<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. เผยคืบหน้า 15 คดีสำคัญ ชี้มูล 7 คดี คาดปีหน้าเสร็จอีก 2 อยู่ระหว่างไต่สวน 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.เผยความคืบหน้า 15 คดีสำคัญ ตีตกแล้ว 1 คดีบริหารจัดการน้ำรัฐบาลปู ชี้มูล&amp;nbsp;7 คดี&amp;nbsp;คาด&amp;nbsp;ปี 65 เสร็จอีก 2 คดี อยู่ระหว่างไต่สวน 3 คดี ส่วนปมสินบนข้ามชาติ 2&amp;nbsp;คดีเสร็จปีนี้แน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้า&amp;nbsp;15 คดีสำคัญ ว่า&amp;nbsp;1.คดีทุจริตการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ ปี 2556 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการแถลงข่าวไปแล้วเมื่อเดือน ส.ค. 2563 เห็นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป&amp;nbsp;2.คดีการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2557 โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวเมื่อปี 2563 ชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว&amp;nbsp;3.คดีทุจริตในการดำเนินการก่อสร้างฝายและเพาะชำปลูกหญ้าแฝกตามโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ (ฝายแม้ว) คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนักการเมืองพยานหลักฐานไม่เพียงพอ เข้าใจว่า ภายในวันที่ 14 มิ.ย. 2564 จะมีการรับรองรายงานการประชุม&amp;nbsp;4.คดีการอนุญาตเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีเหนือ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไปแล้วเมื่อปี 2563&amp;nbsp;5.คดีเงินทอนวัด มีการทยอยแถลงข่าวกันอยู่เรื่อย ๆ เพราะเกิดขึ้นหลายท้องที่ทั่วประเทศไทย มีคดีทั้งสิ้น 98 คดี ทำเสร็จไปแล้ว 52 คดี เหลืออยู่ 46 คดี รูปคดีเป็นคดีที่เหลือที่อยู่ในเป้าหมายที่ต้องแล้วเสร็จใน 22 ก.ค. 2564 แต่เนื่องจากว่า จะเห็นว่าช่วงนี้มีสถานการณ์โควิด-19 มาบ้าง ทำให้การทำงานมีปัญหาและอุปสรรค มีอยู่ประมาณ 5 คดีที่ได้รับรายงานอาจล่าช้าไปบ้าง แต่จะเสร็จภายใน ก.ย. 2564 ภายในปีงบประมาณ 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า&amp;nbsp;6.คดีจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด&amp;nbsp;GT200 และอัลฟ่า 6 มีทั้งหมด 33 คดี เสร็จไปแล้ว 7 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการ 26 คดี แต่ว่า 26 คดีที่เหลือเสร็จภายใน 22 ก.ค. 2564 มีเวลาอีกประมาณ 1 เดือนเศษ ๆ อยู่ระหว่างสรุปสำนวนบ้าง จัดวาระบ้าง คดีนี้ไม่ล่าช้า&amp;nbsp;7.คดีทุจริตสร้างสนามกีฬาฟุตซอล มีทั้งหมด 28 คดี เสร็จแล้ว 7 คดี เหลือ 21 คดี โดย 7 คดีที่เสร็จไป มีผู้ถูกกล่าวหา 85 ราย โดยที่ปรากฏเป็นข่าวคราวอัยการสูงสุด (อสส.) เห็นชอบฟ้องผู้ถูกกล่าวหาแล้ว แจ้ง ป.ป.ช. ที่จะให้ดำเนินการเรียกผู้ถูกกล่าวหาไปพบศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นไปตามข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.คดีทุจริตเรียกรับเงินจากผู้นำเข้าเครื่องยนต์อิสระทำให้ผู้นำเข้าเสียภาษีน้อยลง (คดีภาษีรถหรู) คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการชี้มูลความผิดไปแล้ว และขั้นตอนอยู่ในชั้นศาล โดยขณะนี้ทราบว่ามีการสืบพยานเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า&amp;nbsp;9.คดีทุจริตการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ภาค 2 คดีนี้ มีนักการเมือง และผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก 71 ราย ไต่สวนพยานไปแล้ว 90 ราย และอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา คดีนี้อาจจะล่าช้าไปนิดหนึ่งตามที่ได้รับรายงานมา เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเยอะมาก และเกี่ยวข้องกับการทำสัญญาระหว่างรัฐ คาดว่าคดีนี้จะแล้วเสร็จในปี 2565 ตามแผนที่ได้รับแจ้งมา&amp;nbsp;10.คดีทุจริตการทำสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังแบบจีทูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 81 ราย มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว และมีพยานเยอะ ผู้ถูกกล่าวหาเยอะเช่นกัน โดยมีพยานอย่างน้อย 75 ราย คดีนี้เนื่องจากเป็นคดีผู้ถูกกล่าวหาเยอะมาก แจ้งข้อกล่าวหาเสร็จเรียบร้อย ต้องมาตรวจสอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2565 เหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.คดีทุจริตในการออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขารวก-ป่าเขาเมือง และในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ โดยเรื่องนี้มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง มีผู้เกี่ยวข้อง 29 ราย ขั้นตอนอยู่ระหว่างการสรุปสำนวน คาดว่าจะสรุปเสร็จภายในเดือน มิ.ย. 2564 และนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อนวันที่ 22 ก.ค. 2564&amp;nbsp;12.คดีทุจริตในการออกโฉนดที่ดิน ต.เขากะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 24 ราย คาดว่าจะสรุปให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. 2564 และนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อนวันที่ 22 ก.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า&amp;nbsp;13.คดีทุจริตในการออกโฉนดที่ดินทับซ้อนเขาเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเตียน และป่าเขื่อนลั่น อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง 9 ราย สรุปสำนวนเสร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดวาระเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา 14.คดีทุจริตในโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซีย หรือคดีปาล์มอินโดฯ คดีนี้เป็นมหากาพย์ ผู้สื่อข่าวสนใจมาก มีผู้เกี่ยวข้อง กระบวนการในเรื่องนี้ฟ้องกัน งอกกันหลายคดีเลย ตนยังโดนถูกผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ฟ้องด้วย กล่าวหาว่าไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่คนทำสำนวน แต่คดีที่ถูกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง คดีสิ้นสุดไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีปาล์มอินโดฯ มีผู้ถูกกล่าวหาเบื้องต้น 9 ราย ในระหว่างดำเนินการไต่สวนพบว่า มีผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมในส่วนภาคเอกชน 7 ราย รวมผู้ถูกกล่าวหา 16 ราย การดำเนินการคนที่เกี่ยวข้องเห็นว่ามีมูล มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปหมดแล้ว ขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปรายงานผลการไต่สวน เนื่องจากเรื่องนี้มีเทคนิคกระบวนการที่ฝ่ายปฏิบัติถูกฟ้องมาก และขณะนี้กำลังจะมีการฟ้องเพิ่มเติมอีก และมีภาคเอกชนเพิ่มเติม ร้องการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ ทำให้สะดุด ไม่ค่อยราบรื่น&amp;nbsp;อย่างไรก็แล้วแต่งานนี้จะเสร็จในปีงบประมาณนี้ ก.ย. 2564 แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ&amp;nbsp;15.คดีทุจริตในการซื้อขายเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน&amp;nbsp;Boeing B777-200ER&amp;nbsp;ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือคดีโรลส์รอยซ์ มีผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 25 ราย เป็นเรื่องเกิดขึ้นนานมาก แต่เพิ่งมาร้องเรียนตอนหลัง ขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ และดำเนินการสรุป คาดว่าเสร็จใน ก.ค. 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106331</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.), วรวิทย์ สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c706f585e59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯป.ป.ช.เผยกำลังไล่เช็ก19 ส.ส. ครอบครองที่ดินบุกรุกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26​ มี.