<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสส. เสนอโปรดเกล้าฯ &#039;ปรเมศวร์&#039; นั่งผู้ตรวจอัยการ เปิดปมคดีเมาขับ หลุดข้อหาชนแล้วหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือถึง เลขาธิการ คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เรื่องแต่งตั้งข้าราชการอัยการ ลงวันที่ 2 ส.ค. ความว่าในการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 9/2563วันที่ 9 ก.ย.63ได้มีมติให้ความเห็นชอบในการเลื่อนนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรีขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการทั้งนี้ตั้งแต่ 1 ต.ค.63 &amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากนายปรเมศวร์ ผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีขับรถยนต์ในขณะมึนเมาเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ สำนักงานอัยการสูงสุดจึงเสนอ ก.อ. เพื่อขอชะลอการเสนอขอนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการอัยการรายนายปรเมศวร์ จนกว่าจะได้ข้อยุติที่ชัดเจนความละเอียดแจ้งแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้การดำเนินคดีอาญากับนายปรเมศวร์ ถึงที่สุดแล้ว แต่การที่นายปรเมศวร์ ถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดเกี่ยวกับคดีจราจรกรณีขับรถยนต์ในขณะมึนเมาเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายอาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางวินัยกรณีเป็นข้าราชการอัยการกระทำผิดอาญาหรือกระทำการอันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการตามมาตรา 68 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 อัยการสูงสุดจึงได้มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1139/2564 ลงวันที่ 29 มิ.ย.64 &amp;nbsp;มอบหมายให้นายสนทรรศ สิงหพัศ รองอัยการสูงสุดทำการสอบสวนโดยนายสนทรรศ พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายปรเมศวร์ เป็นการกระทำความผิดวินัยเล็กน้อยเห็นควรให้งดโทษโดยให้ว่ากล่าวตักเตือนและอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วโดยรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)ประกอบเห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวในการประชุมครั้งที่ 7/2574 &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.ค.64 อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยเล็กน้อยให้งดโทษโดยให้ว่ากล่าวตักเตือนตามนัยความเห็นของ ก.อ.ดังกล่าว และได้เสนอให้ก.อ.พิจารณาซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินคดีอาญาในความผิดเกี่ยวกับคดีจราจรและการสอบสวนขั้นต้นในกรณีข้าราชการอัยการกระทำผิดอาญาดังกล่าวได้สิ้นสุดแล้ว และเห็นควรนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาแต่งตั้งนายปรเมศวร์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยท้ายหนังสือ ระบุว่า ตามมาตรา 38 แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 บัญญัติว่า&amp;ldquo; การแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งนอกจากตำแหน่งอัยการผู้ช่วยอัยการอาวุโส รองอัยการสูงสุด และตำแหน่งอัยการสูงสุด ให้ประธาน ก.อ. เสนอ ก.อ. โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบประวัติการปฏิบัติราชการ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นเทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการอัยการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น ๆ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง สำนักงานอัยการสูงสุดจึงขอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานเลขาฯครม.พิจารณา ซึ่งหากมีโปรดเกล้าฯนายปรเมศวร์ เป็นผู้ตรวจการอัยการลงมา ในช่วงการเเต่งตั้งโยกย้ายปีงบประมาณใหม่คิวของนายปรเมศวร์ จะขึ้นนั่งรองอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนายปรเมศวร์ ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำ &amp;nbsp;พิพากษาเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2564 ว่าจำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2), 160ตรีวรรคสองจำคุก 1 ปีและปรับ 4หมื่นบาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 6เดือนและปรับ 2 หมื่นบาทไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจจึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2ปีให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ 1 ปีโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้งกับให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรมีกำหนด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้เป็นคดีระหว่าง พ.ต.ท.รพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม พนักงานสอบสวน กล่าวหา นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อายุ 62 ปี (ในขณะนั้น) ผู้ต้องหาในความผิด ฐานความผิดขับขี่รถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ, ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน, ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 เวลาประมาณ 22.30 น. ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสันทะเบียน 7 กส 2300 กรุงเทพฯ เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นเคอาร์สีเขียว (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) มีนายธรรมรัตน์ ทองทวี เป็นผู้ขับขี่ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 125 ไอ สีแดงดำ ทะเบียน 8 กร 6848 กรุงเทพฯ มีนายธันณเรศ ร้อยกรอง อายุ 21 ปี เป็นผู้ขับขี่ เป็นเหตุให้นายธรรมรัตน์ได้รับบาดเจ็บและรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายและไม่หยุดลงมาช่วยเหลือ แต่มีพลเมืองดีติดตามไปทันที่บริเวณทางเข้าวัดหูช้าง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงจึงได้เชิญตัวมาที่ สภ.