<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศบค. แจงข่าวลือ สปป.ลาว ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้คนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) &amp;nbsp;โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าจากที่มีผู้นำเสนอข่าว รวมทั้งสื่อไทย ว่า สปป.ลาว ให้คนไทยไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางการลาว แจ้งว่า สำหรับคนต่างชาตินั้น จะอนุญาตเฉพาะผู้ที่มีเอกสารการทำงานในประเทศลาวเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และบรรทัดสุดท้ายยังย้ำว่า ผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ไม่มีเอกสารอ้างอิง จะไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์อย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดาว่า ทางการลาวก็คงต้องออกมาชี้แจง หลังจากที่คนไทยและสื่อไทยมาทำให้เกิดกระแสความเข้าใจผิดนี่แหละครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106644</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาว, วรัชญ์ ครุจิต, วัคซีนไฟเซอร์, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a6f213e2d2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์นิด้า&#039;สงสารคนโจมตีร.9 ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความร้อนรุ่ม หาความสุขในชีวิตได้ยาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.63- ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ว่า บังเอิญได้เห็นคอมเมนต์ที่โจมตีในหลวง ร.9 ซึ่งตอนนี้ค่อยๆเปิดตัวมากขึ้นเรื่อยๆ อ่านไปตอนแรกก็ไม่พอใจ แต่ตอนหลังเริ่มรู้สึกว่า สงสารคนเหล่านี้ เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เขาเป็นคนโชคร้ายอย่างที่สุด เกิดมาในรัชสมัยของธรรมราชาแท้ๆ ได้เห็นหรืออย่างน้อยก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆที่พระองค์ได้ทรงทำ พระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆที่ไม่ใช่แค่ชาวไทยเท่านั้นที่ยกย่อง แต่ทั่วโลกต่างสรรเสริญพระเกียรติคุณ หรือแม้แต่พระอริยสงฆ์มากมายก็ยกให้พระองค์เป็นอริยบุคคล แต่คนเหล่านี้กลับไม่รู้สึกซึมซับ ไม่ภาคภูมิใจ ไม่ซาบซึ้งถึงความโชคดีของตนเอง ที่คนอื่นอีกมากมายไม่มีโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เขาขาดที่พึ่งทางใจอันเป็นบุคคลอันประเสริฐ เราทุกคนเกิดไม่ทันพระพุทธเจ้า หรือศาสดาของศาสนาใด แต่คนไทยในรัชสมัยของพระองค์โชคดีอย่างที่สุดมีพระองค์ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจมากว่า 70 ปี ได้มีพระองค์เป็นผู้นำประเทศ ได้รับฟังพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท อันเป็นธรรมะชั้นสูง ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ที่ทรงแสดงให้เห็นด้วยพระองค์เอง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า หากคนเหล่านี้ไม่นับถืออริยบุคคลเช่นพระองค์แล้ว จะนับถือบูชาอะไรเป็นสรณะ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เขาเป็นคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความร้อนรุ่ม และหาความสุขในชีวิตได้ยาก ที่จำต้องฝืนทนอยู่ในสังคมที่เคารพนับถือ จงรักภักดีต่อพระองค์ ไปตลอดชั่วชีวิต เห็นคนไทยแสดงความอาลัย สดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์ทีไรก็คงจะรู้สึกหมั่นไส้ เห็นคนใส่เสื้อเหลือง เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ก็ร้อน และจะแสดงความเห็นอย่างที่ตนต้องการก็ต้องหลบๆซ่อนๆ เกรงกลัวการต่อต้านจากสังคม หรือกลัวทำผิดกฎหมาย แม้ตอนนี้จะเปิดตัวมากขึ้น แต่ทุกครั้งก็จะถูกโจมตีกลับอยู่เสมอ จึงได้แค่รวมตัวกันอยู่เพียงสังคมกลุ่มเล็กๆที่คิดเห็นเช่นเดียวกัน และเทิดทูนบูชาผู้ที่ต่อต้านความดีที่พระองค์ทำ ซึ่งความดีในนิยามของคนเหล่านี้ คงจะมีความแตกต่างอย่างยิ่งกับแบบแผนและวัฒนธรรมของสังคมไทยที่เรายอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆแล้วคนเหล่านี้ อาจจะไม่ใช่คนไม่ดีในเนื้อแท้ และอาจจะคิดว่าเขาโชคดีที่ &amp;quot;ตาสว่าง&amp;quot; แต่สำหรับผม ด้วยเหตุผลทั้งสามข้อนี้ ทำให้ผมคิดว่าคนเหล่านี้เป็นคนที่โชคร้ายและน่าสงสารที่สุดกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80356</URL_LINK>
                <HASHTAG>วรัชญ์ ครุจิต, ในหลวงร.9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f320a1ca08df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการนิด้าไขข้อข้องใจทำไม&#039;วีลัค-มีเดีย&#039;เป็นบริษัทสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62- &amp;nbsp;ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ &amp;nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) &amp;nbsp;NIDA โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บริษัทสื่อ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ควรมีลักษณะเช่นใด&amp;quot; ในความเห็นของนักวิชาการสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งหนึ่งจากคดีถือหุ้นสื่อ ที่ผมเห็นว่าสมควรแก้ไข ก็คือการตีความว่า &amp;quot;บริษัทสื่อ&amp;quot; คืออะไร ควรต้องนิยามให้ชัดเจนถึงองค์ประกอบว่าต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง เช่นเดียวกับที่กำหนดลักษณะต้องห้ามของ สส. /รมต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเห็นผมคือ ต้องมีการทำธุรกิจ (คือมีรายได้หรือมีธุรกรรม) ในการสื่อสารไปสู่สาธารณะ และ/หรือ มีการจดทะเบียนเพื่อจุดประสงค์ในการทำสื่อเป็นหลักกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นการพิมพ์ การทำโทรทัศน์ สื่อดิจิทัลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นบริษัทที่เป็นสื่อจริงๆ เช่นไทยรัฐ เดลินิวส์ ช่อง 3 อะไรแบบนี้ ตีความไม่ยาก แต่หลายครั้งในการสื่อสารต่อสาธารณะนั้น ไม่ได้มาจากบริษัทนั้นโดยตรง บางทีมีสายการผลิตด้วย เอาง่ายๆเป็นสามส่วน คือตัวบริษัทลูกค้า บริษัทคนกลาง (เช่นเอเยนซี่) และบริษัทที่ผลิต (เช่นโปรดักชั่นเฮาส์หรือโรงพิมพ์) เช่นในกรณีธนาธร อ้างว่าผลิตนิตยสารให้ผู้ว่าจ้างอีกที จึงไม่ถือเป็นสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าจ้างนั้นตัดออกไปอยู่แล้ว (ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของ รธน. และใครๆก็ว่าจ้างได้ ถ้านับผู้สมัครคงมีหุ้นในบริษัทอะไรไม่ได้เลย เพราะแทบจะไม่มีบริษัทไหนไม่เคยว่าจ้างทำการสื่อสาร) แต่ส่วนที่ 2 กับ 3 นี่สิ ควรจะนับมั้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเห็นของผมคือ ถ้ารับผลิตอย่างเดียว โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเนื้อหา เช่นโรงพิมพ์รับงานพิมพ์ตามงานที่ส่งมา แบบนี้ไม่ควรจะนับว่าเป็นบริษัทสื่อ แต่ถ้าบริษัทนี้มีส่วนในการคิดเนื้อหา เช่นมีนักเขียน มีกองบก. แม้จะประจำหรือไม่ประจำก็ตาม หรือในการให้โจทย์บริษัทผู้ผลิตไปผลิตมาจากการได้รับการว่าจ้างจากบริษัทอื่น ย่อมถือว่ามีโอกาสในการมีอิทธิพลต่อความคิดของผู้รับสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปว่า ในความคิดเห็นของผม บริษัทสื่อ ตามเจตนารมณ์ของรธน. ที่ป้องกันไม่ให้มีการครอบงำทางความคิดอย่างไม่เป็นธรรม คือ
