<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วชช.เจียดงบฯทำโครงสร้างพื้นฐานเรียนออนไลน์ทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26มี.ค.63-นางสิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ส่งให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศมาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยให้สถาบันอุดมศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอน และให้ไปสอนแบบออนไลน์แทน ยกเว้นหลักสูตรที่ต้องมีการปฏิบัติการขอให้อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละสถาบันนั้น ในส่วนของวิทยาลัยชุมชน (วชช.) ได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์มากว่าปีเศษแล้วโดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการด้านดิจิทัล มีผู้เชี่ยวชาญในด้านดังกล่าวจากหลากหลายหน่วยงานเข้าร่วมเป็นกรรมการ เพื่อผลักดันให้ วชช.ก้าวไปสู่ Digital Community College ซึ่งล่าสุดสถาบันวิทยาลัยชุมชน (ส.วชช.) ได้เจียดงบประมาณของ วชช. มาใช้ในการเตรียมความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน โดยการติดตั้งระบบกระจายสัญญาณไวไฟอินเตอร์เน็ต รวมถึงคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่จะรองรับระบบ ในทุกวชช.ทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงหน่วยจัดที่อยู่ในอำเภอห่างไกลที่ยังขาดอุปกรณ์กระจายสัญญาณ ซึ่งส.วชช.จะปรับแผนงบประมาณประจำปี 2563 และ 2564 นำงบฯมาใช้ในการดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อให้ทุกหน่วยจัดสามารถจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ได้ 100% ภายใน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสิริกร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ส.วชช.ยังได้จัดฝึกอบรมครู อาจารย์ผู้สอน ให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนระบบออนไลน์ ทั้ง Google Classroom , Microsoft zoom และระบบอื่น ๆ รวมทั้งสอนการทำคอนเทนต์ และการทำคลิปวิดีโอสั้น ประมาณ 8-9 นาที ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนดให้ วชช.ทำคลิปวิดีโอสั้นเกี่ยวกับหลักสูตรระยะสั้นที่น่าสนใจที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละวิทยาลัย แห่งละ 1 เรื่อง เช่น ที่ วชช.แพร่ ทำคลิปสอนการทำลาบแพร่ เป็นต้น ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1-2 เดือนข้างหน้านี้ วชช.จะมีสื่อการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้นในรูปแบบของคลิปวิดีโอสั้นให้นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ได้ไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง สำหรับหลักสูตรอนุปริญญาซึ่งนักศึกษา วชช.จะต้องเรียน 9 วิชาพื้นฐาน เราได้จัดทำคอนเทนต์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนผ่านระบบออนไลน์แล้ว 3 วิชา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ Digital &amp;nbsp;Literacy คาดว่า วชช.ทั่วประเทศจะสามารถนำมาใช้จัดการเรียนการสอนได้ในเดือน มิถุนายนนี้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นปัญหาในการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ในขณะนี้ก็คือ อาจารย์ผู้สอนไม่สามารถเบิกค่าสอนได้ เนื่องจากติดขัดในเรื่องของกฏระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ซึ่งจะต้องมีการหารือเพื่อแก้ไขระเบียบดังกล่าวกับทางกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังโดยด่วน เพราะไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีอาจารย์คนไหนที่จะมาสอนผ่านระบบออนไลน์อย่างแน่นอนเพราะสอนแล้วไม่สามารถเบิกค่าตอบแทนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส.วชช.พยายามปรับให้ วชช.ก้าวไปสู่การเป็น Digital Community College มากว่าปีเศษแล้วเนื่องจากมีผู้เข้าเรียนกับ วชช. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่วัยทำงานลาออกกลางคันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้องทำงานด้วยเรียนด้วย เมื่อตารางเรียนไม่สอดรับกับวิถีชีวิต จึงเลือกที่จะออกจากการเรียน ดังนั้นเราจึงต้องปรับให้นักศึกษาสะดวกที่จะเรียนที่ไหนก็ได้ และการเรียนผ่านระบบออนไลน์ก็ถือว่าตอบโจทย์ ดังนั้นเมื่อ อว.ประกาศสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์เพื่อป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 วชช.จึงมีความพร้อมที่สามารถดำเนินการได้ทันที&amp;rdquo; ดร.สิริกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61050</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางสิริกร มณีรินทร์, วชช., เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c9301ab16f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวิทย์&quot;มอบนโยบาย วชช.ตอบโจทย์ท้องถิ่น ไม่เน้นปริญญา แต่นำความรู้ไปใช้ได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ส.ค.62-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นางสิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน (นายกสภา ส.