<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตช. ประชุมเครียดสอบผู้เกี่ยวข้องคดีบอส พร้อมขยายเวลาสืบสวนข้อเท็จจริงถึง 10 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - จากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช.เป็นประธาน เพื่อดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบของ &amp;quot;คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน&amp;quot; ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 225/2563 ที่มี ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธาน หรือคดีสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ได้แต่งตั้งขึ้น ประกอบด้วย พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จตร.&amp;nbsp; พล.ต.ต.อนุชา รมนะนันท์ รอง ผบช.สกพ. พ.ต.อ.เอกรินทร์ อิทธิวัฒนะ รอง ผบก.กต.1 พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รอง ผบก.กต.8 พร้อมคณะทำงานทั้งหมดเพื่อวางแนวทางการสืบสวน ซึ่งเป็นการดำเนินการสืบเนื่องจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานของ ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ โดยเปลี่ยนให้ พล.ต.อ.วิสนุ เป็นประธาน แทน พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจ (หน.จต.) ที่เป็นประธานอยู่เดิม เนื่องจากมีการกล่าวหาข้าราชการเพิ่มเติมคือ พล.ต.อ.มนู&amp;nbsp; เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีตผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง พ.ต.อ.วิวัฒน์ สิทธิสรเดช นักวิทยาศาสตร์ (สบ5) กองพิสูจน์หลักฐานกลาง และ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.ฝอ.บก.อก.สทส.อดีตพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด มีการถกกันในข้อกฎหมายถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดใหม่ ตามที่ได้หารือไปยังกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนได้ข้อสรุปว่าคณะกรรมการชุดปัจจุบันมีอำนาจที่จะดำเนินการได้ตามกฎหมายต่อเนื่องจากที่คณะกรรมการชุดเดิมเคยทำไว้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังหยิบยกคำชี้แจงข้อกล่าวหาของ พล.ต.อ.มนู พล.ต.ต.ธวัชชัย พ.ต.อ.วิวัฒน์ และ พ.ต.อ.วิรดล ที่ได้ทำคำชี้แจงส่งเข้ามาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานที่เคยสืบสวนไว้ในสำนวนเดิม รวมถึงประเด็นคลิปเสียงที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ อ้างเป็นพยานด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ในที่สุดที่ประชุมได้มีมติให้ทำการสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่อ้างว่ามีการสอบสวน พ.ต.อ.ธนสิทธิ เพื่อเปลี่ยนแปลงความเร็วรถยนต์ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอสกระทิงแดง จากเดิมที่ความเร็ว 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้เหลือเพียง 76 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเป็นเหตุให้พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ คือ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. และนายธนิต บัวเขียว ทนายความของนายวรยุทธ และให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อถอดข้อความจากคลิปเสียงให้ละเอียดรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงให้มีการสืบหาตัวบุคคลที่ระบุว่าเป็นอัยการและร่วมอยู่ในขณะที่มีการสอบสวนปากคำเพื่อเปลี่ยนความเร็วดังกล่าวด้วยว่าเป็นผู้ใด เพื่อจะได้เชิญมาสอบปากคำต่อไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการทุกคนแสดงความเห็นอย่างอิสระ โดยตนให้นโยบายในการทำงานของคณะว่า&amp;nbsp; ให้มุ่งเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงกรณีที่มีการกล่าวหาว่า มีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงความเห็นเรื่องความเร็วของรถยนต์ในคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ดังนั้น หากพยานหลักฐานพาดพิงไปถึงใครก็จะต้องเชิญมาให้ข้อมูลทุกคน ส่วนรายละเอียดในการสืบสวนไม่สามารถเปิดเผยได้&amp;nbsp; แต่ขอให้มั่นในว่าคณะกรรมการชุดที่ตนเป็นประธานจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และท้ายที่สุดผลการสืบสวนจะต้องตอบสังคมได้ในทุกประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้อนุมัติขยายเวลาการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการที่มี พล.ต.อ.วิสนุ เป็นประธานนี้ จนถึงวันที่ 10 พ.ย.2564&amp;nbsp; ดังนั้นจึงเชื่อว่าผลการสืบสวนน่าจะสรุปได้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก่อนถึงกำหนดดังกล่าวก็ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118263</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, จเรตำรวจแห่งชาติ, บอส อยู่วิทยา, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, วรยุทธ อยู่วิทยา, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_61545b33c56c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ปปช. แจง &#039;สุชาติ ตระกูลเกษมสุข&#039; ถอนตัวจากองค์คณะไต่สวนคดีบอส​ อยู่วิทยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวัติไชย เกษมมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7​ ก.