<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผกก.อ้างไบโพลาร์ ไร้ผลชี้คลิปชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้การกองปราบฯ เร่งสอบ &amp;quot;ผู้กำกับโจ้&amp;quot; กับพวกชุด 05&amp;nbsp; พร้อมเจาะเส้นทางการเงินและจับกุมรถหรู 300 คัน ส่วนปมป่วยไบโพลาร์ต้องดูประวัติรักษา อ้างเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักคดี&amp;nbsp;ชี้คลิปวงจรปิดหลักฐานสำคัญ ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แม้สังคมมองตำรวจช่วยเหลือกัน ด้าน ผบ.เรือนจำพิษณุโลกเผยไม่ได้รับการประสานย้ายขังคุกกรุงเทพฯ
สำหรับความคืบหน้ากรณีคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต&amp;nbsp;ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมพวกรวม 7 คน ทำร้ายผู้ต้องหาคดียาเสพติดโดยใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าผู้ต้องหาเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ล่าสุด อัยการมีคำสั่งให้รองอธิบดีอัยการภาค 6 พร้อมคณะร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนด้วยแล้วนั้น&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยขั้นตอนหลังกองปราบปรามรับโอนสำนวนคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีต ผกก.โจ้ กับพวกรวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ว่า คณะพนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน จากนั้นจะส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ส่วนในทางคดีพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำตำรวจ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นาย ซึ่งเป็นชุดจับกุมในฐานะพยานให้การเป็นประโยชน์ ยอมรับว่าที่อยู่ในเหตุการณ์การจับกุมจริง และชุดจับกุมมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดมาสอบปากคำที่&amp;nbsp;สภ.เมืองนครสวรรค์จริง แต่หลังจากนั้นจะมีพฤติกรรมอย่างไรต้องตรวจสอบในรายละเอียด ส่วนทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นายจะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157&amp;nbsp;ด้วยหรือไม่ ความชัดเจนไม่สามารถเปิดเผยได้ ขึ้นอยู่กับคณะพนักงานสอบสวนที่มี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะสืบสวนสอบสวนจะพิจารณาความผิดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า ส่วนการขยายผลเส้นทางการเงินของอดีต ผกก.โจ้ โดยเฉพาะการครอบครองรถยนต์หรูกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คัน ขณะนี้มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. เป็นผู้รับผิดชอบ ในการตรวจสอบทั้งหมด เบื้องต้นกรณีที่อดีต ผกก.โจ้ เป็นผู้แจ้งจับรถกับกรมศุลากรกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คัน ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ แต่ ปอศ.ต้องสอบสวนอย่างละเอียดว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่จริงหรือไม่ รวมทั้งผู้ที่นำเข้ารถหรูจะรู้เห็นเป็นใจกับ ผกก.โจ้หรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ปอศ.เช่นกัน แต่ยอมรับว่าข้อมูลต่างๆ ที่แจ้งมายังตำรวจและเผยแพร่สื่อออนไลน์ ส่วนใหญ่พบว่าเป็นข้อมูลเก่าและไม่มีตัวตนสำหรับผู้แจ้งแล้ว แต่ตำรวจจะตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างที่ประชาชนแจ้งเบาะแส ส่วนที่สังคมมองว่า ตำรวจมีการช่วยเหลือกันหรือไม่นั้น ก็มองได้ แต่กองปราบปรามยืนยันดำเนินการตามพยานหลักฐานและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ส่วนกระแสข่าวที่อดีต ผกก.โจ้ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์นั้น อยู่กับพยานหลักฐานว่าเป็นก่อนหรือหลัง มีการรักษาตัวหรือไม่ การจะมากล่าวอ้างแบบเลื่อนลอย ไม่มีน้ำหนักในทางคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ป.กล่าวถึงกรณีผู้นำคลิปเหตุการณ์ขณะทำร้ายผู้ต้องหาบนโรงพักมาเผยแพร่ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นคนในหรือคนนอก เพราะมีอาจทั้งคนนอกเอามาปล่อยก็ได้ แม้เรื่องจะเกิดขึ้นภายในโรงพัก แต่ยืนยันว่าการสอบสวนหากไม่พบคนปล่อยคลิปก็สามารถดำเนินคดีได้ หากคลิปดังกล่าวไม่มีการตัดต่อ ถือเป็นหลักฐานที่สำคัญและสมบูรณ์ในการดำเนินคดี ส่วนบิดาของผู้เสียชีวิตจะมีความผิดหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ แต่ตำรวจสอบปากคำแล้ว เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องทำอย่างรอบคอบ รวมทั้งเรื่องบุคคลที่ช่วยเหลือนำตัวอดีต ผกก.โจ้มาส่ง สภ.แสนสุข อยู่ระหว่างการสืบสวนเช่นกัน
ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า กรณีผู้ต้องหาจะอ้างป่วยไบโพลาร์ หลักกฎหมายการกระทำความผิด ถ้ากระทำโดยรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีจะมาอ้างว่าเป็นไบโพลาร์ไม่ได้ จะมาลดโทษไม่ได้ แต่หากเขาทานยา กระทำไปไม่รู้ผิดชอบชั่วดีอีกเรื่อง แต่อาการของผู้กระทำผิดไม่ใช่อย่างนั้น คดีนี้ไม่ยาก เพราะมีคลิปเห็นพฤติการณ์การกระทำความผิดอยู่แล้ว เป็นดุลพินิจของศาลจะมองอย่างไร วันนี้ยังไม่มีการเรียกใครมาสอบเพิ่ม อยู่ระหว่างการประมวลหลักฐาน ยังไม่มีการแจ้งข้อหาใครเพิ่มอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน
วันเดียวกัน นายณรงค์ จุ้ยเส่ย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางพิษณุโลก เปิดเผยกรณีมีข่าวขอย้ายอดีต ผกก.โจ้ และพวก 7 คน ไปกรุงเทพฯ ว่า ตอนนี้ทางเรือนจำกลางพิษณุโลกยังไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันยังไม่มีเอกสารส่งมาที่เรือนจำกลางพิษณุโลกอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ทางผู้ต้องหาทั้งหมด เริ่มมีการปรับตัวได้ดี ทุกอย่างเป็นปกติ
ขณะที่เฟซบุ๊ก &amp;quot;ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ&amp;quot; หรือทนายตั้ม ได้ออกมาโพสต์ความคืบหน้าคดีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า &amp;quot;ด่วน!! ได้รับการประสานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีผู้กำกับโจ้ เพื่อให้ปากคำในวันนี้ เวลา 18.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ พร้อมขอให้นำคลิปหลักฐานที่ผมเผยแพร่เข้าสู่สำนวนการสอบสวน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผกก.โจ้, ผู้กำกับโจ้, วงจรปิดหลักฐานสำคัญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เส้นทางการเงิน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไบโพลาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612794ddd6110.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
