<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัวร์ลง &#039;วรเจตน์&#039; หลังให้ความเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรธน.กรณี &#039;ธรรมนัส&#039; ว่าถูกต้องในทางนิติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 64 - สืบเนื่องจาก นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ &amp;nbsp;อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งสังคมรู้จักกันดีครั้งเป็นแกนนำกลุ่มอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนาม &amp;quot;คณะนิติราษฎร์&amp;quot; &amp;nbsp;ได้ให้สัมภาษ์ณ์พิเศษ สำนักข่าวประชาไท ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาไท ได้สรุปความเห็นของนายวรเจตน์ &amp;nbsp;ว่า &amp;quot;คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีธรรมนัส ถือว่าถูกต้องในทางนิติศาสตร์&amp;quot; สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ นายวรเจตน์ อย่างรุนแรงในโซเชียลฯ อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เปลี่ยนจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการตั้งแต่เมื่อไหร่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คงได้กล้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงว่าได้ตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนตั้งข้อสังเกตว่า &amp;quot;พอศาลยกฟ้องคดีไม่รายงานตัว คสช. ก็ออกมาให้ความเห็นเรื่องคดีธรรมนัสเลย&amp;quot; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในอาจารย์กลุ่มนิติ​ราษฎร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ยืนยันแทนวรเจตน์สั้นๆ นะครับ &amp;nbsp;ที่อาจสงสัยกันว่า พอศาลยุติธรรมยกฟ้องคดีของวรเจตน์ วรเจตน์ก็แสดงความเห็นทางกฎหมายเป็นคุณกับคุณธรรมนัส สองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันหรอกครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับผู้ที่วิจารณ์ประเด็นที่นายวรเจตน์ มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงคือ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอแต่งตั้ง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ รวม 10 คน โดยมี นายวรเจตน์ เป็นหนึ่งในกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วย ทว่าในวันเดียวกันนั้น นายวรเจตน์ ได้ทำหนังสือลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106197</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะนิติราษฎร์, ธีระ สุธีวรางกูร, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, วรเจตน์ ภาคีรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c58aef4d71f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลชี้ประกาศคสช.ลงโทษคนไม่มารายงานตัวไม่ได้! ขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ (คดีหมายเลขดำ อ2074/2562 ของศาลแขวงดุสิต - คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 30/2563) ในคดีที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 3 (แขวงดุสิต) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 5/2557, 57/2557 (เรียกชื่อให้มารายงานตัว) และประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557, 41/2557 (กำหนดโทษคนไม่มารายงานตัว) กรณีนายวรเจตน์ไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช. หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ต่อมาภายหลังโอนคดีจากศาลทหารมาศาลแขวงดุสิต จำเลยได้ยื่นคำร้องขอศาลแขวงดุสิตให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เกี่ยวกับประกาศดังกล่าวที่ใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวรเจตน์ จำเลย โต้แย้งสรุปได้ว่า ประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557, 41/2557 เป็นกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่ขัดต่อหลักนิติธรรม โดยประกาศฉบับที่ 29/2557 ประกาศใช้บังคับหลังจากที่มีคำสั่งฉบับที่ 5/2557 จึงเป็นกฎหมายที่กำหนดโทษทางอาญาบังคับใช้ย้อนหลังแก่จำเลย เป็นกฎหมายที่มุ่งหมายบังคับใช้แก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง ไม่ได้บัญญัติขึ้นเพื่อใช้บังคับเป็นการทั่วไป และประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับดังกล่าว เป็นบทบัญญัติที่กำหนดโทษทางอาญาเกินสมควรแก่เหตุ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประกาศฉบับที่ 29/2557 มีลักษณะเป็นการบังคับข่มขู่ ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 และ 27 อีกทั้งเมื่อ คสช. สิ้นอำนาจไปแล้ว วัตถุประสงค์ของคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวจึงสิ้นสุดลงไปด้วย เนื่องจากการลงโทษทางอาญานั้น วัตถุประสงค์ของการกำหนดโทษในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดจะต้องดำรงอยู่ในขณะที่มีการลงโทษ การดำรงอยู่ของประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับ จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29&amp;nbsp;
