<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ยังคงมีควันหลงจากศึก &amp;ldquo;แถลงนโยบาย&amp;rdquo; ต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะ กรณี &amp;ldquo;ดาวเด่น&amp;rdquo; ทั้งหญิงและชายอย่าง &amp;ldquo;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;rdquo; ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ และ &amp;ldquo;พิธา ลิ้มเจริญรัตน์&amp;rdquo; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ลามและดรามาโยงไปถึง &amp;ldquo;วนิดา คุนผลิน&amp;rdquo; อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยและอดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ออกโรงมาป้องน้องชาย อย่าง &amp;ldquo;อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน&amp;rdquo; ที่โดดเข้ามา &amp;ldquo;แจม&amp;rdquo; เรื่องของ 2 ดาวเด่นเอง แต่งานนี้กลับไปไกลถึงตีนโรงตีนศาลกันเลยทีเดียว ซึ่งก็น่าสนใจและเป็นสีสันได้เป็นอย่างดีกับการเมืองไทยยุคท่องบ่น &amp;ldquo;ปฏิรูป&amp;rdquo; ได้เป็นอย่างดี ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ยังคงเป็นประเด็นร้อนในศึกอภิปราย นั่นคือ การย้อนวันวาน &amp;ldquo;รัฐประหาร 22 พ.ค.2557&amp;rdquo; เมื่อ &amp;ldquo;วันมูหะหมัดนอร์ มะทา&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคประชาชาติอภิปรายว่า &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พูดในที่ประชุม &amp;ldquo;สโมสรทหารบก&amp;rdquo; ถนนวิภาวดีรังสิตว่า &amp;ldquo;เตรียมการรัฐประหารมา 3 ปีกว่า&amp;rdquo; ซึ่งข้ามวันมาไม่นาน &amp;ldquo;ภูมิธรรม เวชยชัย&amp;rdquo; ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็มาทวีตสำทับว่าได้ยินเฉกเช่นกัน แต่แล้วก็พลิกผันเมื่อ &amp;ldquo;นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ&amp;rdquo; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเล่าวินาทียึดอำนาจว่าไม่มีคำดังกล่าวแต่อย่างใด งานนี้เรียกว่าเป็นการเหยียบเบรกดังเอี๊ยด เล่นเอาสังคมเริ่มตั้งข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าวขึ้นมาแล้ว ซึ่งคนทั่วไปและปุถุชนทั้งหลายอาจมองว่า &amp;ldquo;นักการเมือง&amp;rdquo; ก็ย่อมมีสายเลือด &amp;ldquo;เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น&amp;rdquo;อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ดังนั้น จะให้ชัวร์ว่าคำพูดดังกล่าวมีจริงหรือไม่ก็ฟังคนที่เป็นกลาง ณ ขณะนั้น ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหน &amp;ldquo;สมชัย ศรีสุทธิยากร&amp;rdquo; อดีต กกต. และอดีตสมาชิก ปชป. ที่เล่าเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดยิบแบบยิ่งกว่าถ่ายทอดสดการประชุม ซึ่ง &amp;ldquo;สมชัย&amp;rdquo; ในขณะนั้นเป็น กกต.ที่ต้องยอมรับว่ามีความเป็นกลางและยังไม่ถูกมาตรา 44 เด้งพ้นเก้าอี้ บันทึกของเขาจึงต้องถือว่าน่าเชื่อถือที่สุดในบรรดานักการเมืองที่ออกตัวทั้งหลาย เพราะอย่างไรลึกๆ ก็ต้องมีผลประโยชน์ฝังแน่นอยู่ งานนี้เลยเป็นบทพิสูจน์ได้อย่างดีกับประโยคที่บอกว่า &amp;ldquo;แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน&amp;rdquo; จริงๆ เพราะขนาดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อย่างนี้ยังบิดเบือนบิดพลิ้วกันได้ ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หันกลับมาเรื่องการแบ่งงาน 5 รองนายกฯ 1 รมต.ประจำสำนักนายกฯ กันบ้าง เพราะต้องเรียกว่าได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ๆ ให้กับวงการเมืองอีกระลอก หลังจาก ครม.ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปแล้วรอบหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯ ที่มีรัฐมนตรีมากที่สุด และกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังที่มี รมช.น้อยที่สุด อย่างไม่เคยมีมาก เพราะการแบ่งงานครานี้ต้องบอกว่า &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; รวบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดยิ่งกว่านายกฯ สมัยใด เพราะนอกจากคุมกลาโหมแล้ว ยังคุม &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; รวมทั้ง &amp;ldquo;ดีเอสไอ&amp;rdquo; และยังนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ครม.เศรษฐกิจเข้าไปอีก ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในขณะที่ 5 รองนายกฯ นั้นก็ต้องบอกว่าต่อไปคงไม่มีใครกล้าใช้รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจได้ เพราะเล่น มีถึง 3 รองนายกฯ ที่ดูแล ทั้ง &amp;ldquo;สมคิด จาตุรศรีพิทักษ์-จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์-อนุทิน ชาญวีรกูล&amp;rdquo; ที่สำคัญยังเป็นการแบ่งงานแบบไม่เคยเห็นในประวัติศาสตร์อีกเช่นกัน เมื่อรองนายกฯ จุรินทร์มีหน้าที่แค่กำกับดูแล 3 กระทรวง ซึ่งพรรค ปชป.ดูแล โดยไม่มีหน่วยงานอื่นๆ ให้ไปดูแลแต่ประการใด&amp;hellip;๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีกรายที่น่ามึนน่างงเช่นกันคือ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่อยู่ในมือ &amp;ldquo;เทวัญ ลิปตพัลลภ&amp;rdquo; เพราะแม้ให้ดูแลหน่วยงานทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน อันประกอบด้วย กรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา และสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) แต่ในความเป็นจริงแล้ว 4 ใน 5 หน่วยงานก็อยู่ภายใต้การดูแลของ &amp;ldquo;วิษณุ เครืองาม&amp;rdquo; รองนายกฯ มีเพียงสำนักงานพัฒนาพิงคนครเท่านั้นที่ได้ดูแบบเต็มก้น งานนี้ก็ไม่รู้ว่าบรรดาข้าราชการและพนักงานใน 4 องค์กรเหล่านี้ จะเรียกว่าเป็นข้า 2 นายหรือไม่อย่างไร แล้ว หากเกิดกรณี &amp;ldquo;วิษณุ-เทวัญ&amp;rdquo; คนหนึ่งไปซ้าย คนหนึ่งไปขวา ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในทางปฏิบัติ ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ท.ศักดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42431</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท.ศักดิ์, บันทึกหน้า 4, วนิดา คุนผลิน, สมชัย ศรีสุทธิยากร, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
