<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.ไฟเขียว &#039;วสันต์ ภัยหลีกลี้&#039; เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค. 64 &amp;nbsp;- ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานในการประชุม โดยวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ตามที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ที่มีพล.อ.อู้ด เบื้องบน ส.ว.เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว &amp;nbsp;คือ 1.น.ส.รัชดา ไชยคุปต์ &amp;nbsp;และ 2.นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ซึ่งเป็นการประชุมและลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่า นายวสันต์ได้รับความเห็นชอบ 206 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ 7 เสียง ไม่ออกเสียง 3 เสียง ขณะที่น.ส.รัชดา ได้รับความเห็นชอบ 33 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ 162 เสียง ไม่ออกเสียง 21 เสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.สิงห์ศึก แจ้งต่อที่ประชุมว่า ผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า นายวสันต์ ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ ไม่น้อยกว่า 125 คะแนน จึงเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกสม. ทั้งนี้นายวสันต์ เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านปรัชญา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของไทยเป็นที่ประจักษ์ที่จะยังประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 &amp;nbsp;ส่วนน.ส.รัชดา ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ น้อยกว่า 125 คะแนน จึงเป็นผู้ไม่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวสันต์ กล่าวว่า ตนเพิ่งได้รับทราบผลการลงมติ ต้องขอบคุณคณะกรรมการสรรหา กรรมการตรวจสอบประวัติ และวุฒิสภา รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องที่ให้ความเห็นชอบ ซึ่งตนจะใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่มีอยู่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกับกรรมการสิทธิ์ฯคนอื่นได้ เพราะการทำงานด้านนี้ต้องทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91063</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, วสันต์ ภัยหลีกลี้, วุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf114cfaa8db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุนสื่อสร้างสรรค์เปิดตัวโฆษณาใหม่ สร้างความตระหนักเรื่องพลังการสื่อสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผยแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ในชื่อ &amp;ldquo;Communication is powerful&amp;rdquo; ย้ำวิสัยทัศน์และพันธกิจของกองทุนฯ ในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และใช้ประโยชน์จากสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างทั่วถึง และการส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และครอบครัวมีทักษะในการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ โดยสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแนวคิดที่ว่า &amp;ldquo;การสื่อสารมีพลังกว่าที่คิด&amp;rdquo; นำเสนอเรื่องราวความขัดแย้งของคน 2 ฝ่ายอันมีสาเหตุมาจากการสื่อสารจนกระทั่งเหตุการณ์เกือบจะบานปลาย แต่ในที่สุด ด้วยพลังแห่งการสื่อสารอันบริสุทธิ์จึงช่วยพลิกวิกฤติและความขัดแย้งให้กลายเป็นการรับฟังและนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ในที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงการเปิดตัวแคมเปญโฆษณาชุดใหม่เพื่อส่งเสริมพันธกิจของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ว่า &amp;ldquo;หน้าที่หลักของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ก็คือ การส่งเสริม สนับสนุน ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และการส่งเสริมให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนเข้าถึง เข้าใจ และใช้ประโยชน์จากสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างทั่วถึงและรู้เท่าทันสื่อ ยิ่งโดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่นิเวศสื่อได้เปลี่ยนโฉมหน้าไป จากที่ในอดีตช่องทางการสื่อสารถูกจำกัดอยู่แค่ในสื่อใหญ่ๆ อย่างโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์เพียงไม่กี่ราย แต่ปัจจุบัน ช่องทางการสื่อสารของสื่อต่างๆ ได้เปิดกว้างมากขึ้น ใครมีอุปกรณ์สื่อสารในมือก็สามารถลุกขึ้นมาเป็นสื่อได้ด้วยตัวเองผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เกิดการแสดงความคิดเห็น การถกเถียง และการแพร่กระจายข่าวสารออกไปได้อย่างอิสระ รวดเร็ว และแพร่หลาย ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นดาบสองคมที่ให้ทั้งประโยชน์และโทษ หากสื่อที่มีอยู่ในสังคมไม่ได้ถูกใช้อย่างสร้างสรรค์ และประชาชนไม่รู้เท่าทันหรือรู้จักเฝ้าระวังสื่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจัดทำแคมเปญโฆษณาส่งเสริมพันธกิจของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ขึ้น ทั้งเพื่อบอกให้ประชาชนทั่วไปในวงกว้างได้รู้จักการทำงานของกองทุนฯ และเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักในพลังของสื่อ รู้จักใช้สื่อและเข้าถึงสื่ออย่างสร้างสรรค์และด้วยวิจารณญาณ พร้อมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับผู้คนรอบตัวโดยเฉพาะเยาวชนต่อไป&amp;rdquo; นายวสันต์ กล่าวต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุ มีไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ กลุ่มบริษัท โอกิลวี่ ประเทศไทย กล่าวถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์แคมเปญโฆษณาของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ว่า &amp;ldquo;กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เป็นองค์กรที่สนับสนุนการสร้างสรรค์สื่อ ซึ่งสิ่งสำคัญที่กองทุนฯ อยากให้สังคมตระหนักคือเรื่องของการสื่อสาร เพราะเมื่อมีสื่อก็จะมีการสื่อสารตามมา และเมื่อมีการสื่อสารก็ต้องมีผลกระทบเกิดขึ้นเสมอทั้งแง่บวกและแง่ลบ นี่จึงเป็นไอเดียตั้งต้นให้เราคิดแคมเปญโฆษณาด้วยแนวความคิดที่ว่า &amp;ldquo;การสื่อสารมีพลังกว่าที่คิด&amp;rdquo; นำเสนอเรื่องราวความขัดแย้งของคน 2 ฝ่ายอันมีสาเหตุมาจากการสื่อสารจนกระทั่งเหตุการณ์เกือบจะบานปลาย แต่ในที่สุด ด้วยพลังแห่งการสื่อสารอันบริสุทธิ์จึงช่วยพลิกวิกฤติและความขัดแย้งให้กลายเป็นการรับฟังและนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ในที่สุด นี่คือพลังของการสื่อสารที่สามารถทำลายกันได้ และเพราะการสื่อสารอีกเช่นกันที่สามารถช่วยเหลือกันและกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพยนตร์โฆษณาชุด &amp;ldquo;Communication is powerful&amp;rdquo; เป็นภาพยนตร์โฆษณาความยาว 2.31 นาที ที่บอกเล่าเรื่องราวของเหตุการณ์วิกฤติของความขัดแย้งระหว่างบุคคล 2 กลุ่มที่ขัดแย้งกันจนถึงจุดแตกหัก อันมีสาเหตุมาจากการสื่อสาร ด้วยคำพูดที่ท้าทายและด่าทอกัน จึงทำให้เกิดการปะทะกันจนมีผู้บาดเจ็บ และเมื่อรถพยาบาลกำลังจะพาผู้บาดเจ็บฝ่าด่านของฝั่งตรงข้ามออกไปแต่พวกเขากลับไม่ยอมให้ผ่าน สถานการณ์กำลังจะย่ำแย่ลง แต่ในที่สุด ด้วยเสียงเล็กๆ ของเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์ที่ดังออกมาจากโทรศัพท์มือถือนี้เอง ที่กลับพลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาส เสียงของเด็กน้อยทำให้ผู้บาดเจ็บอยากมีชีวิตต่อ และเสียงอันบริสุทธิ์นี้เองที่ทำให้คนที่กำลังโกรธ หยุดนิ่งและรับฟังกัน ซึ่งนั้นคือ พลังของการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กองทุนฯ มุ่งหวังว่า ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จะช่วยส่งเสริมให้คนไทยตระหนักในพลังของสื่อ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียที่ทุกคนมีอยู่ในมือ และร่วมแรงร่วมใจกันสร้างระบบนิเวศสื่อที่ดียิ่งขึ้นให้กับสังคมไทย พร้อมทั้งสามารถใช้สื่อได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์มากขึ้นต่อไป&amp;rdquo; นายวสันต์ กล่าวปิดท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กดรับชมวีดีโอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46580</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, วสันต์ ภัยหลีกลี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8af97c41ab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เติมพลังบวกร่วมสร้าง  “นิเวศสื่อที่ดี”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โลกออนไลน์ในยุคของสื่อโซเชียลมีเดียเป็นโลก ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์และกลายเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง สื่อออนไลน์จึงถือว่าเป็นสื่อที่ทรงพลังและสามารถสร้างผลกระทบกับผู้ชมทั้งในทางบวกและในทางลบได้ด้วยเช่นกัน นี่จึงเป็นที่มาให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานเสวนาครั้งพิเศษ TMF Thai Media Fund TALK &amp;ldquo;ให้สื่อสร้างสรรค์ บันดาลใจคุณ&amp;rdquo; ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ &amp;ldquo;ลิโด้ คอนเน็คท์&amp;rdquo; โดยชวน &amp;ldquo;น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา&amp;rdquo; พิธีกรชื่อดังมากประสบการณ์ในการทำงานด้านสื่อที่หลากหลายทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มาร่วมพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้คนไทยร่วมสร้าง &amp;ldquo;นิเวศสื่อที่ดี&amp;rdquo; พร้อมพูดคุยกับ พ่อเหว่ง-ภูศณัฏฐ์ การุณวงศ์วัตน์ จากเพจ Little Monster Family ซึ่งประสบความสำเร็จจากการสร้างสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สังคม และครูลี่-คีตา วารินบุรี ผู้ก่อตั้งวงดนตรีโรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง ผู้ชนะรางวัลสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ &amp;ldquo;TMF Awards 2561&amp;rdquo; มาร่วมเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิตสื่อทั่วไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงความสำคัญของการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อสร้างนิเวศสื่อที่ดีให้กับสังคมไทยว่า &amp;ldquo;กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เชื่อมั่นตลอดมาว่า สื่อนั้นมีพลังและสามารถช่วยขับเคลื่อนให้ผู้คนในสังคมก้าวไปสู่เส้นทางที่ดีได้เสมอ หากสื่อถูกใช้ในหนทางที่สร้างสรรค์ นี่คือจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า &amp;ldquo;ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และฉลาดใช้สื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ด้วยนิเวศสื่อที่ดี&amp;rdquo; โดยกองทุนพัฒนาสื่อฯ ได้ริเริ่มจัดงานรวมพลังสื่อสร้างสรรค์สังคมไทยมาตั้งแต่ปี 2560 