ค.2564 &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบส.ส.ที่ถูกร้อง ว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง เนื่องจากถือครองที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนและที่สปก.ว่า ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดในชั้นของเจ้าหน้าที่ ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ เนื่องจากมีเอกสารหลักฐานจำนวนมาก และรายละเอียดในคำร้องของแต่ละบุคคลก็แตกต่างกัน ซึ่งป.ป.ช จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่อย่างรอบคอบ​ ทั้งนี้​ สำหรับส.ส. ที่ถูกยื่นร้องฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงเช่นเดียวกับ​ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์​ ส.ส.ราชบุรี​ พรรคพลังประชารัฐ มีทั้งหมด 19 คน จากหลายพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์​ ยังชี้แจงถึงรายละเอียดของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ว่า ในมาตรา 81 ระบุว่าหากศาลฎีกา พิพากษาว่า น.ส.ปารีณามีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวนี้จะสอดรับกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 ที่กำหนดว่า หากผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จะไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.​ ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ดังนั้น หากศาลพิพากษาว่าน.ส.ปารีณาถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่าจะกี่ปีก็ตาม ว่าจะส่งผลให้ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97362</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป.ป.ช., บุกรุกที่ดิน, พื้นที่ป่าสงวน, วรวิทย์ สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d9021d2739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เปิดทรัพย์สิน เลขาฯปปช. มีกว่า 30 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของผู้บริหารระดับสูง ของ นายวรวิทย์ สุขบุญ ตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. กรณีทุก 3 ปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมนางสุดใจ สุขบุญ คู่สมรส ซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ ที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์และคู่สมรส ได้ระบุรายได้ต่อปีเป็นเงินเดือน เงินบำนาญ 1,821,045 บาท เงินประจำตำแหน่ง 252,000 บาท ค่าตอบแทนพิเศษ 399,600 บาท ค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือน 281,898 บาท ค่ารถยนต์ประจำตำแหน่ง 492,000 บาท ค่าเบี้ยประชุม 380,350 บาท นอกจากนี้เป็นรายได้จากทรัพย์สินได้แก่เงินรางวัลสลากออมสิน 30,000 บาท เงินปันผลสหกรณ์ 140,000 บาทและกรมธรรม์ครบอายุ 196,000 บาท ส่วนรายได้อื่นๆมาจากค่าวิทยากรจำนวน 50,000 บาท ดังนั้นรายได้รวมต่อปี 4,042,893 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายวรวิทย์และคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 30,071,565 บาท เป็นทรัพย์สินของผู้ยื่นเอง 21,357,614 บาท เป็นทรัพย์สินของคู่สมรส 8,713,950 บาท ส่วนใหญ่เป็นในส่วนของที่ดิน จำนวน 4 โฉนด ที่ กทม. นนทบุรี อำนาจเจริญ &amp;nbsp;รวม 11,650,000 บาท เงินฝาก รวม 5,555,357 บาทจากทั้งหมด 26 บัญชี เงินลงทุน รวม 4,083,973 บาท สิทธิและสัมปทาน ในสหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนเปิดบัวหลวง จำนวน 10 รายการ รวม &amp;nbsp;3,896,235 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รายจ่ายต่อปีผู้ยื่น และคู่สมรส ระบุว่าเป็นค่าอุปโภคบริโภค 520,000 บาท ค่าผ่อนบ้าน 264,000 บาท ค่าเบี้ยประกัน 300,000 บาท ค่าสหกรณ์ออมทรัพย์ 216,000 บาท ค่าอุปการะมารดา 204,000 บาท เงินบริจาค 50,000 บาท รวมรายจ่ายต่อปี 1,554,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ยื่นและคู่สมรส แจ้งว่า มีหนี้สินทั้งสิ้น 1,547,904 บาท มาจากเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่นและเงินเบิกเกินบัญชี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทรัพย์สินอื่นของผู้ยื่นและคู่สมรส มีจำนวน 11 รายการ มูลค่ารวม 685,996 บาท อาทิ สร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง เครื่องประดับแหวนทองคำ เพชร พลอย พระเครื่อง พระพุทธรูป พระบรมรูปหล่อรัชกาลที่5 พระรูปหล่อพระเจ้าบรมวงเธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบรมรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวร ทองรูปพรรณและเครื่องประดับสตรี อาวุธปืนออโตเมติก 7.65 มม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., วรวิทย์ สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af44e9907184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช. พร้อมตั้งกรรมการสอบอัยการ-ตำรวจ ปมไม่สั่งฟ้องคดีบอส อยู่วิทยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และนักศึกษานิติศาสตร์ทั่วประเทศจะมายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอัยการที่เกี่ยวข้องในการออกคำสั่งไม่ฟ้องคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส กระทิงแดง เป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่ ว่า หากมีการยื่นคำร้องเข้ามาเราก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ โดยเรื่องนี้ ป.ป.ช.พร้อมดำเนินการหาข้อเท็จจริงตามกระบวนการ มั่นใจว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจ ส่วนที่มีการตั้งกรรมการสอบ 3 คณะทั้งตำรวจ อัยการ และรัฐบาล นั้น ตามกระบวนการก็ต้องนำมาประกอบการพิจารณาอยู่แล้ว เพราะต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่วนที่ ป.ป.ช. เคยสอบเรื่องนี้ไปแล้ว และมีมติชี้มูลตำรวจที่เกี่ยวข้องว่ามีความผิดวินัยแต่ไม่ร้ายแรง นั้นกรณีดังกล่าวเป็นเพียงการทำหน้าที่ของตำรวจในช่วงแรกเท่านั้น ไม่ใช่กรณีร้องขอความเป็นธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72901</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส อยู่วิทยา, วรวิทย์ สุขบุญ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, เลขาธิการ ป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc141fbb7d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ปปช.ป้ายแดงทำงานวันแรก &#039;โฆษก&#039;จ่อแถลงคดีใหญ่ปลายสัปดาห์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ​ เมื่อเวลา 08.30 น. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา&amp;nbsp; และ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข&amp;nbsp; กรรมการ ป.ป.ช. เข้าทำงานเป็นวันแรก หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. โดยได้มีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักงาน ป.ป.ช. ก่อนเริ่มงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า การทำงานคงขึ้นอยู่กับกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิม ว่าจะมีนโยบายในการบริหารจัดการคดีอย่างไร พวกเราคงจะต้องรับนโยบาย และปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ของ ป.ป.ช. ส่วนกรณีปัญหาเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ป.ป.ช.จะมีการแก้ไขอย่างไรนั้น การเป็นนักกฎหมายจะช่วยให้การทำงานด้านสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างรอบคอบ ทั้งนี้​ เข้าใจว่าสำนวนของ ป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าเรื่องจะไปสู่การพิจารณาของศาล แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า หากคดีใดที่สั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว และไม่ส่งผลกระทบต่อการสอบสวน&amp;nbsp; ก็ควรจะมีการเผยแพร่ความเห็นส่วนตัวของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ลงมติในคดีนั้นต่อสาธารณะ&amp;nbsp; เพื่อป้องกันข้อครหาว่า ป.ป.ช.