1. มีรายได้/ธุรกรรมในการสื่อสารต่อสาธารณะ หรือ มีการจดทะเบียนเพื่อจุดประสงค์ในการทำสื่อเป็นหลัก (ถ้าจดแล้วก็เป็นแล้ว แม้ยังไม่เกิดธุรกรรม)
2. มีส่วนในการสร้างเนื้อหาที่สื่อสารต่อสาธารณะ (ไม่ว่าจะทำเองหรือจ้างผู้ผลิตอีกต่อหนึ่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของวีลัค มีทั้งทำนิตยสารของตัวเอง ทั้งการสร้างเนื้อหาให้กับบริษัทผู้ว่าจ้าง และยังไม่ได้แจ้งปิดกิจการ จึงถือว่าเป็นบริษัทสื่ออย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในกรณีของ สส.รายอื่นที่รอการพิจารณา บางบริษัทนั้นหากพิจารณาด้วยเกณฑ์นี้ ไม่ควรจะนับว่าเป็นบริษัทสื่อ โดยไม่ต้องยึดกับการจดทะเบียนกับกรมธุรกิจการค้าด้วยแบบฟอร์มสำเร็จรูปที่มีคำว่าทำสื่ออยู่ด้วย เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจจะทำสื่อ และไม่เคยมีธุรกรรมทางการสื่อสาร และไม่มีการสร้างเนื้อหาด้วยตนเองเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50797</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, บริษัทสื่อ, วรัชญ์ ครุจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd61635388a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์นิด้ากางไทม์ไลน์&#039;ธนาธร&#039;ซิ่งรถโอนหุ้นก็อาจจะเป็นไปได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62- &amp;nbsp; ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต อาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ว่าถ้าธนาธรออกจาก อ.สตึก ขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ จริง เขาออกจาก อ.สตึกเวลาเท่าไหร่ หากเราได้คำตอบนี้ก็จะสามารถบอกได้ว่าคำชี้แจงนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาจากหลักฐานต่างๆแล้ว ณ ตอนนี้อาจกล่าวได้ว่า เวลาที่เร็วที่สุดที่ธนาธรออกจาก อ.สตึก คือเวลาประมาณ 10.15 น. ของวันที่ 8 มค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าไปดูคลิปที่ธนาธรปราศรัยที่ อ.สตึกแล้ว เริ่มต้นที่เวลา 9.15 น. (รูป 1) ธนาธรใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วก็ออกไป (รูป 2) ซึ่งพิธีกรบอกว่า ต้องกลับกรุงเทพ เพราะมีนัดสัมภาษณ์สื่อ
https://www.facebook.com/PageBuriram/videos/2447776281961900/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นน่าจะให้สัมภาษณ์สื่ออีกอย่างน้อยก็น่าจะประมาณ 30 นาที (รูป 3) ซึ่งดูจากแสงแดดที่ค่อนข้างแข็งแล้วไม่น่าจะเป็นการสัมภาษณ์ก่อนเริ่ม (แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าให้สัมภาษณ์เวลาใด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นถ้ารถผ่านด่านธัญบุรีเวลา 14.57 น. เร็วที่สุดที่ทำได้ คือเดินทาง 402 กม. โดยใช้เวลา 4 ชม. 42 นาที หรือความเร็วเฉลี่ยประมาณ 80 กม./ชม. โดยไม่หยุดพัก ไม่เจอรถติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้น หรือหมายถึงว่าต้องมีการโอนหุ้นในวันที่ 8 มค. ตามที่กล่าวอ้าง และอันนี้พูดถึงอย่างเร็วที่สุดที่เป็นไปได้ เท่าที่มีหลักฐานในตอนนี้ แต่ไม่ได้นับรวมที่ปิยบุตรแถลงวันนี้ว่าธนาธรออกจาก อ.