<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกล ชี้เงินกู้ 1 ล้านล้านยังไม่เห็นผลลัพธ์ แนะเปลี่ยนนายกฯ บริหารงบประมาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.64 - นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้ความเห็นต่อกรณีที่ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ พ.ร.ก. เงินกู้ 700,000 ล้านบาท ในวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่า หากยังจำกันได้ช่วงนี้ของปีที่แล้ว รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แต่หนึ่งปีผ่านมาประเทศไทยไม่เห็นผลลัพธ์อะไรจากการกู้เงินของรัฐบาลเลย จึงอยากตั้งคำถามดังๆ ว่าถ้ายังเป็นรัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ ผลลัพธ์จากการกู้เงินรอบใหม่จะต่างไปจากเดิมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะดูว่าอนาคตเป็นอย่างไร เราต้องกลับไปดูการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นว่าการใช้เงินตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้าน ยังไม่บรรลุเป้าหมายเลยซักแผน แผนสาธารณสุข วงเงิน 45,000 ล้านบาท คงเหลือ 19,174 ล้านบาท ผ่านมา 1 ปี โควิดระบาดรอบสาม การเบิกจ่ายยังทำได้ต่ำมาก หลายโรงพยาบาลยังขาดความพร้อม การตรวจเชื้อยังทำได้จำกัด เตียงและเครื่องช่วยหายใจไม่พร้อมรับคนไข้โควิดรอบใหม่ โรงพยาบาลสนามที่ไม่ได้มาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนเยียวยา วงเงิน 600,000 ล้านบาท รัฐบาลอนุมัติได้เกือบเต็มวงเงิน แต่ข้อสังเกตคือเงินก้อนนี้ ไม่มีมาตรการช่วยเหลือ SMEs หรือผู้ประกอบการขนาดเล็กเลย ทั้งที่เป็นกลุ่มสำคัญที่ได้รับผลโดยตรงยากมาตรการของรัฐ &amp;nbsp;ทำให้เกิดภาวะ SMEs ล้มหาย ลูกจ้างตกงานกันทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนฟื้นฟู 355,000 ล้านบาท คงเหลือ 216,886 ล้านบาท จากตัวเลขจะเห็นว่าเบิกจ่ายล่าช้ามาก เพราะส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เสนอโดยราชการส่วนกลางและอำนาจอนุมัติที่รวมศูนย์ที่ส่วนกลาง การตั้งโครงการก็มีลักษณะอิงการเมือง ไม่มีวิสัยทัศน์ สตง. ได้ออกหนังสือเตือนเอาไว้แล้วว่ามีความเสี่ยงที่โครงการจะไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายวรภพ ชี้ว่า ร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฉบับใหม่ ยังคงถูกวางกรอบไว้เหมือนเดิมอีก คือ ด้านสาธารณสุข วงเงิน 30,000 ล้านบาท, เยียวยา วงเงิน 400,000 ล้านบาท และ ฟื้นฟู วงเงิน 270,000 ล้านบาท แต่ถ้ารัฐบาลทำเหมือนเดิม คือ การทำโครงการเบี้ยหัวแตกและรวมศูนย์อำนาจในการอนุมัติ ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างไปจากปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หวังว่ารัฐบาลจะรู้จักยอมรับและเรียนรู้ความผิดพลาดในการบริหารที่ผ่านมา การกู้เงินเจ็ดแสนล้านบาท ต้องไม่ทำแบบที่ผ่านมา อยากให้ประชาชนทุกคนที่จะต้องเป็นผู้จ่ายหนี้ในอนาคต แม้ว่าจะไม่พร้อมใจ ต้องจับตาดูว่า รัฐบาลจะยอมรับและเปลี่ยนแนวทางในการบริหารภาษีของเราหรือไม่ และถ้าเป็นไปได้ เราควรเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ผู้ที่มีวิสัยทัศน์และมีศักยภาพมากกว่านี้มาเป็นผู้บริหารงบประมาณ&amp;rdquo; นายวรภพ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103447</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, วรภพ วิริยะโรจน์, เงินกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4cc7cc55d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทึ่ง! &#039;ก้าวไกล&#039; โชว์วิสัยทัศน์เพิ่มงบวัคซีนโควิด ตัดซุ้มเฉลิมพระเกียรติ-เงินเดือน สว.-รถไฟ-เรือดำน้ำ-ยานอวกาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63 - นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า แผนการด้านวัคซีนโควิด 19 ที่รัฐบาลจัดงบประมาณเพื่อสั่งซื้อขณะนี้ พบว่ามีเพียงพอสำหรับ 13 ล้านคนเท่านั้น ถ้ารัฐบาลตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกจะสามารถทำให้ประเทศไทยจะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเทศไทยจองวัคซีนโควิค-19 จากบริษัท​แอสตราเซนเนกา (AstraZeneca) จำนวน 60​ ล้านโดส วงเงิน​ 6,049,723,117 บาท​ ครอบคลุมคนไทย​ร้อยละ​ 18.57 ของประชากร​ หรือ​ 13​ ล้านคน​ โดยใช้อัตรา 2 โดส ต่อ 1 คน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อคนทั้งประเทศ​ และยังไม่รู้ว่าวัคซีนจะมาเมื่อไหร่ โดยวัคซีนของบริษัทแอสตราเซนเนกา (AstraZeneca) มีประสิทธิภาพ​ 62 - 90% ขณะที่วัคซีนของบริษัท​ไฟเซอร์​ไบโอเทค (Pfizer)​ ของอเมริกา​ ร่วมกับบริษัทของเยอรมัน​ มีประสิทธิภาพ 95% วัคซีนของบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) มีประสิทธิภาพ​ 94% แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยได้จองวัคซีนที่มีประสิทธิภาพน้อยที่สุดให้แก่คนไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรภพ ยังชี้ให้เห็นความแตกต่างของการวางแผนด้านวัคซีนว่า สิงคโปร์เป็นชาติแรกในอาเซียน ที่นำเข้าวัคซีนจาก ไฟเซอร์ (Pfizer)​ มาใช้ ด้วยงบประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือคิดเป็นงบประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งวัคซีนจะมาถึงสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ ขณะที่ปัจจุบันมีหลายบริษัทในประเทศไทย กำลังทำการวิจัยเพื่อที่จะผลิตวัคซีน ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงในด้านสาธารณะสุขให้แก่ประเทศไทย แต่ก็ยังขาดการสนับสนุนที่ไม่มากพอจากภาครัฐทำให้มีการออกมาระดมทุนจากภาคประชาชนปรากฏให้เห็นอย่างเช่น การระดมทุนของ CU Enterprise&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายวรภพ ยังระบุด้วยว่า หากสามารถตัดงบประมาณเหล่านี้จะทำให้ไทยมีงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัคซีนได้เพียงพอสำหรับทุกคน ได้แก่ โครงการรถไฟเชื่อมต่อสามสนามบิน ประมาณ 119,000 ล้านบาท , เรือดำน้ำสองลำประมาณ 22,000 ล้านบาท ,รถยานเกราะสไตรค์เกอร์ 130 คัน &amp;nbsp;9,100 ล้านบาท ,งบยานอวกาศไปดวงจันทร์ 3,000 ล้านบาท, เงินเดือน ส.ว. 681 ล้านบาท&amp;nbsp;,งบซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 2563 ประมาณ 381 ล้านบาท และสุดท้ายคืองบประมาณเพื่อสู้คดีเหมืองทองอัครา 309 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88398</URL_LINK>
                <HASHTAG>วรภพ วิริยะโรจน์, วัคซีนโควิด, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec3a3b03af9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกล ชงแก้ &#039;ม.116&#039; โทษยุยงปลุกปั่น เหลือแค่ก่อความไม่สงบ อ้างรัฐใช้เป็นเครื่องมือปิดปากปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล&amp;nbsp;นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เตรียมยื่นเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือโทษของการยุยงปลุกปั่น เพื่อไม่ให้มาตรานี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมืองในการคุกคามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรภพ กล่าวว่า มาตรา 116 หรือที่เรียกว่าเป็นโทษของการยุยงปลุกปั่น ได้กลายเป็นกฎหมายอาญาหมวดความมั่นคง ที่ถูกนำมาใช้เป็นครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐบาล คสช. จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากเป็นข้อกฎหมายที่ตีความได้กว้าง เพราะการใช้คำว่า เพื่อให้เกิดความกระด้าง กระเดื่อง และเพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมาย ทำให้รัฐบาลใช้มาตรา 116 ฟ้องประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือจัดกิจกรรมทางการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลหลายสิบคดีอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, กลุ่มคนรณรงค์ประชามติสมัยรัฐบาล คสช. มาจนถึง กลุ่มผู้ชุมนุม นิสิต นักศึกษา และประชาชนปลดแอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าศาลจะยกฟ้องเกือบทุกคดีที่ฟ้องในสมัยรัฐบาล คสช. แต่รัฐบาลก็ยังใช้มาตรานี้อย่างต่อเนื่องเหตุผลเพราะเป็นโทษอาญาหมวดความมั่นคง ที่มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทำให้ตำรวจสามารถขอศาลเพื่อออกหมายจับได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกก่อน และทำให้ศาลต้องเรียกเงินประกันตัวที่สูงหลักแสนบาท ซึ่งเป้าหมายของกระบวนการนี้คือ การใช้กฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ คุกคามต่อแกนนำผู้จัดชุมนุมและผู้ที่แสดงความเห็นแตกต่างต่อรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรภพ กล่าวต่อไปว่า การดำเนินคดีลักษณะนี้คือการใช้กฎหมายเพื่อปิดปากประชาชน ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความเห็นต่างตามระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ ข้อกฎหมายของมาตรา 116 ที่ตีความได้กว้างจนเกินเจตนารมย์ของโทษอาญา หมวดความมั่นคงของรัฐ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ควรจะต้องแก้ไข เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของมาตรานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคก้าวไกล จึงขอยื่นแก้ไขประมวลอาญา มาตรา 116 เพื่อทำให้ข้อกฎหมายมีความชัดเจน และยุติการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของทุกรัฐบาล โดยในร่างกฎหมายที่เสนอต้องการเปลี่ยนข้อกฎหมายที่มีความคลุมเครือหรือตีความอย่างกว้างได้ จากการยุยง &amp;lsquo;เพื่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;เพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมาย&amp;rsquo; จะแก้ไขให้กลายเป็นเฉพาะ &amp;lsquo;เพื่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ถึงขนาดมีการทำร้ายร่างกาย หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้อื่นหรือประชาชน หรือทำลายทรัพย์สินของทางราชการหรือสาธารณะ&amp;rsquo; และลดโทษจำคุกจาก 7 ปี เหลือเพียง 3 ปี ให้เหมาะสมกับโทษทางอาญาอื่นๆ เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองด้วยการให้ตำรวจออกหมายจับได้ โดยไม่ต้องใช้หมายเรียกได้อีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้า นายวรภพ กล่าวว่า ขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. 20 รายชื่อ เพื่อยื่นให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 116 &amp;nbsp;โดยดำเนินตามขั้นตอนของรัฐสภา เพื่อผลักดันให้แก้ไขข้อกฎหมายดังกล่าวมีความชัดเจน เเละเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือตำรวจใช้อำนาจ โดยมิชอบ เพื่อปิดปากประชาชนและปิดกั้นเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78403</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามประชาชน, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ประมวลกฎหมายอาญา, มาตรา 116, ยุยงปลุกปั่น, วรภพ วิริยะโรจน์, ส.ส.พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b3b180d011.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.กับเด็กขี้งอแง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กกต.ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุณาหายใจลึกๆ พูดเท่าที่ต้องพูด แต่ต้องต่อยให้หนัก ข้อมูลต้องเป๊ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาไม่แล้ว...จะเละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์นั่นเรื่องหนึ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเอาตามความเท่ของนักวิชาการ เอาตามกิเลสนักการเมือง โดยไม่ยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ระวังบั้นปลายชีวิตจะไม่สวย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญอยู่ตรงไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ที่คุยกับ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คนที่เขียนกฎหมายเลือกตั้งเขาว่าไง....ก็ตามนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกเรื่องคือนับคะแนนใหม่ เขต ๑ นครปฐม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องง่ายๆ แต่กลับทำให้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมา กกต.นครปฐม ดูจะลนลานไปหน่อย แทนที่จะตรวจสอบให้นิ่ง ตรวจทานให้เรียบร้อย ว่าที่นับใหม่ใครได้เท่าไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับประกาศว่า ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ ได้ ๓๕,๗๐๗ คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ๓๕,๖๔๕ คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉือนกันไป ๖๒ คะแนน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วปล่อยข้ามคืน กองเชียร์เขาฉลองกันยกใหญ่ ในโซเชียลไชโยโห่ร้อง ว่าเป็นความสำเร็จของคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ เขาตามนับทุกกระดาน ผลคือชนะ ๔ คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันวุ่น!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ก็ทำเป็นเด็กเล่นขายของ นับครั้งแรกแพ้ ขอนับใหม่ นับใหม่ยังแพ้ ขอเลือกตั้งใหม่ มันจะเยอะไปมั้ย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศเลยดีมั้ย! ให้รัฐบาล คสช.อยู่ต่ออีกสักปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นไม่ว่าเขตเลือกตั้งไหน ไม่ควรเกิดเรื่องทำนองนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เตือนไว้....เพราะคนที่พร้อมกะซวก กกต.มันมีเยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแล้วเหนื่อยแทน กกต.