บางกรวย แล้วต่อมาได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 87 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เหตุเกิดถนนนครอินทร์ (ขาออก) หน้าปั๊มคาลเท็กซ์หมู่ 3 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี ยื่นฟ้องเฉพาะในความผิดฐาน ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยสั่งไม่ฟ้องข้อหาชนเเล้วหนี ซึ่งตามขั้นตอนต้องส่งให้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พิจารณาทำความเห็นเเย้ง โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ทำความเห็นเเย้งมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เเต่ต่อมาอัยการสูงสุดชี้ขาดฟ้องตามความเห็นของพนักงานอัยการที่สั่งไม่ฟ้องข้อหาชนเเล้วหนี เเละจำเลยให้การรับสารภาพจนศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว ซึ่งทางอัยการมีความเห็นไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลจังหวัดนนทบุรี สำนวนจึงถูกส่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มีความเห็นเเย้งให้ยื่นอุทธรณ์คดีขอให้ลงโทษสถานหนักต่อ ขั้นตอนต้องส่งอัยการสูงสุดชี้ขาดตามกฎหมาย ต่อมาอัยการสูงสุดชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดีต่อ จนคดียุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม, วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e52144b418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีกลับ&#039;เนตร-ปรเมศวร์&#039; พัวพันคดี&#039;บอส-เมาขับ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อรรถพล&amp;quot; จ่อเรียกประชุมคณะกรรมการอัยการนัดพิเศษ ถกปมตีกลับไม่ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อแต่งตั้งอัยการ 975 ราย หลังสำนักงานองคมนตรีขอความชัดเจน 2 ชื่อ &amp;quot;เนตร-ปรเมศวร์&amp;quot; พันคดีบอส กระทิงแดง-เมาขับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ &amp;nbsp;23 ธันวาคม 2563 นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;นร.0508/7419 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโส ถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) โดยมีเนื้อหาระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กราบเรียนอัยการสูงสุด ตามที่ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโสให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ &amp;nbsp;จำนวน 975 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป &amp;nbsp;ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรวมถึง นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด (ข้าราชการอัยการชั้น 7) ดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส สำนักงานคดีอาญาพระโขนง (ลำดับที่ 871) ตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่มีกรณีปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า คณะกรรมการอัยการได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยนายเนตร นาคสุข กรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ &amp;nbsp;อยู่วิทยา ในคดีขับรถยนต์ชนข้าราชการตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนโดยทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้การนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาในเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรอบคอบ ประกอบกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งแนวทางปฏิบัติในการเสนอเรื่องที่ต้องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาว่า เรื่องที่เสนอต้องมีข้อมูลอันเป็นที่ยุติชัดเจนก่อนที่จะส่งเรื่องมา เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป ตามหนังสือที่อ้างถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงขอทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า ได้มีการพิจารณาอันเป็นที่ยุติที่ชัดเจนแล้วหรือไม่ประการใด ทั้งนี้ ขอได้โปรดแจ้งข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณาที่เกี่ยวข้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 24 ธ.ค.63 ได้มีหนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีก 1 เรื่อง ส่งถึงนายวงศ์สกุล &amp;nbsp;กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโส มีเนื้อหาสรุปว่า &amp;quot;ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณากรณีนายเนตร นาคสุข สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในคดีขับรถยนต์ชนข้าราชการตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนโดยทั่วไป จึงขอทราบว่ามีการพิจารณาสอบสวนความผิดทางวินัยเป็นที่ยุติชัดเจนแล้วหรือไม่ประการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานเลขาธิการฯ ได้รับแจ้งจากสำนักงานองคมนตรีว่า มีข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะกรณีนายเนตร ผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งอัยการอาวุโสอยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัย และนายปรเมศวร์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนชั้นต้นและอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีขับรถยนต์ในขณะมึนเมา เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จึงขอให้ยืนยันความถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งข้อมูลซึ่งเหตุผลใดๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำความกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป ในการนี้ ขอได้โปรดแจ้งข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณาที่เกี่ยวข้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อแจ้งสำนักงานองคมนตรีใช้เป็นข้อมูลในการนำความกราบบังคมทูลต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้บัญชีรายชื่ออัยการที่ถูกเสนอไปพร้อมกับนายเนตรและนายปรเมศวร์ทั้ง 975 ราย ได้ถูกส่งกลับมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ ตามหนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนพิจารณาดำเนินการอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดจากนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) &amp;nbsp;โดยนายอรรถพลได้ตอบว่า ในวันเปิดทำการวันที่ 4 ม.