดาวน์แล้ว พฤติกรรมอื่นๆ ในการป้องกันตนเองจากโควิด-19 ของประชาชนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ลดลงเหลือ 83.4% กินร้อนช้อนตัวเองลดลงเหลือ 82.3% การรักษาระยะห่าง 1-2 เมตรลดลงเหลือ 60.7% และการระมัดระวังไม่เอามือจับหน้าหรือจมูกปาก ลดลงเหลือ 52.9% ทำให้ภาพรวมพฤติกรรมการป้องกันตนเองลดลงเหลือ 72.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากมีมาตรการผ่อนปรนแล้ว สถานที่ที่ประชาชนเดินทางไปมากที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ตลาดสด/ซุปเปอร์มาร์เก็ต 74% รองลงมาคือ ที่ทำงาน 60.5% คลินิก/โรงพยาบาล/สถานพยาบาล 29.1% ร้านอาหารแบบนั่งทาน 21% ร้านตัดผม/เสริมสวย 17.6% ศาสนสถาน 11% สวนสาธารณะ 6.8% สนามกีฬา 3.9% ร้านตัดขนสัตว์/ร้านรับฝากสัตว์ 3.5% แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ 3.1% และสนามกอล์ฟ 2.8% ขณะที่สัดส่วนการเดินทางออกนอกจังหวัดอยู่ที่ 26% ส่วนมากเป็นการเดินทางไปทำงาน เยี่ยมญาติ/เพื่อนฝูง และทำธุระจำเป็นต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ การจัดมาตรการป้องกันโควิด-19 ในทุกสถานที่ เช่น จัดให้มีที่ล้างมือ/เจลแอลกอฮอล์ การวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสถานที่ พนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากาก ผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากาก และการจัดระยะห่างระหว่างบุคคล ในภาพรวมอยู่ที่ 57.6% โดยสถานที่ที่จัดมาตการป้องกันโควิด-19 ได้ดีที่สุดคือโรงพยาบาล/คลินิก/สถานพยาบาล ค่าเฉลี่ยรวมทุกมาตรการอยู่ที่ 70.3% รองลงมาคือสถานที่ทำงาน 65.2% ตลาดสด/ซุปเปอร์มาร์เก็ต 57% ร้านตัดผม/เสริมสวย 50.8% ร้านอาหารแบบทานนั่ง 50.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานที่ที่ค่าเฉลี่ยการจัดมาตรการป้องกันโควิด-19 ได้ต่ำกว่า 50% คือ ศาสนสถาน สนามกอล์ฟ ร้านตัดขนสัตว์/ร้านรับฝากสัตว์เลี้ยง สวนสาธารณะ สนามกีฬา และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โบราณสถานและพิพิธภัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66873</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คนไทยการ์ดตก, ช้อนกู, รักษาระยะห่าง, ล้างมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb7038b7564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยแชมป์สวมหน้ากาก-ล้างมือสูงสุดในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี อาชีพเชฟที่บาห์เรน พบในโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่กักตัวของรัฐที่ กทม. เดินทางกลับมาจากบาห์เรนเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 18 พ.ค. เป็นผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ แต่มาจากระบบการตรวจเชื้อของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เป็นมาตรฐานที่เราวางไว้อยู่แล้ว ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,034 ราย หายป่วยสะสม 2,888 ราย อยู่ระหว่างรักษา 90 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 56 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ข้อมูลวันที่ 15 พ.ค.ประเทศไทยได้มีการตรวจเชื้อไปแล้ว 328,073 ตัวอย่าง ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 167 แห่งทั่วประเทศ และหากเทียบการตรวจต่อ 1 ล้านประชากร ของเราอยู่ที่ 4,926 ต่อ 1 ล้านประชากรเหนือกว่าญี่ปุ่น และเวียดนาม โดยสัดส่วนเมื่อตรวจ 100 คน จะพบ 0.92% อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่พอใจตัวเลขสามแสนตัวอย่าง ต้องการตรวจให้ได้มากกว่านี้ ดังนั้น ใครที่มีความเสี่ยงขอให้เข้ารับการตรวจได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 4,986,332 ราย เสียชีวิต 324,910 ราย ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องการวิจัยวัคซีนของประเทศไทย ศูนย์วิจัยวัคซีนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ซึ่งขณะนี้ประสบความสำเร็จในการทดลองหนู และจะนำไปทดสอบกับลิงในสัปดาห์หน้า โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อให้เราเป็นประเทศแรกๆ ที่ได้มีวัคซีนใช้ และเตรียมประสานการผลิตวัคซีนชุดแรกกับโรงงานผลิตในสหรัฐอเมริกากับแคนาดา เพื่อนำไปทดสอบในคน คาดการณ์ว่าจะใช้ได้ในปี 2564 นอกจากนี้ บริษัท Yougov จากประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ผลสำรวจพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ของประชาชนใน 6 ประเทศอาเซียน จำนวน 12,999 ตัวอย่าง พบว่า ประเทศไทยมีพฤติกรรมสวมหน้ากากและล้างมือมากที่สุดในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ตัวเลขการลงทะเบียนใน www.ไทยชนะ.com เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 19 พ.ค. &amp;nbsp;มีร้านค้าลงทะเบียน 67,904 ร้าน จำนวนผู้ใช้งาน 5,077,978 คน ขณะที่ผลการตรวจกิจการ/กิจกรรม ประจำวันที่ 19 พ.