ศาลแขวงดุสิตส่งคำโต้แย้งของจำเลยให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งรับไว้พิจารณาวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลแขวงดุสิตอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีเนื้อหาสรุปได้ว่า บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 บัญญัติรับรองสถานะของประกาศและคำสั่งของ คสช. ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย ประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับจึงยังมีผลเป็นกฎหมายต่อไปแม้ คสช. จะสิ้นสภาพไปแล้ว และรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (1) บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย ซึ่งรวมถึงประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับด้วย ขณะที่ประกาศใช้กฎหมายทั้งสองฉบับนี้ เป็นช่วงที่ คสช. กระทำการยึดอำนาจปกครองแผ่นดินสำเร็จ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีความต้องการให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ไม่ก่อความวุ่นวายและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ จึงจำเป็นต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนบางประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เมื่อยามที่บ้านเมืองปกติสุข การใช้ชีวิตของปัจเจกบุคคลย่อมแตกต่างไปจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 รัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไว้ตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง โดยบุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายซึ่งใช้อยู่ในเวลานั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ฯ ซึ่งเป็นหลักการสากล ทั้งนี้ การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองคุ้มครองไว้ ต้องเป็นไปตามมาตรา 26 ต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนพอเหมาะพอควรแก่กรณี เพื่อมิให้ตรากฎหมายขึ้นบังคับใช้แก่ประชาชนตามอำเภอใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับ เป็นกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล การกำหนดโทษทางอาญาจึงต้องพิจารณาว่ามีความเหมาะสม เมื่อเทียบเคียงกับกรณีการนำตัวบุคคลที่ยังมิได้กระทำความผิด เพียงแต่มีเหตุอันควรสงสัย มีการกำหนดวิธีการเพื่อความปลอดภัย ตาม ป.อาญา มาตรา 46 แทนการกำหนดโทษทางอาญา นอกจากนี้ เมื่อเทียบเคียงการไม่รายงานตัวฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. กับกรณีบุคคลขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายอื่น การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศ คสช. ยังมิใช่การกระทำอันมีผลร้ายแรง ถึงขนาดต้องกำหนดโทษทางอาญาให้จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังมีมาตรการทางกฎหมายอื่น ได้แก่ ป.อาญา มาตรา 368 วรรคหนึ่ง ที่เป็นมาตรการลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อันเป็นความผิดลหุโทษที่เหมาะสม จำเป็นและพอสมควรแก่กรณี ดังนั้น ประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557, 41/2557 ไม่มีความเหมาะสมกับลักษณะของการกระทำผิด ไม่เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วนพอเหมาะพอควรแก่กรณี จำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และขัดต่อหลักนิติธรรม จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การออกคำสั่งเรียกให้มารายงานตัวก่อนแล้วออกประกาศกำหนดโทษของการกระทำดังกล่าวในภายหลัง เป็นการกำหนดโทษทางอาญาให้มีผลย้อนหลัง ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง เมื่อวินิจฉัยว่าประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ประกาศทั้งสองฉบับเป็นอันใช้บังคับมิได้ วินิจฉัยว่า ประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557, 41/2557 เฉพาะในส่วนโทษทางอาญา ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และเฉพาะประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลแขวงดุสิตอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้อัยการโจทก์ จำเลย และทนายความจำเลยฟังแล้ว ศาลได้สอบถามคู่ความทั้งสองฝ่ายว่า ประสงค์จะแถลงข้อเท็จจริงหรือทำคำแถลงการณ์ใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงว่าไม่มีข้อเท็จจริงใดหรือคำแถลงใดที่จะแถลงต่อศาลเพิ่มเติม ศาลจึงเห็นควรให้กำหนดนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 8 มิ.ย. 2564 เวลา 9.00 น. เหตุที่นัดเกิน 3 วันเนื่องจากต้องส่งร่างคำพิพากษาไปยังสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 ตรวจก่อนอ่านตามระเบียบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายวรเจตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คำวินิจฉัยนี้ส่งผลให้บุคคลที่ถูกคำสั่งเรียกรายงานตัวที่ยังไม่มารายงานตัว และเกรงกลัวความผิดจากการขัดคำสั่งเรียกรายงานตัวสามารถกลับเข้ามาประเทศได้ ทั้งนี้ หากไม่มีข้อหาความผิดฐานอื่น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100755</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช., วรเจตน์ ภาคีรัตน์, วิญญัติ ชาติมนตรี, ศาลรธน., ศาลแขวงดุสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086557126564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ยินดี&#039;วรเจตน์&#039;ชนะคดีในศาลรธน.วอนสังคมอย่าสนับสนุนให้รัฐทำร้ายนักปราชญ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ธ.