<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร? เมื่อกองทัพปรับสมดุลย์ในรอบทศวรรษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.61- จากกรณี เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ 260 ตำแหน่ง ซึ่งพบว่า สาย &amp;quot;วงศ์เทวัญ&amp;quot; ขยับคุมกำลังในตำแหน่งหลักยกแผง หากย้อนหลังไปนับแต่หลังการรัฐประหาร &amp;nbsp;กันยายน 2549 &amp;nbsp;โค่นรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร แล้ว ขั้วอำนาจในกองทัพถูกเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเตรียมทหาร 10 (ตท.10) มาสู่กลุ่ม &amp;quot;บูรพาพยัคฆ์&amp;quot; (กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์) และกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) ที่มีฐานอยู่ภาคตะวันออกมากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกองทัพมีการแบ่งสายแบ่งรุ่นไม่ได้เพิ่งเกิดในปัจจุบัน หากย้อนกลับไปในอดีต พบว่า นายทหารจรป.5 กับจปร.7 สร้างประวัติศาสตร์ทางการเมือง เป็นที่จดจำมาจนถึงปัจจุบันนี้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ระหว่างพล.อ.สุจินดา คราประยูร กับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง และยุคหลังเป็นยุคของวงศ์เทวัญ และ บูรพาพยัคฆ์ แต่มิได้ต่อสู้กันดุเดือดเท่า รุ่นพี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จปร.5 (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 5) สมาชิกในกลุ่มนี้อาทิ พลโท สุจินดา คราประยูร พลโท อิสระพงศ์ หนุนภักดี พลอากาศโท เกษตร โรจนนิล และ พลเรือโท ประพัฒน์ กฤษณจันทร์ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการปราบ กบฏทหารนอกราชการ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2528 ต่อมานายทหารกลุ่มนี้เป็นแกนนำสำคัญในการรัฐประหารรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ในนาม คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ต่อมา พลเอกสุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำให้ประชาชนไม่พอใจจนกลายเป็น พฤษภาทมิฬ ในเวลาต่อมา ปัจจุบันนายทหารกลุ่ม จปร.5 ได้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้วภายหลังเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จปร.7 หรือ กลุ่มยังเติร์ก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7) ซึ่งเป็นกลุ่มนายทหารหนุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการเมืองสมัยรัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ โดยสนับสนุนให้เขาดำรงตำแหน่งในปี 2520 แต่ในปี 2523 กดดันให้เขาลาออก จนสนับสนุนพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา สมาชิกในกลุ่ม อาทิ พลตรี มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภาและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์, พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รวมถึงพลตรี จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนี้พยายามรัฐประหาร 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จทั้ง 2 ครั้ง คือ กบฏเมษาฮาวาย ในปี 2524 และ กบฏ 9 กันยา ในปี 2528 ด้วยในช่วงเวลานั้นหลายคนมีตำแหน่งคุมกำลังพล และหลายคนได้ผ่านสงครามครั้งสำคัญ ๆ มามาก เช่น สงครามเกาหลี, สงครามเวียดนาม, สงครามลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พล.ต.จำลอง เป็นแกนนหลักของ จปร.7 &amp;nbsp;มีกลุ่มเพื่อนรัก เพื่อนตาย &amp;nbsp;พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี &amp;nbsp; เสธ.หมึก พลโทพิรัช สวามิวัศดุ์ ช่วยสนับสนุนอยู้ข้างหลัง พบว่าทั้งจปร.5 จปร. 7 เดินเกมทั้งใต้ดินบนดิน จนนำไปสู่การสังหารประชาชน ในวันที่ 17-24 พฤษภาคม 2535&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมทหาร 10 (ตท.10, โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10) รุ่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร (เดิมยศ พันตำรวจโท) นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 บุคคลสำคัญอื่นในรุ่นนี้ เช่น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีตผู้บัญชาการทหารบก, พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงศ์เทวัญ ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.) ซึ่งมีฐานอำนาจที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมาจะได้เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยระดับคุมกำลังพลที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บูรพาพยัคฆ์ ใช้เรียกกลุ่มทหารกองทัพบกที่รับราชการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2557 รวมทั้งยังถือเป็นขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลในระหว่างการรัฐประหารทั้งสองครั้งดังกล่าว บุคคลสำคัญของกลุ่มที่มีสื่อมวลชนมักกล่าวถึงในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองต่อมาถึงรัฐประหาร พ.ศ. 2557 ได้แก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารครั้งล่าสุดนี้ เริ่มมองเห็นว่า กองทัพกลับมาเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่น่าจับตาว่า การเลือกตั้ง และการเมือง หลังจากนั้นจะมีความมั่งคงขนาดไหน ในขณะที่ความขัดแย้งในกองทัพถูกปรับสมดุลย์จนมีความมั่นคงมากที่สุด อย่างน้อยก็ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5053</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, จปร5-จปร7, บูรพาพยัคฆ์, วงศ์เทวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aa9e9552f862.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯโผทหาร 260 ตำแหน่ง &#039;วงศ์เทวัญ&#039; ขยับขึ้นคุมกำลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ณรงค์พันธ์ &amp;nbsp;จิตต์แก้วแท้,พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 61 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ &amp;nbsp;260 ตำแหน่ง โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจ ดังนี้ กระทรวงกลาโหม อาทิ พล.อ.รุจ กสิวุฒิ ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 18 (ตท.18) ขยับเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.นิรันดร สมุทรสาคร (ตท.18) เป็นหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ฤทธี อินทราวุธ (ตท.18) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ต.เชี่ยวชาญ รุดดิษฐ์ &amp;nbsp;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตราพล.อ.ท.) &amp;nbsp; พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ( ตท.30) ผู้บังคับการกรมทหารพัฒนาที่1 เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้พ.อ.นิมิตต์ ถือเป็นนายทหารคนสนิทพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกองบัญชาการกองทัพไทย อาทิ พล.ท.ดุษฎี อินทรพล (ตท.18) &amp;nbsp;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตราพล.อ.) พล.ท.จีรยุทธ ทุนเจริญ (ตท.17) เป็นผู้ทรงคุณพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย พล.ท.ธรรมนูญ เชี่ยวการปราบ (ตท.17) เป็นจเรทหาร พล.ท.นเรนทร์ สิริภูบาล (ตท.21) เป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พล.อ.ชนินทร์ โตเลี้ยง (ตท.19) เป็นเสนาธิการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.ต.หัสฎี วงศ์อิศเรศ (ตท.19) เป็นเจ้ากรมแผนที่ทหาร พล.ต.พร ภิเศก (ตท.19) เป็นผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;nbsp;กองทัพบก &amp;nbsp;&amp;ldquo;เสธ.อ๊อฟ&amp;rdquo; พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24 ) ซึ่งเป็นบุตรชายของพล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี ขยับจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 (ผบ.พล.ร.11) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ &amp;nbsp;(ผบ.พล.1 รอ.) ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นหน่วยที่มีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับสถาบัน &amp;nbsp;พร้อมทั้งขยับ &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; พล.ต.ณรงค์พันธ์ &amp;nbsp;จิตต์แก้วแท้ (ตท.22 ) ผบ.พล.1 รอ. ไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อจ่อขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ในช่วงปลายปี &amp;nbsp;ขณะที่พ.อ.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ &amp;nbsp;รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 ซึ่งเป็นน้องรักของพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นครองยศอัตราพล.ต.ในตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 นอกจากนี้ยังมีการมีการขยับพล.ต.วุฒิชัย นาควานิช ( ตท.23 ) &amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่1 ซึ่งเป็นน้องชายของพล.อ.ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี &amp;nbsp;ขึ้นอัตราพล.ท.ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้ผลักดัน &amp;ldquo;เสธ.ยอง&amp;rdquo; พล.ต.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง (ตท.24) &amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เพื่อจ่อขึ้นเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษในช่วงปลายปี โดยพล.ต.ภูมิพัฒน์ มีอายุราชการถึงปี 2566 &amp;nbsp;พร้อม ขยับพ.อ.ชาตรี กิตติขจร เพื่อนตท.21 ของพล.ท.สุนัย ปะภูชเนย์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ขึ้นเป็นผบ.พล.รพศ.1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกองทัพภาคที่ 2 พล.ต. ผดุงเกียรติ โปร่งจิตต์ (ตท.18) ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 (ผบ.พล.ม.3 ) ขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 2 พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี (ตท.20) เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พ.อ.