<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นหนักมาก! &#039;พระมหาไพรวัลย์&#039; โผล่คอมเม้นท์ &#039;วรรณสิงห์&#039; โชว์รูปคู่ &#039;มารีญา&#039; ชุมนุมสนามหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.63 - สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล พิธีกรนักเขียนชื่อดัง บุตรชายนายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ โพสต์เฟซบุ๊ก Wannasingh Prasertkul (วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล) โชว์รูปคู่ มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2017&amp;nbsp;ขณะร่วมชุมนุมม็อบเมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่บริเวณสนามหลวง โดยเขียนข้อความว่า &amp;quot;ไปม็อบ เจอสาว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้มีพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวการเมือง เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวว่า &amp;quot;เจริญพรในชีวิตคู่&amp;quot; ส่วนนายวรรณสิงห์ตอบกลับว่า &amp;quot;สาธุครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทั้งสองต่างก็มีการโพสต์ภาพทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆท่ามกลางแฟนคลับสนับสนุนให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันเพราะเห็นว่าเหมาะสมกันมาก เคมีเข้ากัน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78104</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระมหาไพรวัลย์, มารีญา พูลเลิศลาภ, ม็อบ19กันยา, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f6832919b993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพนกวิน&#039; ร้อน!สวน &#039;วรรณสิงห์&#039; ไม่เคย &#039;เฮทสปีช&#039; ลั่นผด็จการมีไว้ประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63 - นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; &amp;nbsp;แกนนำเยาวชนปลดแอก &amp;nbsp;แชร์ข้อความของนายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล &amp;nbsp;ที่โพสต์ในทวิตเตอตร์เมื่อวานนี้ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ใครขึ้นเวทีพรุ่งนี้ ขอร้องน้า เบาๆ hate speech หน่อยนะครับ แล้วเราจะร่วมได้อย่างสบายใจมาก แล้วเจอกันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; โพสต์ข้อความยืนยันว่า &amp;quot;ในฐานะคนที่โดนหาว่าใช้ hate speech บ่อย ๆ ถ้าแค่ด่าเฉย ๆ จะแรงแค่ไหนก็ไม่ใช่ hate speech ยกเว้นว่ายุยุงให้ไปตีหัวใคร ซึ่งผมมั่นใจว่าไม่เคยทำ อย่าใช้คำนี้มั่วๆ &amp;nbsp;เผด็จการมีไว้ประณามครับ และการประณามไม่ได้จำเป็นต้องทำแบบน่ารักเสมอไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74708</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาชนปลดแอก, พริษฐ์ ชิวารักษ์, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a3ff8a63de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความหวังใหม่&quot;หลังโควิด&quot; ทำอย่างไร?&quot;สิ่งแวดล้อมฟื้นตัวยั่งยืน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วง 3 เดือนที่ประเทศไทยมีมาตรการล็อกดาวน์ควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 &amp;nbsp;ทำให้คนต้องอยู่บ้าน &amp;nbsp;งดเดินทางข้ามเขตพื้นที่ &amp;nbsp;ส่งผลให้การขับขี่ยานพาหนะลดลง &amp;nbsp;สายการบินต้องหยุดให้บริการ งดเดินทางและท่องเที่ยว &amp;nbsp;ทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงมาก &amp;nbsp;ส่งผลให้ธรรมชาติทะเล ป่าเขา &amp;nbsp;ได้พักฟื้นตัว &amp;nbsp;ส่วนชั้นบรรยากาศเหมือนขั้นโอโซน ก้ได้พักตัวด้วยเหมือนกัน เพราะไร้การรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ &amp;nbsp;ลดการปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือเป็นมุมบวกของโลกและธรรมชาติท่ามกลางวิกฤตโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และนับเป็นความท้าทายว่า &amp;nbsp;จะทำอย่างไร ความสวยงามและสมบูรณ์นี้ถึงจะอยู่กับเราได้ยืนยาว &amp;nbsp;มีนักวิชาการและนักพัฒนาองค์กรเอกชนตั้งข้อสังเกตว่า ปรากฎการณ์นี้ อาจเป็นแค่ระยะสั้นเท่านั้น &amp;nbsp;พร้อมโยนคำถามถึงยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขับเคลื่อนสู่ประเทศสีเขียว &amp;nbsp;รวมถึงการรุกสร้างความเข้าใจกับประชาชนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นหลังปลอดภัยจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากเวทีเสวนา &amp;rdquo;Our Wild,Our Climate สภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหลัง COVID-19 &amp;ldquo; &amp;nbsp;โดยความร่วมมือของสำนักข่าว Bangkok Tribune และองค์กรพันธมิตร &amp;nbsp;จัดขึ้นที่ SEA Junction ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน &amp;nbsp;โดยมี ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ,ดร.กลย์วัฒน์ สาขากร ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานกลางอนุสัญญา กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ,ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการ กรีนพีซ ประเทศไทย &amp;nbsp;และวรรณสิงห์ ประเสิรฐกุล นักทำสารคดี&amp;rdquo;เถื่อน Travel&amp;rdquo; และนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์สภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก่อนและในระหว่างช่วงโควิด-19 ดร.กลย์วัฒน์ สาขากร &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp; ก่อนโควิดหลายองค์กรมีการคาดการณ์ตรงกันว่า อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มขึ้นตลอด ไม่มีแนวโน้มลดลง และขณะนี้อุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย อุณหภูมิน้ำทะเลก็สูงขึ้น ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น ชี้ให้เห็นผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;แม้ในเวทีโลกได้ข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกัน เพื่อควบคุมอุณหภูมิและหาแนวทางสร้างภูมิคุ้มกันกลุ่มเสี่ยง เดิมทีปีนี้ทุกประเทศต้องเตรียมการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;ประเทศพัฒนาแล้วต้องสนับสนุนถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ประเทศกำลังพัฒนา &amp;nbsp;โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ซึ่งแม้ทุกประเทศทำแล้วก็ยังไม่พอ มีช่องว่างในการลดปล่อยคาร์บอนอีกมาก มีหลายประเทศไม่เห็นด้วย บอกไม่ยุติธรรม มอว่าทำไมบางประเทศทำน้อย บางประเทศทำมาก &amp;nbsp; ทำให้หาข้อตกลงในการทำงานไม่ได้ &amp;nbsp;ซึ่งโควิดเข้ามาพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวมของโลกเมื่อเกิดการระบาดโควิดตั้งแต่มีนาคม &amp;ndash;พฤษภาคม &amp;nbsp;2563 พบว่า ปริมาณการปล่อยคาร์บอนของโลกลดลงมาก &amp;nbsp;สัดส่วนกิจกรรมที่ปล่อยคาร์บอนลดลง คือ ด้านคมนาคมขนส่ง รวมแล้ว 97% ของการปล่อยทั้งหมด การบินหยุดหมด สะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมของมนุษย์ใดบ้างที่กระทบสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างมาก มาดูประเทศไทยข้อมูลมีนาคมที่ผ่านมา ปริมาณการปล่อยคาร์บอนลดลงเกือบ 20 ล้านตัน หรือคิดเป็น 12.6 % เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว หลักๆ คือ พลังงาน อุตสาหกรรม การเดินทางและการใช้พลังงานในอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลมาปากขวด สัตว์ทะเลหายาก เริงร่าในทะเลอันดามัน บริเวณเกาะไม้ท่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; จากสถานการณ์ที่กำลังดิ่งลงเหว