ค.63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมที่ทำร้ายนักปราชญ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ผมต้องยินดีกับ ศจ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ที่ชนะคดีในศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; กรณีส่งความเห็นทางกฎหมายให้ศาลวินิจฉัยว่า ประกาศของคสช.ที่ให้มารายงานตัว ขัดหรือกับรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ก่อนหน้านี้ ผมเคยแสดงความไม่สบายใจต่อการดำเนินคดีกับ ศจ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ และ รศ.ดร.กิตติศักดิ์&amp;nbsp; ปรกติ ในข้อหากบฎมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่บางท่านคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ผมไม่ขอกล่าวถึงก็แล้วกัน ผมเพียงแต่แสดงความไม่สบายใจเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-อยากจะกล่าวรวมๆว่า บุคคลที่ผมเอ่ยชื่อ ถือเป็นปรมาจารย์ทางกฎหมาย และปรมาจารย์ทางด้านรัฐศาสตร์ของประเทศไทย ที่นักกฎหมายและนักรัฐศาสตร์รู้จักดี ผมว่า อัยการ ผู้พิพากษา ครึ่งประเทศก็น่าจะเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เหล่านี้&amp;nbsp; อาจารย์เหล่านี้ถูกดำเนินคดีในการชุมนุมประท้วงด้วยเหตุผลที่ต่างกัน แต่ละท่าน &amp;quot;อาจจะ&amp;quot; มีความเห็นต่างกันบ้างในทฤษฎีของกฎหมายและทฤษฎีทางด้านรัฐศาสตร์&amp;nbsp; แต่ผมเห็นว่า ท่านมีความเห็นต่างทางหลักการเท่านั้น ซึ่งสังคมควรชื่นชม และมีความสุขในการเสพความเห็นต่างเหล่านั้นเพื่อความงอกงามของสติปัญญามากกว่าจะดูถูก ดูแคลน ความเห็นของท่านเหล่านั้น&amp;nbsp; ผมอิ่มเอิบใจทุกครั้งที่ได้ฟังความเห็นด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ของท่านเหล่านั้น แม้บางประเด็นผมผู้มีปัญญาน้อยยังไม่เห็นด้วยอยู่บ้างก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เมื่ออาจารย์เหล่านั้นพ้นมลทินจากการถูกดำเนินคดีผมก็ดีใจสุดๆ&amp;nbsp; ผมแสดงความโง่ด้วยการแสดงความดีใจ ทั้งที่ ผมยังไม่ได้อ่านคำวินิจฉัยของศาลฉบับเต็มเสียด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ผมอยากจะอ้อนวอน ท่านสาธุชนทั้งหลาย โปรดตั้งสติ ใคร่ครวญ&amp;nbsp; อย่าสนับสนุนให้รัฐดำเนินคดีกับนักปราชญ์เลย โสกราตีส(Socrates) ถูกบังคับให้ดื่มยาพิษเสียชีวิต เมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล ( 2,000 กว่าปีมาแล้ว)&amp;nbsp; ผมยังนึกเสียใจอยู่จนถึงทุกวันเลย นับประสาอะไรที่เห็นนักปราชญ์ของเมืองไทยถูกดำเนินคดีต่อหน้าต่อตาในยุคของเรามีหรือที่ผมจะไม่เสียใจและเศร้าใจ ที่เขียนมาทั้งหมดนี่ ผมไม่รู้จักอ.วรเจตน์&amp;nbsp; ภาคีรัตน์&amp;nbsp; ไม่เคยพบ ไม่เคยคุยกันเลย เพียงแต่กับศจ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ผมเคยทำงานทางด้านวิชาการร่วมกันมาบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ท่านสาธุชน ทั้งหลาย อย่าเอาทัวร์มาลงผมเลย ผมนี่มีความเชื่อส่วนตัวว่า สังคมที่ทำร้ายเด็กและสตรี,&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมที่เหยียดหยามนักบวชและนักปราชญ์ สังคมเหล่านั้นเป็นสังคมของทุรชน&amp;nbsp; ก็เท่านั้นเอง ขอให้ผมได้แสดงความยินดีกับ ศจ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เถิด อย่าเอาทัวร์มาลงผมเลย&amp;nbsp; สาธุ !!!&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ประวิตร&amp;#39; แฉท่อน้ำเลี้ยงม็อบปิดบาร์กินเลี้ยงอู้ฟู่ กลับโดนทัวร์ลงหนัก
	พวกเด็กบ้า!&amp;#39;ดร.สุวินัย&amp;#39;เย้ยขบวนการปฏิวัติกำมะลอ2563
	เดือด! &amp;#39;ท่อนำเลี้ยง&amp;#39; โต้กลับ &amp;#39;ประวิตร&amp;#39; เล่าเหตุการณ์จริงคืนเหมาร้านเลี้ยงสตาฟ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85921</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, วรเจตน์ ภาคีรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc986f84c5cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน.มีมติคำสั่งคสช.เรียกบุคคลรายงานตัว-ฝ่าฝืนเป็นความผิด ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.63 - กรณีศาลแขวงดุสิตส่งคำโต้แย้งของจำเลย (นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์) เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ว่า ประกาศคณะรักษาความสงบแห่ชาติ ฉบับที่ ๒๙๒๗ เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๑/๒๕๕๗ เรื่อง กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว เป็นความผิด ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๗ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรมนูญ หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ศาลรัฐธรมนูญได้มีคำวินิฉัยกรณีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๙/๒๕๕๗ เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งขาติ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และประกาศคณะรักษาความสบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔/๕๕๗ เรื่อง กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว เป็นความผิด ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เฉพาะในส่วนโทษทางอาญา โดยมติเอกฉันท์ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และเฉพาะประกาศคณะรักษาความสบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๙/๒๕๕๗ เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๗ โดยมติเสียงข้างมากว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 ระบุว่า การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรา 29 วรรคหนึ่ง ระบุว่า บุคคลไม่ต้องรับโทษทางอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลากระทำความผิดมิได้&lt;/p&gt;