วชช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ส.วชช. ได้เข้าพบตน เพื่อรับทราบนโยบายของ อว. รวมถึงได้รายงานการดำเนินงานเกี่ยวกับแนวทางในจัดการศึกษาของวชช. และเสนอปัญหาอุปสรรคต่างๆในการดำเนินงานที่ต้องการให้ช่วยสนับสนุน &amp;nbsp;ซึ่งเท่าที่ฟัง วชช.ได้ถอดรหัสการทำงานมาจากอเมริกา และมีหลายโมเดลที่ วชช.ทำได้น่าสนใจ &amp;nbsp;เช่น เรื่องโอทอป &amp;nbsp;สาธารณสุข เป็นต้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ตนได้ย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลที่เน้นลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรม จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่วชช.จะต้องเข้ามาช่วย และเท่าที่ฟัง วชช.ก็สามารถตอบโจทย์ได้พอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ทาง อว.มีนโยบายชัดเจน ว่า วชช.จะต้องเป็นความต้องการของพื้นที่ และ วชช.จะต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรที่จะเข้าไปช่วยพื้นที่ได้จริงๆ และสามารถที่จะตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนได้มากขึ้น โดยอาศัยความหลากหลายของแต่ละชุมชนที่มีข้อจำกัดและโอกาส ซึ่งอย่างน้อย &amp;nbsp;วชช.ทำให้คนในชุมชนติดถิ่น &amp;nbsp;และการจัดการศึกษาที่ไม่เน้นใบปริญญา แต่จะต้องทำให้คนนำความรู้ไปใช้ทำงานได้จริง &amp;nbsp;เช่น การให้ความรู้เรื่องการเงิน &amp;nbsp;ดิจิทัล &amp;nbsp;เป็นต้น &amp;nbsp;ที่สำคัญตนอยากให้วชช. ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ซึ่งทำงานในพื้นที่เช่นกัน โดยจะต้องไม่ทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน แต่ต้องทำงานส่งเสริมกัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทางวชช.ได้เสนอปัญหาหลายเรื่องที่ทำให้การทำงานติดขัด อยากให้มีทบทวน และแก้ไข ซึ่งทาง อว.ยินดีที่จะสนับสนุนทุกเรื่อง และขอให้วชช.ไปตั้งคณะทำงานและรวมปัญหาอุปสรรคต่างๆ มาให้ตนพิจาณาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43518</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, วชช., อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53f9d128374.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วชช.&#039;หนีเปิด-ปิดเทอมอาเซียนกลับไปใช้ระบบเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 เม.ย.- สภา วชช.เห็นชอบกลับไปเปิด-ปิด เทอมตามเดิม ไม่ยึดตามประเทศในกลุ่มอาเซียน เริ่มเทอม 1ปีการศึกษา 62 &amp;quot;วีระชัย&amp;rdquo; เผย พบปัญหาเด็กต้องรอนาน4-5เดือน กว่าจะเปิดเทอมทำให้ไม่อยากเสียเวลา เลยหนีไปเรียนที่อื่น &amp;nbsp;และการบริหารใช้จ่ายงบฯ เหตุเริ่มเปิดเทอมเดือนส.ค.แต่สิ้นปีงบประมาณเดือนก.ย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระชัย กวีธีระวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน กล่าวว่า ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 นี้ วิทยาลัยชุมชน (วชช.) จะกลับมาเปิดภาคเรียนในเดือนมิถุนายน จากเดิมที่เปิดภาคเรียนที่ 1 ในเดือนสิงหาคมของทุกปี ตามการเปิดและปิดภาคเรียนของประเทศในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อดำเนินการเปิด ปิดภาคเรียนตามประเทศในกลุ่มอาเซียน ทำให้พบข้อจำกัดเกิดขึ้นในหลาย เรื่อง เช่น เด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีทึ่ 6 และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 3 ที่จะเข้ามาเรียนต่อกับ วชช.เรียนจบตั้งแต่เดือน มีนาคม แต่ต้องมาเสียเวลา 4-5 เดือน กว่าจะได้เข้ามาเรียนกับ วชช.ในเดือน สิงหาคม ทำให้เด็กตัดสินใจที่จะไปเรียนที่อื่นก่อน เพราะไม่ต้องการเสียเวลารอ ขณะเดียวกัน วชช.ยังประสบปัญหาในเรื่องของการบริหารใช้จ่ายเงินงบประมาณ หลายโครงการต้องติดขัดไม่สามารถใช้จ่ายงบฯ ได้ทัน เพราะเดิมกว่าจะเปิดภาคเรียนที่ 1 ก็เดือนสิงหาคมแล้ว เปิดมาเพียงแต่ 2 เดือนก็สิ้นปีงบประมาณ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากข้อจำกัดดังกล่าวนับตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป สถาบันวิทยาลัยชุมชนจึงปรับให้ วชช.กลับมาเปิดปิดภาคเรียนแบบเดิม คือ เปิดเรียนภาคเรียนที่ 1 ในเดือน มิถุนายน และภาคเรียนที่ 2 เดือน พฤศจิกายน โดยสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนได้มีมติเห็นชอบเรื่องนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดือน เมษายนนี้ แต่ละ วชช.จะเปิดรับสมัครนักศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อกับ วชช. ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดและสมัครได้ที่เว็บไซต์ของ วชช.แต่ละแห่งได้โดยตรง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-280-0091-6&amp;rdquo;ผอ.สถาบันวิทยาลัยชุมชน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน, วชช., วีระชัย กวีธีระวัฒน์, อาเซียน, เปิด-ปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb95ee4b6ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทปอ.ไม่ละความพยายาม เล็งขอพบกรรมการ ป.ป.ช.