<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หรือจะไฝว้!&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องยุบ&#039;ทษช.&#039;เจอ&#039;วรัญชัย&#039;ยื่นค้านห้ามกกต.ฟัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.62- เมื่อเวลา 10.20 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง &amp;nbsp;กรณีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) &amp;nbsp;โดยขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยและยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการกระทำของ ทษช.ขัดต่อระเบียบกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯของ ทษช.ถือเป็นการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เลขาธิการกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ต้องเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอให้คณะกรรมการกกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อยุบพรรคทษช. ต่อไป หาก กกต.ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วภายในสัปดาห์นี้แล้วส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันที การวินิจฉัยก็จะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทันก่อนการเลือกตั้งแน่นอน แต่หากกกต.ดำเนินการชักช้าหรือปล่อยให้เป็นไปตามปกติ ทษช.ยังมีสิทธิหาเสียงและเข้าสู่การเลือกตั้ง ความวุ่นวายทางการเมืองจะหวนกลับมา &amp;quot; นายศรีสุวรรณ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาระบุด้วยว่า หากผลคำวินิจฉัยของศาลออกมาหลังการเลือกตั้ง ส.ส.จะต้องวิ่งไปหาพรรคสังกัดใหม่ให้ได้ภายใน 30 วัน ในช่วงนี้ถือว่า&amp;nbsp;คสช.ก็จะมีอำนาจบริหารประเทศต่อไปอีก ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและการบริหารประเทศ ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีสิทธิที่จะยื่นคำร้องให้กกต.วินิจฉัยยุบพรรค ทษช. เพราะตนเองเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และถือเป็นผู้เสียหาย โดยบทกำหนดโทษสำหรับ ทษช.มีเพียงการยุบพรรค ตัดสิทธิทางการเมืองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค 10 ปี &amp;nbsp;แต่ไม่มีโทษทางอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในเวลาใกล้เคียงกัน นายวรัญชัย โชคชนะ ประธานกลุ่มพลังประชาธิปไตย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อขอคัดค้านการยุบพรรคไทยรักษาชาติและขอให้ตรวจสอบป้ายหาเสียงของพรรคประชาชนปฏิรูปและพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอคัดค้านการยุบพรรคไทยรักษาชาติเพราะเป็นสมบัติของประชาชนเป็นนิติบุคคลและได้รับการยินยอม ขอ กกต.ใช้เหตุผลในการตัดสิน และขอให้ตรวจสอบป้ายหาเสียงของพรรคประชาชนปฏิรูปและ พรรคพลังประชารัฐ ว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ เพราะพรรคประชาชนปฏิรูปเอาพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนามาหาเสียง ซึ่งเป็นการเอาศาสนามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ส่วนพรรคพลังประชารัฐได้นำรูปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้ยึดอำนาจ ทั้งที่ยังมีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่มาขึ้นป้ายหาเสียงจึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา&amp;quot; นายวรัญชัย ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28818</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต, ทษช., วรัญชัย โชคชนะ, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6106c8e2401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; กกต.เคาะเรื่องบัตรเลือกตั้งแล้ว โดย พ.ต.อ.จรุง วิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า กกต.มีมติเลือกบัตรเลือกตั้งที่มีหมายเลขผู้สมัคร ชื่อและโลโก้พรรค เพื่อต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นหลัก ทำให้หลายพรรคการเมืองพึงพอใจไม่น้อย เพราะจะทำให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งจดจำชื่อผู้สมัครและพรรคได้ง่าย ส่วนข้อเรียกร้องให้ใช้หมายเลขผู้สมัครของพรรคเป็นเบอร์เดียวกันทุกเขตทั่วประเทศ ยังไม่มีเสียงขานรับ เพราะเกรงว่าจะต้องแก้ พ.