<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!บริษัทในไทยเหยื่อทุจริตพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานป.ป.ช.ตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม &amp;quot;นาฬิกาป้อม&amp;quot; คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย &amp;nbsp;(พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ &amp;ldquo;การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต&amp;rdquo; โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ &amp;nbsp;ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ป.ป.ช.จะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ป.ป.ช.ยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯป.ป.ช. ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ป.ป.ช. กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ป.ป.ช.คาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.อ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พ.ย.2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช. ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม. แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร &amp;nbsp;แต่อนุกรรมการ ป.ป.ช.อุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครม.ให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16041</URL_LINK>
                <HASHTAG>วรพงษ์ สุธานนท์, วรวิทย์ สุขบุญ, วิษณุ เครืองาม, ศิระ อินทรกำธรชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7ec0adaceec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