ค.64 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต​แห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ตั้ง​ 8​ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นองค์คณะไต่สวนคดีนายวรายุทธ อยู่วิทยา​ หรือบอส ทั้งที่กรรมการป.ป.ช.มีทั้งหมด​ 9​ คน​ ว่า​ เนื่องจากนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข กรรมการ ป.ป.ช. ไม่ขอเข้าร่วมเป็นองค์คณะไต่สวนตั้งแต่ก่อนการแต่งตั้งองค์คณะไต่สวน​ ทำให้องค์คณะไต่สวนมี​ 8​ คน​ จากกรรมการป.ป.ช ทั้งหมดที่มี​ 9​ คน​ ด้วยเพราะเหตุผลว่านายสุชาติเป็นหนึ่งในกรรมาธิการที่มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับในคดี​ ดังนั้น เพื่อไม่ให้มีประเด็นขัดแย้งในการทำหน้าที่ หรือเกิดการคัดค้านภายหลัง และเชื่อว่าจะทำให้กระบวนการไต่สวนมีความบริสุทธิ์&amp;nbsp;เพราะปลอดจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108970</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, ปปช., วรยุทธ อยู่วิทยา, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1a54dc388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตำรวจ-อัยการ-นักการเมือง&#039; รวม 15 รายโดนปปช. ตั้งองค์คณะไต่สวนคดี​สั่งไม่ฟ้องบอส​ อยู่วิทยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64 - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า จากกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติตั้งองค์คณะไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหาเรื่องการดำเนินการตรวจสอบกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต โดยมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 15 ราย ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน ข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งที่เกษียณไปแล้วและที่ยังรับราชการอยู่ พนักงานอัยการ รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้น พบว่า เป็นคนมียศมีตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับคดี อาทิ นายตำรวจยศ พล.ต.อ. 2​ คน​ พล.ต.ท. 2​ คน พ.ต.อ. 2 คน &amp;nbsp;พ.ต.ท.​ 2​ คน พล.อ.ท. 2คน &amp;nbsp;อัยการ 2​ คน &amp;nbsp;ทนายความ 1​ คน &amp;nbsp;นักการเมือง 2​ คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108823</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, ปปช., วรยุทธ อยู่วิทยา, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e40fa421875.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง 9 กรรมการป.ป.ช.เป็นองค์คณะไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา15คนคดี&#039;บอส อยู่วิทยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 ก.ค.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกป.ป.ช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมาได้พิจารณาคดีดังกล่าว โดยเมื่อพิจารณาข้อมูลแล้วเห็นว่าข้อมูลเบื้องต้นนั้นมีมูลที่จะสั่งไต่สวนได้ จึงได้มีมติให้กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน เป็นองค์คณะไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจำนวน 15 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน ข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งที่เกษียณไปแล้วและที่ยังรับราชการอยู่ พนักงานอัยการ รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามกรอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. ในมาตรา 48 ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องไต่สวนให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ 1 ปี ซึ่งตามขั้นตอนหลังจากตั้งองค์คณะไต่สวนแล้ว องค์คณะไต่สวนจะเริ่มดำเนินการไต่สวน หากมีมูลเพียงพอจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จากนั้นองค์ไต่สวนจะสรุปสำนวนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ให้พิจารณาชี้มูลความผิดต่อไป โดยขณะนี้ยังเป็นเพียงการตั้งองค์คณะไต่สวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้กำชับให้เร่งรัดการดำเนินการภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาที่รวดเร็วกว่ากำหนดก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ จึงให้ความสำคัญ จึงให้กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน มาเป็นองค์คณะไต่สวนด้วยตัวเอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108775</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกระทิงแดง, ป.ป.