ไต่สวนสำนวนไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐจักร กล่าวว่า เคยทำงานเป็นอนุกรรมการ ป.ป.ช. และเห็นว่าสิ่งแรกจะต้องเร่งสร้างกำลังคนของ ป.ป.ช.ให้เก่ง นอกจากนั้นจะต้องสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และควรกระจายอำนาจจากคณะกรรมการป.ป.ช.ให้กับป.ป.ช.ประจำจังหวัดมากขึ้นให้มีอำนาจตัดสินใจบางเรื่อง เพื่อให้คดีค้างเก่าเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ส่วนแนวทางการทำงานนั้น ขอให้รอดูว่าตนทำงานได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามการไต่สวนในทุกสำนวนก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาและผู้ร้องมากที่สุด เพื่อให้เกิดความเกิดความเท่าเทียมและเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยในเรื่องที่มีการกล่าวหา จะต้องสอบทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และ ป.ป.ช.จะต้องมีความเป็นกลางในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลในคดีฮั้วประมูลการจัดงานอีเวนต์ประชาสัมพันธ์โครงการสร้างอนาคตใหม่ประเทศไทย Roadshow Thailand 2020&amp;nbsp; วงเงิน 240 ล้านบาทว่า มีนักการเมืองถูกชี้มูลในคดีนี้ตามที่มีข่าวจริง&amp;nbsp; แต่ขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังจัดทำรายละเอียดอยู่ ดังนั้นจึงขอให้รอฟังรายละเอียดอีกครั้งในการแถลงของโฆษก ป.ป.ช. ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดโฆษก ป.ป.ช.จะเป็นผู้แถลงในช่วงปลายสัปดาห์นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, ป.ป.ช., วรวิทย์ สุขบุญ, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f152165c7ef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 23:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ปลุกม็อบกำจัด&#039;ปรสิต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉวยจังหวะ ป.ป.ช.ตีตก &amp;quot;นาฬิกาป้อม&amp;quot; ยืมใช้คงรูป &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ปลุก ได้เวลากำจัด &amp;quot;ปรสิต&amp;quot; ได้เวลาจัดการ &amp;quot;ระบอบคณาธิปไตยกินคน&amp;quot; โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่เตรียมยื่นศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินคำสั่ง อสส.ไม่อุทธรณ์คดี &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งตั้งนายพลสอบกรณี &amp;quot;หมู่อาร์ม&amp;quot; ลั่นทำผิดวินัยทหารไม่เลี้ยงไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหนังสือ &amp;ldquo;ด่วนที่สุด&amp;rdquo; ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 แจ้งว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณากรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืมนาฬิกาหรูจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ นั้น เป็นการ &amp;ldquo;ยืมใช้คงรูป&amp;rdquo; และไม่ได้เป็น &amp;ldquo;หนี้สิน&amp;rdquo; ที่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า ทำให้ พล.อ.ประวิตรรอดพ้นจากการถูกตรวจสอบ (อีกเช่นเคย) และทำให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานขององค์กรอิสระในประเทศไทย โดยเฉพาะบรรดาคนที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหลายในเวลานี้ ต่างก็มีจุดเชื่อมโยงที่มาไปถึงคณะรัฐประหาร คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ร้ายแรงกว่านั้น ซึ่งไม่ทราบว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้เล็งเห็นถึงบ้างหรือไม่ นั่นคือแนวทางการวินิจฉัยกรณี &amp;ldquo;ประวิตรยืมใช้คงรูป&amp;rdquo; นี้ส่งผลพวงทำลายระบบการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองและข้าราชการ ทำลายระบบบังคับให้นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปหมดสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อไป นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงคนใดที่ต้องการ &amp;ldquo;ซุก&amp;rdquo; ทรัพย์สิน ก็สามารถ &amp;ldquo;ยืม&amp;rdquo; มุก &amp;ldquo;ยืมใช้คงรูปแบบประวิตร&amp;rdquo; มาใช้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัพย์สินราคาแพงๆ จำพวกเครื่องประดับ แหวน สร้อยทอง นาฬิกา รถสปอร์ต ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องถูกแจ้งในบัญชีอีกต่อไป ขอเพียงหาเพื่อนเศรษฐีสักคนมาแสดงตนเป็นเจ้าของ แล้วอธิบายว่า เครื่องประดับ รถ ข้าวของแพงๆ ที่ใช้อยู่ยืมเขามาทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรระบุว่า ในอดีตนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินโดยใช้วิธีเอาชื่อคนอื่นมาใส่ความเป็นเจ้าของ คนใช้บ้าง คนขับรถบ้าง คนสนิทบ้าง แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็เพียรพยายามตรวจสอบ จนทำให้นักการเมืองและข้าราชการไม่อาจใช้ช่องทางเหล่านี้ได้ง่ายนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาวันนี้ ผลพวงของการพิจารณาของ ป.ป.ช. กรณี &amp;ldquo;ประวิตรยืมใช้คงรูป&amp;rdquo; กลับทำให้นักการเมืองและข้าราชการมี &amp;ldquo;ช่องทาง&amp;rdquo; ใหม่ในการซุกทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเซฟ &amp;ldquo;กล่องดวงใจ&amp;rdquo; ของระบอบ คสช. เราต้องแลกกับระบบการตรวจสอบการทุจริตที่พยายามสร้างกันมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 อย่างนั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่คนกลุ่มนี้ครองอำนาจด้วยรัฐประหารและสืบทอดอำนาจมาจนถึงวันนี้ประเทศไทยสูญเสียทรัพยากร งบประมาณ ระบบรัฐธรรมนูญ ระบบกฎหมาย ระบบตรวจสอบ ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน ไปมหาศาล เพื่อเอาไปค้ำบัลลังก์ของพวกเขา พอกันที ประเทศไทยเสียให้พวกเขามากเกินพอแล้ว อย่าปล่อยให้คนเหล่านี้สูบกินพวกเราต่อไปอีกเลย
ได้เวลากำจัด&amp;ldquo;ปรสิต&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรระบุว่า พจนานุกรมให้ความหมายคำว่า &amp;ldquo;ปรสิต&amp;rdquo; ไว้ว่า สิ่งมีชีวิตที่อาศัยผู้อื่นหรือเซลล์ชนิดอื่นเป็นที่พักอาศัยและแหล่งอาหาร บางครั้งทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือเซล์ที่พวกมันใช้ประโยชน์นั้นจนเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้เวลากำจัด &amp;ldquo;ปรสิต&amp;rdquo; ได้เวลาจัดการ &amp;ldquo;ระบอบคณาธิปไตยกินคน&amp;rdquo; อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ระบุในตอนท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจงถึงกรณี ป.ป.ช.ส่งหนังสือถึงนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อแจ้งผลการพิจารณากรณีขอให้ชี้มูลความผิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฐานไม่แจ้งหนี้สินในมูลค่านาฬิกาหรูที่มาจากการยืมนั้นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกรณีที่นายเรืองไกรร้องภายหลัง คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติว่ากรณีดังกล่าวยังไม่มีมูลเพียงพอว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งคำร้องดังกล่าวเป็นการร้องให้ตรวจสอบว่าไม่มีการแสดงหนี้จากการยืมนาฬิกาในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็พิจารณาแล้วว่า หนี้ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ที่จะต้องยื่นในแบบบัญชี มี 4 ประเภท คือ 1.เงินเบิกเกินบัญชี 2.เงินกู้ธนาคารและสถานบันการเงินอื่น 3.หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 4.หนี้สินอื่น ซึ่งทั้งหมดเป็นหนี้เกี่ยวกับการเงิน ไม่มีหนี้ที่ยืมใช้แบบคงรูปในแบบบัญชี ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีหนังสือตอบดังกล่าวเพื่อตอบกลับไปยังนายเรืองไกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวภายหลังการเเถลงถึงข่าวของสำนักงานอัยการสูงสุด ถึงกรณีที่อัยการมีคำสั่งชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อท.245/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร คดีกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท จากเหตุที่ ธ.