ยุทธนา เอี่ยมวิจิตร์ (ตท.20) &amp;nbsp;เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 ในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 &amp;ldquo;บิ๊กอาร์ท&amp;rdquo; พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม &amp;nbsp; พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ (ตท.20) รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 พล.ต.สิทธิพร มุสิกะสิน (ตท.22) &amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พ.อ.กฤษดา พงษ์สามารถ เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 นอกจากนี้ยังได้มีการปรับให้พล.ต.วรเกียรติ รัตนานนท์ รองเจ้ากรมข่าวทหารบก เป็นเจ้ากรมข่าวทหารบก พล.ต. ศักดา ศิริรัตน์ รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เป็นเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก พ.อ.ปรีชา เบ็ญจขันธุ์ เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า พ.อ.วีรยุทธ อินทร์วร เป็นผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก พ.อ.บุญรอด ศรีสมบัติ เป็นผบ.โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และพ.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ &amp;nbsp;ฝ่ายเสนาธิการผบ.ทบ. ขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของกองทัพเรือนั้นพล.ร.ท.รัตนะ วงษาโรจน์ (ตท.18) &amp;nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ขยับขึ้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตราพล.ร.อ.) พล.ร.ท.สุรพล คุปตะพันธ์ (ตท.18) ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตราพล.ร.อ.) พล.ร.ท.มิ่ง อิ่มวิทยา (ตท.16) เจ้ากรมอู่ทหารเรือ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพเรือ (อัตราพล.ร.อ.) พล.ร.ท.พร้อมสรรพ์ วุฑฒกนก รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นเจ้ากรมอู่ทหารเรือ พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ (ตท.19) &amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็นผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 &amp;nbsp;พล.ร.ต.ศังกร พงษ์ศิริ (ตท.18) รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พล.ร.ต.นภดล สำราญ (ตท.19) เจ้ากรมช่างโยธาทหารเรือ เป็นรองเสนาธิการทหารเรือ พล.ร.ต.นันทพล มาลารัตน์ (ตท.21) รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็นผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.ท.ชัยยะ อุปริรัตน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ (อัตราพล.อ.อ.) พล.อ.ท.หม่อมหลวงเทพสฤษดิ์ เทวกุล เจ้ากรมช่างอากาศ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ (อัตราพล.อ.อ.) พล.อ.ต.ภูมิใจ ชัยพันธุ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน พล.อ.ต.อภิรุม จันทรกุล รองเจ้ากรมช่างอากาศ เป็นเจ้ากรมช่างอากาศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4985</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ทหาร, บูรพาพยัคฆ์, วงศ์เทวัญ, โผทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8d16ab83b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2018 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2018 23:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องสาว’กุ้ง สุทธิราช’เกือบเสียรู้โรคจิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจอโรคจิตแฝงตัวมาว่าเป็นเจ้าภาพจะจ้างงาน แต่สุดท้ายกลับมาขอซื้อกางเกงในของเธอเฉยเลย &amp;nbsp;ทำเอาลิเกสาวเงินล้านอย่าง วิ-วิรดา วงศ์เทวัญ น้องสาวของ กุ้ง-สุทธิราช วงศ์เทวัญ ถึงกับปรี๊ดแตก พร้อมกับรีบออกมาเตือนภัยกับทุกคน โดยโพสต์ข้อความในอินสตาแกรม ระบุว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เตือนภัยคะ ช่วงสายๆ มีเบอร์ 08030697xx โทรเข้ามาที่เบอร์ผู้จัดการ ของหนู ว่าจะหางาน ตกลงนัดทำสัญญา พอถึงเวลาจริงไปตามนัด ผู้จัดการไปกับเพื่อน 2 คน เค้าก็โทรมาถามว่ามากับใคร (คาดว่าเค้าเห็นว่ามากัน 2 คน) จากเจ้าภาพก็กลายเป็นไอ้โรคจิตขึ้นมาทันที วางสายและโทรเข้ามาใหม่อีกครั้ง โดยพูดเจราจาขอซื้อกางเกงในอีกหลายๆ รอบ ณ ตอนนี้ผู้จัดการรู้สึกไม่ปลอดภัยมาก ไม่รู้ว่าจะตามมาด้วยหรือเปล่า เพราะมันบอกมันมีรถและมันเห็นน้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลองเสิร์ชเบอร์ในเน็ตคือ เบอร์นี้โทรคุกคามหลายที่มาก โปรดจำเบอร์นี้ และระวังกันด้วยนะคะ มันเสี่ยงมากสำหรับคนที่ต้องใช้เบอร์เพื่อรับงานที่มันจำเป็นที่ต้องบอกกับสาธารณะ ที่สำคัญการที่คนร้ายกล้าโทรนัดเจอแบบนี้ หมายความว่าพร้อมที่จะลงมือทำร้ายเราได้ทุกเมื่อ ฝากเตือนภัยทุกๆ คนนะคะ โดยเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องมีเบอร์เป็นสาธารณะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2885</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุ้ง สุทธิราช, คุกคาม, ร้องเพลง, ลิเก, ลิเกเงินล้าน, วงศ์เทวัญ, วิรดา, วิรดา อาร์สยาม, อาร์สยาม, เตือนภัย, แม่ยก, โรคจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180211/image_big_5a8064e945cdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