โดยเริ่มจากที่กรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียวก่อน ก่อนที่จะขยายไปเป็นกิจกรรมในภูมิภาคต่างๆ 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยแบ่งเป็นกิจกรรมรวมพลังสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย และกิจกรรมเชิดชูผู้ผลิตสื่อเพื่อให้ผู้ประกอบการด้านสื่อ องค์กรภาคีเครือข่าย และประชาชนทั่วไปได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรวมตัวกันเพื่อเป็นแนวร่วมในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงาน TMF Thai Media Fund TALK ซึ่งจัดขึ้นที่ &amp;ldquo;ลิโด้ คอนเน็คท์&amp;rdquo; สยามสแควร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ทั้งการมีสื่อมวลชนและผู้ผลิตสื่อที่สนใจเข้ามาร่วมงานเสวนาจำนวนมาก และการได้ &amp;ldquo;น้าเน็ก&amp;rdquo; พิธีกรชื่อดังมาทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมทั้งยังแชร์ประสบการณ์ในการก้าวกระโดดจากการเป็นคนทำสื่อทีวีสู่การทำงานในโลกออนไลน์ที่ต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง กว่าจะมาประสบความสำเร็จกับ &amp;ldquo;อย่าหาว่าน้าสอน&amp;rdquo; รายการออนไลน์ในสไตล์ของน้าเน็กที่ให้ข้อคิดทั้งกับคนที่โทรเข้ามา และผู้ชมผู้ฟังที่ได้ชมไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา บอกว่า &amp;ldquo;นอกเหนือจากงานพิธีกรแล้ว ผมเริ่มมาสนใจงานบนสื่อออนไลน์ก็ตอนต้นปี 2561 หลายคนอาจจะบอกว่าไม่น่าจะยากสำหรับผม แต่กับผมคือยาก เพราะผมไม่เคยใช้เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมเลย ไลน์ผมก็ไม่ใช้ เหมือนคนออกจากถ้ำ ไม่เคยมีไฟฟ้าใช้มาก่อน ผมก็เริ่มเปิดทุกอย่างในชื่อ &amp;ldquo;Nanake555&amp;rdquo; ก่อน แล้วก็เริ่มฝึกทุกอย่าง แต่ก็เริ่มแบบคนทำทีวี ก็ต้องลองผิดลองถูกอยู่นานจนเกือบจะท้อใจว่าออนไลน์อาจจะไม่ใช่ที่ของเราหรือเปล่า จนกระทั่งผมมาเริ่มทำ &amp;ldquo;อย่าหาว่าน้าสอน&amp;rdquo; เริ่มจากนั่งอยู่ในครัวที่บ้าน เอาเบอร์โทรศัพท์มาแปะไว้ข้างหลังแล้วชวนคนโทรมาคุย นั่ง Live รอรับสายทุกคน สิ่งที่ผมภูมิใจก็คือ อย่าหาว่าน้าสอนได้กลายเป็นสิ่งที่ผมใช้เพื่อทำประโยชน์ตอบแทนผู้คน เป็นเหมือน life coaching เพื่อช่วยเหลือและแนะนำคนรุ่นใหม่ และที่ภาคภูมิใจที่สุดก็คือ ผมได้มายืนที่นี่ในฐานะสื่อสร้างสรรค์ ก็ทำให้ผมเชื่อมั่นว่า อย่างน้อยรายการนี้ก็คงจะมีประโยชน์กับใครบ้าง ผมอยากบอกทุกคนว่า ในเมื่อคุณทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ ถ้าคุณใฝ่ฝันจะอยู่ในสังคมที่ผู้คนโอเค จิตใจดี ทัศนคติดี คุณก็ต้องเริ่มจากการทำสิ่งที่ดี สิ่งที่คุณมีอยู่ในมือครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ครูลี่-คีตา วารินบุรี จากเพจโรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง ซึ่งเริ่มต้นทำโรงเรียนกลางทุ่งแห่งนี้ในพื้นที่บ้านของตัวเองในจังหวัดบุรีรัมย์ การก้าวมาเป็นผู้ได้รับรางวัลสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ &amp;ldquo;TMF Awards 2561&amp;rdquo; นั้นถือว่าเซอร์ไพรส์พอสมควรสำหรับครูลี่เอง เขาบอกว่า &amp;ldquo;จุดเริ่มต้นเลยก็คือผมไปเรียนรู้และซึมซับจากครูบาอาจารย์ของผมที่เชียงใหม่ ซึ่งทำโรงเรียนธรรมชาติแล้วให้ผมสอนดนตรีเด็กๆ จนกระทั่งได้กลับบ้านที่บุรีรัมย์ ผมพบว่าทุกอย่างที่เราเคยพบเจอในตอนเด็ก ชีวิตชนบทที่มีการแบ่งปันกัน มีเด็กวิ่งตามทุ่งนา มันหายไปหมดเลย ทุกวันนี้เด็กมองแต่โทรศัพท์ มีแววตาที่แข็งกร้าว เราเองก็มีหลานที่เป็นแบบนี้ ก็เลยนั่งคิดว่าอยากจะสอนหลานยังไง เริ่มหาคำตอบจนพบว่า เป็นเพราะเค้าไม่มีกิจกรรมอะไรทำ เราก็เลยคิดกิจกรรมให้เด็กๆ ทำ สอนให้เด็กๆ สนุกกับการปลูกผัก