สตึก &amp;quot;ในช่วงบ่าย&amp;quot; ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าไม่รู้เวลาที่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกตอีกอย่างคือ ธนาธรให้สัมภาษณ์สื่อเวลากี่โมง เนื่องจากข่าวที่ลงบทสัมภาษณ์ที่เร็วที่สุด ลงในเวลาใกล้เคียงกัน คือ นสพ.บ้านเมือง (ที่เห็นโลโก้ของเสื้อนักข่าว) ลงเวลา 14.43 น. (ภาพ 4) และข่าวสด (ที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้ธนาธรอยู่เสมอ) ลงเวลา 14.55 น. (ภาพ 5) ซึ่งปกติแล้ว นักข่าวไม่น่าจะใช้เวลาเกินครึ่งชม. หรือมากที่สุด 1 ชม. ในการเรียบเรียงและโพสต์ข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพยานที่สำคัญอีกหนึ่งแหล่งคือนักข่าวที่สัมภาษณ์ธนาธรในวันนั้นว่าสัมภาษณ์จบในเวลาใด และธนาธรนั่งรถออกไปเลยหลังสัมภาษณ์จบหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, วรัชญ์ ครุจิต, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, อาจารย์นิด้า, โอนหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe752634dde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการติง&#039;ไทยพีบีเอส&#039;ไปไกลกว่า&#039;ส้มหวานไฮเปอร์ลูป&#039; ไร้ความเห็นผู้เชี่ยวชาญควรสร้างหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.62- ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Warat Karuchit ว่า อยากถามไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะว่า การนำเสนอข่าวนี้เป็นกลางและตรงกับข้อเท็จจริงแล้วหรือไม่ เหตุใดจึงพาดหัวว่า &amp;quot;เล็งสร้าง&amp;quot; แต่ในขณะที่ผู้แถลงผลก็ยังบอกเองว่า ยังไม่ได้สร้างตอนนี้ แต่จะตั้งคณะขึ้นมาศึกษาก่อน และยังบอกว่า อาจจะทำไม่ได้ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในข่าว คือเก็บเอาคำแถลงของพรรคนี้มาเต็มที่ แต่ไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในไทย ว่าเป็นไปได้หรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ การเปรียบเทียบกับประเทศอื่น รายงานความเป็นไปได้ใครเป็นคนทำ (คนทำคือ บริษัท TransPod ซึ่งเป็นบริษัททำ Hyperloop มันจะบอกว่าไม่ควรสร้างมั้ยล่ะ) พูดง่ายๆ เป็นข่าวหาเสียงเต็มๆในพื้นที่สื่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(เท่าที่หาข้อมูลเรื่อง Hyperloop ยังเป็นรูปแบบการขนส่งที่อยู่ในระหว่างการศึกษา ยังไม่เกิดขึ้นจริง แม้แนวคิดจะน่าสนใจ แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายคน ทั้งจาก Harvard, MIT, Berkeley, USC ออกมาแสดงความไม่แน่ใจว่า Hyperloop จะสามารถตอบโจทย์ได้จริง คือส่วนใหญ่เห็นว่าสร้างได้ แต่จะคุ้มค่ามั้ย อันตรายมั้ย ทั้งเชิงเทคนิคและการก่อการร้าย คนนั่งจะเวียนหัวมั้ย และอื่นๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มั่นใจว่า Hyperloop จะตอบโจทย์ได้
https://phys.org/&amp;hellip;/2013-08-elon-musk-hyperloop-hype-problem&amp;hellip;
ข้อมูลที่มาของรายงานผลการศึกษา
https://www.blognone.com/node/108605&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31382</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, วรัชญ์ ครุจิต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, อนาคตใหม่, ไทยพีบีเอส, ไฮเปอร์ลูป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8afc51485ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
