<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทีกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย พบว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 54 ราย ยอดสะสม 2,423 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวมเสียชีวิต 32 ราย หายแล้วรวม 940 ราย..ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงกันก็คือ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงในสัปดาห์หน้านี้ 13-15 เมษายน แม้รัฐบาลจะประกาศไม่ให้เป็นวันหยุดราชการ แต่เทศกาลสงกรานต์ยังคงมีอยู่ต่อไป ทำให้มีการเป็นห่วงว่าจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วง 3 วันดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายเลยต้องรีบออกมาตั้งรับกันแล้ว เห็นได้จากคำเตือนของ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ที่เตือนไว้ว่า &amp;quot;ในช่วงนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์ แม้ว่าทางรัฐบาลจะยกเลิกกิจกรรมและวันหยุดในช่วงดังกล่าวแล้ว แต่ในบางครอบครัวอาจมีกิจกรรมเล็กๆ ในเครือญาติ เพื่อรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุในการได้รับเชื้อโควิด-19 ได้ จึงขอให้ประชาชนงดกิจกรรมดังกล่าว งดการเดินทางกลับภูมิลำเนา ลดการรวมกลุ่มใกล้ชิดในเครือญาติ หากผู้อยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้สูงอายุจะกราบและขอพร ควรเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร จะทำให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้&amp;quot;...เป็นคำเตือนที่ทุกคนควรตระหนักและพึงระมัดระวังอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานคร ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. แถลงข่าวไว้ว่า เนื่องจากใกล้เทศกาลสงกรานต์ และเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 คณะกรรมการโรคติดต่อมีมติประกาศพื้นที่กรุงเทพมหานคร งดขายสุรา ประเภทที่ 1 และ 2 ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต ที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายทั้งขายปลีกและขายส่ง ให้งดจำหน่ายสุราทุกประเภท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. -20 เม.ย.นี้ ส่วนภาพใหญ่ระดับรัฐบาล พบว่า เมื่อ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีเนื้อหาน่าสนใจหลายอย่าง แต่ในช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทุ่มเทเสียสละ อดทนเพื่อการทำงานสำคัญครั้งนี้ ขอให้กำลังใจ และเข้าใจดีว่าการทำงานเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ ประชาชนทั้งประเทศย่อมมีความยากลำบาก และเต็มไปด้วยอุปสรรค อาจจะมีทั้งผู้ที่มีเจตนาบริสุทธ์ ทั้งดี และไม่ดี จึงขอให้ทุกคนอดทน สร้างความเข้าใจชี้แจงประชาชนอย่างต่อเนื่อง ก่อนมีมาตรการใดๆ ออกมา...เอาเป็นว่า แม้จะมีบางคนไม่ชอบใจ อยากไล่รัฐบาลบิ๊กตู่ แต่สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ยังไงหลายฝ่ายเห็นตรงกันต้องพักการเมืองไว้ก่อน เอาไว้ให้ทุกอย่างผ่านไปก่อน จากนั้นการเมืองค่อยมาว่ากันอีกที โดยเฉพาะต้องพยายามคุมไม่ให้การแพร่เชื้อระบาดหนักไปกว่านี้ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ดูท่าแล้ว หลังผ่านสงกรานต์ไป ตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจพุ่งปรี๊ดก็ได้ หากการเล่นสงกรานต์ของคนไทยยังทำแบบเดิม!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..หลังเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ รวม 4 คน ดังนี้ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ 4 ตุลาการศาล รธน.ชุดใหม่ ที่เพิ่งผ่านการเห็นชอบจากวุฒิสภาก่อนหน้านี้ คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม-วิรุฬห์ แสงเทียน-จิรนิติ หะวานนท์-นภดล เทพพิทักษ์ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้คงต้องให้เวลากับการทำงานของตุลาการศาล รธน.ทั้ง 4 คนดังกล่าวต่อไป กับการทำงานร่วมกับตุลาการศาล รธน.ที่มาจากชุดที่แล้วที่ยังไม่หมดวาระ อันประกอบด้วย ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ปัญญา อุดชาชน..สำหรับคดีสำคัญๆ ที่รอการพิจารณาของศาล รธน. พบว่าหลังผ่านคดีใหญ่ๆ อย่างคดียุบพรรคอนาคตใหม่-คดีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องปมการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ-คดีหุ้นสื่อของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตอนนี้ก็เหลือคดีในสารบบของศาล รธน.อีกไม่มาก แต่ที่สำคัญก็คือ คดีถือหุ้นสื่อก่อนการเลือกตั้งของ ส.ส.และ ส.ว. โดยเฉพาะคดีถือหุ้นสื่อของ ส.ส.ชุดปัจจุบันที่มี ส.ส.ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านโดนยื่นคำร้องรวมกัน 64 คน เป็นต้น ซึ่งหลายคนจับตามองกันมากว่า แล้วศาล รธน.