พาเล่นน้ำ ทำแคมป์ไฟ ได้เรียนรู้จากธรรมชาติ ฝึกให้เค้ารู้จักแบ่งปันกัน ส่วนเรื่องการทำเพจ ผมแค่อยากบันทึกภาพกิจกรรมและความสนุกที่เด็กๆ ได้ทำเอาไว้เท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าผมเลือกใช้ดนตรีแทนภาษาใจ เพราะผมเชื่อว่าถ้าด้านในเค้าอ่อนละมุนและเอื้อเฟื้อ ดนตรีที่ออกมาก็จะเอื้อเฟื้อ ผมคิดว่าคอนเทนต์เกิดจากการกระทำ เราทำก่อนคอนเทนต์มาทีหลัง พูดจริงๆ ว่าเราไม่รู้หรอกว่าคอนเทนต์คืออะไร แต่เราทำในสิ่งที่เราอยากทำ และสมบูรณ์ในการกระทำ ณ ขณะนั้น ส่วนใครจะคิดอย่างไรเป็นสิ่งที่มาทีหลัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านคุณเหว่ง ภูศณัฏฐ์ การุณวงศ์วัตน์ จากเพจ Little Monster Family ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2.6 ล้านคน กล่าวว่า &amp;ldquo;จุดเริ่มต้นของการทำเพจ Little Monster Family นั้นมาจากความไม่ตั้งใจ เพราะภรรยาของผมเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูกคนแรก แล้วเค้าก็มาปรึกษาว่าอยากมีอะไรทำในระหว่างเลี้ยงลูก ผมก็เสนอไอเดียให้เขาเปิดเพจขึ้นมา คอนเทนต์ในช่วงแรกก็จะเล่าเรื่องของคุณแม่มือใหม่ผ่านตัวการ์ตูนซึ่งผมเป็นคนวาด เพราะผมทำงานอนิเมชั่นอยู่แล้ว ซึ่งก็คงจะด้วยความน่ารักของกราฟิกและคอนเทนต์ เพจของเราก็เลยมีคนติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จุดที่ทำให้เพจเป็นที่รู้จักจริงๆ น่าจะเป็นคลิปที่ผมเล่นกับลูกในรถ ซึ่งก็มาจากภรรยาผมที่มองว่าตอนผมเล่นกับลูกมันน่ารักดี น่าจะถ่ายไว้แล้วเขาจะได้เอาไปลงเพจ กลายเป็นว่าหลังจากลงคลิปแรกไปก็มีคนรอดูคลิปอื่นๆ ของลูกๆ ซึ่งผมคิดว่า คงจะเป็นเพราะคอนเทนต์สร้างสรรค์ในแบบของเราคือคอนเทนต์ที่มาจากเด็กสองคนที่ไม่ได้มีการปรุงแต่งมากเกินไป นอกจากนี้ เรายังมีการต่อยอดมาเป็นคอนเทนต์ที่มีอนิเมชั่นภาษาอังกฤษที่เล่าเรื่องครอบครัวและเด็กควบคู่กันไป เป็นคอนเทนต์ที่ไม่ต้องใช้ลูกของเราเลย ถ้าในอนาคตเขาสองคนจะอยากทำหรือไม่ทำต่อ ก็แล้วแต่เขาเลยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ยังเป็นผู้จัดงานรวมพลังสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย ประจำปี 2562 &amp;ldquo;ผนึกกำลังสื่อสร้างสรรค์ สร้างนิเวศสื่อที่ดี&amp;rdquo; ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ในวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ภาคเหนือที่มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง จ.ลำปางในวันที่ 6 กันยายน 2562 ภาคใต้ที่โรงแรมนิภาการ์เด้น จังหวัดสุราษฏร์ธานี ในวันที่ 12 กันยายน 2562 และภาคกลางที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ในวันที่ 18 กันยายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดงานนี้ได้ที่ Facebook Page รวมพลังสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย ประจำปี 2562 หรือ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44572</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMF Thai Media Fund TALK, น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, ลิโด้ คอนเน็คท์, วสันต์ ภัยหลีกลี้, สื่อสร้างสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d679f2666bbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนทุนแบบทั่วไป (Open Grant) ประจำปี 2562</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับการสนับสนุนแบบทั่วไป (Open Grant) ประจำปี 2562 โดยอนุมัติทุนในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ วงเงิน 203 ล้านบาท พร้อมจัดเวทีเสวนาให้ความรู้เรื่อง &amp;quot;แนวทางการนำเสนอโครงการฯเพื่อขอรับทุนฯให้น่าสนใจ&amp;quot; ในวันที่ 24 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้สนใจขอรับทุนฯ เปิดรับข้อเสนอเพื่อขอรับทุนตั้ งแต่ 15 พ.