<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์วุ่น! เจอโควิดนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Phuket Sandbox ปาดเหงื่อ! &amp;nbsp;สวอบที่สนามบินเจอนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ติดโควิด 1 ราย กักตัวในโรงแรม 14 วันยกลำ &amp;quot;วราวุธ&amp;quot; และปลัด ทส.กักตัว หลังพบความเสี่ยงร่วมเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ตรวจแล้วเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตรายงานว่า &amp;nbsp;ในจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามา พบผู้ติดเชื้อแล้ว 1 คน เป็นเพศชาย เดินทางมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อถึงท่าอากาศยานภูเก็ต มีการตรวจสวอบแล้วไปรอผลที่ห้องพักโรงแรม จากนั้นผลตรวจสวอบที่ท่าอากาศยานภูเก็ตออกมาเมื่อคืนประมาณ 4-5 ทุ่มแล้วว่าติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังทราบผลดังกล่าว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้รีบแจ้ง SHA Manager โรงแรม ที่นักท่องเที่ยวเข้าพัก และได้นำนักท่องเที่ยวรายนี้ไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนคณะที่มาด้วยกันได้นำเข้าโรงแรม ALQ สถานที่กักตัวที่รัฐกำหนด เป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าดูอาการและตรวจหาเชื้อตามเวลาที่กำหนด ตามขั้นตอนของสาธารณสุขในการควบคุมโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การตรวจพบครั้งนี้ ถือเป็นรายแรกจากโครงการ Phuket Sandbox ที่พบว่าติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งอยู่ในกระบวนการที่จัดการได้ เป็นการดำเนินการอย่างเข้มแข็งที่สามารถตรวจพบในเวลารวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ได้ส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนคณะที่มาด้วยกันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีก 14 คน ได้ส่งเข้ากักตัวในโรงแรม ALQ สถานที่กักตัวที่รัฐกำหนดแล้ว เป็นเวลา 14 วัน ขณะนี้ส่งเชื้อที่ตรวจพบดังกล่าวไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจค้นหาสายพันธุ์ว่าเป็นสายพันธุ์ใด อยู่ระหว่างรอผลตรวจ &amp;nbsp;คาดว่าต้องใช้เวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าเชื้อที่ตรวจพบจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ใช่ซากเชื้อ เป็นเชื้อจริง แต่ยังไม่ทราบสายพันธุ์ ที่ผ่านมาในจังหวัดภูเก็ตพบเพียงสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้ )
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในโครงการ &amp;nbsp;Phuket Sandbox ตั้งแต่วันที่ 1-7 กรกฎาคม 2564 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดภูเก็ต จำนวน 2,113 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี โฆษกประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ได้ร่วมคณะเดินทางไปตรวจติดตามความพร้อมการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ (Phuket Sandbox) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา และได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยการเดินทางทั้ง 2 ครั้ง ได้มีข่าวพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากเที่ยวบิน VZ314 ซึ่งเป็นเที่ยวบินขากลับจากภูเก็ตเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 และมีผู้แจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19 หลังกลับจากร่วมเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าว &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการและปลัดกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยได้เข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันทีหลังจากที่ได้ทราบข่าวในวันที่ 30 มิถุนายน ณ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งผลจากการตรวจในครั้งแรกปรากฏว่าทั้ง รมว., ปลัด ทส. และผู้ติดตาม ไม่พบเชื้อโควิด-19 หลังจากนั้นได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซ้ำอีกครั้งเมื่อได้รับทราบข่าวในวันที่ 6 ก.ค. ซึ่งผลจากการตรวจในครั้งที่ 2 นี้ ยังคงปรากฏผลว่า &amp;nbsp;ไม่พบการติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้ง นายวราวุธและนายจตุพรได้ยกเลิกภารกิจที่ต้องเข้าร่วมทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกักตัวตามมาตรการดังกล่าว แต่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การสั่งการต่างๆ ยังคงดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เพื่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังคงปฏิบัติภารกิจเฉพาะที่สามารถเข้าร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ก่อนกลับมาปฏิบัติภารกิจตามปกติอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีตามที่รัฐบาลได้มีการเปิดพื้นที่นำร่องส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องใน จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.64 เป็นต้นมา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จึงได้เปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมขับเคลื่อนนโยบาลรัฐบาล