<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>IHLปรับตัวแตกไลน์สินค้า  เดินเครื่องเต็มสปีดรับมือ&quot;นิวนอร์มอล &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภายหลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัท ที่จะต้องปรับตัวเองให้เหมาะกับยุคนิวนอร์มอล เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเลือกที่จะใช้สินค้าที่ปลอดภัย สะดวก ใช้ง่าย เหมาะกับยุค จึงต้องมีการปรับตัวกันมากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ไปทั่วโลกในปัจจุบัน ก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยทั้งในไทยและในระดับโลก แม้กระทั่งอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ที่มีคำสั่งซื้อรถยนต์จากทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินไว้เบื้องต้นว่า ปริมาณการผลิตรถยนต์ในไทยปี 2563 นี้ถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 9 ปี โดยมีแนวโน้มที่จะหดตัวลงอย่างมากประมาณ 21-25% หรือผลิตรถยนต์ได้เพียง 1,520,000-1,590,000 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังคาดว่าการผลิตที่ลดลงเป็นผลมาจากการส่งออกที่อาจลดต่ำลงมากไป แตะระดับ 750,000-780,000 คัน หดตัวสูงถึง 26-29% จากที่เคยส่งออกได้ 1,054,103 คัน ในปี 2562 ขณะที่ยอดขายในประเทศก็มีความเสี่ยงที่จะลดลงไปแตะระดับ 800,000-820,000 คัน หรือหดตัว 19-21% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,007,552 คัน ส่วนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์สู่ภาวะปกติอีกครั้ง คาดว่าอาจเป็นช่วงกลางปี 2564 หรือถึงต้นปี 2565 หลังเศรษฐกิจโลกจะทยอยฟื้นฟูในช่วงปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากวิกฤติดังกล่าวยังส่งผลกระทบกับผู้ผลิตชิ้นส่วน ทุกสาขา อย่างเช่น บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์มาโดยตลอด 20 ปี นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร IHL กล่าวว่า บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์มาโดยตลอด 20 ปี ลูกค้าหลักของ IHL คือค่ายรถญี่ปุ่น โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเราไม่เคยได้รับผลกระทบจากวิกฤติอะไร แต่มาครั้งนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หลังจากที่ค่ายรถยนต์ปิดตัวหยุดการผลิตตั้งแต่เดือน มี.ค.63 และมาเปิดเดือน มิ.ย.63 ทำให้ในไตรมาส 2 เราเห็นสภาพชัดเจนว่าพอค่ายรถยนต์หยุดการผลิต ทุกอย่างไปไม่ได้หมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น จึงต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ซึ่ง IHL มีอุปกรณ์และวัตถุดิบ มีบุคลากรที่มีอยู่ จึงแตกไลน์ไปทำรองเท้า แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดนั้นมันกระทบไปทั่ว ดังนั้นการนำเสนอสินค้าจึงต้องทำในรูปแบบใหม่ อาทิ ทำรองเท้าสำเร็จรูปส่งไปให้ลูกค้าพิจารณา หรือตรวจสอบ ซึ่งในหลายๆ ด้าน ถ้าเป็นภาวะปกติจะต้องมีกระบวนการหลายขั้นตอน มีการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งธุรกิจรองเท้าก็ไม่เคยทำเช่น ปกติจะตรวจสอบเป็นชิ้นๆ แล้วจึงประกอบเป็นองค์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;รองเท้าก็มีการปรับตัว ดังนั้นในอนาคตก็น่าจะมีการตรวจสอบเป็นองค์ ซึ่งจะลดขั้นตอนและต้นทุนลงอย่างมาก&amp;nbsp; จากกระบวนการต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้บริษัทต้องปรับตัวเองเพื่อรองรับ และเดินหน้าทำธุรกิจตัวใหม่ไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ออเดอร์เริ่มกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันอุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มกลับมาเดินเครื่องผลิต&amp;nbsp; ออเดอร์เพิ่มกลับมาแม้ว่าจะยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติก็ตาม แต่ถือว่าบริษัทโชคดีที่ค่ายโตโยต้าออกสินค้าใหม่ คือ โตโยต้า โคโรลล่า ครอส ทำให้ออเดอร์เพิ่มขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าในช่วง 3 เดือนนี้ (ก.ค.-ก.ย.) เต็มแน่นอน คาดว่าหลังจากเดือน ก.ย.ไป ต่างประเทศจะเริ่มเปิดประเทศ ซึ่งจะทำให้สามารถส่งออกได้ โดยตลาดหลักๆ ของบริษัท อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม อินเดีย อียิปต์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มมีลูกค้าสั่งออเดอร์เข้ามาบ้างแล้ว ดังนั้นจึงมั่นใจว่ารายได้น่าจะกลับเข้ามาในไตรมาส 3 ได้ แต่ก็ไม่ถึง 100%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จากงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา จะเห็นว่ายอดจองรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะยอดจองรถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทโตโยต้า ซึ่ง IHL เป็นผู้ผลิตให้รายเดียวในไทย ทำให้ได้รับออเดอร์ ผลิตเบาะหนังรถยนต์เพิ่มตามไปด้วย และเป็นปัจจัยที่สำคัญช่วยผลักดันรายได้ในครึ่งปีหลังเติบโตกว่าครึ่งปีแรก และยังสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มมีสัญญาณที่ดี ผู้บริโภคเริ่มมีการใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้น จะส่งผลให้ธุรกิจผลิตเบาะหนังรถยนต์กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง&amp;rdquo; นายองอาจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายองอาจ กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังว่า จะเน้นไปทางกลุ่มรองเท้ามากขึ้น เนื่องจากกลุ่มรถยนต์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักอยู่ตัวแล้ว เพราะค่ายรถยนต์หรือโมเดลใหม่ที่เราทำมันสามารถเดินหน้าไปได้ในตัวของมันเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านแผนการดำเนินงานนั้นก็จะมีการออกแบบหนังสำหรับรถยนต์แนวใหม่ และหันมาทำตลาดในด้านของหนังรองเท้า หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเรามีกระบวนผลิตที่พร้อมอยู่แล้ว