กรุงไทยอนุมัติสินเชื่อให้เครือกฤษดามหานครว่า ตนรู้สึกผิดหวังในการทำหน้าที่ของทนายแผ่นดินที่ยอมยกธงขาวยอมแพ้ตั้งแต่ยกแรก ทั้งที่มีโอกาสสู้ในยกต่อไป และขอตั้งคำถามไปถึงสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าท่านได้ใช้ดุลยพินิจที่อยู่บนรากฐานความสมเหตุสมผลในการพิจารณาไม่อุทธรณ์ในคดีนี้แล้วหรือไม่ ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งเป็นเจ้าของคดียังมีความเห็นให้นำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลสูงเพื่อให้การต่อสู้คดีนี้เดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่กล่าวต่อว่า ศาลคดีอาญาทุจริตฯ ยังขยายระยะเวลาในการยื่นอุธรณ์คดีนี้ไปจนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2563 ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน เหตุใดจึงเร่งรีบรวบรัดตัดตอน แถมยังใช้ช่วงเวลาที่ท่านอัยการสูงสุดเดินทางไปราชการ โดยให้รองอัยการอันดับ 1 ลงนามแทน ยิ่งทำให้สังคมเกิดความกังขาในการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดในครั้งนี้ขึ้นไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแพ้แบบหมดรูปในครั้งนี้ ภาษามวยเขาเรียกว่าชกไม่สมศักดิ์ศรี หรืออีกนัยหนึ่งอาจถูกปรามาสได้ว่า การสู้ครั้งนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ประชาชนอาจตั้งข้อสังเกตว่ามีการล้มมวยหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ ทางพรรคพลังธรรมใหม่ได้รับฟังถึงข้อสงสัยจากประชาชนคนไทย ถึงการทำหน้าที่ของทนายแผ่นดินในครั้งนี้ จึงขอรวบรวมข้อโต้แย้งในแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีพร้อมความเห็นให้นำคดีขึ้นสู่ศาลสูงของดีเอสไอ ไปยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดในวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. เวลา 10.00 น. เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินระงับคำสั่งที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่สำคัญการตัดสินใจครั้งนี้ยังมีความเคลือบแคลงจากสังคมถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นจำนวนมากอีกด้วย&amp;rdquo; นายจาตุรันต์กล่าว
ทำผิดวินัยทหารไม่เลี้ยงไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม เสมียนงบประมาณฯ โครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก ร้องเรียนถูกผู้บังคับบัญชาข่มขู่จากการแฉปัญหาทุจริตเบี้ยเลี้ยงภายในกรมสรรพาวุธทหารบกว่า ได้ตั้งคณะทำงานคู่ขนานกับกระบวนการตรวจสอบที่ทางกองทัพมี เราจะเรียกเอกสารต่างๆ ผลการตรวจสอบภายในของกองทัพว่าได้มาตรฐาน เป็นอิสระ มีการคุ้มครองหมู่อาร์มในฐานะผู้ร้องเรียนหรือไม่ ซึ่งกระบวนการแบบนี้ ทาง กมธ.เรามีอำนาจที่จะทำได้ ถ้าได้ผลอย่างไรจะทำเป็นรายงานเสนอ กมธ.ต่อไป หากพบเจอปัญหา รายงานเหล่านี้จะเป็นฐานนำไปปรับปรุงแก้ไขปฏิรูปกลไกการตรวจสอบภายในของกองทัพ เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำรอยกรณีกราดยิงโคราช ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากความอึดอัดของพลทหารคนหนึ่ง ไม่มีช่องในการร้องเรียนรายงาน เวลาที่เขาโดนผู้บังคับบัญชากดดันมากๆ มันก็มีโอกาสที่จะเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มหรือไม่ นายรังสิมันต์เปิดเผยว่า คงต้องเรียกเพิ่ม เบื้องต้นในวันพฤหัสฯ หน้า (4 มิ.ย.) เราจะคุยกันถึงเอกสารต่างๆ ที่ผู้ชี้แจงเคยเอามา เราจะเอาเอกสารมาตั้งต้นก่อนว่ามีรายละเอียดอย่างไร ถ้าเราสรุปตรงนี้เสร็จแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้องมีใครบ้าง และบุคคลที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดอย่าง ผบ.ทบ. ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเหล่านี้มากหน่อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่คณะทำงานต้องเข้าไปดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อคลิปที่ผู้บังคับบัญชาการศูนย์ซ่อมสร้าง กรมสรรพาวุธทหารบก ไม่พอใจกับสิ่งที่หมู่อาร์มกระทำ โดยอบรมให้ร้องเรียนตามลำดับขั้นในกองทัพก่อน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คนที่เอามาเปิดเป็นระดับผู้บังคับบัญชา เขาก็เปิดในลักษณะมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตนฟังดูแล้วเป็นถ้อยคำที่น่ากังวลใจถึงกระบวนการตรวจสอบที่จะเกิดขึ้นของกองทัพ ที่ผู้บังคับบัญชาหลายคนเข้าไปมีส่วนร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คมสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งตั้งคณะกรรมการโดยมีนายทหารระดับพลเอก เป็นประธานสอบสวนกรณีหมู่อาร์ม โดยทางคณะกรรมการได้พิจารณาตรวจสอบเรียบร้อยแล้วใน 2 ประเด็น คือประเด็นการทุจริตเบี้ยเลี้ยงภายในกรมสรรพาวุธทหารบก พบว่ามีมูล จึงทำเรื่องเสนอให้ พล.อ.อภิรัชต์ลงนาม ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเร็ววันนี้ ส่วนการข่มขู่คุกคามเอาชีวิตไม่มีมูล โดย พล.อ.อภิรัชต์ได้ระบุว่า &amp;ldquo;กำลังพลคนไหนทุจริต ประพฤติมิชอบ ทำผิดวินัยทหาร ไม่เลี้ยงไว้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีหมู่อาร์มได้กระทำผิดวินัยทหารร้ายแรงคือหนีทหาร ทางต้นสังกัดจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน หากขาดราชการเกิน 15 วัน ในวันที่ 16 ถือว่าหนีทหาร และขณะนี้หมู่อาร์มไม่ได้กลับไปปฏิบัติงานในหน่วยเกิน 16 วันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นต้นสังกัดจะส่งให้ศาลทหารพิจารณาออกหมายจับ ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร ฐานหนีราชการในเวลาปกติ หากเกิน 15 วัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ควบคู่ไปกับการดำเนินการความผิดทางวินัยร้ายแรง ตั้งกรรมการสอบดำเนินการ ปลด ถอดยศ และจะประกาศในราชกิจจาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67390</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, พล.อ.อภิรัชต์ คมสมพงษ์, พล.อ.อภิรัชต์ลงนาม, รังสิมันต์ โรม, วรวิทย์ สุขบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed25738167df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ส่งหนังสือตอบ &#039;เรืองไกร&#039; ปมนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้แจงถึงกรณี ป.ป.ช.ส่งหนังสือถึง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อแจ้งผลการพิจารณากรณีขอให้ชี้มูลความผิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฐานไม่แจ้งหนี้สินในมูลค่านาฬิกาหรูที่มาจากการยืมนั้น ว่า เรื่องดังกล่าว เป็นกรณีที่นายเรืองไกร ร้องภายหลัง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติว่ากรณีดังกล่าว ยังไม่มีมูลเพียงพอว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งคำร้องดังกล่าวเป็นการร้องให้ตรวจสอบว่าไม่มีการแสดงหนี้จากการยืมนาฬิกาในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วว่า หนี้ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ที่จะต้องยื่นในแบบบัญชี มี 4 ประเภท คือ 1.เงินเบิกเกินบัญชี 2.เงินกู้ธนาคารและสถานบันการเงินอื่น 3.หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 4.หนี้สินอื่น ซึ่งทั้งหมดเป็นหนี้เกี่ยวกับการเงิน ไม่มีหนี้ที่ยืมใช้แบบคงรูปในแบบบัญชี ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีหนังสือตอบดังกล่าว เพื่อตอบกลับไปยังนายเรืองไกร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67350</URL_LINK>
                <HASHTAG>วรวิทย์ สุขบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171210/5a2ce947aac3d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
