<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขารมว.ยุติธรรมสั่งราชทัณฑ์ติดวงจรปิดเพิ่มแก้ข้อครหาจดหมายน้อยอานนท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.64 - &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้บันทึกภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ว่าปฏิบัติตัวต่อผู้ต้องขังรายสำคัญอย่างไร โดยนายสมศักดิ์ได้มอบหมายให้ตนเข้าไปตรวจดูกล้องวงจรปิดว่าครอบคลุมพื้นที่หรือไม่ ซึ่งได้เข้าไปตรวจเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พบว่ากล้องครบคลุมประมาณ 80% แต่ยังมีบางส่วนที่เป็นมุมอับ จึงได้สั่งให้ติดตั้งเพิ่มให้ครอบคลุมทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้ไปตรวจแต่ละจุดที่สำคัญ และไปดูแดนกักกันโรค ที่นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎรและพวกรวม 7 คนอยู่ ซึ่งพวกเขาไม่ประสงค์ตรวจโควิด-19 เราจึงต้องแยกห้องขังไว้ตามมาตรการป้องกัน ซึ่งเป็นเพียงการแยกห้องขังไม่ได้ย้ายแดน ยังอยู่ในแดนกักกันโรค และหากมีคนใดต้องออกไปขึ้นศาล หากกลับมาก็ต้องแยกห้องตามมาตรการควบคุมโรคด้วย โดยทุกคนดูปกติ ร่างกายแข็งแรงดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราขทัณฑ์, วงจรปิด, ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์, เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603dd20d88822.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้ป่วนอีก! เผาป้อมชรบ.-วงจรปิดพื้นที่จะนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 64 - เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผาป้อมยามชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ของหมู่ 3 บ้านท่าล้อ ต.สะพานไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา รวมทั้งกล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าป้อมยามได้รับความเสียหาย ซึ่งป้อมยามแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนในหมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (1 ก.พ.64 ) พ.ต.อ. พชรพล ณ นคร ผู้กำกับการ สภ.จะนะ นำกำลังตำรวจ สภ.จะนะ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดี ตชด.43 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบว่าคนร้ายได้นำยางรถยนต์ไปวางไว้ที่ประตูป้อมยาม และนำยางในรถจักรยานยนต์ไปแขวนไว้กล้องวงจรปิดซึ่งอยู่บนเสาหน้าป้อมยาม และจุดไฟเผา ทำให้บริเวณหน้าป้อมยามได้รับความเสียหายทั้งประตูและหลังคา รวมทั้งกล้องวงจรปิดถูกเผาเสียหายไป 6 ตัว เป็นของตำรวจ 3 ตัวและ ของ ชรบ.จำนวน 3 ตัว ทั้งที่ติดอยู่ที่เสาและหน้าป้อมยาม และยังพบคบเพลิง 1 อันที่ใช้จุดไฟเผาตกอยู่บริเวณเสากล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ชรบ.ที่เข้าเวรอยู่ในคืนเกิดเหตุบอกว่า ช่วงที่คนร้ายลงมือเกิดขึ้นราวๆ เที่ยงคืนหลังจากที่ ชรบ.ชุดนี้ได้ออกเวรไปแล้ว แต่ในช่วงค่ำมีรถเก๋งต้องสงสัยคันหนึ่งขับเวียนหลายรอบแต่ยังไม่แน่ชัดว่าเกี่ยวข้องหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์เชื่อมโยงกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการลอบวางระเบิดและก่อนกวนหลายจุดใน 1-2 วันที่ผ่านมา และกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91621</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะนะ, วงจรปิด, สงขลา, เผาป้อมชรบ., โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_60177fea4f2ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ร่วม กทม.ติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม 5,000 ตัว จุดเสี่ยงอาชญากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.63 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ได้เปิดเผยข้อมูลกรณีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) 5,000 ตัว ทั่วกรุงเทพมหานคร ว่า นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ในฐานะโฆษก MEA พร้อมด้วย นายคมสัน ทองศิริ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สฟน.) และคณะ เข้าพบ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะเป็นพื้นที่นำร่อง โดย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. ได้รายงานความพร้อมของพื้นที่ที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดเสี่ยงในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งกล้องวงจรปิด (CCTV) 5,000 ตัวนี้ ถือเป็นเครื่องมือสนับสนุนในการหาพยานหลักฐานให้แก่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเกิดเหตุและมีความจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงในการก่ออาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง นาย คมสัน ทองศิริ ได้เข้าร่วมหารือถึงความจำเป็นที่ต้องเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวและมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดความร่วมมือในโครงการนี้โดยการไฟฟ้านครหลวงพร้อมที่จะให้บริการในการติดตั้งรวมถึงสนับสนุนด้านต่างๆที่เป็นสาธารณประโยชน์ร่วมกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมไปถึงการบูรณาการความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ การดูแลบำรุงรักษาไฟส่องสว่างในพื้นที่จุดเสี่ยงหรือพื้นที่อันตราย ทั้งนี้จะได้มีการประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณการไฟฟ้านครหลวงที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องประชาชน โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ภายใต้นโยบาย &amp;ldquo;เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่นำสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79981</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ตำรวจ, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, วงจรปิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f8033522d513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งเช็กวงจรปิดย้อนหลัง-สอบปากคำเพิ่ม ฟันข้อหาหนัก&#039;ครูจุ๋ม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีครูพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาลจำนวนหลายรายจนปรากฎเป็นคลิปในสื่อออนไลน์ เหตุเกิดภายโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุเด็กอนุบาลรายเเรกได้เล่าให้ผู้ปกครองของตนเองฟังว่าถูกผู้ต้องหาซึ่งเป็นครูพี่เลี้ยงอยู่ที่โรงเรียนที่เกิดเหตุทุบตีทำร้ายร่างกาย ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ปกครองจึงได้ติดต่อไปยังโรงเรียนเพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งพบว่าตามวันเวลาเกิดเหตุเด็กอนุบาล ประมาณ 5 ราย ขณะเรียนอยู่ในห้องเรียน ถูกผู้ต้องหาเข้ามาใช้มือดึงใบหู และใช้มือทุบทำร้ายร่างกายเด็ก จนได้รับบาดเจ็บ ผู้ปกครองของเด็กจึงได้รวมตัวกันมาเเจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์จากผู้ปกครองไว้ดำเนินคดีกับครูพี่เลี้ยงดังกล่าวเเล้ว เบื้องต้นได้ทำการสอบสวนปากคำผู้ปกครองไปแล้ว 8 ปาก ได้ส่งตัวเด็กอนุบาลทั้ง 8 ราย ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่สืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังกว่า 10 วัน อยู่ระหว่างทำการตรวจสอบเพิ่มเติมทั้งระดับชั้น เพื่อขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามกฎหมาย โดยจะมีการประสานพัฒนาสังคมจังหวัดเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กที่ได้รับผลกระทบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันประชุมหารือ วางแผนแก้ไขในเรื่องที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหากภายหลังตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิด หรือเด็กถูกทำร้ายเพิ่มเติมอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ขอให้เคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็กผู้เสียหาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูจุ๋ม, ตร., พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, วงจรปิด, เด็กอนุบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f713bf011ffd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่น่ารอด!วงจรปิดจับภาพชัด 2 วัยรุ่นนขโมยจยย.หน้าร้านค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.62- เมื่อเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ท่าช้าง จ.จันทบุรี เข้าตรวจสอบกล้องวงปิดของเทศบาลเมืองท่าช้าง หลังเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฬ สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน กลข 159 จันทบุรี สภาพเก่าที่จอดไว้นอกร้านค้าทางเข้าวัดโค้งสนามเป้า ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยพบคนร้ายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดใกล้เคียงร้านค้าทางเข้าวัดโค้งสนามเป้าและก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฬ สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน กลข 159 จันทบุรี สภาพเก่าที่จอดไว้นอกร้านไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัญจวน จันทรังษี อายุ 59 ปี เจ้าของร้านค้า เล่าว่า ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และหนึ่งในคนร้ายได้เดินเข้ามาเข็นรถจักรยานยนต์ออกไปโดยได้ดึงเสื้อมาปิดบังใบหน้า และได้เปิดหน้าระหว่างขี่รถจักรยานยนต์ออกมา ทำให้กล้องวงจรปิดเห็นใบหน้าคนร้ายอย่างชัดเจน ในเบื้องต้น นายรัญจวน จันทรังษี เจ้าของรถ และเป็นผู้เสียหายได้นำหลักฐานจากล้องวงจรปิดเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ไว้เป็นหลักฐานแล้ว เพื่อติดตามคนรายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48487</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยรถ, จ.จันทบุรี, ตำรวจ, วงจรปิด, สภ.ท่าช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad0957a13d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงจรปิดเผยภาพโจรใต้ถล่มฐานฆ่า4จนท.รัฐ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานความคืบหน้ากรณีกลุ่มก่อความไม่สงบพร้อมอาวุธครบมือ บุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์จุดตรวจร่วม 3ฝ่ายบ้านกอแลบีเละ ม.7 ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ในขณะเจ้าหน้าที่ จำนวน 12 นาย ซึ่งมีทั้งทหาร อส.และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าฐาน จนทำให้เจ้าหน้าที่ 4 นาย เสียชีวิต และได้บาดเจ็บ 3 นาย เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด มีภาพกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุ ที่คนร้ายประมาณเกือบสิบคนใช้อาวุธสงครามกราดยิงด้านหน้าและขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คนตั้งจุดตรวจอยู่กลางถนน ส่วนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 2 คน นั่งอยูที่รถจักรยานยนต์หน้าจุดตรวจ&amp;nbsp; ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คนซึ่งถูกยิง ได้หมอบหาที่กำบัง ขณะที่&amp;nbsp; ชรบ. 2 คน หลบที่รถจักรยานยนต์&amp;nbsp; และคนร้ายขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ถูก ชรบ.เสียชีวิตทันทีทั้ง 2 คน และเกิดไฟไหม้รถจักรยานยนต์ที่จุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลกอแลบีเละ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41826</URL_LINK>
                <HASHTAG>จนท.รัฐดับ4, ปัตตานี, วงจรปิด, โจมตีฐาน, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38027c84a6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สงขลาวงจรปิดมัดน้า-หลานลักลอบตัดสายเคเบิล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61- ความคืบหน้าคนร้ายลักลอบตัดสายเคเบิลของบริษัททีโอทีจำกัด มหาชน บนเสาไฟฟ้าริมถนนสายสนามบินหาดใหญ่ พื้นที่หมู่1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบภาพภาพจากกล้องวงปิดเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะสองคนร้ายช่วยกันตัดสายเคเบิลดังกล่าว โดยทำทีไปนั่งธุระคุยโทรศัพท์ในตอนดึกและเมื่อปลอดคนก็ลงมือตัดสายเคเบิล และจะแบ่งหน้าที่กันทำคนหนึ่งลงมือตัดสายเคเบิลส่วนอีกคนคอยนั่งดูต้นทาง โดยใช้ไม้สอยตะเกี่ยว เกี่ยวสายไฟลงมาและใช้มีดพร้าตัดเป็นท่อนใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 12 นาที &amp;nbsp;สร้างความเสียหายให้กับระบบสื่อสาร และทางเจ้าหน้าที่ทีโอทีได้เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจสภ.หาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจชุดสืบสวน 3 หน่วยทั้งกองสืบภาค9 กองสืบตำรวจภูธรจ.สงขลา และกองสืบสภ.หาดใหญ่ ได้ร่วมกันสืบสวนแกะรอยหาเบาะแสคนร้ายทั้งสองคนจนกระทั่งรู้ตัว ทราบชื่อ นายมานิตย์ หรือจ้อส สามทอง อายุ32 ปี ชาวต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ &amp;nbsp;จ.สงขลา &amp;nbsp;และนายนพดล หรือเจมส์ สามทอง อายุ18 ปี ชาว ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งนายนพดล เพิ่งสึกจากการบวช ซึ่งทั้งสองคนเป็นน้ากับหลานกันแต่หลังจากที่ตำรวจพยายามติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ติดต่อเข้ามอบตัวแต่โดยดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักของของนายมานิตย์ เลขที่80/2 หมู่1 ต.ทุ่งตำเสา พบของกลางรวม7 รายการ ทั้งรถจักรยานยนต์ทะเบียน1กณ8018สงขลา &amp;nbsp;เสื้อโปโลคอปกแขนสั้นสีเขียวสกรีน A92 ซึ่งเป็นเสื้อที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ กางเกงขาสามส่วนสีลายพรางทหาร &amp;nbsp;เสื้อยืดคอกลมสีดำมีเครื่องหมายกากบาท กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มจำนวน 1 ตัว ไม้สอยตะขอเกี่ยว 1 อัน มีดพร้า 1 ด้าม &amp;nbsp; และแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันลักทรัพย์(สายเคเบิ้ลของบ.TOT )ในเวลากลางคืน ทีใช้หรือมีไว้ที่สาธารณะประโยชน์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเปิดเผยว่าหลักฐานสำคัญที่ทำให้ทราบเบาะแสของคนร้ายทั้งสองคนคือเสื้อเสื้อโปโลคอปกแขนสั้นสีเขียวสกรีน A92 ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุและรอยสักที่น่องซ้ายของ นายมานิตย์ และจากการสอบสวนทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าลักลอบตัดสายเคเบิลจริงและเพิ่งก่อเหตุเป็นครั้งแรกนำสายทองแดงไปขายได้เงินมาแค่ประมาณ200 บาทเท่านั้น แต่จากพฤติกรรมเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเคยก่อเหตุขโมยตัดสายเคเบิลมาแล้วหลายครั้งซึ่งต้องสอบสวนขยายผลต่อไป ในขณะที่เจ้าหน้าทีทีโอทีเผยว่าในช่วง2 ปีที่ผ่านมาสายเคเบิลในพื้นที่อ.หาดใหญ่ลักลอบตัดมาแล้วกว่า10 ครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22425</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ลักตัดสายเคเบิล, วงจรปิด, สงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf4db5a35a1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
