<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท. เผยยอดคนใช้บริการช่วงสงกรานต์ 63 คาดวันนี้ มีผู้โดยสารเดินทาง 5 พันคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เมษายน 2563 นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ประกาศให้เลื่อนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 13 &amp;ndash; 15 เมษายน 2563 ออกไปก่อน ซึ่งจะชดเชยให้ในวันที่เหมาะสม เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19) &amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ในส่วนของการรถไฟฯ จึงได้ประกาศงดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 12 ขบวน และขบวนรถโดยสารในเส้นต่าง ๆ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส (Covid&amp;ndash;19) รวมงดเดินขบวนรถ จำนวน 194 &amp;nbsp;ขบวน จากขบวนรถเชิงพาณิชย์ให้บริการทั้งหมด จำนวน 236 ขบวน คงเหลือให้บริการ 42 ขบวน หรือคิดเป็น 18.1 %
สำหรับบรรยากาศการเดินทางของผู้โดยสารบริเวณสถานีกรุงเทพ เมื่อวานนี้ (12 เมษายน 2563) มีจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟ จำนวนทั้งสิ้น 5,882 คน แบ่งเป็นผู้โดยสาร ขาออก 2,694 คน ผู้โดยสารขาเข้า 3,188 คน เส้นทางที่มีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่นที่สุด คือ ขบวนรถในพื้นที่ภาคใต้ (ขบวนรถชานเมือง ขบวนรถท้องถิ่น) จำนวน 1,807 คน &amp;nbsp;รองลงมาคือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ มี 1,455 คน &amp;nbsp;สายเหนือ 1,118 คน &amp;nbsp;สายตะวันออก 804 คน &amp;nbsp;และสายแม่กลอง 698 คน โดยวันนี้คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยประมาณ 5,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงานประจำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากภาพรวมการเดินทางจะเห็นได้ว่ามีจำนวนประชาชนเดินทางค่อนข้างบางตา เนื่องจากมีมาตรการคุมเข้มในพื้นที่หลายจังหวัดและงดจัดกิจกรรมสงกรานต์ จึงทำให้ประชาชนไม่มีการเดินทาง ยกเว้นกลุ่มคนทำงานประจำ หรือผู้ที่มีความความจำเป็นในการเดินทางข้ามจังหวัดเท่านั้น ในส่วนของขบวนรถที่ยังคงมีให้บริการ การรถไฟฯ ได้คุมเข้มมาตรการความปลอดภัยในการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยเน้นย้ำให้พนักงานและผู้ใช้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ และมาตรการคัดกรองผู้โดยสารทั้งก่อนและหลังการเดินทางตามสถานีต่าง ๆ ทั่วไปประเทศ มาตรการ Social Distancing กับขบวนรถโดยสารเชิงพาณิชย์ (ขบวนรถที่มีการสำรองที่นั่ง) โดยการจำกัดการขายตั๋ว เพื่อให้มีระยะห่างที่ปลอดภัยต่อการแพร่กระจายเชื้อในขบวนรถไฟ การสวมหน้ากากอนามัยและใช้เจลหน้ามืออย่างถูกต้อง &amp;nbsp;เพื่อตระหนักถึงความปลอดภัยต่อตนเองและส่วนรวม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63009</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเดินทางช่วงสงกรานต์, ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), วรวุฒิ มาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c71d5281a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท. ซาวด์เสียงเอกชนเดินรถขนส่งสินค้า หนองคาย-แหลมฉบังมูลค่า 3 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 2563 นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ตามที่การรถไฟฯ ได้ดำเนินการจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการโครงการศึกษาและวิเคราะห์โครงการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการเดินรถขนส่งสินค้า เส้นทางหนองคาย - แหลมฉบัง ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นโครงการศึกษาการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยให้เอกชนร่วมพัฒนาระบบเดินรถด้วยไฟฟ้า (Rail Electrification) และบริการจัดการขนส่งสินค้าทางรถไฟเส้นทางหนองคาย-แหลมฉบัง มูลค่าลงทุน 3 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ปี 2564 และเปิดให้บริการในปี 2569&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการขนส่งสินค้าด้วยระบบราง จึงได้จัดการประชุมการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ต่อโครงการศึกษาและวิเคราะห์โครงการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการเดินรถขนส่งสินค้า