ช., วรยุทธ อยู่วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f280e0025360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีกลับ&#039;เนตร-ปรเมศวร์&#039; พัวพันคดี&#039;บอส-เมาขับ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อรรถพล&amp;quot; จ่อเรียกประชุมคณะกรรมการอัยการนัดพิเศษ ถกปมตีกลับไม่ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อแต่งตั้งอัยการ 975 ราย หลังสำนักงานองคมนตรีขอความชัดเจน 2 ชื่อ &amp;quot;เนตร-ปรเมศวร์&amp;quot; พันคดีบอส กระทิงแดง-เมาขับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ &amp;nbsp;23 ธันวาคม 2563 นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;นร.0508/7419 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโส ถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) โดยมีเนื้อหาระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กราบเรียนอัยการสูงสุด ตามที่ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโสให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ &amp;nbsp;จำนวน 975 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป &amp;nbsp;ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรวมถึง นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด (ข้าราชการอัยการชั้น 7) ดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส สำนักงานคดีอาญาพระโขนง (ลำดับที่ 871) ตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่มีกรณีปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า คณะกรรมการอัยการได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยนายเนตร นาคสุข กรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ &amp;nbsp;อยู่วิทยา ในคดีขับรถยนต์ชนข้าราชการตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนโดยทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้การนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาในเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรอบคอบ ประกอบกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งแนวทางปฏิบัติในการเสนอเรื่องที่ต้องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาว่า เรื่องที่เสนอต้องมีข้อมูลอันเป็นที่ยุติชัดเจนก่อนที่จะส่งเรื่องมา เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป ตามหนังสือที่อ้างถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงขอทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า ได้มีการพิจารณาอันเป็นที่ยุติที่ชัดเจนแล้วหรือไม่ประการใด ทั้งนี้ ขอได้โปรดแจ้งข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณาที่เกี่ยวข้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 24 ธ.ค.63 ได้มีหนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีก 1 เรื่อง ส่งถึงนายวงศ์สกุล &amp;nbsp;กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโส มีเนื้อหาสรุปว่า &amp;quot;ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณากรณีนายเนตร นาคสุข สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในคดีขับรถยนต์ชนข้าราชการตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนโดยทั่วไป จึงขอทราบว่ามีการพิจารณาสอบสวนความผิดทางวินัยเป็นที่ยุติชัดเจนแล้วหรือไม่ประการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานเลขาธิการฯ ได้รับแจ้งจากสำนักงานองคมนตรีว่า มีข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะกรณีนายเนตร ผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งอัยการอาวุโสอยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัย และนายปรเมศวร์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนชั้นต้นและอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีขับรถยนต์ในขณะมึนเมา เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จึงขอให้ยืนยันความถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งข้อมูลซึ่งเหตุผลใดๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำความกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป ในการนี้ ขอได้โปรดแจ้งข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณาที่เกี่ยวข้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อแจ้งสำนักงานองคมนตรีใช้เป็นข้อมูลในการนำความกราบบังคมทูลต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้บัญชีรายชื่ออัยการที่ถูกเสนอไปพร้อมกับนายเนตรและนายปรเมศวร์ทั้ง 975 ราย ได้ถูกส่งกลับมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ ตามหนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนพิจารณาดำเนินการอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดจากนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) &amp;nbsp;โดยนายอรรถพลได้ตอบว่า ในวันเปิดทำการวันที่ 4 ม.ค.64 จะเรียกอธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ ในฐานะเลขาฯ ก.อ.เข้ามาหารือ เพื่อที่จะเรียกนัดประชุม ก.อ.วาระพิเศษโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส, วงศ์สกุล  กิตติพรหมวงศ์, วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, วรยุทธ อยู่วิทยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210102/image_big_5ff03927df2c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก.อ.