สำหรับสัดส่วนการผลิตนั้น ในกลุ่มธุรกิจใหม่ยังต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง แต่ไม่นาน เพราะเรามีตลาดอยู่แล้ว และเรามีบุคลากรที่เชี่ยวชาญอยู่แล้ว และตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 การทำตลาดในต่างประเทศนั้น ต้องยอมรับว่าในอุตสาหกรรมหนังนั้นเราเป็นอันดับต้นๆ และยังเป็นที่รู้จักในวงการหนังอยู่แล้ว และลูกค้าเราส่วนใหญ่เป็นกลุ่มต่างประเทศอยู่แล้ว โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย ยุโรปและอเมริกาให้การยอมรับ เชื่อว่าสินค้าน่าจะทำตลาดได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลุยธุรกิจใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายองอาจกล่าวว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ เพื่อรองรับธุรกิจในอนาคตของบริษัทในการประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงประเภทอาหารขบเคี้ยว/อาหารว่างสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเป็นการแปรรูปหนังสัตว์ให้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บริษัทต้องขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและให้ความเชื่อมั่นในการบริหารธุรกิจ ซึ่งการขยายธุรกิจประเภทอาหารสัตว์เลี้ยง หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิมไปสู่ธุรกิจในอนาคตของบริษัท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการลงทุน เบื้องต้นประเมินว่าสินค้ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถสร้างผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้น คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปีนี้&amp;quot; นายองอาจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เร่งรปรับตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวศิน ดำรงสกุลวงษ์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป IHL กล่าวว่า ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภายหลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัทที่จะต้องปรับตัวเองให้เหมาะกับยุคนิวนอร์มอล เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเลือกที่จะใช้สินค้าที่ปลอดภัย สะดวก ใช้ง่าย เหมาะกับยุค จึงต้องมีการปรับตัวกันมากขึ้น รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนธุรกิจฟอกหนังรองเท้ายังคงเปิดไลน์การผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะยังดำเนินการผลิตและส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตามปกติ รวมถึงสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ นอกจากนี้ได้ผลิตตัวอย่างหนังรองเท้าเพื่อส่งให้ลูกค้าได้เตรียมไว้ในซีซั่นต่อไป ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ วางเป้าหมายคาดว่าจะมีลูกค้าในส่วนธุรกิจฟอกหนังรองเท้า จำนวน 4 ราย โดยที่ผ่านมาสามารถปิดดีลกับลูกค้าไปแล้วจำนวน 2 ราย และอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรอีกหลายราย โดยมั่นใจว่าจะสามารถสนับสนุนรายได้จากธุรกิจฟอกหนังรองเท้าให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บริษัทมีความพร้อมในการขยายธุรกิจเพิ่มเติม จากเดิมที่บริษัทเป็นผู้ผลิตเบาะหนังรถยนต์รายใหญ่ในประเทศ ธุรกิจฟอกหนังรองเท้า และผลิตภัณฑ์โปรตีน GROW PLUS เนื่องจากบริษัทมีวัตถุดิบที่สามารถนำมาต่อยอด และใช้ในการผลิตได้อย่างครบวงจร โดยมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนให้ในอนาคตเติบโตได้อีกทาง นอกจากนี้บริษัทยังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจใหม่ๆ เพื่อช่วยผลักดันผลประกอบการให้เติบโตอย่างมั่นคง&amp;quot; นายวศินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวศินกล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องหนังในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น เนื่องจากยุโรปออกกฎหมายฉบับใหม่ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อกำหนดความหมายของคำศัพท์ใหม่ และยังกำหนดห้ามใช้คำว่าหนัง (pelle/cuoio) ในการระบุวัสดุที่ไม่ได้มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์ นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามของการใช้คำว่าหนังเป็นคำนำหน้าหรือต่อท้ายในการระบุวัสดุที่ไม่ได้ทำมาจากหนังสัตว์ เช่น หนังเทียม หนังวีแกน หรือวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ เป็นต้น ล่าสุดประเทศอิตาลีเริ่มบังคับใช้ และจีน ทำให้ตลาดมีความต้องการใช้หนังมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่งไรก็ตาม ยุทธศาสตร์รัฐส่งเสริมอุตสาหกรรม 4.0 และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมหนังทางตรงที่เราจะได้ประโยชน์คือสินค้าที่จะผ่านเข้าไปในจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ถ้าพูดถึงการเป็นฐานประกอบรถยนต์ของไทยนั้น ถือว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์จากจุดนี้เยอะมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แผนการลงทุนในอนาคตว่า จะไปตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งนอกจากเป็นตลาดใหญ่ แล้วในอนาคตรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นจำนวนมากยังถือเป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าไปเจาะตลาดได้ ซึ่งขณะนี้อยูระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้&amp;quot; นายวศินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75324</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน), วศิน ดำรงสกุลวงษ์, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, องอาจ ดำรงสกุลวงษ์, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f42603b74c27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