เหมือนมีอะไรหยุดเอาไว้ ทำให้เราย้อนกลับมาคิด สิ่งแวดล้อมฟื้นกลับมาจากโควิด ช่วงแค่สองเดือนยังไม่ได้บอกชัดเจนที่เราจะไปใช้ต่อได้ เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเกิดขึ้นและมีชีวิตยาวนานมาก ในบรรยากาศไม่ได้ลดลง ต้องศึกษามากกว่านี้ หากอยากแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่ที่แน่ๆ ปริมาณคาร์บอนในเมืองใหญ่ลดลงมาก &amp;nbsp;โควิดมุมหนึ่งเป็นวิกฤตต่อเศรษฐกิจและสังคม แต่ในด้านสิ่งแวดล้อมทำให้เราเห็นสัตว์ป่าหายากกลับมาแสดงตัวตนอีกครั้ง ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในกรุงเทพฯ เป็นสีเขียวทุกวัน &amp;nbsp; เราจจัดระเบียบและนำไปวางแผนจัดการสภาพแวดล้อมต่อไปในอนาคตอย่างไร &amp;nbsp;&amp;ldquo; กลย์วัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลย์วัฒน์ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;เศรษฐกิจที่พังในปัจจุบันบนเงื่อนไขโควิด มีหลายสถาบันคาดการณ์หากโควิดควบคุมได้ช้าระบาดต่อเนื่องปีหน้า อาจจะกลายเป็นสองปี หรือปีหน้าระบาดซ้ำครั้งที่สอง หรือครั้งที่สาม เศรษฐกิจโลกจะช้าไปอีก 1 ปี เท่ากับอีก 3 ปี ถึงจะฟื้น จากการสำรวจมุมมองเรื่องนี้ คนมองว่า โควิดกับโลกร้อนรุนแรงพอกัน 70% อีก 20% มองว่าโควิดรุนแรงกว่า ส่วนโลกร้อนเป็นเรื่องเด็กๆ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นที่ประจักษ์การลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเดียวไม่ยั่งยืน สิ่งที่ช่วย คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า New Normal อีกโอกาสของสภาวะโลกร้อนต้องมองเรื่องผลประโยชน์ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้องทะเลได้พักผ่อน ฉลามหูดำว่ายน้ำหากินที่อุทยานฯ หมู่เกาะพีพี /ภาพโดยกรมอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ขณะนี้มีกระแสการฟื้นฟูสีเขียวมาแรงมากจากประเทศตะวันตก หากยับยั้งโควิดได้วัคซีนมาเมื่อไหร่ จะปรับรูปแบบการใช้ชีวิต เพื่อให้สิ่งแวดล้อมได้ผลประโยชน์ด้วย สำหร้บ สผ.ได้ร่วมงานกับต่างประเทศ มีการถามถึงแผนฟื้นฟูสีเขียวของประเทศไทย ขณะนี้ สผ.กำลังผนวกเรื่องดังกล่าว &amp;nbsp;รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีการพูดถึงธุรกิจที่ตายไปแล้ว จะให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งต้องเป็นธุรกิจสีเขียว &amp;nbsp;หรือธุรกิจยานยนตร์หากได้รับเงินสนับสนุนฟื้นฟูหลังโควิดต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ &amp;nbsp;ใช้พลังงานรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมจะมีปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างไร แม้แต่การเดินทางขนส่งทางอากาศในรูปแบบที่ควรจะเป็น หรือการปรับปรุงอาคารหลังโควิดจะเปลี่ยนให้ได้มาตรฐานสีเขียวอย่างไร เมื่อได้รับเงินหนุนจากภาครัฐ &amp;ldquo; กลย์วัฒน์ กล่าวถึงโอกาสจากวิกฤตโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนแผนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ของสผ. ที่มีอยู่เดิม กลยวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมหลักๆ &amp;nbsp;คือ การใช้พลังงานทดแทน และพัฒนาเทคโนโลยี สนับสนุนการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ ใช้ระบบขนส่งมวลชน &amp;nbsp;อุตสาหกรรม และการจัดการของเสีย ลดปริมาณ กำจัดถูกวิธี คัดแยก นำของเสียกลับมาผลิตพลังงาน ส่วนแผนการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศมีประโยชน์ทางอ้อมต่อเศรษฐกิจและสังคม ลดปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม ภาคเกษตรปรับวิธีทำเกษตร การท่องเที่ยวในชุมชนที่เหมาะสม ด้านสาธารณสุขจะรับมืออย่างไร ด้านทรัพยากรธรรมชาติจะรักษาและฟื้นฟูเพื่อลดภัยพิบัติ น้ำท่วม น้ำเค็มหนุน จากสถานการณ์โควิด ทำให้ต้องวิเคราะห์อีกครั้ง