เส้นทางหนองคาย &amp;ndash; แหลมฉบัง เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดของการศึกษาโครงการให้หน่วยงานธุรกิจภาคเอกชน พร้อมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนต่อการศึกษาโครงการ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดการดําเนินงานโครงการในภาพรวม ซึ่งการรถไฟฯ ได้มีโครงการที่จะเปลี่ยนจากการใช้รถจักรดีเซล และรถดีเซลรางในปัจจุบัน เป็นรถจักรไฟฟ้าและ Electric Multiple Unit (EMU) เพื่อขนส่งผู้โดยสารและสินค้า โดยได้ทําการศึกษาความเหมาะสมการเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้าในเส้นทางคู่ 4 เส้นทาง เมื่อปี 2554&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับผลการศึกษาได้เสนอแนะว่า การเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้าในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเหมาะสมในการพัฒนามากที่สุด เพื่อลดภาระการลงทุนในส่วนของการรถไฟฯ ที่จะต้องเป็นผู้รับภาระเอง และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การขนส่งทางราง ให้สามารถพัฒนาเป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ การรถไฟฯ จึงดําเนินการศึกษาการให้เอกชนเข้ามามี ส่วนร่วมในการลงทุนและให้บริการขนส่งสินค้า ในเส้นทางหนองคาย-แหลมฉบัง ระยะทางรวมประมาณ 683 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนระยะเริ่มแรกประมาณ 26,400 ล้านบาท และตลอดโครงการ ประมาณ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ภาครัฐลงทุนระบบ OCS (Overhead Catenary System) ในขณะที่ภาคเอกชนลงทุนรถจักรไฟฟ้า รถบรรทุกสินค้า (แคร่) อู่จอด และซ่อมบํารุง รวมทั้ง การพัฒนาระบบรางเพิ่มเติม (ถ้ามี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงิน สรุปได้ว่า การรถไฟฯ ควรเป็นผู้รับผิดชอบการลงทุนในงานโครงสร้างพื้นฐานของระบบเดินรถด้วยไฟฟ้า ในขณะที่ภาคเอกชนผู้ร่วมลงทุนเป็นผู้รับผิดชอบการลงทุนในขบวนรถ และงานอู่จอดและซ่อมบำรุง รวมถึงเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าด้วยรูปแบบการร่วมลงทุน PPP Net Cost ซึ่งจะให้ผลประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย และสามารถพัฒนาการขับเคลื่อนการขนส่งทางราง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการนี้สามารถให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 22% โดยการรถไฟฯ จะได้ประโยชน์จากการพัฒนาทางคู่เป็นระบบไฟฟ้า เพื่อการเดินรถในอนาคต และได้รับผลตอบแทนจากเอกชนตามสัญญา นอกจากนั้น โครงการนี้จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดเวลาในการขนส่ง และเพิ่มสัดส่วนในการขนส่งทางรางสูงขึ้น ตามนโยบายหลักของกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากโครงการได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (บอร์ด PPP) แล้ว คาดว่าจะเปิดประมูลได้เร็วที่สุดต้นปี 2564 และจะเปิดให้บริการปี 2569 โดยระยะเวลาของสัญญาร่วมลงทุน ไม่น้อยกว่า 30 ปี ด้วยรูปแบบการร่วมลงทุนแบบ PPP Net Cost ซึ่งจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการพัฒนาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการขนส่งระบบรางของประเทศได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57679</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินรถขนส่งสินค้า เส้นทางหนองคาย - แหลมฉบัง, ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), วรวุฒิ มาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190222/image_big_5c6fe0dc94f90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮสปีดเทรนอีอีซีเชื่อมลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองและอยู่ในความสนใจอย่างมากสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร (กม.) มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท หลังจากที่รัฐบาลได้ขีดเส้นตายว่าภายในวันที่15 ต.