ร.ป.ส.ส. อาจจะทำให้ยื้อเวลาเลือกตั้งออกไปอีก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 แก้ พ.ร.ป. ป.ป.ช. เพื่อไม่ให้กรรมการสภามหา&amp;#39;ลัยยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ และใช้ ม.44 คุ้มครองคำสั่งแต่งตั้งตำรวจที่ขัดรัฐธรรมนูญก็ยังทำมาแล้ว หากจะทำเรื่องนี้จริงก็ไม่ยาก เว้นแต่ไม่อยากทำ สำหรับการหารือของพรรคการเมือง 19 ธ.ค.นี้ หากตกลงกันได้เองก็มีทางทำได้เช่นกัน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอปลดล็อกให้บรรดานักการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ก็เข้าสู่บรรยากาศเดิมๆ อีก ยังไม่ทันไรก็สาดน้ำลายใส่กันแล้ว นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฟัดกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งถือว่าเป็นมวยคนระดับรุ่นพ่อกับรุ่นลูก แต่ เหลิม ก็ยังชกสไตล์เดิม ไปกล่าวหาเขาก่อนว่าแกนนำพรรค พปชร.แย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันแล้ว เจอ ธนกร สวนกลับว่า หญิงหน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พท.จะปลดพ้นทีมหาเสียง ทำเอาโกรธเป็นฟืนเป็นไปหาว่าเขาเผือก ทั้งที่ตัวเองไปเผือกพรรคเขาก่อน ธนกร ย้อนอีกว่า &amp;quot;คนอย่าง ร.ต.อ.เฉลิมนิสัยไม่เคยเปลี่ยน ชอบสร้างความขัดแย้ง ยกตนข่มท่าน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ต่อพรรคเพื่อไทยเอง ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยอาจจะปลด ร.ต.อ.เฉลิมก็ได้ มิฉะนั้นแล้วพรรคเพื่อไทยมีแต่จะตกต่ำและสร้างความลำบากใจให้กับคุณหญิงสุดารัตน์&amp;quot; เจอดอกนี้ซ้ำ ถ้า เหลิม ยังจะโต้กลับอีก รับรองแพ้มวยรุ่นลูกแน่ๆ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคู่นี้ก็น่าสนใจ &amp;quot;ตุ๊ดตู่&amp;quot; จตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ อ่านใจ &amp;quot;บิ๊กตู่-ประยุทธ์ จันทร์โอชา เชื่อว่าอีกไม่กี่วันจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. วันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเส้นบางๆ ระหว่างคำว่าได้เปรียบกับเอาเปรียบ ในการเลือกตั้ง เชื่อว่า คสช. รู้ว่าคนไม่พอใจ &amp;quot;ท้ายที่สุด จำปากผมเอาไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.อย่างแน่นอน อีกไม่กี่วันถัดจากนี้ไป ถ้ามีการเลือกตั้งและมีความประสงค์จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป&amp;quot; ที่ จตุพร กล้าฟันธงอย่างนั้น คงเพราะมั่นใจว่า &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องการกลับมาเป็นนายกฯ แน่นอน และคงฝืนกระแสสังคมไม่ได้ ต้องตัดใจลาออกก่อน หลังจาก จตุพร ออกจากเรือนจำ คำพูดคำจาสวนทาง คนแดนไกล อยู่เรื่อยๆ พร้อมหนุนแนวทางปรองดองนำพาชาติบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า เมื่อหันหลังให้ &amp;quot;คนแดนไกล&amp;quot; ก็มีโอกาสที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายได้เช่นกัน...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แล้วชักงงๆ กับตรรกะของอดีต ผบ.ตร.ที่ย้ำว่า &amp;quot;หากประชาชนต้องการให้เป็นนายกฯ ก็ขอให้เลือกผู้สมัครของพรรค และจะจัดการเผด็จการทหารให้ดูอย่างที่เคยพูดไว้ ถ้าได้ผมเป็นนายกฯ รับรองไม่เหมือนเดิม&amp;quot; พร้อมกล่าวอีกว่า &amp;quot;ดูได้จากสมัยเป็น ผบ.ตร. ผมไม่มีอะไรเลย ทำงานแค่ปีเดียว ตำรวจยังบอกว่าเป็นอธิบดีทำงานได้เกือบเท่าอธิบดีเผ่า (พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ) และในวงการตำรวจเรียกผมว่าเบอร์ 2 รองจากอธิบดีเผ่า ซึ่งวันนี้ผมไม่มีอำนาจอะไรเลย แต่ถูกมองว่าความสามารถเบอร์ 2 รองจากอธิบดีเผ่า ดังนั้นหากมีโอกาสบริหารประเทศ คนที่เอ่ยชื่อจะมาเป็นนายกฯ ไม่ต้องมาเทียบผม และหากผมได้ 10 ล้านเสียง จะเปลี่ยนประเทศให้ดู&amp;rdquo; แหม! จะสู้กับเผด็จการกลับไปเปรียบเทียบกับเผด็จการในอดีต จะลงสมัคร นายกฯ อบต. แข่งกับ วรัญชัย โชคชนะ หรืออย่างไร?...