	3 นิ้วแค้นจัด!
	&amp;#39;บิ๊กไมค์&amp;#39; ฮึ่ม!
	3 นิ้วส่อเล่นแรง! จำลองบัลลังก์ศาล หลัง &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; รอดปมพักบ้านหลวง
	ม็อบ 3 นิ้วเริ่มแล้ว!โวย &amp;#39;อยุติธรรม&amp;#39; สนั่นห้าแยกลาดพร้าว
	&amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39; ควันออกหูด่ากราด หลังศาล รธน.วินิจฉัย &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; รอดคดีพักบ้านหลวง

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85773</URL_LINK>
                <HASHTAG>วรเจตน์ ภาคีรัตน์, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc782871ff5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039; เผยเรื่องที่น้องๆควรรู้ไว้ ทุนจากในหลวงเป็นเงินส่วนพระองค์ ไม่ใช่ภาษีราษฎร ลองถามคนชื่อ &#039;วรเจตน์-นพดล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.63 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า น้องๆควรรู้ และศึกษาให้รู้กันไว้บ้างว่า ทุนการศึกษาพระราชทาน เป็นทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ (ภาษาชาวบ้านเรียกว่าเงินส่วนตัว) ไม่ใช่เอาเงินจากภาษีชาวบ้าน ถ้าไม่เชื่อลองถามคนชื่อ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ผู้ซึ่งได้รับทุน มูลนิธิอานันทมหิดลไปศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต หรือ นพดล ปัทมะ นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล พ.ศ. 2531&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาใน พ.ศ. 2533 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล อีกนั่นแหละ และเรียนต่อ เนติบัณฑิตอังกฤษแห่งสำนักลินคอร์นอินน์ (Lincoln&amp;rsquo;s lnn) โดยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล อีก เรียนกันจนจบ หาได้สำนึกกัน จบเป็นผู้คนก็เพราะได้รับทุนอานันทมหิดล ซึ่งเป็นเงินส่วนพระองค์ ไม่ใช่มาจากภาษีราษฎร ตามที่น้องๆเข้าใจกัน บางคนรับทุนไปแล้วเรียนจนจบออกมา แทนที่จะกลับมาช่วยประเทศชาติ ตามความมุ่งหวังขององค์เจ้าของทุน แต่กลับเนรคุณไปรับใช้ นักโทษหนีคดีเพื่อโคนล้มเจ้าของทุนอานันทมหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายังรู้บุญคุณคนให้ข้าวกิน แต่คนพวกนี้เลวกว่ามั้ง ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.จ. จุลเจิม ยุคล
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนการศึกษาจากในหลวง, ทุนการศึกษาพระราชทาน, ท่านใหม่, นพดล ปัทมะ, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, วรเจตน์ ภาคีรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2b2321c005.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะใหม่!ไร้ชื่อ&#039;วรเจตน์&#039;ในคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกก.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายสุพรชัย กาญจนวาสี นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม) กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม) โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1. น.ส.กรรณิกา ชูเกียรติมั่น ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตกรรม) สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ดำรงตำแหน่ง ทันตแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านทันตกรรม) สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2562 2.นางสาวประไพ วงศ์สินคงมั่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานและคุณภาพของสมุนไพร (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์เชี่ยวชาญ) สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (เคมี) (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp;และ3.นางสิริภากร แสงกิจพร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพันธุกรรมทางคลินิก (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์เชี่ยวชาญ) กลุ่มพันธุกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ชีววิทยา) (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2563 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ยังอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้ง นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ กงสุลใหญ่ (นักบริหารการทูต ระดับต้น) สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต (นักบริหารการทูต ระดับสูง) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ยังได้อนุมัติตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ​ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เสนอแต่งตั้ง​ พล.ต.ท.