และได้กำชับสั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดให้ประสานการปฏิบัติระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมควบคุมโรค และหน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขับเคลื่อนการปฏิบัติภารกิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามพิธีการคนเข้าเมืองและตามมาตรการสาธารณสุขที่กำหนด เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยอีกส่วนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจนพบตัว และเข้าไปทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวดังกล่าวให้ปฏิบัติตามกฎเป็นที่เรียบร้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่สละแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด และขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง รวมถึงดูแลสุขภาพตนเองให้ดี เพื่อจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.ฝากประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางที่เข้ามาในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ให้ปฏิบัติตามประกาศ คำสั่ง ข้อกำหนดและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากทาง ศบค., จ.ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องการเข้าพักในโรงแรมที่กำหนดและอยู่พื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็นเวลา 14 วัน, การโหลดแอปพลิเคชัน &amp;quot;หมอชนะ&amp;quot; และเปิดระบบเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่หากแจ้งจากทางโรงแรมว่ามีนักท่องเที่ยวหายไป หรือพบนักท่องเที่ยวที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการก็จะแจ้งมาที่ศูนย์ 191 จากนั้นก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกไปดำเนินการ ซึ่งการตรวจสอบนั้นจะประสานไปยังทุกหน่วยที่เกี่ยวของ ทั้งสนามบิน, ด่านท่าฉัตรไชย และตรวจสอบข้อมูลจากแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบการเดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดภูเก็ตก่อนกำหนดในทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือหรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด &amp;nbsp;สามารถโทร.มายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109001</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณรงค์ วุ่นซิ้ว, นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, วราวุธ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงแรม ALQ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e53d87a9d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. ประสานผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ลดไฟป่า-PM2.5  เร่งปลูกป่าต้นน้ำ 12 จว.  จัดที่ดินทำกิน และยื่นคำขอใช้พื้นที่ป่าสงวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายวราวุธ &amp;nbsp;ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference System) กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในการขอความร่วมมือหน่วยงานระดับพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญและเป็นประเด็นเร่งด่วน ในโอกาสที่ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประชุมชี้แจงข้อราชการสำคัญกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ห้องประชุมราชสีห์ อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญเร่งด่วนที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ขอประสานความร่วมมือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังหน่วยงานระดับพื้นที่ของกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่นั้น มี 4&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.&amp;nbsp;ไฟป่า หมอกควัน และ PM 2.5 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาจัดตั้งชุดปฏิบัติการมวลชนลงพื้นที่สร้างการรับรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจและเข้ามามีส่วนในการลดต้นเหตุการเกิดไฟป่า หมอกควัน และ PM 2.5 โดยชุดปฏิบัติการนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ทส. ฝ่ายปกครอง ทหาร และจิตอาสาพระราชทาน รวมถึง ส่งเสริมบทบาทของเครือข่ายภาคประชาชน อบต. นายอำเภอ ผู้นำชุมชน ให้เข้ามาร่วมดำเนินการด้วย โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจะเป็นหน่วยงานสนับสนุนทางวิชาการ นอกจากนั้น ขอให้แต่ละจังหวัดลดและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด โดยขอให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดจัดทำข้อมูลแปลงเกษตรที่มีการเผาซ้ำซาก รายงานผู้ว่าราชการจังหวัด ในการนี้ หน่วยงานของ ทส. จะจัดทำแผนและผลการป้องกันแก้ไขไฟป่า หมอกควัน และ PM 2.5 รวมถึงรายงานคุณภาพอากาศ จุดความร้อน รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอื่น ๆ เช่น การจราจร ภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนการปลูกป่า สร้างฝาย