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2 พรรคการเมืองจัดระดมทุนอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) จัดงานระดมทุนเข้าพรรคในรูปแบบโต๊ะจีน จำนวน 240 โต๊ะ โต๊ะละ 1 ล้านบาท ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ อ่านบทกวี นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ปาฐกฐา &amp;quot;สถาบันพระมหากษัตรย์กับความเป็นไทย&amp;quot; นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวสุนทรพจน์ &amp;quot;พรรคการเมืองใหม่ของประชาชน&amp;quot; ขณะที่พรรคพลังประชารัฐไม่น้อยหน้า เตรียมจัดงานเลี้ยงระดมทุน &amp;ldquo;ประเทศไทยหนึ่งเดียว&amp;rdquo; ในวันที่ 19 ธ.ค.61 ที่อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 9 ในรูปแบบโต๊ะจีน 200 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 600 ล้านบาท โดยมีดารา นักร้อง มาร่วมเพียบ เป็นแบบอย่างที่ พรรคตระกูลเพื่อ น่าจะเอาตัวอย่างบ้าง อย่าเอาจาก คนแดนไกล อย่างเดียว!...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24552</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ธนกร วังบุญคงชนะ, บันทึกหน้า4, พ.ต.อ.จรุง วิทย์ ภุมมา, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, วรัญชัย โชคชนะ, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์., สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุเทพ เทือกสุบรรณ, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เมินรื้อคดีสลายแดง เต้นรํ่าไห้/เหวงฟ้องตปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; มติ ป.ป.ช.ไม่รื้อคดีสลายชุมนุม นปช.ปี 53 เหตุไร้หลักฐานใหม่ ยก 5 ประเด็นต่างจากคดีพันธมิตรฯ ชี้ &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ขอพื้นที่คืนเพื่อความสงบสุขบ้านเมือง ขณะที่ &amp;quot;สมชาย&amp;quot; มุ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ทำตามหลักสากล &amp;quot;เต้น&amp;quot; น้ำตาคลอเจ็บปวดทวงยุติธรรม 99 ศพเหลว &amp;quot;เหวง&amp;quot; ดิ้นพึ่งรัฐบาลหน้าฟ้องศาลโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายวรัญชัย โชคชนะ มีหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทบทวนคดีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ที่มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ มีนายณัฐวุฒิ และนายยศวริศ ชูกล่อม แกนนำ นปช. เข้าร่วมฟังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์กล่าวว่า ประเด็นที่มีการร้องขอให้ทบทวนมี 4 ประเด็น คือ 1.การตัดสินใจทางนโยบาย กรณีใช้อาวุธสงครามกระสุนจริงและยุทธวิธีการซุ่มยิงถูกต้องหรือไม่นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยพิจารณาและวินิจฉัยไว้แล้วว่า การสั่งใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธปืนติดตัวเข้าขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำสั่งของศาลว่าเป็นช่วงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มิใช่การชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ และมีบุคคลที่มีอาวุธปืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. จึงมีเหตุจำเป็นที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ต้องใช้มาตรการขอพื้นที่คืน เพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ไม่ยกเลิกการปฏิบัติในทันทีเมื่อรับทราบการเสียชีวิตของประชาชน และกรณีกล่าวอ้างว่ามีการปรับยุทธวิธีเป็นการตั้งด่านตรวจและมีจุดสกัดปิดล้อมเพื่อให้ชุมนุมเลิกไปเองนั้น แต่ตามวารสารกองทัพบก (เสนาธิปัตย์) อธิบายว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติทางทหารเต็มรูปแบบ มิใช่การปรับยุทธวิธีเป็นการตั้งด่านตรวจตามที่อ้างนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยพิจารณาและวินิจฉัยไว้แล้วว่า ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์การขอคืนพื้นที่ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ศอฉ.