ค. ถึง 14 มิ.ย. 2562 เวลา 16.30 น. โดยสามารถขอรับทุนได้ทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaimediafund.or.th ของกองทุนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วสันต์ ภัยหลีกลี้ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประกอบด้วย รศ. อรุณีประภา หอมเศรษฐี (ที่ 3 จากขวา) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและองค์ความรู้ ผศ. ดร. วรัชญ์ ครุจิต (ที่ 2 จากขวา) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผลิตและพัฒนาสื่อเพื่อเด็ก เยาวชน และประชาชน ลัดดา ตั้งสุภาชัย (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อ ดร. ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก (ซ้ายสุด) ผู้ดำเนินรายการ และวรินรำไพ ปุณย์ธนารีย์ (ขวาสุด) รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37232</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, วสันต์ ภัยหลีกลี้, เวทีเสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefbf1569164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อสร้างสรรค์ อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้อิทธิพลของสื่อทั้งออนไลน์ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือสื่ออื่นๆ มีผลกับคนในสังคมมาก ทั้งในทางความคิด พฤติกรรม การใช้ชีวิต อีกทั้งบทบาทของผู้ผลิตสื่อก็มีการเปลี่ยนแปลง เพราะทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตสื่อได้เอง ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขาดการคัดกรองเนื้อหา หรือความเหมาะสมในการเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยเฉพาะสื่อหรือเนื้อหาที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงของไทยที่ได้รับความสนใจลดน้อยลง ซึ่งนั่นอาจจะส่งผลต่อการอนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่ต่อไปในอนาคตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (Thai Media Fund) จัดมหกรรมสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1 (Thai Media Fund 2018) โดยเป็นการจัดแสดงผลงานโครงการที่ได้รับการคัดเลือกสนับสนุนในทุนอุดหนุนภาคีผู้ผลิตสื่อหลากหลายครั้งแรกในปี 2560 จำนวน 26 โครงการ จากกว่า 400 โครงการที่ส่งเข้าคัดเลือกในหลากหลายประเภท อาทิ สื่อกระแสหลัก สื่อพื้นบ้าน หรือสื่ออื่นๆ ในชุมชน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบในการนำเสนอเนื้อหาต่างๆ โดยคำนึงถึงกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมขับเคลื่อนประเทศอย่างสร้างสรรค์ ในวันที่ 14-15 กันยายน ที่ผ่านมา ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างโครงการขับขานและขับซอพื้นบ้านล้านนา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (Thai Media Fund) กล่าวว่า จุดประสงค์ของการมอบทุนในการอุดหนุนโครงการผลิตสื่อสร้างสรรค์ที่ดี ปลอดภัยต่อสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดความตื่นตัวในกลุ่มผู้ผลิต ในการผลิตเนื้อหาต่างๆ ที่จะนำเสนอมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากให้คนในประเทศไทยฉลาดในการใช้สื่อมากขึ้นด้วย เพราะทุกวันนี้สื่อทุกประเภทมีบทบาทกับทุกคน และสามารถมีบทบาทเป็นผู้ผลิตสื่อเองได้ ดังนั้นในการสนับสนุนโครงการทั้ง 26 โครงการ ก็อาจจะเป็นแนวทางในการสร้างแรงบันดาลใจทั้งผู้ผลิตและผู้เสพสื่อ เพื่อให้ในอนาคตมีการผลิตสื่อที่ดีต่อไป&amp;rdquo; ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการสื่อบางส่วนที่นำมาจัดแสดงภายในงาน อาทิ สาขาสื่อศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านทันสมัย ได้แก่ ภาคเหนือ โครงการการอบรมพัฒนาองค์ความรู้ด้านดนตรีพื้นบ้านล้านนา นวัตกรรมสื่อพื้นบ้าน สร้างสรรค์สังคม และโครงการขับขานและขับซอพื้นบ้านล้านนา ในส่วนของภาคอีสาน ได้แก่ โครงการหนังตะลุง มุ่งสู่เยาวชน จ.