วางแผนจัดลำดับความสำคัญเรื่องใดทำก่อนหรือหลัง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กล่าวว่า พลังงานเป็นจำเลยปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 70% &amp;nbsp;แต่เวลาชี้นิ้วภาคพลังงาน มนุษย์ทุกคน คือ ผู้ทำกิจกรรมต่างๆ ฉะนั้น เราต้องช่วยลดโลกร้อน นอกจากนี้ ตามแผนปฏิรูปพลังงานของประเทศ จะมุ่งเป้าการเพิ่มพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลาดต้องการสินค้าคาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะขับเคลื่อนโครงการโรงไฟฟ้าจากชีวมวล ช่วยจัดการของเสีย ลดการปล่อยก๊าซมีเทนและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมถึงมีโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย ติดตั้งบนหลังคา เพื่อลดการซื้อไฟฟ้า ส่วนอัตราการรับซื้อไฟฟ้า จะไม่กระทบทำให้ราคาไฟเฉลี่ยโดยรวมของประเทศสูงขึ้น &amp;nbsp;พลังงานแสงอาทิตย์ไม่ได้ยุ่งยาก มีการลดกฎกติกาเพื่อให้ติดตั้งได้ พลังงานสะอาดเข้าถึงได้ เราเดินแล้วตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน &amp;nbsp;เริ่มแล้วตั้งแต่โควิดยังไม่มา มีความท้าทายประเทศไทยจะเดินต่อไปอย่างไรในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน หากโควิดระบาดรอบสอง &amp;nbsp;ประเทศไทยคิดเรื่องนี้ แต่จะแอคชั่นแค่ไหนต้องดูกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เวลานี้โลกพูดถึงผลของโควิด ทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค อย่างน้อยน่าจะมีผลสองสามปีที่ช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นกราฟขึ้นแน่ๆ &amp;nbsp;แต่ที่เห็นชัดเจนมีการใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือนมากขึ้น คาร์บอนโดยรวมของโลกลดลง เนื่องจากการเดินทางขนส่ง &amp;nbsp;โจทย์อยู่ที่ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว จะฟื้นเป็นแบบเดิมๆ หรือเส้นทางสีเขียว นี่คือ อนาคตและความหวัง งบ 4 แสนล้าน ไม่มีใครพูดจะฟื้นเศรษฐกิจโดยไม่เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่าง กติกาจะไปทิศทางไหน &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัณฑูร กล่าวอีกว่า และถ้าหากมีการระบาด ระลอก 2 ระลอก 3 &amp;nbsp;ยังประเมินไม่ได้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจะรุนแรงแค่ไหน &amp;nbsp;ส่วนจะมีผลต่อสิ่งแวดล้อมลักษณะไหน ก็เป็นไปได้หลายรูปแบบ ขึ้นกับว่าเราจะตัดสินใจให้เศรษฐกิจฟื้นตัวไปในทิศทางใด และฟื้นอย่างไร &amp;nbsp; ในวงเสวนา สวทช. บอกว่าไทยกำลังสู่ระยะฟื้นตัว สิ้นเดือนนี้จะมีกติกาคลายล็อกดาวน์เกือบทั้งหมดแล้ว &amp;nbsp; หลังจากปลดล็อกแล้ว &amp;nbsp;จะเป็นระยะสำคัญของไทยว่าเราจะปรับโครงสร้างกันอย่างไร &amp;nbsp;โจทย์สำคัญสิ่งแวดล้อมคือเรื่องโลกร้อน &amp;nbsp;รัฐบาลเองก็ความตั้งใจดีมากที่จะพัฒนาประเทศสู่เส้นทางใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งตัวทดสอบในเรื่องนี้ คือ การใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 &amp;nbsp;แสนล้าน จะมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืนได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ 20% รวมถึงจะเกิดการสร้างงานสีเขียวอย่างไร &amp;nbsp;เวลานี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ &amp;nbsp;มีกรอบเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจชุมชน และท่องเที่ยวคุณภาพ &amp;nbsp;แต่ความป็นจริงจะเดินไปได้แค่ไหน ส่วนเรื่องพลังงานและไฟฟ้าจะสนับสนุนพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ยกตัวอย่างติดตั้งโซล่ารเซลล์ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยลดค่าไฟ เงินที่ลด ก็นำมาซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือกระทั่งปรับการท่องเที่ยวเปลี่ยนสู่นิวนอร์มอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลมาสีชมพู สัตว์ทะเลหายากที่ดอนสักต่อเนื่องอ่าวขนอม สื่อธรรมชาติอ่าวไทยตัวก ล่าง สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอยกตัวอย่าง &amp;nbsp;ธรรมชาติที่กลับคืนมาจากโควิดและกติกาทางสังคม การรักษาระยะห่าง &amp;nbsp;ขณะนี้กรมอุทยานฯ ร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจเกาะเสม็ด ประกาศจำกัดนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะไม่เกินวันละ 4,000 คนจากปกติวันละหมื่นกว่าคน &amp;nbsp;เราจะทำโมเดลแบบนี้ ในสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้มั้ย ไม่ให้คนทะลักเหมือนที่ผ่านมา &amp;nbsp; เวลานี้นักวิชาการกำลังหาสมดุลใหม่ระหว่างการฟื้นเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เป็นโจทย์ท้าทายกับทุกภาคส่วนในสังคม รวมถึงรับมือกับโรคอุบติใหม่ที่แนวโน้มเป็นไปได้จะเกิดขึ้นอีก ต้องใช้โอกาสนี้ &amp;nbsp;โมเมนตัมนี้ ทำให้ตระหนักและสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่ทิศทางพัฒนาโลกน่าอยู่ &amp;nbsp;&amp;quot;บัณฑูรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลกใต้ทะเล ปะการังฟื้นตัวดีขึ้น ภาพโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ภาพจากกรมทรัพยากรทางทะเลทชายฝั่ง )
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ธารา บัวคำศรี กล่าวว่า เวทีเจรจาโลกร้อนที่กำหนดก่อนเกิดโควิดถูกเลื่อนออกไป เพราะมองว่าไม่ใช่วาระเร่งด่วน &amp;nbsp;แต่ก่อนเจอโรคระบาดใหญ่ มีกระแสความตื่นตัวมากมายของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในปัญหาโลกร้อน &amp;nbsp;เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลายประเทศและหลายท้องถิ่นประกาศภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ ส่วนไทยเองก็มีความล่อแหลม ความเสี่ยง และเปราะบางจากผลกระทบที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;ความเร่งด่วนของปัญหา วิกฤตไวรัสทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปแต่แค่ระยะสั้น &amp;nbsp;หากจะคุมอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงขึ้นมากกว่า 1.5 องศา ต้องให้โควิดเกิดติดต่อกัน 30 ปี &amp;nbsp;ฉะนั้น นโยบายการจัดการสภาพภูมิอากาศเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ย้อนแย้งกับการสร้างขีดความสามารถปรับตัวทางเศรษฐกิจ ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เราต้องมาสู้กันเรื่องทางด่วน, ภาคตะวันออกมีการถมทะเลขยายท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด หรือผลักดันเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลัก ล่าสุดที่ อ.จะนะ จ.สงขลา จะขยายเซาท์เทิร์นซีบอร์ด เป็นเรื่องที่เราต้องจับตาดู การฟื้นฟูสีเขียวจะไปทางไหนแน่ มีความเป็นห่วงหลายอย่าง บางภาคส่วนขับเคลื่อนประเด็นตัวเอง ใช้โอกาสช่วงโควิด ย้อนแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติ ขณะนี้รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ หลังโควิดคลี่คลาย ต้องติดตามรัฐบาลจะเดินไปทางไหน จะเป็นนิวนอร์มอลอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วรรณสิงห์ ประเสิรฐกุล แสดงทัศนะว่า ข่าวตามหน้าสื่อในช่วงโควิดว่า ธรรมชาติฟื้นตัว ช่องโหว่ชั้นโอโซนของบรรยากาศโลกดีขึ้น &amp;nbsp;คนรู้สึกดี &amp;nbsp;เพราะเป็นข่าวดีท่ามกลางโลกเกิดการแพร่ระบาดไวรัสครั้งใหญ่ &amp;nbsp;แต่ตนมองว่า ไม่ได้ตอบโจทย์ระยะยาว &amp;nbsp;ก๊าซเรือนกระจกลดลงก็แค่ชั่วคราว &amp;nbsp;ไม่ว่าจะด้านการผลิตพลังงานรูปแบบใหม่หรือการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมื่อโควิดจบปุ๊ปก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อุทยานสำรวจ จุดวางไข่เต่าทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การคุมโควิดทำให้ทั่วโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ลดลงมากสุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับปี 2562 เป็นครั้งแรกที่โลกสามารถทำได้ตามเป้าหมาย เพราะมีมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ การขนส่งภาคพื้นดินหายไป การปล่อยคาร์บอนก็ลดลง แต่โจทย์จะทำอย่างไรให้ลดก๊าซเรือนกระจก โดยไม่ต้องใช้ชีวิตทรมานอย่างมาตรการคุมโควิด ไปช้อปปิ้งได้ &amp;nbsp;สามารถเดินทางได้ เชื่อว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดโควิดทุกปี &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ให้มุมมองอีกว่า &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหรือแก้โลกร้อน ไม่ใช่แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อยๆ แต่รวมถึงปรับปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม ประเด็นโลกร้อนยังต้องการการสื่อสารให้มวลชนเข้าใจ สร้างความคิดเห็นของประชาชน และผลักดันสู่นโยบายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; โควิดเป็นตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นได้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคระบาดชนิดใหม่ และโรคระบาดซ้ำที่เคยหายไปแล้วแต่กลับมาให้ได้เห็นใหม่ รวมถึงการเพิ่มจำนวนง่ายขึ้นของพาหะนำโรค ก่อให้เกิดการไวรัส โควิดเป็นหนังตัวอย่าง แต่กระตุกให้สังคมสนใจเห็นผลกระทบจากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ เห็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม สิทธิมนุษยชน และภาวะโลกร้อน จะรักษาสิ่งแวดล้อม หากพูดแต่รักษ์โลกหรือหัวใจสีเขียวไม่สามารถสื่อสารได้ เพราะวิกฤตที่เผชิญหนักกว่าเยอะ โควิดสะท้อนถ้าไม่จัดการสิ่งแวดล้อมให้ดี จะกระทบกับคนบนโลกแค่ไหน &amp;ldquo; วรรณสิงห์ กล่าวในท้ายต้องสร้างความรู้สึกร่วมจุดชนวนสังคมเรื่องโควิดกับสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกันอย่างแยกออกไม่ได้ เพื่อฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เต่าทะเลขึ้นวางไข่ชายหาดต่างๆ เกาะสมุย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69158</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ดร.กลย์วัฒน์ สาขากร, ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิ่งแวดล้อมหลังโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec854f4cad0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวทีอุ้มหาย...แล้วไง &#039;ฐปณีย์&#039; ชมรัฐตอบสนองกรณี &#039;วันเฉลิม&#039; ได้เร็ว &#039;วรรณสิงห์&#039; ห่วงก้อนอยุติธรรมระเบิด-ไม่เห็นด้วยบังคับคนดังแสดงจุดยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) จัดงานเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;อุ้มหาย .. แล้วไง&amp;rdquo; สืบเนื่องจากกรณีที่นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยการเมือง ถูกอุ้มหายในประเทศกัมพูชา โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว, นายพชร ธรรมมล หรือฟลุ๊ก เดอะสตาร์ ศิลปิน, นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล พิธีกรสารคดี และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และมี น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมการเมือง เป็นพิธีกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ฐปณีย์ กล่าวถึงการอุ้มหายและการลี้ภัย ไม่ควรเกิดขึ้นทั้งสองอย่าง การอุ้มหายคืออาชญากรรมอย่างหนึ่ง เมื่อนายวันเฉลิมถูกอุ้มหายก็เกิดความห่วงใยถึงความปลอดภัย เขาออกไปจากประเทศเพราะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ใครออกไปก็เป็นผู้ลี้ภัยอยู่แล้ว ผู้ลี้ภัยในความหมายขององค์กรสิทธิมนุษยชน คือหนีจากความไม่ปลอดภัย