ค.64 จะเรียกอธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ ในฐานะเลขาฯ ก.อ.เข้ามาหารือ เพื่อที่จะเรียกนัดประชุม ก.อ.วาระพิเศษโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส, วงศ์สกุล  กิตติพรหมวงศ์, วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, วรยุทธ อยู่วิทยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210102/image_big_5ff03927df2c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดหนังสือเลขาฯครม. ถึง &#039;อสส.&#039; ไม่นำชื่อ &#039;เนตร-ปรเมศวร์&#039; ขึ้นทูลเกล้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2563 นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นร.0508/7419 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโส ถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) โดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบเรียนอัยการสูงสุด ตามที่ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโสให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จำนวน 975 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรวมถึง นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด (ข้าราชการอัยการชั้น 7) ดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส สำนักงานคดีอาญาพระโขนง (ลำดับที่ 871) ตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่มีกรณีปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า คณะกรรมการอัยการได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยนายเนตร นาคสุข กรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในคดีขับรถยนต์ชนข้าราชการตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนโดยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อให้การนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาในเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรอบคอบ ประกอบกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งแนวทางปฏิบัติในการเสนอเรื่องที่ต้องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาว่า เรื่องที่เสนอต้องมีข้อมูลอันเป็นที่ยุติชัดเจนก่อนที่จะส่งเรื่องมา เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป ตามหนังสือที่อ้างถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงขอทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า ได้มีการพิจารณาอันเป็นที่ยุติที่ชัดเจนแล้วหรือไม่ประการใด ทั้งนี้ ขอได้โปรดแจ้งข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณาที่เกี่ยวข้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 24 ธ.ค. 2563 ได้มีหนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีก 1 เรื่องส่งถึง นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโส มีเนื้อหาสรุปว่า ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณากรณีนายเนตร นาคสุข สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในคดีขับรถยนต์ชนข้าราชการตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนโดยทั่วไป จึงขอทราบว่ามีการพิจารณาสอบสวนความผิดทางวินัยเป็นที่ยุติชัดเจนแล้วหรือไม่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางสำนักงานเลขาธิการได้รับแจ้งจากทางสำนักงานองคมนตรีว่า มีข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะกรณีนายเนตร นาคสุข ผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งอัยการอาวุโสอยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัย และนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนชั้นต้นและอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีขับรถยนต์ในขณะมึนเมา เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จึงขอให้ยืนยันความถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งข้อมูลซึ่งเหตุผลใดๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำความกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป ในการนี้ ขอได้โปรดแจ้งข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณาที่เกี่ยวข้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อแจ้งสำนักงานองคมนตรีใช้เป็นข้อมูลในการนำความกราบบังคมทูลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้บัญชีรายชื่ออัยการที่ถูกเสนอไปพร้อมกับนายเนตรและนายปรเมศวร์ ทั้ง 975 ราย ได้ถูกส่งกลับมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ ตามหนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนพิจารณาดำเนินการอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม, วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, อัยการสูงสุด, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210102/image_big_5ff03927df2c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการสูงสุด&#039; ตั้งโฆษกชุดใหม่ &#039;อิทธิพร แก้วทิพย์&#039; นำทีมพร้อมรอง 5 คน ชี้แจงข้อมูลให้ทันต่อเหตุการณ์ทุกกรณี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค.63 - นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้ออกหนังสือคำสั่งที่ 2284/2563 ลงวันที่ 4 ธ.