อีกรอบ บอร์ดมหา&#039;ลัย ไม่ต้องแจงทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19พ.ย.61- ทปอ. เตรียมประสานขอเข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีกรอบ หวังชี้แจงผลกระทบจากประกาศให้นายก-กรรมการสภาฯ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน &amp;ldquo;สุชัชวีร์&amp;rdquo; เผยยังไม่มีตัวเลขลาออกชัดเจน คาดรู้หลังจากประชุมสภามหา&amp;rsquo;ลัย ปลายพ.ย. นี้ แย้ม มหา&amp;rsquo;ลัยพยายามวิงวอนขอให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ช่วยต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) - ตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ สถาบันอาชีวศึกษา สังกัด สำนักงานคณะกรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และ สถาบันวิทยาลัยชุมชน(วชช.) ได้มีการประชุมหารือประเด็นประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่อง กําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธาน ทปอ. กล่าวภายหลังหารือว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วันนับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2 ธันวาคม 2561&amp;nbsp;ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562&amp;nbsp;นั้น ที่ผ่านมา ทปอ.มีการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าสนับสนุน ป.ป.ช.ในเรื่องที่อธิการบดีและรองอธิการบดีจำเป็นต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินจึงอยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ในส่วนของนายกและกรรมการสภาฯ อาจจะส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย เนื่องจากนายกและกรรมการสภาฯ หลายคนแสดงความต้องที่จะลาออกจากตำแหน่ง เพราะกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้ภายหลังจากการรับตำแหน่ง ซึ่งเหตุผลในการลาออกคงเป็นเรื่องส่วนบุคคล ว่าแต่ละคนจะมีความพร้อมในการยื่นบัญชีทรัพย์สินอย่างถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวกับการปกปิดทรัพย์สินหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตแต่อย่างใด และการหารือครั้งนี้ยังมีกลุ่มสถาบันอาชีวะและวิทยาลัยชุมชนก็ได้รับผลจากประกาศดังกล่าวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เร็วๆนี้ ทปอ.จะประสานขอเข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อชี้แจงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากประกาศให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฉบับนี้ เพื่อหาหนทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขชัดเจน ว่า มีการขอลาออกจำนวนเท่าไร แต่คาดว่าจะรู้ตัวเลขที่ชัดเจนหลังจากที่มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยไปแล้ว โดยส่วนใหญ่จะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็พยายามวิงวอนขอให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ช่วยมหาวิทยาลัยต่อไป ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกสภา มรภ.ราชนครินทร์ นั้น ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ขอย้ำว่าอธิการบดี รองอธิการบดี ม.รัฐทุกแห่งพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ&amp;rdquo;ประธาน ทปอ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิตรนรา นวรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคณะปราบปรามการทุจริตภาค 2 กล่าวว่า ตามประกาศ ป.ป.ช. ดังกล่าว ได้กำหนดว่า ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศ ซึ่งรวมถึงผู้บริหารที่มีตำแหน่งเทียบเท่า อย่างผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษานั้น ตามพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา กำหนดว่าเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่ากับอธิการบดี รวมถึงรองผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษาก็เป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งกลุ่มน่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ก็ยังมีอีกหลายตำแหน่งที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองว่าอยู่ในเงื่อนไขที่จะต้องยิ่นบัญชีด้วย เช่น นายกและกรรมการสภาสถาบันอาชีวศึกษา 23 แห่ง รวมถึง วชช.ด้วย ดังนั้นผู้บริหารกลุ่มนี้จึงมาคุยกัน และเชื่อว่าหลังจากนี้กลุ่มอาชีวศึกษาจะออกมาแสดงท่าทีที่ชัดเจนขึ้น

&amp;ldquo;ต้องเข้าใจด้วยว่า นายกและกรรมการสภาสถาบันอาชีวศึกษา นั้นจะดูเรื่องทางวิชาการเท่านั้น โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณ รวมถึงการโยกย้ายผู้บริหาร เพราะเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นผู้ดูแล ดังนั้นจึงเป็นอีกกรณีที่ ป.ป.ช.จะต้องมาทบทวนด้วย&amp;rdquo;นายจิตรนรา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมทร., กลุ่มมรภ., การยื่นบัญชีทรัพย์สินของกรรมการ สภามหาวิทยาลัย, ทปอ., ป.ป.ช., วชช., สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f46d40eb50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