หวาดกลัวการประหัตประหาร ไม่ควรมีใครต้องเป็นผู้ลี้ภัย บางครั้งเขาลี้ภัยทางการเมืองแต่ยังไม่ได้สถานะเป็นผู้ลี้ภัย ในฐานะที่ทำข่าวช่วยเหลือคนเหล่านี้ ทำให้คนเข้าใจผู้ลี้ภัยมากขึ้น ใครคิดต่างควรได้รับการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่ถูกอุ้มหายไป และคนที่เผชิญชะตากรรมเลวร้ายไม่ต่างกันคือคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ฐปณีย์ ยังมองถึงบทบาทของภาครัฐต่อกรณีนายวันเฉลิมว่า การมีสภาผู้แทนราษฎรแตกต่างกับช่วงหลังการรัฐประหาร ทำให้ปัญหาของประชาชนได้หยิบยกมาพูดมากขึ้น กลายเป็นสิ่งสำคัญ อยู่ในความสนใจ เมื่อเข้ากรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจเรียกสอบถามได้ จากที่เห็นท่าทีของรัฐมนตรีตอบรับเรื่องนี้ รัฐมีการตอบสนองต่อกรณีของนายวันเฉลิมได้เร็ว โดยเพื่อนนักข่าวที่กัมพูชาแจ้งว่าสถานทูตไทยส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ส่วนคำตอบที่จะได้กลับมาจะต้องช่วยกันติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวรรณสิงห์ เปิดเผยถึงตอนทราบข่าวนายวันเฉลิมว่าใจหาย เพราะรู้จักกับนายวันเฉลิมเป็นการส่วนตัว แต่ไม่สนิท เราเห็นหลายครั้งที่คนหาย รู้สึกโกรธ ไม่ว่าจะเกิดกับใครก็เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ และเขายังเปรียบความอยุติธรรมเป็นก้อนที่หมักหมม เมื่อมาถึงจุดหนึ่งจะระเบิดออก ต้องมีกระบวนการบางเรื่องที่ทำให้มีจุดจบที่สังคมพอใจ แต่ทางตันมันกลับมากขึ้น เป็นห่วงในอนาคตก้อนแห่งความดำมืดจะขยายขึ้น จึงเป็นห่วงก้อนที่สะสมเยอะไปแล้วในสังคมไทย ทั้งนี้ ถ้าเราสนใจว่านายวันเฉลิมคือใคร ปลูกกัญชาหรือไม่ ฝ่ายไหน ก็เป็นเรื่องการเมืองไป แต่ถ้าเราสนใจว่านายวันเฉลิมเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่สมควรที่จะถูกอุ้มก็จะเป็นประเด็นเชิงมนุษยชน ความโกรธนี้ถ้าเราไปคุยกับกระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตกัมพูชา เรียกร้องให้เกิดการสืบสวน ตนเห็นด้วย แต่ไม่ควรกระจายไปหลายที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรรณสิงห์ ยังให้ความเห็นถึงกรณีที่มีการกดดันผู้มีชื่อเสียงให้ร่วมแสดงจุดยืนเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยที่บังคับพูดทุกเรื่อง อยู่ที่ถ้าคุณรู้สึกร่วมกับเรื่องอะไรก็แสดงออกมา เพราะการบังคับนั้น บางทีเขาอาจไม่รู้ข้อมูล ไม่จำเป็นต้องบังคับคนที่ไม่มีบทบาทในด้านนี้ ตนหวังว่าสังคมจะไปถึงจุดที่คนพูดได้รับการยอมรับ คนไม่พูดไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพชร ระบุถึงการตอบสนองในสังคมต่อการอุ้มหายนายวันเฉลิมว่า ได้เห็นคนตื่นตัวเยอะขึ้น ต่างกับ 8 คนที่ผ่านมา ซึ่งถูกพูดถึงในวงแคบๆ เพราะเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองชัดเจน แต่นายวันเฉลิมไม่ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองด้วยการโจมตี ใส่ร้าย หยาบคาย ใช้ข้อเท็จจริงนำเสนอ ดีใจที่เห็นคนตื่นตัว เพราะถ้าเราพูดกันดังขึ้น ความโหดร้ายชั่วร้ายก็จะเกิดได้ยากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน น.ส.จุฑาทิพย์ เปิดเผย สนท. เป็นกลุ่มแรกที่ทราบข่าวการอุ้มนายวันเฉลิม การอุ้มหายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยมีความยุติธรรมต่อคนที่ถูกอุ้มหาย เมื่อเราจัดกิจกรรมเรียกร้อง ก็ถูกเจ้าหน้าที่รัฐขู่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แทนที่จะสนใจคนหาย แต่เรายืนยันดำเนินกิจกรรมต่อไป เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างดี ไม่ใช่เรื่องฝ่าย แต่เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เท่าที่สัมผัสจากเพื่อนนักศึกษาหลายคนรู้สึกโกรธ เห็นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนท่าทีรัฐบาลที่พยายามบอกไม่ใช่ผู้ลี้ภัยนั้น มองไม่เป็นคนเท่ากัน