ชุดนี้จริงๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งรับอย่างเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถนัดงานเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คงเพราะยังใหม่อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บวกกับต้องรับแรงกระแทกจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล คสช. ทำให้จับต้นชนปลายไม่ค่อยถูก แก้ไขสถานการณ์ไม่ค่อยทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงกระนั้นช่วงหลังดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนด่าก็มีสวนกลับบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางเรื่องถูกด่าเมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่งจะมาแก้ข่าวเอาวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ถูกนำไปขยายผลมากสุด คงหนีไม่พ้นเรื่อง เลือกตั้งมาเดือนกว่า ยังไม่รู้ผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการเอาการเลือกตั้ง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเปรียบเทียบ ประเทศที่มีคนไปใช้สิทธิ์เป็นร้อยล้าน ยังนับคะแนนเสร็จแค่ข้ามคืน แต่ของไทยข้ามเดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานนี้ กกต.ทำหนังสือชี้แจงว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....ด้วยปรากฏเป็นข่าวตลอดมาว่า ทำไมคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่การเลือกตั้งได้ผ่านมากว่า ๑ เดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเรียนว่าตามมาตรา ๑๒๗ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ ได้กำหนดว่าในการเลือกตั้งทั่วไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้ &amp;ldquo;ก็ต่อเมื่อ&amp;rdquo; ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม &amp;ldquo;และ&amp;rdquo; มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพิจารณาข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้นพบว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศผลการเลือกตั้งได้ &amp;ldquo;ก็ต่อเมื่อ&amp;rdquo; ได้ดำเนินการครบตามเงื่อนไของค์ประกอบที่กฎหมายกำหนด คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.ได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นว่า การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;และ&amp;rdquo; ๒.จำนวนที่ประกาศผลต้องไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยบทบัญญัติดังกล่าว คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงไม่อาจทยอยประกาศผลการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากต้องประกาศผลโดยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็โปรดรับทราบว่าที่ยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการนั้นเป็นเพราะอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...กกต.น่าจะอธิบายให้หมด เพราะจะได้เข้าใจง่ายกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือการเลือกตั้งครั้งแรกของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบเลือกตั้งก็ใช้ระบบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศผลอย่างเป็นทางการทำไม่ได้ หากยังมีการนับคะแนนใหม่ เลือกตั้งใหม่ในบางเขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันจะทำให้คะแนนป๊อปปูลาร์โหวตเปลี่ยน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็จะเปลี่ยนไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดกับการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ที่ใช้บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใบแรกเลือก ส.ส.เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใบที่สองเลือกพรรค ซึ่งก็คือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ คะแนนไม่ยึดโยงกัน ฉะนั้นการเลือกตั้งก่อนนี้ ปิดหีบไม่นาน ประกาศผลอย่างเป็นทางการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้ลองสอยว่าที่ ส.ส.สัก ๑๐ เขต เป็นเรื่อง!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งแต่ละขั้วเสียงปริ่มน้ำแบบนี้ ตั้งรัฐบาลไปแล้วสุดท้ายถูกสอยเลือกตั้งใหม่ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจะวุ่นไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงนักการเมือง ต่างรู้ดีว่าทำไม กกต.ถึงต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ ๙ พฤษภาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะในวันนั้น ตัวเลขเริ่มจะนิ่งพอสมควรแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นรอดูว่าก่อนวันที่ ๙ พฤษภาคม กกต.จะสอยว่าที่ ส.ส.