<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเวทีชำแหละ &#039;พาราควอต&#039; จี้รัฐบาลแบนพ้นจากไทย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.61 - ที่ศูนย์การประชุมรัชนีแจ่มจรัส สมาคมสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้แทนนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดแถลงข่าว สนับสนุนการยกเลิกสารพิษอันตรายพาราควอตไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;ซึ่งมี นายชนวน รัตนวราหะ นักวิชาการอิสระ อดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร นายวรพนธ์ สาสดี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองสามวัง (ปิ่นโตเกษตรอินทรีย์) และนายอำนาจ หมายยอดกลาง ประธานสหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษ ร่วมอภิปราย ในหัวข้อ&amp;ldquo;ข้อเท็จจริงของสารพิษซึ่งควรจะแบนออกจากประเทศไทยโดยเร็ว ทั้งพาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส รวมถึงประโยชน์ของเกษตรอินทรีย์ที่ไร้สารพิษ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระ กล่าวว่า ประเทศไทยมีการใช้ยาฆ่าแมลงเยอะเป็นอันดับ 4 และยากำจัดศัตรูพืชเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ซึ่งหลังจากวันที่ 23 พ.ค.ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไม่แบนสารเคมี 3ชนิดคือ พาราควอต ไกรโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสตามมติกระทรวงสาธารณสุขนั้น ภาคีเครือข่ายก็มีความตระหนักในเรื่องนี้โดยได้มีการยื่นหนังสือร้องเรียนต่างๆ ซึ่งท่านนายกฯก็ยืนยันว่าเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนมากกว่าบริษัทสารเคมี จนมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณา ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 22ส.ค.นี้ แต่พบว่ามาจากหน่วยราชการ 11คน นักวิชาการเกษตร 4 คน ภาคประชาชน 1คน และตัวแทนที่สนับสนุนการใข้สารเคมีต่อ 5คน ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวไม่เป็นธรรม โดยที่ผ่านมามีข้อมูลสารทดแทนมากมายที่สามาใช้แทนได้ ทำไมไม่เอาข้อมูลนี้มาใช้ โดยขอยืนยันว่ามีทางเลือกมากมายที่ไม่ต้องใช้สารเคมี ประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนวน กล่าวว่า ในฐานะผู้คร่ำวอดในวงการเกษตรมากว่า 60 ปี ตั้งแต่ปี 2500 อดีตไม่มีความรู้ ทำเกษตรใช้สารเคมี โปรยทางอากาศเพื่อกำจัดศัตรูพืช ต่อมากลับเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดพบว่าการใช้สารเคมีทำให้สิ่งมีชีวิตโดยรอบตายเรียบ ส่วนผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมทยอยล้มป่วยและตาย จากนั้นจึงเปลี่ยนแนวคิดหันมาทำเกษตรแบบไร้สารเคมี พยายามศึกษาและเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรยั่งยืน จนมั่นใจว่าทำเกษตรไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ปัจจุบันลงมือทำมา 30 ปีแล้วและเห็นว่าการกำจัดศัตรูพืชสามารถทำได้หลายวิธี อาทิ การถากถาง ใช้ระบบการปลูกพืชระหว่างร่อง ปลูกพืชคลุมดิน วัสดุคลุมดิน ใช้สัตว์เลี้ยง ใช้สารเคมีแต่เป็นวิธีของคนหมดปัญหา ซึ่งเกษตรกรไทยเองก็ถูกแนะนำให้สารเคมี เพราะเป็นวิธีที่สบาย ส่วนเกษตรกรผู้ต่อต้านไม่ให้แบนการใช้พาราคอทและสารเคมีอื่นบอกว่าทำแล้วจะเจ๊ง ขาดทุนและอยู่ไม่ได้นั้น ไม่จริง อย่าไปเชื่อ ผู้นั้นอาจไม่มีประสบการณ์ทำเกษตรมากพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เกษตรกรไทยมีทางเลือกไม่ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ใครที่ไม่เห็นด้วยบอกจะเป็นจะตายคงไม่ใช่ เพราะประโยชน์ของการควบคุมวัชพืชแบบไร้สารเคมีนั้น ปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มกำไรจากพืชที่ปลูกในร่องแถว มีรายได้เพิ่ม พืชแซมช่วยอนุรักษ์ความชื้นในดินอยู่ได้นานในฤดูแล้ง เป็นต้น&amp;rdquo; นายชนวน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ หมายยอดกลาง ประธานสหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษ กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้คือรัฐบาลต้องการถอดสารเคมีทั้ง 3 ชนิดแต่กลับพบว่าคณะกรรมการชุดต่างๆที่ตั้งขึ้นหลายชุดมีมติไม่ให้ถอน สะท้อนว่ากรรมการใหญ่กว่ารัฐบาล ภาคประชาชนควรรวมตัวกันฟ้องร้องคณะกรรมชุดทุกชุดทีมีมติไม่ยอมถอน ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหมาะสมในการเป็นแหล่งอาหารมากที่สุดไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกิน และภัยพิบัติน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่หน่วยงานภาครัฐต่างๆกลับหลงผิดในการใช้สารเคมีต่างๆ ทำให้คนป่วยล้นโรงพยาบาลจากแนวคิดผิดๆ ซึ่งหากมีการจัดการกับระบบดีๆ ประเทศไทยกลายเป็นมหาอำนาจไปแล้ว ไม่ใช่ประเทศที่มีคนป่วยล้นโรงพยาบาล งบประมาณ การคลัง หรือในสิทธิ์หลักประกันสุขภาพไม่เพียงพอในการดูแลเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ในฐานะกรรมการปฏิรูประบบสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับผลทางด้านสุขภาพจากสารเคมีทั้งสามชนิด แต่คณะกรรมการวัตถุอันตรายกลับมีมติไม่แบนสารเคมีตามมติกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหมอตนมีการบอกคนไข้เสมอว่าไม่ให้กินอาหารที่มีไขมัน ให้กินผักผลไม้ที่มีกากใยอาหาร กินปลา แต่อาหารเหล่านี้กลับพบว่ามีการปนเปื้อนของสารเคมี ซึ่งจะเป็นการผลักประชาชนไปสู่ความตายแบบผ่อนส่งกรือไม่ ที่ผ่านมาเห็นว่ามีการตั้งคณะกรรมการซ้อนกรรมการ และมีการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์โต้แย้งกัน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางครั้งก็เชื่อถือไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ เคยสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ว่าไม่เป็นอันตรายโดยใช้ชื่อของนักวิทยาศาสตร์ ที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นกลยุทธที่อัมหิตมาก หากใช้หลักฐานทางสิทยาศาสตร์จะไม่จบไม่สิ้นเพราะมีข้อมูลเท็จมาเรื่อยๆ ดังนั้นอยากให้คณะกรรมการชุดใหม่ใช้หลักฐานการเจ็บป่วยของประชาชนในการพิจารณา หรือจะต้องรอให้เอาศพ เอาเถ้าธุรีของประชาที่เสียชีวิตจากสารเคมีมาเป็นหลักฐานก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15669</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร, พาราควอต, วรพนธ์ สาสดี, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, สารพิษ, อำนาจ หมายยอดกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b781e15914d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