และใช้กฎหมายเอาผิดคนเรียกร้องให้นายวันเฉลิม โดนขู่ทุกครั้งที่ทำกิจกรรม บางครั้งก็โดนคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, การเมือง, ฐปณีย์ เอียดศรีไชย, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, วันเฉลิม, สิทธิมนุษยชน, อุ้มหาย, เสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4b13712397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีแผ่ความจริงมลพิษพลาสติกผ่านหนังสารคดี เนื่องในสัปดาห์สิ่งแวดล้อมโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องในสัปดาห์สิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ที่กำลังมาถึงนี้ กรีนพีซ ประเทศไทย ชวนรับชมภาพยนตร์สารคดี เรื่อง The Story of Plastic ผ่านทางช่องทางออนไลน์และรับฟังการล้อมวงพูดคุย &amp;ldquo;Beyond the Story of Plastic: พลาสติก ผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; ผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟสบุ๊กเพจ Greenpeace Thailand ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2563 เวลา 19.00 น. โดยวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเดินทางและนักเล่าเรื่องแห่งเถื่อน Travel, กรณิศ ตันอังสนากุล Co-founder เพจ ReReef, พิชามญชุ์ รักรอด หัวหน้าโครงการรณรงค์ยุติมลพิษพลาสติก กรีนพีซ ประเทศ ไทย และชวนพูดคุยโดย ลูกกอล์ฟ คณาธิป สุนทรรักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเพจ Little Big Green&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;The Story of Plastic ภาพยนตร์สารคดีที่เผยเบื้องหลังความจริง และที่มาของพลาสติกทุกชิ้นที่สร้างความ สะดวกสบายให้เราในชีวิตประจ าวัน แท้จริงแล้วทิ้งผลกระทบที่ยาวนานต่อสิ่งแวดล้อมทั่วทุกมุมโลก รวมถึงสุขภาพและความ เป็นอยู่ของชุมชนหลายแห่ง ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Story of Plastic ถ่ายทอดความจริงของปัญหามลพิษพลาสติกที่ทั้งโลกกำลังเผชิญอยู่ โดยทั่วไปหลายคนมักเห็นปัญหามลพิษพลาสติกที่เกิดขึ้นจากการรายงานข่าวของสื่อต่าง ๆ เช่น สัตว์กินพลาสติกเข้าไป ชายหาดเต็มไปด้วยขยะพลาสติก กระบวนการรีไซเคิลที่เกิดหลังการใช้งานพลาสติกเสร็จสิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็น ถึงบทบาทของทุกภาคส่วนในสังคมต่อมลพิษพลาสติก ตั้งแต่ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และภาครัฐ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากมลพิษพลาสติกในทุกวงจรของ &amp;lsquo;พลาสติก&amp;rsquo; หนัง The Story of Plastic ซึ่งฉายภาพจริงของวงจรพลาสติกทั้งระบบอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจพลาสติกในแง่มุมอื่นๆ มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคได้ตั้งคำถามถึงความซับซ้อนของปัญหา และช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อช่วยลดวิกฤติมลพิษพลาสติกหรือร่วมมือกันหาทางออกในการแก้ปัญหาดังกล่าว ชมฟรี! ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 14 มิ.ย. ผ่านทางออนไลน์ พร้อมคำบรรยายภาษาไทย เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 มิ.ย. https://www.greenpeace.org/thailand/act/plastic-the-story-of-plastic/ หมายเหตุ กรีนพีซจะส่งลิงก์สำหรับรับชมภาพยนตร์ผ่านทางอีเมล์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดยลิงก์จะชมได้ตั้งแต่วันนี้ - 14 มิ.ย. นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67645</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Story of Plastic, กรีนพีซ ประเทศไทย, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สัปดาห์สิ่งแวดล้อมโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed61e2a29065.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
