<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับฝันคนชานเมือง กทม.เบรคลงทุนรถไฟฟ้าช่วงสมุทรปราการ-บางปู และคูคต-ลำลูกกา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดับฝันชานเมือง กทม.สั่งเบรคลงทุนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเหนือ-ใต้ 2 หมื่นล้าน หวั่นไม่คุ้มค่า เล็งทบทวนใหม่ 2 ปี เล็งขยายสัมปทานบีทีเอสแลกค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าขณะนี้กทม.ได้สั่งทบทวนและชะลอโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ส่วนต่อขยาย ช่วงสมุทรปราการ-บางปู วงเงิน 1.37 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย ช่วงคูคต-ลำลูกกา วงเงิน 1.19 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่เตรียมจะเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อขอเปิดประมูลช่วงปลายปีนี้
สำหรับการชะลอโครงการดังกล่าวนั้นเพราะต้องการดูปริมาณผู้โดยสารว่ามีทิศทางเป็นอย่างไรและจะเหมาะสมในการต่อขยายเส้นทางออกไปหรือไม่ หรือจะทยอยขยายในเส้นทางที่มีคนเยอะก่อนเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องพิจารณาและเก็บข้อมูลสถิติจากการเปิดให้บริการสายสีเขียวใต้ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการและสายสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-คูคต คาดว่าจะใช้เวลารวมรวบข้อมูล 1-2 ปีก่อนตัดสินใจต่อไป ทั้งนี้หากเดินหน้าต่อโครงการนี้จะเปิดประมูลแบบร่วมทุนพีพีพีเพื่อเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาแข่งขันโดยจะไม่มีการคัดเลือกเอกชนด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงแบบรถไฟฟ้าใต้ดินแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์กล่าวต่อว่าส่วนด้านความคืบหน้าการโอนหนี้สินและทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียววงเงิน 6 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปแนวทางการทางทยอยชำระหนี้ร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) และกระทรวงการคลังก่อนลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)กันต่อไป ส่วนด้านความคืบหน้าการปรัาโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวร่วมกับบีทีเอสนั้นยังคงไม่ได้ข้อสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่าการเจรจาปรับอัตราค่าโดยสารใหม่นั้นทางผู้ว่ามีความต้องการชัดเจนในราคาที่ 65 บาทตลอดสาย ซึ่งถือว่าตัวเลขห่างกันมากเมื่อเทียบกับราคาในปัจจุบันที่ 140-145 บาท ดังนั้นกทม.จึงต้องยื่นข้อเสนอการขยายสัมปทานเดินรถให้กับบีทีเอสราว 5-10 ปีเพื่อแลกกับเงื่อนไขการคิดราคาดังกล่าว จากเดิมที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 85 ส่วนด้านการชะลอโครงการสายสีเขียวส่วรต่อขยายนั้นเพราะหวั่นไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเนื่องจากปริมาณผู้โดยสารที่เบาบางบริเวณชานเมืองจึงต้องกลับมาทบทวนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าตัวเลขคาดการณ์ของโครงการส่วนต่อขยายเหนือ-ใต้พบว่าในปีแรก62 ที่เปิดใช้สายสีเชียวใต้จะมีปริมาณผู้โดยสาร 9.7 หมื่นคนต่อวัน รวมรายได้ปีละ 2,868 ล้านบาท จากนั้นในปี64 เมื่อเปิดใช้เชียวเหนือ-ใต้ จะมีผู้โดยสาร 3.5 แสนคนต่อวัน แบ่งเป็นสายเหนือ 2.5 แสนคนและสายใต้ 1.06 แสนคน รวมรายได้ปีละ 5,703 ล้านบาท จากนั้นในปี 2574 จะมีปริมาณผู้โดยสารส่วนต่อขยายรวม 5.34 แสนคนต่อวัน รวมรายได้ปีละ 14,014 ล้านบาท สุดท้ายในปี 84 จะมีผู้โดยสารส่วนต่อขยายรวม 5.9 แสนคนต่อวัน รวมรายได้ปีละ 20,582 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณเติบโตด้านรายได้ราว 700% เมื่อเทียบกับปีแรกที่เปิดให้บริการ 62 ขณะที่ด้านศักยภาพผู้โดยสารนั้นคิดเป็นการเติบโต 66% เมื่อเทียบกับปีแรกที่เปิดบริการต่อขยายเต็มสาย 64&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20575</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กลัวไม่คุ้มทุน, ชะลอโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ส่วนต่อขยาย, ช่วงคูคต-ลำลูกกา, รองปลัดกรุงเทพมหานคร, วงสมุทรปราการ-บางปู, สมพงษ์ เวียงแก้ว, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือส่วนต่อขยาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcfdaa71d579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