ค. ตรวจทั้งสิ้น 17,588 กิจการ/กิจกรรม พบว่า ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 5 กิจการ/กิจกรรม ซึ่งเราจะมีมาตรการตักเตือน แนะนำ ตรวจซ้ำ ถ้ายังไม่ปรับปรุงจะนำไปสู่การปิดกิจการ ส่วนผู้ที่ปฏิบัติตามมาตรการแต่ไม่ครบ มีจำนวน 1,863 กิจการ/กิจกรรม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเว้นระยะห่าง 45.6% รองลงมาคือ จำนวนผู้ใช้บริการ 17.4% จุดล้างมือและเจลแอลกอฮอล์ 15.2% สำหรับกิจการ/กิจกรรมที่อยู่ในข่ายนี้มากที่สุดคือ โทรทัศน์ กองถ่าย 20% สถานออกกำลังกาย 16.5% ร้านตัดผม 13.9% ห้องสมุด 12.9% ส่วนผลการปฏิบัติการด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิว คืนวันที่ 19 พ.ค.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 20 พ.ค. มีผู้ออกนอกเคหสถาน 301 คน ลดลงจากคืนก่อน 13 คน ชุมนุม มั่วสุม 26 คน ลดลงจากคืนก่อน 11 คน ซึ่งการดื่มสุรายังเป็นการกระทำผิดที่มากที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า เหตุใดแฟลตฟอร์มไทยชนะต้องเก็บข้อมูลเช็กอินของประชาชนไว้ถึง 60 วัน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า อธิบดีกรมควบคุมโรคให้ชุดข้อมูลว่า เราใช้ประสบการณ์จากกรณีสนามมวยที่มีผู้ติดเชื้อถึง 4 รุ่น แต่ละรุ่นใช้เวลา 14 วัน เมื่อรวมกันแล้วจะใช้เวลา 60 วัน หรือ 2 เดือน ทุกอย่างมีหลักการและเหตุผลทั้งสิ้น
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะแสดงอาการเพียง 20% และไม่แสดงอาการ 80% เมื่อเทียบกับตัวเลขผู้ป่วยในประเทศไทยที่มีอยู่ 3,034 ราย แสดงว่า เรามีผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการอีก 1.2 หมื่นรายหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า คงไม่ใช่บัญญัติไตรยางศ์ที่เอาตัวเลขมาเทียบเคียงง่ายๆ แบบนั้น เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคำนวณ ตอนนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งแสดงอาการและไม่แสดงอาการเท่าไรไม่ทราบ เพราะเราจะยึดตัวเลขผู้ป่วยที่มีการยืนยันและตัวเลขสะสม ส่วนกระบวนการคิดให้ทางนักระบาดวิทยาเป็นผู้ให้ข้อมูลดีกว่า แต่มันไม่ได้สรุปง่ายๆ ว่าเรามีป่วยแล้ว 1.2 หมื่นราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการผ่อนปรนออกมาเคลื่อนไหว เช่น สนามมวย ร้านนวดแผนไทย ทาง ศบค.มีข้อแนะนำอย่างไร นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เป็นที่รับทราบว่าทุกคนต้องหาเลี้ยงชีพ ศบค.มีการคุยกันในรายละเอียดเรื่องนี้ในทุกแง่ทุกมุม และมาแบ่งการผ่อนคลายเป็นระยะต่างๆ สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการผ่อนคลายขณะนี้ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการให้ดี และหากตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ยังอยู่หลักเดียวเรื่อยๆ ก็มีโอกาสจะได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 3 และ 4 ต่อไป ขอย้ำว่าในระหว่างนี้อย่าปล่อยเวลาผ่านไปเฉยๆ ฝากช่วยคิดมาตรการและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่ติดโรค
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66426</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ล้างมือ, ศบค., โควิด-19, โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec4c77391b09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้างมือ!ป้องกันโรคโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่2019ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะ แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;การล้างมือจะช่วยป้องกันโรคโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกต้องจะช่วยลดการติดเชื้อปอดบวมอู่ฮั่นได้ ให้คำนึงว่าควรจะ ล้างทุกครั้งหลังอาการไอหรือจาม ล้างทุกครั้งเมื่อกลับจากที่ทำงาน &amp;nbsp;ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ล้างมือก่อนเตรียมอาหารหรือปรุงอาหาร ล้างทุกครั้งเมื่อออกจากห้องน้ำ ล้างทุกครั้งเมื่อจะจับต้องหรืออุ้มเด็ก &amp;nbsp;ล้างทุกครั้งเมื่อจับกับสัตว์หรือสัตว์เลี้ยง ล้างทุกครั้งเมื่อสัมผัสกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างทุกครั้งเมื่อคิดว่ามือสกปรกetc.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องกลัวใครจะว่าเป็น โรคย้ำคิดย้ำทำ ถ้าไม่สามารถล้างได้ ให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือแอลกอฮอล์ เจลทำความสะอาด เมื่อเวลาไอหรือจามไม่ควรใช้มือปิดปากจมูก ควรใช้ต้นแขนใช้เสื้อผ้าเรา ปิดปากจมูก เพราะถ้าใช้มือเราอาจจะใช้มือไปจับต้องสิ่งของ เช่น ในรถไฟฟ้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55757</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์, ล้างมือ, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, เฟซบุ๊ก, โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019, โพสต์, โรคปอดบวมอู่ฮั่น, ไวรัสวิทยาคลินิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30d59d4e300.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