จะใช้บรรทัดฐาน และดุลยพินิจอย่างไร และจะมีความแตกต่างจากคดีของธนาธร อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ก่อนหน้านี้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องรอติดตาม ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62667</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินกลิ้ง, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, บันทึกหน้า4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วรวิทย์ กังศศิเทียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดโผแคนดิเดทชิงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายวรวิทย์ กังศศิเทียม , นายทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์ , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ,นายจิรนิตติ หะวานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.63 - ความคืบหน้าหลังวุฒิสภามีการลงมติโหวตลับ เห็นชอบรายชื่อว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 รายชื่อ ประกอบด้วยนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งและอนุญาตในศาลฎีกา นายวิรุฬ แสงเทียน อดีตรองประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายจิรนิตติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนายนภพล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัคราชทูตฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนต่อจากนี้ ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คน ต้องดำเนินการเรื่องต่างๆเพื่อเตรียมตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติการเป็นตุลาการศาลรัฐมธรรมนูญ เช่นการลาออกจากราชการภายในกำหนดเวลาคือไม่เกินสิบห้าวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น สำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จะได้ประสานเป็นการภายในกับ 4 ว่าที่ตุลาการศาลรับธรรมนูญ เพื่อให้มาร่วมประชุมกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันจำนวนสี่คน ที่ยังไม่พ้นวาระให้มาประชุมร่วมกันเพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่แทนนายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ.คนปัจจุบัน ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 8 คน จะต้องลงมติเลือกบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมมาเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนต่อไป จนเมื่อได้ชื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการส่งชื่อประธานศาลรธน.และว่าที่ตุลาการศาลรธน.ทั้งหมด ให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีการคาดหมายกันว่าขั้นตอนดังกล่าวน่าจะแล็วเสร็จภายในต้นเดือนมีนาคมนี้ จนเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว จากนั้นทั้งหมดจะเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ที่ยื่นคำร้องมายังศาลรับธรรมนูญต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการจับตามองกันว่า ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ก่อนหน้านี้ มีการเก็งกันว่า อาจจะมีแคนดิเดทมาจาก 2 ทาง คือมาจาก 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันที่จะลงชิงเป็นแคนดิเดท ที่อาจจะมีชื่อของ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม &amp;nbsp;ที่เป็นอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด และ นายทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์ &amp;nbsp;อดีตอาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;และอีกปีกอาจมาจากสายว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ 4 คน ที่แวดวงตุลาการศาลฎีกา มีการเก็งกันว่านายอุดม &amp;nbsp; และนายจิรนิติ &amp;nbsp;อาจจะสนใจลงชิงแคนดิเดท เป็นประธานคนใหม่ ส่วนนายวิรุฬ แม้จะมีดีกรีเป็นอดีตรองประธานศาลฎีกา แต่แวดวงตุลาการประเมินกันว่าน่าจะไม่สนใจลงชิงเป็นแคนดิเดทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดยังเป็นแค่กระแสข่าวและการคาดการณ์จากบางฝ่ายเช่นวงการผู้พิพากษาศาลฎีกาเท่านั้น เพราะสุดท้าย เมื่อถึงช่วงเวลาที่จะต้องมีการประชุมเพื่อเลือกประธานศาลรธน.คนใหม่ อาจจะมีความเคลื่อนไหวใหม่เกิดขึ้นก็ได้ เช่นอาจจะมีชื่อคนอื่นสนใจเสนอตัวเป็นแคนดิเดทประธานศาลรธน.คนใหม่ นอกเหนือจากสี่ชื่อดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็มีการวิเคราะห์กันว่า ว่าที่ตุลาการศาลรธน.ทั้งสี่คน ที่กำลังจะเข้าทำหน้าที่ สุดท้าย อาจจะไม่สนใจลงสมัครก็ได้ เพราะอาจถือว่าเพิ่งจะเข้าไปทำหน้าที่ จึงไม่ควรไปลงสมัครเป็นแคนดิเดท เพราะควรให้ตุลาการศาลรธน. ที่อยู่ในปัจจุบัน ขึ้นมาจะดีกว่า เพราะเป็นที่รู้กันว่าวงการตุลาการจะให้ความสำคัญกับเรื่องความอาวุโสค่อนข้างมาก จึงทำให้สุดท้ายการชิงประธานศาลรธน.คนใหม่ อาจจะมาจากสาย 4 ตุลาการศาลรธน.ชุดปัจจุบันที่ยังไม่หมดวาระ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามพรบ.วิธีพิจารณาคดีของศาลรธน.พ.ศ. 2561 บัญญัติให้ การทำหน้าที่ของตุลาการศาลรธน.หากมีตุลาการแค่ 7 คน ก็สามารถทำหน้าที่วินิจฉัยคดีต่างๆ ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องครบ 9 คนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การที่ตุลาการศาลรธน.หลังจากนี้จะมีแค่ 8 เสียง ทำให้การลงมติต่างๆ ที่อาจต้องใช้เสียงข้างมากหากตุลาการมีความเห็นที่ต่างกันในการลงมติแล้วเสียงเสมอกันคือ 4 ต่อ 4 &amp;nbsp;ก็อาจทำให้เกิดข้อถกเถียงกันหนักพอสมควรในการลงมติ เพื่อทำให้เสียงออกมาเป็นเลขคี่จนเป็นมติเสียงข้างมากต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57015</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิตติ หะวานนท์, ทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, วรวิทย์ กังศศิเทียม, ศาลรธน., อุดม สิทธิวิรัชธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e43e4f9491ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