ค. 2563 แต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้คณะโฆษกมีภารกิจในการสร้างความเข้าใจและให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันเหตุการณ์ต่อสังคม รวมถึงการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดในการปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม โดยแต่งตั้ง นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด จำนวน 5 คน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา 2. นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานคดีพิเศษ 3. นายกฤษฎา กสานติกุล อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคณะกรรมการอัยการ และเลขานุการผู้ตรวจการอัยการ (นายวิเชียร สุดรุ่ง) 4. นางสันทนี ดิษยบุตร อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ 5. นายจิตภัทร พุ่มหิรัญ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้คณะโฆษกมีอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;แถลงข่าวและชี้แจงข้อมูลต่างๆ ในนามสำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;ตลอดจนพิจารณาให้ข้อมูลข่าวสารที่ตรงกับข้อเท็จจริงและทันต่อเหตุการณ์ในทุกกรณีตามความเหมาะสม&amp;nbsp;โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเชิญพนักงานอัยการหรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานอัยการสูงสุดส่งข้อมูล และข่าวสาร รวมทั้งสนับสนุนการแถลงข่าวหรือประชาสัมพันธ์ตามความจำเป็น นอกจากนั้นแล้ว&amp;nbsp;ยังจัดให้มีการรับฟังข้อมูลข่าวสารและข้อคิดเห็นจากประชาชนหรือสื่อมวลชน เพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดจนติดตาม รวบรวม และตรวจวิเคราะห์ข่าวสารที่เกี่ยวกับสำนักงานอัยการสูงสุดจากสื่อประชาสัมพันธ์ และช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะข่าวสารที่มีผลกระทบต่อสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานอัยการสูงสุด และพิจารณาหาแนวทาง&amp;nbsp;แก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขต่ออัยการสูงสุด รวมทั้งดำเนินการแก้ไขผลกระทบตามที่อัยการสูงสุดมอบหมายโดยเร่งด่วน พร้อมติดตามผลการแก้ไขเรื่องที่ได้ดำเนินการแล้ว ผ่านการตรวจติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด โดยจัดทำรายงานข่าว พร้อมบทวิเคราะห์ผลกระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานอัยการ และรายงานอัยการสูงสุดทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้ว ตามคำสั่งดังกล่าวยังได้แต่งตั้ง ที่ปรึกษาโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด จำนวน 8 คน ประกอบด้วย 1. นายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์ รองอัยการสูงสุด 2. นายพิชญ์พันธ์ เศรษฐบุตร รองอัยการสูงสุด 3. นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน รองอัยการสูงสุด 4. นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ผู้ตรวจการอัยการ 5. นายวิเชียร สุดรุ่ง ผู้ตรวจการอัยการ 6. นายวุฒิรัตน์ มีผดุง อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ 7. นายพรชัย ชลวาณิชกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 8. นายชัยพร เกริกกุลธร อธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยมีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ภารกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและและบรรลุผล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86196</URL_LINK>
                <HASHTAG>วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, โฆษกอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdf133b4b77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องธนาธรหนาว!จี้อัยการสอบเหตุไม่ฟ้องคดีสินบนฮุบที่ดินสำนักทรัพย์สินฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.63 - เวลา 11.30 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เรื่องขอให้อัยการสูงสุดชี้แจงเหตุผลที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการการทุจริต 4 ไม่ฟ้อง นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บ.เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กรณีให้เงินเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) 20 ล้านบาท แลกกับการได้สิทธิเช่าที่ดินระยะยาว บริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ย่านชิดลม มูลค่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์โดยไม่ผ่านการประมูลแข่งขันตามขั้นตอนปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวว่า คดีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2562 หมายเลขดำที่ อท76/2562 คดีหมายเลขแดงที่ อท228/2562 พร้อมสำเนาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ บ.เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ให้ลงโทษ นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโครงการพิเศษสำนักงานทรัพย์สินฯ และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวนิช นายหน้า เป็นจำเลยที่ 1-2 ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม ทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 83, 143, 264, 265, 268 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/4 จำคุกคนละ 6 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือคนละ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุตามคำพิพากษานี้ เหตุใดอัยการสำนักงานคดีพิเศษจึงไม่ฟ้องนายสกุลธร เพราะตนเกรงว่าอาจจะซ้ำรอยคดีบอส กระทิงแดง จึงขอให้อัยการสูงสุดสอบสวนอัยการเจ้าของคดีว่าเหตุใดจึงไม่ฟ้องนายสกุลธร และเมื่อมีคำพิพากษาดังนี้สำนักงานอัยการสูงสุดจะดำเนินการทางกฎหมายต่อนายสกุลธรหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ เปิดเผยด้วยว่า ขณะเกิดเหตุการกระทำผิดตามคำพิพากษานี้ คือ มี.