ค.2562 นี้จะต้องลงนามอย่างถูกต้อง ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และผู้ชนะการประมูลคือกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ประกอบด้วย บจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจุดประสงค์สำคัญที่รัฐบาลต้องการเร่งรัดให้เกิดการลงนาม สืบเนื่องมาจากโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งเป็นถือว่าเป็น 1 ใน 5 โครงการไฮไลต์ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และการผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ที่ผ่านมาการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ร่วมลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) ในรูปแบบสัญญาร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยให้สิทธิ์เอกชนประกอบกิจการบนพื้นที่จำนวน 200 ไร่ และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง ถือว่าเป็นโครงการแรกในเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลที่ได้ลงนามไปแล้ว และหลังจากนี้ถ้าไม่มีการผิดพลาด โครงการที่ 2 ก็น่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน&amp;nbsp;

ไฮสปีดอีอีซีสร้างเชื่อมั่นลงทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นหนึ่งในโครงการที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นจึงมีความกังวลอย่างมาก &amp;nbsp; เพราะการตอกเสาเข็มเสาแรกของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นการเริ่มต้นโครงการอีอีซีอย่างแท้จริง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ถึงความพร้อมของประเทศที่จะรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น ขณะนี้มีความล่าช้ามากแล้ว แม้ว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไปแล้วตั้งแต้เดือน พ.ค.2562 ที่ผ่านมา แต่ด้วยการเจรจาต่อรองกับกลุ่มซีพีที่ชนะการประมูลกับยืดเยื้อไม่สรุปกันเสียที ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปัญหาการเวนคืนที่ดินที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะที่เป็นเจ้าของโครงการไม่สามารถส่งมอบให้กับเอกชนได้ 100%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลอยากให้เรื่องนี้สำเร็จ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนี้ แต่ทุกเรื่องที่อยู่ในอีอีซี &amp;nbsp;เพราะจะทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความมั่นใจได้ ถ้าบริษัทที่หนึ่งไม่ได้ ก็ยังมีบริษัทที่สองอยู่ แต่เรายังคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะไปถึงบริษัทที่สอง น่าจะจบได้ ทุกอย่าง เจรจากันครบถ้วนหมดแล้ว หากเปรียบเทียบดูในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะมีโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด แต่สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะมีโครงการอีอีซีนี่แหละ เพราะฉะนั้นถือเป็นผลงานของนายกฯ&amp;rdquo; นายศักดิ์สยามกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พร้อมส่งมอบที่ดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า สิ่งที่กลุ่มซีพีกังวลหลักๆ คือ แหล่งเงินกู้ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ และปัญหาการส่งมอบพื้นที่ที่เอกชนมองว่าแผนส่งมอบยังไม่ชัดเจน ตามแผนจะใช้เวลาเคลียร์ให้เสร็จ 2-3 ปี ทั้งที่ดินบุกรุก เวนคืนที่ดินและรื้อย้ายสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ในฐานะผู้ปฏิบัติจะต้องเร่งให้เซ็นสัญญาวันที่ 15 ต.ค.ก่อน ส่วนการเริ่มงานก็ให้เวลา 2 ปี เพราะการรถไฟฯ ต้องเคลียร์การส่งมอบพื้นที่ ส่วนซีพีต้องใช้เวลาออกแบบรายละเอียดก่อสร้างอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการจะใช้พื้นที่ก่อสร้าง 3,571 ไร่ รวมเวนคืนอีก 850 ไร่ เป็น 4,421 ไร่ พร้อมส่งมอบ 3,151 ไร่ คิดเป็น 88% ของพื้นที่ทั้งหมด ยังมีพื้นที่อุปสรรค 2 ส่วน คือ ที่บุกรุก 210 ไร่ มีผู้บุกรุก 513 ราย พื้นที่เช่า 83 สัญญา 210 ไร่ ส่วนสถานีมักกะสันส่งมอบได้ 100 ไร่ ศรีราชา 25 ไร่ ยังมีรื้อย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูง ท่อน้ำมัน ท่อก๊าซ บริเวณคลองแห้งและโค้ง ถ.พระราม 6, ท่อน้ำมัน บจ.ท่อส่งปิโตรเลียมไทย (แทปไลน์) ช่วงลาดกระบังมุ่งหน้าอู่ตะเภา, ท่อก๊าซ ปตท.หน้าวัดเสมียนนารี-สนามบินดอนเมือง 11 กม., ท่อระบายน้ำ กทม.บริเวณสามเสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจจะสามารถส่งมอบที่ดิน 72% และที่ยังติดปัญหาได้ภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้เอกชนเริ่มก่อสร้างโครงการ ส่วนพื้นที่เวนคืน 850 ไร่ 12 แปลง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 400 ไร่ จำนวน 1 แปลง เพื่อก่อสร้างสถานีและอู่ซ่อม พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวน คืนที่ดิน ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาประเมินว่าอีกไม่นานน่าจะประกาศใช้&amp;quot; นายวรวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในด้าน นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในด้านการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางในเส้นทางการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบินนั้น กระทรวงพลังงานจะหารือร่วมกับ รฟท., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บมจ.ปตท. เพื่อหารือแนวทางรายละเอียดการดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง ในเส้นทางการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงาน เบื้องต้นพบว่าสิ่งกีดขวางที่ต้องทำการรื้อถอน อาทิ สายส่งไฟฟ้า เสาไฟฟ้า ท่อน้ำมัน ท่อก๊าซธรรมชาติ โดยจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาส่วนงานที่รับผิดชอบเพื่อมาตกลงกันว่า การรื้อถอนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย มีวงเงินเท่าไร ใช้เวลานานแค่ไหน โดยจะนำข้อสรุปเสนอต่อ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่จะเรียกประชุมเรื่องนี้ในสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงพลังงานได้รับมอบหมายจาก กพอ.ให้ดำเนินการตรวจสอบสิ่งกีดขวางที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงฯ ภายใน 1 ปี ซึ่งการประชุมวันที่ 3 ตุลาคม ต้องมาดูว่าเส้นทางการก่อสร้างของโครงการไฮสปีดเทรนผ่านพื้นที่ไหน กระทบกับโครงสร้างอะไรบ้าง การเคลื่อนย้ายเปลี่ยนจุดการวางโครงสร้างใหม่ อาทิ ท่อก๊าซฯ ท่อน้ำมัน เสาไฟฟ้า ต้องย้ายไปพื้นที่ไหน กระทบชุมชนหรือไม่อย่างไร หากกระทบจะดำเนินการช่วยเหลือชุมชนอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในจุดไหนบ้าง&amp;rdquo; นายกุลิศกล่าว
ทำเพื่อชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ที่กำหนดให้กลุ่มบริษัทเอกชนผู้ชนะประมูล หรือกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ต้องมาเซ็นรับงานในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ นั้นยืนยันว่าไม่ได้หักกับกลุ่ม CPH แต่เพราะมองถึงอนาคต เนื่องจากหากเซ็นรับงานไปทำแล้ว รู้ราคาแน่นอน ทางเอกชน จะได้ไปคุยกับซัพพลายเออร์ได้ งานจะได้เดินหน้าเสียที ยิ่งกว่านั้น กรอบการยื่นราคาไปถึงแค่วันที่ 7 พฤศจิกายน 62 นี้เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การดำเนินการให้ CPH มาเซ็นรับงาน มันเป็นการทำเพื่อชาติ เพราะถ้ารถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยังคาราคาซังกันอยู่ จะไปลดทอนความเชื่อมั่นนักลงทุนที่จะมาลงทุนในโครงการ อีอีซีโครงการทั้งหมดจะเกิดปัญหาทันที ดังนั้นจำเป็นต้องทำ โครงการอื่นที่เกี่ยวกับอีอีซีภาครัฐเดินหน้าเต็มที่ การที่เราออกจดหมายเรียกกลุ่ม CPH มาเซ็นสัญญา ก็เท่ากับทางนั้นรับทราบไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คิดว่าวันที่ 15 ตุลาคม กลุ่ม CPH มาลงนามสัญญาก่อสร้างแน่นอน เพราะถ้าหากไม่มา จะต้องโดนแบล็กลิสต์จากรัฐ เป็นการเสียชื่อบริษัท ยิ่งกว่านั้น มันหมายถึงว่านอกจาก CP แล้ว กลุ่มบริษัทที่ร่วมทุนทั้ง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก็จะได้รับผลกระทบในการประมูลงานรัฐในอนาคตด้วย เรียกว่าผลเสียมหาศาลจริงๆ&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47516</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลิศ สมบัติศิริ, วรวุฒิ มาลา, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อนุทิน ชาญวีรกูล, อีโคโฟกัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9af78135ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เตรียมส่งร่างสัญญาฯรถไฟ 3 สนามบินให้ซีพีพิจารณา เพื่อหาข้อสรุปใน 7 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ย.นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง, สุวรรณภูมิ, อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาทร่วมกับตัวแทนจาก กิจการร่วมค้าบริษัทกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) ว่า การประชุมในครั้งนี้ เพื่อสรุปรายละเอียดแผนส่งมอบพื้นที่ร่วมกัน โดยหลังจากนี้จะรายงานให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมรับทราบผลการประชุมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานรายละเอียด แผนส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง&amp;nbsp;ที่จะแนบท้ายสัญญาร่วมลงทุน ซึ่งมีการนิยามพื้นที่ส่งมอบและพื้นที่ส่วนที่เหลือโดยกำหนดใจความของสัญญาให้มีความชัดเจนเข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย คือ รฟท. และ กลุ่มซีพี&amp;nbsp;ว่าการลงนามในสัญญา ไม่ใช่วันเริ่มต้นการนับระยะเวลาการก่อสร้าง เพื่อลดความเสี่ยงของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งยังไม่ให้ รฟท. ถูกปรับจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า และ เอกชนจะได้ระยะเวลาก่อสร้างเต็มๆ 5 ปี อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องลงพื้นที่ดูความพร้อม และเริ่มงานก่อสร้างได้เมื่อ Notice to process หรือ NTP ที่ รฟท. จะออกให้เมื่อพื้นที่พร้อม โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น 1 ปีหลังจากมีการลงนามสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางคณะกรรมการคัดเลือกจะส่งหนังสือร่างสัญญาร่วมทุนฯถึงกลุ่มซีพี&amp;nbsp;เพื่อยืนยันถึงแนวทางดังกล่าวและให้กลุ่มซีพี ตอบกลับภายใน 7 วัน หลังจากนั้นจะมีการกำหนดวันลงนามสัญญา โดยรัฐบาล ได้ให้นโยบายมาว่าควรเซ็นสัญญาภายในเดือนกันยายนนี้ และจะมีการรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบ ส่วนค่ารื้อย้ายสาธารณูปโภค และ โฮปเวล ล์จองสายสีแดงที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟไทย-จีนนั้น อยู่ในงบที่รัฐจ่ายให้กับเอกชน 1.19 แสนล้าน การเวนคืนและรื้อย้ายผู้บุกรกจะเป็นหน้าที่ของ รฟท. ส่วนโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จะส่งมอบหลังจากเซ็นสัญญา 2 ปี&amp;ldquo; นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เอกชนจะได้รับสิทธิ์พัฒนาบริหารเดินรถไฟความเร็วสูง พร้อมทั้งพัฒนาและบริหารที่ดินมักกะสัน 50 ปี โดยมีมูลค่าโครงการลงทุนอยู่ที่ 2.24 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ผลการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจตลอดทั้งโครงการประมาณ 7 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;
นายวรวุฒิ กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องการส่งมอบพื้นที่นั้นต้องทำให้รอบคอบ และให้เข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเป็นความเสี่ยงทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งในขณะนี้ กลุ่มซีพีขอนำผลหารือให้พันธมิตรไทยและต่างประเทศรับทราบ เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการของแต่ละบริษัทเห็นชอบ โดยจะใช้เวลา 1-3 สัปดาห์ ซึ่งเป้าหมายการเซ็นสัญญาคือเดือน ก.ย.ปีนี้ ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก รฟท. แจ้งว่า สำหรับพื้นที่ที่เป็นอุปสรรค ทาง รฟท.จะเร่งเคลียร์ ส่วน ซีพีจะรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคที่กีดขวางแนวเส้นทางร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภคนั้นๆ ซึ่ง รฟท.จะช่วยดำเนินการ ทั้งโครงการจะใช้พื้นที่ก่อสร้าง 3,571 ไร่ รวมเวนคืนอีก 850 ไร่ เป็น 4,421 ไร่ พร้อมส่งมอบ 3,151 ไร่ หรือคิดเป็น 88% ของพื้นที่ทั้งหมด ยังมีพื้นที่อุปสรรค 2 ส่วนคือ ที่บุกรุก 210 ไร่ มีผู้บุกรุก 513 ราย พื้นที่เช่า 83 สัญญา 210 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานีมักกะสันส่งมอบได้ 100 ไร่ ศรีราชา 25 ไร่ ยังมีรื้อย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูง ท่อน้ำมัน ท่อก๊าซบริเวณคลองแห้งและโค้ง ถ.พระราม 6, ท่อน้ำมัน บจ.ท่อส่งปิโตรเลียมไทย (แทปไลน์) ช่วงลาดกระบัง กม.68 มุ่งหน้าอู่ตะเภา เป็นแนวยาว 40 กม., ท่อก๊าซ ปตท.หน้าวัดเสมียนนารี-สนามบินดอนเมือง 11 กม., ท่อระบายน้ำ กทม.บริเวณสามเสน คาดใช้เวลาส่งมอบพื้นที่ใน 2-3 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, วรวุฒิ มาลา, ส่งร่างสัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190608/image_big_5cfb3e43455ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ผุดรถไฟติดแอร์สู้ศึกโลว์คอสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 2562 นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าในอนาคต รฟท.