ประหยัชว์ บุญศรี เป็นกรรมการภาคเอกชนในคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 16 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ครม.ได้เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอการทบทวนรายชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;ดังนี้ &amp;nbsp;1.นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ &amp;nbsp; ประธานกรรมการ &amp;nbsp;2. นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ &amp;nbsp;3. นายนพดล เฮงเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4. นายบุญอนันต์ วรรณพาณิชย์ &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5. นายประสงค์ วินัยแพทย์ &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6. นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7. นายฤทัย หงส์สิริ &amp;nbsp; กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 8. นายอธิคม อินทุภูติ &amp;nbsp; กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9. นายเอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล &amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ในครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลง จากมติครม. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน โดยพบว่า ไม่มีรายชื่อ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ที่ขอลาออก และไม่ได้แต่งตั้งใครมาทดแทน ทำให้คณะกรรมการเหลือเพียง 9 คน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงชื่อคณะกรรมการจากนายนิพนธ์ ฮะกีมี มาเป็นชื่อนายนพดล เฮงตระกูล แทน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68850</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, มติครม., รองโฆษกรัฐบาล, วรเจตน์ ภาคีรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee87416f1aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวตั้ง&#039;บวรศักดิ์-วรเจตน์&#039; นั่งผู้ทรงคุณวุฒิใน คกก.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.63-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ว่า ที่ประชุม​ ครม.มีมติอนุมัติตามที่​ รมว.ยุติธรรมเสนอแต่งตั้ง นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ผู้ไปปฏิบัติงานตามมติ​ ครม.กลับเข้ารับราชการให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาเฉพาะด้านกฎหมายมหาชน (นิติกรทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.63 สำหรับในส่วนของเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และค่าตอบแทนพิเศษนอกเหนือจากเงินเดือน ให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งให้ นายพสิษฐ์ ลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติงานตามมติครม. (ซึ่งคำสั่งดังกล่าวออกตามความในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการ ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ พ.ศ. 2550) โดยปฏิบัติหน้าที่ที่สถาบันอนุญาโตตุลาการ เป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.59 ซึ่งจะครบกำหนด 4 ปี ในวันที่ 14 ก.ค.63 โดยนายพสิษฐ์ ได้ยื่นแบบขอกลับเข้ารับราชการ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2563 เนื่องจากครบกำหนด 4 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแต่งตั้ง นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม &amp;nbsp;นอกจากนี้​ ครม.อนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง รวม 10 คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระ3ปี ดังนี้ 1.นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการ​ 2. นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ &amp;nbsp;3. นายนิพนธ์ ฮะกีมี 4. นายบุญอนันต์ วรรณพานิชย์ &amp;nbsp;5. นายประสงค์ วินัยแพทย์ &amp;nbsp;6. นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง 7. นายฤทัย หงส์สิริ 8. นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ &amp;nbsp;9. นายอธิคม อินทุภูติ 10. นายเอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.63 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ยังอนุมัติให้คณะกรรมการธนาคารออมสินมีจำนวนทั้งสิ้น 13 คน (นับรวมคณะกรรมการซึ่งครม.แต่งตั้งไว้แล้ว และผู้อำนวยการซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง) ตามมาตรา 6 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และอนุมัติแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการธนาคารออมสินเพิ่มเติม ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ 1. นายวิจักษณ์ อภิรักษ์นันท์ชัย &amp;nbsp;กรรมการ 2.นายก้อง รุ่งสว่าง &amp;nbsp; กรรมการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.63 เป็นต้นไป โดยให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในวาระเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68233</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง, ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, มติครม., วรเจตน์ ภาคีรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf3c9122c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