ได้ทบทวนปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยไม่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าผลักดันผู้ชุมนุมอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การอ้างว่ามีบุคคลที่มีอาวุธปืนปะปนในกลุ่มผู้ชุมนุม มิได้มีหลักฐานใดๆ รองรับ และไม่ตรงกับคำพิพากษาศาลแพ่ง เนื่องจากคำพิพากษาระบุว่า การเสียชีวิตเบื้องต้นในวันที่ 10 เม.ย.2553 ยังไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด รวมถึงคำสั่งศาลอาญาในเรื่องการตายจำนวน 19 ศพ ยืนยันว่าผู้ตายตายจากกระสุนความเร็วสูง จากอาวุธสงครามของเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ศอฉ.นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยพิจารณาและวินิจฉัยไว้แล้วว่า ตามคำสั่งศาลในช่วงระยะเวลาต่างๆ สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช. มิใช่การชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ และมีบุคคลที่มีอาวุธปืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. จึงจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการสลายการชุมนุมเพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง อันเป็นไปตามหลักสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ไม่รอบคอบ ไม่ถูกต้อง ไม่น่าเชื่อถือ และสองมาตรฐาน เมื่อเทียบกับกรณีของการสลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค.2551 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่ม นปช.มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ เหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ปรากฏแนวทางการปฏิบัติที่เป็นไปตามขั้นตอนและหลักการสากล มีการใช้แก๊สน้ำตาชนิดยิงและขว้างเพื่อผลักดันประชาชนกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ปิดทางเข้ารัฐสภา 3 ครั้ง ส่วนเหตุการณ์สลายการชุมนุมของ นปช. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี กับพวก ได้มีการสั่งการโดยมีแนวทางการปฏิบัติ และเน้นย้ำการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทุกระดับตามขั้นตอน กฎและหลักการสากลในการสลายการชุมนุม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงและพฤติการณ์มีความแตกต่างกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงพิจารณาวินิจฉัยคดีไปตามข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันดังกล่าว แม้ต่อมาอัยการสูงสุดจะไม่รับดำเนินคดี และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะพิพากษายกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กับพวก เป็นเรื่องการใช้ดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของแต่ละองค์กรซึ่งสามารถแตกต่างกันได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติไม่ยกสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหานายอภิสิทธิ์เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กับพวก กรณีร่วมกันสั่งการในเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ถึงวันที่ 19 พ.ค.2553 ขึ้นพิจารณาใหม่ เหตุหนังสือคำร้องทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวมีลักษณะเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญแก่การไต่สวน ต้องห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยกขึ้นพิจารณาใหม่ ตามมาตรา 44 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;quot; เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากปรากฏพยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้ผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจหยิบยกสำนวนการไต่สวนดังกล่าวขึ้นพิจารณาใหม่ได้ทุกเมื่อภายในอายุความ สำหรับกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนคดีอาญากรณีการเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับกรณีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ กับพวก ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยและมีมติไว้แล้วว่า กรณีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ทหารและนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ใช้กำลังบังคับและใช้อาวุธปืน จนเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมนั้น ให้ส่งเรื่องให้ดีเอสไอดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไปตามมาตรา 89/2 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่ 4 ป.ป.ช.ได้นำตารางเปรียบเทียบเหตุการณ์สลายการชุมนุม ระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2551 และกลุ่ม นปช.ปี 2553 ชี้ให้เห็นถึงข้อแตกต่าง 5 ประเด็น ได้แก่ 1.การสั่งการและวิธีปฏิบัติ 2.การปรับแผนปฏิบัติการเมื่อมีผู้เสียชีวิต 3.ลักษณะของผู้ชุมนุม 4.เป้าหมายการสลายการชุมนุม และ 5.ผลการวินิจฉัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังแถลงข่าว นายณัฐวุฒิได้สอบถามเลขาธิการ ป.ป.ช.ว่า ในฐานะที่เป็นมนุษย์ เชื่อหรือไม่ว่านี่คือความยุติธรรม โดยนายวรวิทย์กล่าวว่า การพิจารณาคดีเป็นไปตามกฎหมาย ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ อยากให้นายณัฐวุฒิได้ศึกษาคำชี้แจงของ ป.ป.ช.และ ป.ป.ช.ไม่ตัดโอกาสในการยื่นพยานหลักฐานใหม่ เราเปิดโอกาสให้ตลอดเวลา และที่ยื่นมาก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้พิจารณาในทุกประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และน้ำตาคลอว่า &amp;ldquo;หัวใจผม ผมไม่เชื่อว่านี่คือความยุติธรรม ไม่อาจยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจในฐานะมนุษย์ ว่าผมยังมีสิทธิ์ที่จะติดตามทวงถามความยุติธรรม อยากให้รู้ว่าผมเจ็บปวด เพราะรู้ข่าวตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ว่า ป.ป.ช.จะไม่รื้อคดีนี้ วันนี้มาแบกรับความยุติธรรมร่วมกับคนตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ต้องการพาเหตุการณ์นี้ไปให้ถึงศาล เพื่อสร้างหลักประกันว่าจากนี้ไปใครก็ตามที่มีอำนาจ จะไม่สามารถใช้กำลังอาวุธสงครามปราบปรามทำลายชีวิตประชาชนได้อีกต่อไป และจำเป็นต้องรักษาเกียรติยศของคนตาย แต่ผมได้รับคำตอบว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ใช่ความยุติธรรมหรือไม่ แต่แน่ใจว่าเราจะได้เจอกันอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ตอนท้ายว่า จากนี้จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานใหม่เพื่อยื่นตามกระบวนการอีกครั้ง แต่คงไม่ใช่เร็วๆ นี้ พร้อมรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 20,000 รายชื่อ ยื่นต่อประธานรัฐสภา ให้พิจารณายื่นต่อศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยจะดำเนินการเมื่อมีรัฐบาลเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เปิดเผยว่า ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือ ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อพิจารณาเฉพาะกรณีการสลายชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 โดยให้รัฐบาลชุดใหม่จากการเลือกตั้งของประชาชนลงนามรับรองเขตอำนาจศาลเฉพาะกรณีปี 2553 เมื่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยไม่อาจอำนวยความยุติธรรมให้กับกรณี 99 ศพได้แล้วเช่นนี้ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของประชาชนไทย ที่ต้องเลือกพรรคการเมืองประชาธิปไตยจำนวนมากพอที่จะทำหน้าที่ในรัฐบาลชุดใหม่เพื่อให้มาทำภารกิจนี้ได้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11925</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีสลายชุมนุม, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นปช.ปี53, มติป.ป.ช., ยจตุพร พรหมพันธุ์, วรัญชัย โชคชนะ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2cfef89c902.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