ร้อยเอ็ด หรือ &amp;quot;โครงการหนังประโมทัยปลอดภัย สร้างสุขสู่ชุมชน &amp;quot;จ.มหาสารคาม และ &amp;quot;โครงการหนังบักตื้อสื่อสร้างสรรค์&amp;quot; จ.ศรีสะเกษ ในส่วนของสาขาสื่อภาพยนตร์ ได้แก่ โครงการแอนิเมชั่น เรื่องคน สัตว์ สิ่งของ เดอะซีรีส์ โครงการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นชุด บรูด้าน้อยผจญภัย และโครงการปังปอนด์ชวนเพื่อน สร้างสื่อปลอดภัย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะมีชัยหนังตะลุง จ.ร้อยเอ็ด

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมบัติ ยอดประทุม หัวหน้าคณะมีชัยหนังตะลุง จ.ร้อยเอ็ด ตัวแทนสื่อสาขาศิลปวัฒนธรรมภาคอีสาน กล่าวว่า การแสดงหนังตะลุงของภาคอีสานเป็นการแสดงที่นำหมอลำมาผสมผสาน ทำให้มีเสน่ห์และสนุกสนาน ซึ่งในปัจจุบันก็ลดน้อยลง ดังนั้นเหล่าคนเชิดหนังตะลุงที่เป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่จึงเริ่มคิดหาแนวทางในการอนุรักษ์และให้เยาวชนได้สืบทอด จึงได้ทำสื่อการเรียนรู้ที่เป็นตัวหนังมาจัดเป็นกิจกรรมอบรมให้ความรู้กับเยาวชนในโรงเรียน พร้อมกับการสอนเชิดหนังตะลุง ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้ทำเป็นสื่อออนไลน์โดยนำการแสดงหนังบักตื้อ จ.ศรีสะเกษ และหนังประโมทัย จ.มหาสารคาม มาเรียบเรียงเป็นประวัติ วิธีการเล่น อุปกรณ์ หรือสาระสำคัญของแสดงเอาไว้เพื่อให้ได้รับการเผยแพร่มากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัชรินทร์ ยอดคำเหลือง

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัชรินทร์ ยอดคำเหลือง เจ้าของช่องในยูทูบที่ใช้ชื่อว่า เก่ง วัชรินทร์ ศิลปินดนตรีพื้นบ้านล้านนา ตัวแทนสาขาสื่อศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ เล่าว่า ในอดีตการฟังเพลงขับซอล้านนาจะมีแค่ในเทป และกลุ่มคนแสดงก็ไม่มาก ดังนั้นหลังจากที่ได้กลับมาอยู่บ้านที่ จ.เชียงใหม่ และตนเองก็สามารถเป่าปี่จุมได้ จึงอยากที่จะให้การแสดงพื้นบ้านนี้ได้เป็นที่รู้จักและได้รับการอนุรักษ์ ต่อมาได้นำมาเผยแพร่ลงออนไลน์ โดยตนได้นำคลิปวิดีโอการแสดงขับซอพื้นบ้านล้านนาจากกลุ่มรวมศิลปินขับซอล้านนา และศิลปินนักดนตรีล้านนาคนรุ่นใหม่ลงในช่องยูทูบ &amp;nbsp;เพื่อเป็นสื่อหนึ่งเผยแพร่การแสดงพื้นบ้านล้านนาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อให้เห็นเสน่ห์การร้องกลอนสดที่เปลี่ยนแปลงไปตามงานที่ได้รับ ทั้งงานบุญ งานแต่ง งานศพ และอื่นๆ ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี กลุ่มศิลปินที่ขับซอพื้นบ้านในจังหวัดต่างๆ ของภาคเหนือก็มีงานแสดงเพิ่มขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่สนใจส่งโครงการสื่อเข้าประกวดในครั้งต่อไป สามารถศึกษาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimediafund.or.th หรือ โทร.0-2273-0116-8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17934</URL_LINK>
                <HASHTAG>thaimediafund, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, คณะมีชัยหนังตะลุง จ.ร้อยเอ็ด, วสันต์ ภัยหลีกลี้, สื่อพื้นบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba1dab23b796.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