ค. 2560 - 18 ก.ย. 2560 บ.เรียลแอทเสทฯ ได้แสดงบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2560 ลำดับที่ 1 นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดาของนายธนาธรและนายสกุลธร) ลำดับที่ 2 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ประธานคณะก้าวหน้า บุตรชายคนโตของนางสมพรและพี่ชายของนายสกุลธร) และลำดับที่ 6 นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงคดีนี้ตำรวจมีการทำและส่งสำนวนในส่วนของนายสกุลธรมาที่อัยการหรือไม่ นายวัชระระบุว่า จะไปยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สอบสวนตำรวจเจ้าของสำนวนต่อไป หากไม่ดำเนินการภายในวันจันทร์หน้า (7 ธ.ค.) จึงจะไปยื่นให้ ผบ.ตร. ภายหลัง ส่วนเหตุที่มายื่นถึงอัยการก่อนนั้น เพราะอัยการเป็นทนายแผ่นดินต้องรักษาประโยชน์แผ่นดิน สำหรับนางสมพรและนายธนาธรมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นหน้าที่ของตำรวจจะพิจารณาสอบสวนต่อไป นางสมพรเคยบอกว่าบุตรชายของตนไม่โกงแน่นอน แต่การติดสินบนถือเป็นการโกงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังนายวัชระให้สัมภาษณ์แล้วได้เข้ายื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่งานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด รับไว้ในระบบต่อไป.&lt;/p&gt;


	3 คำถามคาใจทำไม &amp;#39;น้องทอน&amp;#39; รอดคดีสินบนฮุบที่ดินสำนักทรัพย์สินฯ
	เนื้อๆเน้นๆ &amp;#39;แก้วสรร&amp;#39; ออกบทความ 8 หน้า&amp;nbsp;ชำแหละ &amp;#39;มวลชนปลดแอก 2563&amp;#39;
	เพื่อไทยเลือดไหลไม่หยุด
	&amp;#39;วรงค์&amp;#39; ซัด 2 ตระกูลดัง&amp;nbsp;
	สายเลือดประชาธิปไตย &amp;#39;เหวง&amp;#39; ปลื้ม &amp;#39;กวิ้น&amp;#39;&amp;nbsp;
	&amp;#39;ประวิตร&amp;#39; แฉท่อน้ำเลี้ยงม็อบปิดบาร์กินเลี้ยงอู้ฟู่ กลับโดนทัวร์ลงหนัก
	พวกเด็กบ้า!&amp;#39;ดร.สุวินัย&amp;#39;เย้ยขบวนการปฏิวัติกำมะลอ2563
	&amp;#39;น้าหงา&amp;#39; มาแล้ว&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85953</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องธนาธร, วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, วัชระ เพชรทอง, สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9d64b3c076.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสส.เซ็นตั้งอัยการมือดีกระจายช่วยหน่วยงานใหม่-หน้าห้องและอื่นๆ 222 ตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1805, 1806, 1807, 1808/2563 เรื่อง ให้พนักงานอัยการช่วยราชการปฏิบัติราชการและรักษาการในตำแหน่ง (คำสั่งโยกย้ายไปหน่วยงานตั้งใหม่-หน้าห้อง-ผู้เชี่ยวชาญ,เชี่ยวชาญพิเศษ-อัยการชั้น 1, 2) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13, 15, 27 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 จึงมีคำสั่งให้พนักงานอัยการช่วยราชการปฏิบัติราชการและรักษาการรวม 4 ฉบับ จำนวน 222 ตำแหน่ง โดยมีบุคคลและตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมพร รวิวรรณพงษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคดีอาญา ปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 และให้ช่วยราชการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมการว่าความขั้นสูงอีกหน้าที่หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยงยุทธ ศรีสัตยาชน อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานต่างประเทศ พ้นจากปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายกิจการต่างประเทศ 3 ให้ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรเรณู ปิตุเตชะ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่รองเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสันทนี ดิษยบุตร อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการภาค 1 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์อีกหน้าที่หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระชาติ ศรีบุญมา อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานการสอบสวน ช่วยราชการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมการสอบสวนชั้นสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรองรัฐ พุ่มคชา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานต่างประเทศ ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งโยกย้ายและช่วยราชการดังกล่าวนั้นเป็นที่น่าสนใจภายหลังจากที่มีประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่องการแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2563 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่สำคัญคือกำหนดให้ตั้งสถาบันนิติวัชร์ ประกอบไปด้วยสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่ออัยการสูงสุด มีเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์เป็นผู้บังคับบัญชา โดยมีรองเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติงาน และมีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาของแต่ละสำนักงานในสถาบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีอำนาจและหน้าที่ในการศึกษา วิจัยเผยแพร่ และพัฒนากฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรม เผยแพร่และขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติในการขจัดความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง และประสานงานเพื่อพัฒนาและสร้างความร่วมมือของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 8/2563 (18 ส.