ตั้งเป้าพลิกโฉมรถไฟโดยสารให้ก้าวไปสู่ระบบไฟฟ้าที่มีการเดินรถไฟปรับอากาศ ขณะนี้ได้เริ่มต้นดำเนินโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต เป็นรถไฟฟ้าที่จะเปิดให้บริการในปี 2564 จากนั้นรฟท.มีแผนต่อขยายสายสีแดงไปทุกมุมปริมณฑล ด้านทิศเหนือ ช่วงบางซื่อ-รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเชื่อมต่อไปถึงสถานีบ้านภาชี จังหวัดอยุธยา ด้านทิศตะวันตก ช่วงบางซื่อ-ศาลายา-นครปฐม และทิศใต้ช่วง บางซื่อ-หัวลำโพง-มหาชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตอนนี้ครม.ได้อนุมัติการก่อสร้างโครงการช่วงรังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายาและช่วงตลิ่งชัน-ศิริราข จะทยอยออกTOR และเปิดประมูลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าสำหรับแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าในการเดินรถขั้นต่อไปนั้นวางแผนไว้ 2 ระยะ เริ่มจากเฟส 1 รัศมี 300 กม. สายเหนือ ช่วงกรุงเทพ-นครสวรรค์ สายใต้ช่วงกรุงเทพ-หัวหิน และสายอีสานช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา ส่วนเฟส 2 รัศมีมากกว่า 500 กม. แบ่งเป็น ช่วงนครสวรรค์-พิษณุโลก, ช่วงหัวหิน-สุราษฎร์ธานีและช่วงนครราชสีมา-ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรถไฟที่นำมาจะเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีการใช้ระบบปรับอากาศ ขณะที่รถไฟดีเซลแบบเก่านั้นจะนำไปวิ่งในเส้นทางไกลแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวอีกว่าแผนการตลาดของรฟท.ในอนาคตต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับธุรกิจการบินต้นทุนต่ำ(Low Cost Airline) จึงต้องช่วงชิงสัดส่วนผู้โดยสารมาในระบบราง ดังนั้นจึงมองว่าจุดยุทธศาสตร์เฟส 1 ใน หัวหิน, นครราชสีมาและนครสวรรค์ เป็นจุดที่แข่งขันทางการตลาดได้ มีศักยภาพด้านการเดินทางและนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเจรจาภาระหนี้ที่ค่าชดเชยโครงการโฮปเวลล์นั้นสำหรับเงินต้นยังไม่รวมดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องชำระให้เอกชนจำนวน 11,888 ล้านบาทนั้น รฟท. อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดค่าเสียหายของภาระหนี้วงเงิน 9,000 ล้านบาทให้ชัดเจนก่อนโดยจะเชิญโฮปเวลล์เข้ามาหารือในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ซึ่งวงเงินดังกล่าวได้มาตามที่อนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ โดยวงเงิน 1.4 หมื่นล้านเป็นค่าก่อสร้างแต่ถูกตัดในชั้นศาลแล้วเหลือ 9,000 ล้านบาทและเอาไปรวมกับในงบ 2,850 ล้านบาทค่าใช้ประโยชน์ที่ดิน และค่าธรรมการดำเนินการอีก 38 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวน 9,000 ล้านบาทจะขอดูรายละเอียดเพิ่มเติม โดย 1-2 วันนี้จะเร่งรวบรวมประเด็นคำถามต่างๆให้ครอบคลุมเพื่อส่งให้โฮปเวลล์ต่อไป&amp;rdquo;นายเอกกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38426</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), รถไฟปรับอากาศ, รฟท., วรวุฒิ มาลา, โลว์คอสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c8775e1a5531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เล็งปรับแบบทางคู่เฟส2 ชุมพร-สงขลาพบระเบิดสงครามโลกหลายจุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2562 นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้การว่ารถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ชุมพรนั้นมีการสำรวจพบระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อายุมากกว่า 70 ปีหลายจุด และรฟท.เชื่อมั่นว่าจะค้นพบอีกหลายจุดในการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 2 ช่วง ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-สงขลา โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแม่น้ำสำคัญหลายแห่ง ซึ่งเป็นการทิ้งระเบิดตอนที่กองทัพญี่ปุ่นล่าถอยในยุคสงครามโลก ที่ผ่านมาการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 รฟท.