ระบบกระจายน้ำ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ขอให้ทุกจังหวัดเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ตามคู่มือที่ ทส. ได้จัดทำไว้ กำหนดไว้ 2.68 ล้านไร่ในปี 2570 &amp;nbsp;โดยปี 2564-2565 &amp;nbsp;เร่งรัดดำเนินการในพื้นที่ต้นน้ำ&amp;nbsp;12 จังหวัดเร่งด่วน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช และนครราชสีมา โดยจังหวัดอื่นดำเนินการในส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในและนอกเขตป่าร่วมกับชุมชน อปท. และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่&amp;nbsp;อีกทั้งได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าระดับจังหวัดให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนมกราคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;และขอให้มอบหมายนายอำเภอ ปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทส. และเครือข่ายจิตอาสาพระราชทาน ในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ป่าต้นน้ำ พร้อมทั้ง ขอให้มีโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการปลูกป่าต้นน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว อีกทั้ง ขอให้พิจารณาประสานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับชุมชน ในการจัดตั้งเรือนเพาะชำชุมชน เพื่อจัดเตรียมกล้าไม้สำหรับฟื้นฟูป่าในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ทส. กล่าวต่อว่า ประเด็นถัดมาการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ภายใต้ คทช. ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งรัดให้เกิดการอนุญาตการเข้าทำประโยชน์ของชุมชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยในปี​ 58-64 &amp;nbsp;กำหนดเป้าหมาย​ จำนวน 375&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่ หรือ 1,890,648 ไร่ ใน 63 จังหวัด รวมถึงขอให้มอบหมายเกษตรจังหวัดและนายอำเภอที่เกี่ยวข้องประสาน หน่วยงานของ ทส. ในพื้นที่ ในการสำรวจพื้นที่สนับสนุนแหล่งน้ำ และขอให้มีการประสานหน่วยงานอื่นในการสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ คทช.&amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังมีพื้นที่จำนวน 4.75 &amp;nbsp;ล้านไร่ ในการสำรวจและรังวัดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ให้ครบถ้วนแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; ประเด็นสุดท้าย การขออนุญาตการใช้ประโยชน์ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐในเขตป่าสงวนแห่งชาติ สำหรับการขออนุญาตการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่ก่อสร้างไปก่อนได้รับการอนุญาตนั้น ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งส่วนราชการที่ยื่นคำขอ จัดเตรียมรายละเอียดประกอบคำขอให้ถูกต้อง ครบถ้วน ให้กับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่โดยเร่งด่วน&amp;nbsp;ส่วนการขออนุญาตการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (โครงการใหม่) ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ภายใน 31&amp;nbsp;&amp;nbsp;มกราคมนี้ พร้อมทั้งกำกับให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ ตรวจสอบพื้นที่รวมถึงเอกสารให้ถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อทยอยเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามภายใน 15&amp;nbsp;&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย ทส. จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2564 &amp;quot; นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89821</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ปลูกป่าต้นน้ำ, ฝุ่น PM 2.5, มท., ยื่นขอใช้พื้นที่ป่าสงวน, วราวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_5ffff2202c6eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปริ่มน้ำแต่ไปรอด! &#039;วราวุธ&#039;ฟันธงปี63ท้าทายรัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค. 62 &amp;ndash; ที่บ้านพักซอยจรัญสนิทวงศ์ 55 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563 ว่า แม้ที่ผ่านมาจะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่สังเกตได้ว่าแต่ละครั้งที่มีการลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร หรือการทำงานสำคัญของรัฐบาล แน่นอนอาจจะมีผิดพลาดบ้าง แต่สุดท้ายแล้วรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สามารถแก้ปัญหาไปได้ ซึ่งนี่คือสภาพทั่วไปของสภาฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง ต่อให้เป็นรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำหรือเสียงมากแค่ไหน ถึงเวลาลงคะแนนมักจะมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา แต่มั่นใจว่าปี 2563 แม้จะเป็นปีที่มีภารกิจและความท้าทายของรัฐบาล แต่ด้วยการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค การทำงานของรัฐมนตรีทุกคน จะสามารถนำรัฐนาวาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปได้ตลอดรอดฝั่ง แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในปี 2563 มีการคาดการณ์กันว่าจะมีการชุมนุม และจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิด เพราะที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าการจุดไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอจุดมาแล้วจะสามารถคุมประเด็นไม่ให้บานปลายนั้นเป็นเรื่องยาก ตลอดสิบปีที่ผ่านแสดงให้เห็นแล้วว่าท้ายที่สุดมันไปจบลงที่ใด จึงน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีให้กับหลายๆ ฝ่ายว่าการชุมนุมประท้วงบนถนนไม่ก่อให้เกิดผลดีขึ้นเลย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ถือเป็นปกติของสภาฯ ต้องให้กำลังใจฝ่ายค้านด้วย เพราะตลอด 5-6 ปี เราไม่มีสภาฯ ไม่มีการตรวจสอบ จึงเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายค้านจะได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ นำข้อบกพร่องที่รัฐบาลจะต้องปรับปรุงมาถกกันในสภาฯ จึงเป็นอีกเวทีหนึ่งที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้พอสมควร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53586</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชทพ., ชาติไทยพัฒนา, ท็อป, บิ๊กตู่, ปี63, ปีใหม่, รัฐบาล, วราวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0ae7c2b3071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท็อป&#039;แจงพี่หนูนานั่งหน.-ประภัตรเลขาฯ ปรับทัพรับบิ๊กการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ว่า ในช่วงสาย แกนนำพรรค ชทพ.หลายคน อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา และนายประภัตร โพธสุธน ได้เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรค เพื่อหารือเรื่องการเตรียมงานประชุมใหญ่พรรคในวันที่ 26 ต.ค. ขณะที่นายประภัตร ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรค ระบุเพียงว่า ไม่มีอะไร ขอให้รอการประชุมใหญ่สามัญของพรรค วันที่ 26 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำคนรุ่นใหม่พรรค ชทพ. กล่าวถึงกรณีมีข่าว น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ชทพ. และนายประภัตร โพธสุธน จะมาเป็นเลขาธิการพรรค ชทพ. รวมทั้งกระแสข่าวว่ายังมีนักการเมืองหลายกลุ่มจะมาร่วมและเปิดตัวในวันที่ 26 ต.ค. ว่า&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้อดีตนักการเมืองที่เป็นผู้ใหญ่ในวงการยังไม่ได้มีความชัดเจนในการจะเข้ามาร่วมกับพรรค ชทพ.หรือไม่ แต่เมื่อขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว ในพรรคจึงต้องมีการปรับกระบวนทัพก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งเต็มตัว เพื่อให้สอดรับกับการที่จะมีผู้ใหญ่เข้ามา เพราะเมื่อผู้ใหญ่ที่อยู่ในวงการเมืองหลายๆ ฝ่ายให้ความวางใจพรรค ชทพ.มากขึ้น จึงเป็นการให้ความมั่นใจ ทำให้พรรคหนักแน่นและเข้มแข็งมากขึ้น ตนต้องขอบคุณ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่เดิมเคยชูคนหนุ่มรุ่นใหม่แล้วมามีการเปลี่ยนแปลงนั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่มีปัญหา เพราะตนและน้องๆ ทุกคนยังทำงานในพรรค เพื่อให้เป็นอย่างที่เคยพูดว่า พรรคนี้คนรุ่นเดิมกับคนรุ่นใหม่ต้องทำงานผสมผสานกัน ไม่ได้ต่างอะไรกับที่เคยพูดไป ที่สำคัญที่สุดองค์กรคือ พรรค ชทพ. ทั้งนี้ ขอให้ไปดูวันที่ 26 ต.ค. ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะออกมาอย่างเป็นทางการนั้นจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้พรรค ชทพ. เคยอยู่เงียบๆ แต่ตอนนี้มีเสียงวิจารณ์ว่าดูดเรียบ นายวราวุธ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ไม่ใช่ดูดเรียบ เพียงแต่เรามีคนที่ให้เกียรติเราและเข้ามาทำงาน เราไม่มีคำว่าดูด เพราะแรงดูดเราไม่มี มีแค่แรงไปขอและไปจีบมาเท่านั้น ซึ่งเขาให้เกียรติมาร่วมกับเราเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า วันที่ 26 ต.ค. จะมีบิ๊กเซอร์ไพร์สซ้ำอีกหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า จะมีใครมาเติมหรือไม่อย่างไร ต้องรอวันที่ 26 พ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ทุกคนจะต้องมีพรรคสังกัดเพื่อลงสมัคร ส.ส. ซึ่งเป็นไปตามกำหนดกรอบ 90 วันของกฎหมาย ดังนั้น เมื่อปิดประตูกันในวันนั้นทุกคนจะเห็นความชัดเจนว่าใครอยู่ที่ไหน เพราะความไม่แน่นอนอาจเกิดขึ้นได้ โดยคนที่บอกว่าอยู่อาจจะมาเขียนใบลาออกวันที่ 25 พ.ย.ก็ได้ หรือขณะเดียวกัน คนที่จะเข้าก็มาเขียนใบสมัครวันที่ 25 พ.ย.ได้เช่นกัน ถือว่ายังไม่สาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกระแสข่าวว่านายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ อาจมาร่วมกับพรรค ชทพ.นั้น นายวราวุธ กล่าวติดตลกว่า ไม่ทราบ สงสัยจะเป็นข่าววงใน แต่บางทีเป็นไปได้ว่า มีอดีต ส.ส.ไปทางไหนแล้วโควตาเต็ม ก็เกิดการยักย้ายถ่ายเทของผู้สมัครก็เป็นไปได้ แต่สำหรับกรณีนายสุชาตินั้นตนยังไม่ได้ข่าวแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20443</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติไทย, ท็อป, บิ๊กการเมือง, ประภัตร, วราวุธ, หนูนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcd7a837956b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