ค.ที่ผ่านมา) ได้พิจารณาตั้ง หม่อมหลวงศุภกิตต์ จรูญโรจน์ อัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย สำนักงานวิชาการ ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ ที่จะมีบทบาทต่อไปของสำนักงานอัยการสูงสุด และยังมีสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม, สำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม, สถาบันฝึกอบรมการว่าความชั้นสูง และสถาบันฝึกอบรมการสอบสวนชั้นสูง เป็นหน่วยงานใหม่ในสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เเละอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนี้ อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งตั้งอัยการรุ่นใหม่ระดับหัวกระทิหลายตำแหน่ง เพื่อไปช่วยงานหน่วยงานใหม่ดังกล่าว ซึ่งมีอัยการที่เป็นที่รู้จักโดดเด่นใสหลายหน่วยงานใหม่ เช่น มีการดึง นายธนกฤต วรธนัชชากุล ไปช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม โดยเป็นอัยการที่มีบทบาทในการให้ความรู้และความคิดเห็นทางกฎหมายแก่ประชาชนได้อย่างเเม่นยำคมคายมาโดยตลอดต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและอาญา และประเด็นข้อกฎหมายที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือกระทั่งการเเก้ไขปรับปรุงกฎหมายใหม่ๆ ทั้งในสำนักงานอัยการเเละเรื่องในสังคมจนเป็นที่รู้จักและได้รับการเชื่อถือยอมรับอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกฤต มีดีกรีได้รับทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.) ตามความต้องการของกรมบังคับคดีไปศึกษากฎหมายต่อที่ประเทศฝรั่งเศส สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านกฎหมายแพ่ง จากมหาวิทยาลัย PANTH&amp;Eacute;ON-ASSAS (PARIS II) ปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายเอกชน (เกียรตินิยมดีมาก) จากมหาวิทยาลัย STRASBOURG ประเทศฝรั่งเศส ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารการทูต รุ่นที่ 5 ปี 2556 &amp;nbsp;ของสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ กระทรวงการต่างประเทศ (ได้รับรางวัลรายงานการศึกษาส่วนบุคคล (Individual Study) ดีเด่น) เป็นอาจารย์พิเศษสอนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า บูรพา และแม่ฟ้าหลวง ในหลายๆ วิชา ได้แก่ กฎหมายนิติกรรมและสัญญา กฎหมายพยานหลักฐาน กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และเป็นกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร กรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อนุกรรมการพิจารณาแก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของวิธีพิจารณาความแพ่งสากล สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อนุกรรมการด้านกฎหมายของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัทพีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสันทนี ดิษยบุตร อดีตรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ไปนั่งผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์, นายรองรัฐ พุ่มคชา อัยการสายวิชาการรุ่นใหม่ไฟแรงจากสำนักงานต่างประเทศ ไปช่วยสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม, นางสมพร รวิวรรณพงษ์ และ นายวีระชาติ ศรีบุญมา ว่าที่ผู้อำนวยการ สถาบันฝึกอบรมการว่าความขั้นสูงและสถาบันฝึกอบรมการสอบสวนชั้นสูง ซึ่งเป็นสถาบันเปิดขึ้นใหม่ ที่มีบทบาทในการเพิ่มศักยภาพอัยการที่จะมีบทบาทสำคัญเกี่ยวต่อไปในการพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์อัยการ ในเรื่องการพัฒนาคนตามนโยบายนายวงศ์สกุล อัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสามารถดูคำสั่งโยกย้ายช่วยราชการทั้ง 4 ฉบับ 222 ตำแหน่งได้ตามลิงค์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งโยกย้ายไปหน่วยงานตั้งใหม่ http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2563/k1805.2563.pdf&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งโยกย้ายแต่งตั้งหน้าห้อง http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2563/k1806.2563.pdf&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งโยกย้ายอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษและอัยการผู้เชี่ยวชาญ https://drive.google.com/file/d/1wKvO2GKWZasEYyWP9nTTNSS-yhgd9Yaf/view&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งโยกย้ายอัยการชั้น 1 และชั้น 2 http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2563/k1808.2563.pdf&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78391</URL_LINK>
                <HASHTAG>วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d30071a97520.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการสูงสุด&#039; หลบสื่อลงใต้ดิน ดอดแจงกก.ชุดวิชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคารเทเวศร์ &amp;nbsp;นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้เดินทางเข้าให้ถ้อยคำต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน​ มี่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ได้หลบผู้สื่อข่าวไปจอดรถที่ชั้นใต้ดินก่อนที่จะขึ้นลิฟท์ ตรงไปยังห้องประชุมในทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75016</URL_LINK>
                <HASHTAG>วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, วิชา มหาคุณ, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e1d9ddc65c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