ได้สำรวจพบระเบิดอยู่ 2 จุดคือ ใต้แม่น้ำกลางตัวเมืองราชบุรี จำนวน 7 ลูก และใต้ดิน บริเวณ สถานีเขาเต่า-วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ การก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-หัวหินนั้นต้องมีการปรับแบบช่วงที่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำในตัวเมืองราชบุรี โดยจะปรับแบบเป็นสะพานแขวนที่ไม่มีเสาตอม่อในลำน้ำ ถือว่าเป็นสะพานแขวนทางรถไฟแห่งแรกที่จะเกิดขึ้นในประเทศ และจะเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองราชบุรี คล้ายกับโมเดลของสะพานแขวนพระราม 9 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานคร&amp;rdquo;นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าสำหรับความคืบหน้าในการเก็บกู้ระเบิดทั้ง 7 ลูก ที่ จ.ราชบุรีนั้น จะต้องทำไปพร้อมกันทีเดียว ดังนั้นจึงต้องออกประกาศตามกฎหมายการปกครอง ด้วยคำสั่งปิดพื้นที่กลางใจเมืองราชรี เป็นพื้นที่อันตรายควบคุมความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่รัศมีแรงระเบิด หลังจากประชุมร่วมกันแล้วจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบและเตรียมตัวต่อไป เนื่องจาก รัศมีระเบิดดังกล่าวค่อนข้างรุนแรงอยู่ที่ประมาณ 2 กม. ซึ่งถือว่าจุดดังกล่าวอยู่ในเขตชุมชนที่มีทั้งค่ายทหาร ตลาดกลางเมือง วัด สถานอนุบาล โรงเรียน บ้านพักข้าราชการและผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนที่อยู่อาศัยของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวอีกว่าสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมสรุปแนวทางในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ จึงเป็นครั้งแรกในประเทศที่หน่วยเก็บกู้ระเบิด (EOD) ของสามเหล่าทัพไทยคือ กองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ เข้ามาร่วมกันศึกษาแนวทางเก็บกู้ระเบิดดังกล่าว นอกจากนี้ ประเทศไทยจะเชิญนักเก็บกู้ระเบิดที่เก่งสุดในโลกจากประเทศเยอรมัน มาเข้าร่วมทีมเก็บกู้ในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นระเบิดที่ต้องใช้เทคนิคสูงในการกู้เพราะอยู่ใต้น้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวอีกว่าแนวทางการกู้ตอนนี้มี 8 วิธี สำหรับเทคนิคที่เหมาะสมในตอนนี้คือการทำลายสภาพระเบิดใต้ลำน้ำเลย โดยไม่มีการนำขึ้นมาบนบก คาดว่าจะเป็นรูปแบบ water jet ใช้แรงดันน้ำความแรงและความเร็วสูง ตัดตัวระเบิดจากใต้น้ำแยกส่วนหัวและส่วนท้ายที่มีสารเคมีออกจากกัน อย่างไรก็ตามระเบิดเป็นโมเดลที่จุดด้วยเคมี กล่าวคือระเบิดจะทำปฏิกริยาเมื่อสารเคมีภายในไหลมารวมกันได้ โดยสารเคมีดังกล่าวจะคงสภาพตลอดไปอยู่ในระเบิด นับว่าเป็นการออกแบบระเบิดเทคนิคขั้นสูง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากในการเก็บกู้ เนื่องจากหากตัวระเบิดได้มีการขยับหรือเคลื่อนที่แล้วสารเคมีภายในทำปฏิกริยาก็จะระเบิดทันที และจะเป็นการระเบิดทั้ง 7 ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่า เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดจีพีบอมบ์ หรือระเบิดAN-M65 ขนาดน้ำหนัก 1,000 ปอนด์ หรือ กว่า400กก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38129</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 2 ช่วง ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-สงขลา, ก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 1, ช่วงนครปฐม-ชุมพร, ปรับแบบก่อสร้าง, พบระเบิดหลายจุด, วรวุฒิ มาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfdc8f29947c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ปลื้มรถไฟสายใต้ต่างชาติแห่ใช่บริการ90% เร่งสร้างทางคู่สายใหม่ วงเงิน 6 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.62-นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้การว่ารถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่สายใต้นั้นขณะนี้มีความคืบหน้าการก่อสร้างเฉลี่ย 28% แบ่งเป็น ช่วงนครปฐม-หัวหิน คืบหน้า 33% ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ คืบหน้า 30% และช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร คืบหน้า 19%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางจากสถานีกลางบางซื่อถึงสถานีชุมพร จะใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง ดังนั้นถือว่าโครงการรถไฟทางคู่เป็นเส้นทางที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ โดยในเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางถึง90% ของผู้โดยสารทั้งหมด โดยเฉพาะการย่นระยะเดินทางจากกรุงเทพ-หัวหิน จะใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 4-5 ชั่วโมง โดยรถไฟจะวิ่งความเร็วอยู่ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเส้นทางรถไฟทางคู่สายใต้จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 จากนั้นใช้เวลาติดตั้งงานระบบอีก 1 ปี ก่อนเปิดใช้ในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรฟท.มีแผนลงทุนก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้เฟส 2 ได้แก่ รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท รถไฟทางคู่ ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;วงเงิน 5.7 หมื่นล้านบาท และรถไฟทางคู่ ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 48 กม. วงเงิน 8 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าส่วนความคืบหน้ารถไฟทางคู่สายอีสานนั้นในปีนี้จะเร่งออกแบบและผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติ คือรถไฟทางคู่ช่วง บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. วงเงิน 6.79 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นเส้นทางรถไฟสายแรกที่เข้าสู่อีสานตอนกลาง ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีรถไฟเข้าถึงมาก่อน ขณะที่อีกเส้นทางที่ครม.อนุมัติไปแล้วคือช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ วงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกพระราชกฤษฎีกา(พรฎ.) เวนคืนพื้นที่ก่อสร้างคาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2567 โดยมีแนวเวนคืน 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย โดยแนวเส้นทางจะเริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย จ.แพร่ มุ่งไปทางทิศเหนือ ผ่าน จ.ลำปาง พะเยา และเชียงราย สิ้นสุดที่ด่านพรมแดนเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งพื้นที่เวนคืนจะมีเขตทางกว้าง 50 เมตร มีทั้งหมด 7,292 แปลง และที่ดิน 9,661 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านการร่างขอบเขตเงื่อนไขการประกวดราคา(TOR) นั้นจะทำควบคู่กันไปเพื่อเปิดประมูล ทั้งนี้แบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม. วงเงิน 2.67 หมื่นล้านบาท สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. วงเงิน 2.87 หมื่นล้านบาท และสัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. วงเงิน 1.74 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าส่วนเส้นทางรถไฟทางคู่ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ในปีนี้ คือ แก่งคอย-คลอง 19-ฉะเชิงเทรา คาดว่าในอีก 1-2 เดือนจะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ และเส้นทางจิระ-ขอนแก่น ที่จะเปิดใช้เต็มเส้นทางในเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ ส่วนด้านโครงการทางคู่ที่ส่งให้สภาพัฒน์พิจารณแล้วหากผ่านความเห็นชอบจะเสนอเข้าสู่ครม.ในรัฐบาลใหม่นั้นได้แก่ รถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี วงเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท และรถไฟทางช่วงขอนแก่น-หนองคาย วงเงิน 2.6 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่แอร์พอร์ตลิ้ง ต้องการเข้ามาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์รถไฟสายสีแดงนั้น รฟท.ยังต้องพิจารณาอีกครั้งเนื่องจากเป็นภารกิจที่ซับซ้อนอีกทั้งยังไม่แน่นอนด้านรายได้ หากบริหารไปแล้วเกิดปัญหาขาดทุนคือรายได้น้อยกว่ารายจ่าย จะมีวิธีบริหารจัดการอย่างไร คาดว่าสถานีบางแห่งที่มีรายได้จำนวนมากจะต้องนำรายได้ไปทดแทนสถานีที่ขาดทุน ส่วนด้านฝ่ายนักลงทุนมองว่าจุดตั้งสถานีศักยภาพขนาดใหญ่บางแห่ง ยังไม่ตอบโจทย์การลงทุน เช่น สถานีดอนเมืองและสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งยังมีข้อจำกัดบางด้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38062</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟทางคู่สายใต้, วรวุฒิ มาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfcb1a134172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