อีกกี่เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีแน่นอน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วกกลับมาประเด็นหุ้นสื่ออีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสังเกตดีๆ พรรคการเมืองอื่นมีปัญหาเรื่องนี้กันน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอะไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เพราะรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเลือกตั้ง บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่า คุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. มีหนึ่ง &amp;nbsp;สอง สาม สี่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคการเมืองอื่นพลาดน้อยเพราะเขารอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเขาสื่อสารไปถึงผู้สมัครชัดเจนว่า ใครถือหุ้นสื่อ มีบริษัทจดวัตถุประสงค์ทำสื่อ ให้ลาออก หรือทิ้งหุ้นให้เรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วอนาคตใหม่ทำเช่นนั้นหรือเปล่า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือคำถาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่จะเอาแต่งอแง กล่าวหาว่าถูกแกล้ง ถูกขัดขา ได้ก้มลงดูขาตัวเองก่อนหรือเปล่าว่า พร้อมที่จะเดินหรือยัง มีแผลอยู่หรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม เพิกถอนการรับสมัครเลือกตั้ง ภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต ๒ จ.สกลนคร อันเนื่องมาจากการถือหุ้นสื่อมวลชน ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือบรรทัดฐานที่ใช้กับคดีอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่นักร้องเบอร์ ๑ &amp;quot;ศรีสุวรรณ จรรยา&amp;quot; ยื่นคำร้องต่อ กกต. ล่าสุด ให้ตรวจสอบ ๑๑ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๙ เป็นกรรมการบริษัท แอมฟายน์ โปรดักชั่น จำกัด และกรรมการบริษัท เฮด อัพ โปรดักชั่น จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.นายวินท์ สุธีรชัย ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๑๙ เป็นกรรมการบริษัท ดับบลิวซีดี วิชั่น จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.นายคารม พลพรกลาง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๒๖ เป็นกรรมการบริษัท สำนักพิมพ์สามพอ จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๓๘ เป็นกรรมการบริษัท โปรโมชั่นแม็กกาซีน จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.นายวรกร ฤทัยวาณิชกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๗๑ เป็นกรรมการบริษัท เฮลโลฟิล์มเมคเกอร์ จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖.นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๙๔ เป็นกรรมการบริษัท ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๗.นายหรินทร์ ยุวรัตนาพร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๑๑๑ เป็นกรรมการบริษัท อินเซน ออดิโอเวิร์ค แอนด์ สตูดิโอ จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๘.น.ส.นรีรัตน์ สุขวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขต ๒ จังหวัดสระบุรี เป็นกรรมการบริษัท บอส แอนด์ ธอส โปรเจคท์ จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๙.นายวีระชน นามประกาย ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขต ๔ จังหวัดสกลนคร เป็นกรรมการห้างหุ้นส่วนจำกัด วชิรวิชญ์ เคเบิ้ลทีวี และยังเป็นกรรมการห้างหุ้นส่วนจำกัดนครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ๑๐.นายปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขต ๑๔ จังหวัดนครราชสีมา เป็นกรรมการห้างหุ้นส่วนจำกัด พีเอสบี คอมมูนิเคชั่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ ๑๑.น.ส.กัลยารัตน์ กิตติกัลยานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขต ๑๐ จังหวัดขอนแก่น เป็นกรรมการห้างหุ้นส่วนจำกัด หวานชุมโปรโมชั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลืมผู้สมัครบัญชีรายชื่อไปก่อน โฟกัสที่ว่าที่ ส.ส.เขต ๔ เขต เพราะหากมีเหตุต้องเลือกตั้งใหม่ ไม่มีใครรู้ได้ว่าคะแนนจะเปลี่ยนเท่าไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ๙ พฤษภาคมนี้ กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ๙๕% แต่ประกาศไปแล้วตัวเลขใช่ว่าจะนิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นพรรคไหนจะจับขั้วตั้งรัฐบาลกับใครดูดีๆ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยารัตน์ กิตติกัลยานนท์, คารม พลพรกลาง, ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล, ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์, นรีรัตน์ สุขวรรณรัตน์, ปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง, วรกร ฤทัยวาณิชกุล, วรภพ วิริยะโรจน์, วินท์ สุธีรชัย, วีระชน นามประกาย, หรินทร์ ยุวรัตนาพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