&#039; เปลี่ยนตัวประธานสอบวินัย &#039;เนตร นาคสุข&#039; สั่งไม่ฟ้องคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 12/2563 โดยมีวารพิจารณาความคืบหน้าในการสอบสวนความผิดวินัยชั้นต้น นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด กรณีสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งในการประชุม ก.อ.ครั้งที่ผ่านมา (11/2563 วันที่ 20 ต.ค.) ที่ประชุมได้ลงมติเป็นเอกฉันท์เลือก นายไพรัช วรปาณิ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยชั้นต้น ต่อมาวันที่ 18 พ.ย. 2563 มีรายงานข่าวว่านายเนตรได้ยื่นคำร้องถึงประธาน ก.อ. ให้นำเรื่องเข้า ก.อ.เพื่อพิจารณาคัดค้านคณะกรรมการการสอบสวนชั้นต้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประชุม นายไพรัช ให้สัมภาษณ์ว่าในการประชุมวันนี้ได้มีการพิจารณาหนังสือคัดค้านกรรมการสอบของนายเนตร ผู้ถูกกล่าวหา แต่ก่อนการประชุมตนได้เข้าพบนายอรรถพล ประธาน ก.อ. เพื่อยื่นหนังสือขอถอนตัวจากการเป็นประธานการสอบสวนดังกล่าว ให้เหตุผลในหนังสือไว้ว่า ในการสอบสวนวินัยชั้นต้นนายเนตรไม่สามารถปฏิบัติงานดำเนินต่อไปได้เท่าที่ควร ตามที่ได้ตั้งแนวทางแห่งธรรมาภิบาลที่ตนยึดถือและได้วางไว้ ทั้งยังเกิดการคัดค้านโต้แย้งในประเด็นต่างๆ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ดีเท่าที่ควร จึงเห็นควรหลีกทางให้ผู้อื่นที่มีความรู้ความสามารถมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสอบสวนวินัยดังกล่าวแทน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อองค์กรอัยการ ตอบโจทย์สังคมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรัช กล่าวต่อไปว่า แม้ตนไม่ได้เป็นข้าราชการอัยการมาก่อน แต่ก็อยู่ในวงการมานาน ได้รับเลือกเป็น ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 สมัย ผ่านการร่วมโหวตตำแหน่งอัยการสูงสุดมาแล้ว 6 คน จบกฎหมายเนติบัณฑิตยสภา เมื่อมองว่ากระบวนการมันไปไม่ได้ก็ต้องเปิดโอกาสให้คนอื่นที่อาจจะมีความสามารถทำได้ดีกว่า ซึ่งภายหลังตนได้ยื่นหนังสือ นายอรรถพลได้นำเรื่องดังกล่าวแจ้งในที่ประชุมถึงเรื่องการถอนตัว พร้อมเสนอแต่งตั้งนายประสาน หัตถกรรม ข้าราชการอัยการบำนาญ อดีตรองอัยการสูงสุด ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานการสอบสวนแทน โดยที่ประชุม ก.อ.มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งนายประสาน ซึ่งตนมองว่ามีความเหมาะสมทุกด้าน ทั้งประสบการณ์ที่เป็นถึงอดีตรองอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาในการส่งผลสอบเบื้องต้น นายไพรัช กล่าวว่า ต้องรอประธานคณะกรรมการคนใหม่ประสานกับเลขาคณะกรรมการเพื่อประชุมอีกครั้ง ส่วนเรื่องที่นายเนตรยื่นคัดค้านกรรมการสอบสวน ในการประชุม ก.อ.วันที่ 29 ธ.ค. นี้ ก็จะมีการพิจารณาสรุปผลว่าคำคัดค้านของนายเนตรสามารถมีน้ำหนักฟังได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.อ.ยังมีการพิจารณาวาระอื่น ลงโทษวินัยอัยการโดยมีมติให้ออกข้าราชการอัยการ 1 ราย เนื่องจากสอบสวนแล้วผิดวินัยร้ายแรง และลงโทษวินัยอัยการไม่ร้ายแรงไป 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายไพรัชจะยื่นถอนตัวได้เคยเชิญนายเนตรมาให้ถ้อยคำ แต่นายเนตรไม่เดินทางมาให้ถ้อยคำพร้อมยื่นหนังสือคัดค้านกรรมการสอบ โดยให้เหตุผลว่าคณะกรรมการสอบสวนมีการเรียกสอบโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบและให้ทำการคัดค้าน รวมถึงประธานกรรมการสอบมีการให้ข่าวกับสื่อมวลชนก่อน จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรรมการสอบสวนชั้นต้นนายเนตรชุดใหม่ ประกอบด้วย นายประสาน หัตถกรรม ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานกรรมการ, นางพิมพร โอวาสิทธิ์ ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการ, นายสนทรรศ สิงหพัศ รองอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ, นายชัชชม อรรฆภิญญ์ รองอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ, นายมั่นเกียรติ ธนวิจิตรพันธ์ ผู้ตรวจการอัยการ เป็นกรรมการและเลขานุการ และนายยุทธพงษ์ อภิรัตน์รังษี รองอธิบดีอัยการสำนักงาน ก.อ. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คดีบอส กระทิงแดง, วรยุทธ อยู่วิทยา, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f353ad5910b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อ. ตั้งกรรมการสอบ &#039;เนตร นาคสุข&#039; สั่งไม่ฟ้องบอส อยู่วิทยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - มีรายงานข่าวว่า ในการประชุม คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ครั้งที่ 10/2563 วันนี้ มีวาระสำคัญคือ ที่ประชุม ก.อ.ได้ตั้งกรรมการสอบสวนชั้นต้น นายเนตร นาคสุข อัยการอาวุโสสำนักงานคดีอาญาพระโขนง อดีตรองอัยการสูงสุด ที่กลับคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถชนคนตาย ส่วนรายละเอียดยังไม่มีการเปิดเผยขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คณะกรรมการอัยการ, คดีบอส กระทิงแดง, วรยุทธ อยู่วิทยา, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f353ad5910b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
