<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บสย.&#039;สร้างสถิติใหม่ค้ำประกันสินเชื่อทะลุ 2 แสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2564 - นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยถึงผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ ระหว่าง วันที่ 1 ม.ค.- 15 ต.ค. 2564ว่า ได้อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อทุกโครงการ รวมวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท และอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG) จำนวน 187,446 ฉบับ สร้างสถิติค้ำประกันสินเชื่อสูงสุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย. รอบ 30 ปี ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ 215,237 ล้านบาท คิดเป็น 1.07 เท่า สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ 4.13 เท่าของวงเงินค้ำประกัน คิดเป็นมูลค่า 833,333 ล้านบาท ก่อเกิดการจ้างงาน จำนวน 2,050,661 ราย แบ่งเป็น การรักษาการจ้างงาน จำนวน 1,667,657 ราย และการจ้างงานใหม่ จำนวน 383,004 รายโดยมีภาระค้ำประกันสินเชื่อ (Outstanding) ณ ไตรมาส 3/2564 จำนวน 604,076 ล้านบาท คิดเป็น 13% ของยอดคงค้างสินเชื่อเอสเอ็มอีในระบบ คิดเป็น 10% ของ มูลค่าจีดีพีเอสเอ็มอี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ บสย. อนุมัติวงเงินค้ำ ได้แก่ 1.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ ภายใต้ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู เฟส 1-2 วงเงิน 103,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52% และ LG จำนวน 33,803 ฉบับ2.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. เอสเอ็มอีสร้างชาติ (PGS 9) วงเงิน 71,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35% และ LG จำนวน 16,878 ฉบับ 3.โครงการค้ำประกันสินเชื่อไมโคร 4 วงเงิน 15,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7% และ LG จำนวน 130,699 ฉบับ และ4.โครงการค้ำประกันสินเชื่ออื่น ๆ วงเงิน 11,100 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6% และ LG จำนวน 6,066 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการดำเนินงานไตรมาสสุดท้าย บสย


เว็บแทงบอล. พร้อมอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเติมทุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำไปใช้ในการปรับปรุงและฟื้นกิจการตามแผนเปิดประเทศ โดยมั่นใจว่า โครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู ระยะ 2 วงเงิน 100,000 ล้านบาท จะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ซึ่งได้ปรับปรุงเกณฑ์การค้ำประกันสินเชื่อให้ดียิ่งขึ้น เพื่ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ กลุ่มไมโคร และเอสเอ็มอี กลุ่มเปราะบาง ช่วยลดภาระต้นทุนค่าธรรมเนียม และเพิ่มโอกาสได้วงเงินสินเชื่อเพิ่ม ได้แก่ 1. ปรับลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันทันที ตั้งแต่ปีแรก&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และ กลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง จ่ายเริ่มต้นเพียง 1% ต่อปีต่อเนื่อง 4 ปีแรก รวม 13% ตลอดระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และกลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง ได้รับวงเงินสินเชื่อ เพิ่มขึ้นสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย จากเดิม 15 ล้านบาทต่อราย 3. เพิ่มความมั่นใจให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อโดย บสย. จ่ายค่าประกันชดเชยเต็ม 100% ใน กลุ่มไมโคร จากเดิม 90% และ กลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง จากเดิม 80%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู เฟส 2 มีการปรับเพิ่มวงเงินค้ำประกันผู้ประกอบการ ทั้งที่เป็นลูกค้าเดิมที่มีวงเงินกู้อยู่แล้ว และลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีวงเงิน ดังนี้ 1.ผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย กรณีเป็นลูกค้าสถาบันการเงินที่มีวงเงินสินเชื่อเดิมไม่เกิน 5 ล้านบาท&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ จะได้วงเงินไม่เกิน 30% ของสินเชื่อเดิมหรือสูงถึง 1.5 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน จะได้วงเงินสูงถึง 1.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าสถาบันการเงินที่มีวงเงินสินเชื่อเดิม ระหว่าง 5-50 ล้านบาท จะได้วงเงินไม่เกิน 30% ของสินเชื่อเดิม หรือระหว่าง 1.5-15 ล้านบาท กรณีถ้าไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน จะได้วงเงิน 1.5-15 ล้านบาท 3.กลุ่มคอร์ปอเรท (Corporate) กรณีเป็นลูกค้าสถาบันการเงินที่มีวงเงินสินเชื่อเดิม ระหว่าง 50 - 500 ล้านบาท จะได้วงเงินไม่เกิน 30% ของสินเชื่อเดิม หรือระหว่าง 15 -150 ล้านบาท กรณีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน จะได้วงเงิน 15-50 ล้านบาท&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วงเงินผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจจะได้รับวงเงินสูงถึง 50 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ประกอบการและการพิจารณาของสถาบันการเงินและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120327</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ำประกันสินเชื่อ SME, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.), วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fdafe1b989.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บสย.&#039;เปิดค้ำสินเชื่อฟื้นฟูแสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ก.ย. 2564 นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บสย. ได้เปิดรับคำขอค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ที่เข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อ ตามพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ระยะที่ 2 พ.ศ. 2564 (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 100,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ 3 กลุ่มได้แก่ 1. ผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร (Micro) 2.ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 3. กลุ่ม คอร์ปอเรท (Corporate)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจุดเด่นของโครงการคือ การปรับเกณฑ์การค้ำประกันสินเชื่อให้ดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และ กลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง ได้ลดภาระต้นทุนค่าธรรมเนียม และเพิ่มโอกาสได้วงเงินสินเชื่อเพิ่ม ได้แก่ 1.ปรับลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันทันทีตั้งแต่ปีแรก สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และ กลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง จ่ายเบา เริ่มต้นเพียง 1% ต่อปีต่อเนื่อง 4 ปีแรก รวม 13% ตลอดระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และกลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง ได้รับวงเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้นสูงสุด 50 ล้านบาทต่อรายและ 3.เพิ่มความมั่นใจให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อโดย บสย. จ่ายค่าประกันชดเชยเต็ม 100% ในกลุ่มไมโคร (Micro) จากเดิม 90% และ กลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง จากเดิม 80% ส่วนผู้ประกอบการกลุ่มคอร์ปอเรท (Corporate) รัฐบาลได้ช่วยบรรเทาภาระต้นทุน จ่ายค่าธรรมเนียม 1% ต่อปีต่อเนื่อง 2 ปีแรก รวม 14 % ตลอดระยะเวลา 10 ปี โดย บสย. ค้ำประกันสูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน และมีระยะเวลาค้ำประกันสูงสุดถึง 10 ปี เริ่มรับคำขอตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. 2564 สิ้นสุดรับคำขอวันที่ 9 ต.ค. 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ขอรับการค้ำประกันสินเชื่อ ประกอบด้วย 1. เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทย 2. มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 28 ก.พ.2564 ไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือไม่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน3. ไม่เป็นเอ็นพีแอล ณ 31 ธ.ค.2562 และ4. ไม่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยกเว้น บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด MAI 5. ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในกระบวนการพิจารณาการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ ประกอบด้วย 8 ขั้นตอนดังนี้ 1.ผู้ขอสินเชื่อติดต่อธนาคารพร้อมยื่นเอกสาร 2.ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ 3.ธนาคารนำส่งเอกสารให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ 4.ธนาคารส่งคำขอค้ำประกันสินเชื่อมาที่ บสย. 5. บสย.ตรวจสอบเอกสาร ถูกต้อง ครบถ้วน 6.อนุมัติค้ำประกัน 7. บสย.แจ้งอนุมัติพร้อมส่งเอกสารเพื่อให้ธนาคารนัดหมายผู้ขอสินเชื่อ และ8.ผู้ประกอบการได้รับสินเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนผลดำเนินงานการค้ำประกันสินเชื่อ ระหว่าง 1 ม.ค. ถึง 12 ก.ย. 2564 บสย. ได้อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ รวมทุกโครงการวงเงินรวม กว่า 182,000 ล้านบาท และได้อนุมัติหนังสือค้ำประกัน (LG) ไปแล้วจำนวนกว่า 162,800 ฉบับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117021</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงิน, บสย., วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8fd4eaf9e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บสย.ค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีช่วง 7 เดือนแรกพุ่งเป็นประวัติศาสตร์ 1.4 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค. 2564 นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป &amp;nbsp;บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ บสย. ในรอบ 7 เดือน ระหว่าง 1 มกราคม &amp;nbsp;ถึง 31 กรกฏาคม 2564 ได้ช่วยค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงเงินทุน โดยอนุมัติค้ำประกันไปแล้ว 144,620 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน LG &amp;nbsp;129,760 ฉบับ ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู วงเงิน 68,840 ล้านบาท &amp;nbsp;จำนวน LG &amp;nbsp;22,890 ฉบับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. โครงการค้ำประกันสินเชื่อ &amp;nbsp;บสย.SMEs สร้างชาติ (PGS9) วงเงิน 57,640 ล้านบาท จำนวน LG &amp;nbsp;13,780 ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Micro ต้องชนะ หรือ Micro 4 วงเงิน 8,600 ล้านบาท จำนวน LG &amp;nbsp;87,830 ฉบับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. โครงการอื่นๆ วงเงิน 9,540 ล้านบาท จำนวน LG 5,260 ฉบับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ 7 เดือนแรกในปีนี้ &amp;nbsp;ได้สร้างสถิติใหม่ยอดค้ำประกันสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ บสย. นับตั้งแต่ก่อตั้ง โดยโครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู มีการอนุมัติวงเงินค้ำประกันสูงสุด จำนวน &amp;nbsp;68,840 ล้านบาท &amp;nbsp;และ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Micro 4 เพื่อผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย มีการอนุมัติ LG สูงสุด จำนวน 87,830 ฉบับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ครึ่งปีหลัง ได้เร่งดำเนินการมาตรการผ่อนปรน และพักชำระหนี้ &amp;nbsp;สำหรับ&amp;ldquo;ลูกค้า&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ลูกหนี้&amp;rdquo; บสย. โดยจะดำเนินมาตรการ ตั้งแต่บัดนี้ สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2564 &amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มาตรการพักชำระค่าธรรมเนียม 2 เดือน ขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสำหรับ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ลูกค้า&amp;rdquo; ปัจจุบัน บสย.ทุกประเภท โครงการค้ำประกัน ทุกกลุ่มธุรกิจ ครอบคลุมทั่วประเทศ ที่ครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อในช่วงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 - 30 กันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มาตรการลดค่างวด สูงสุด 6 เดือน สำหรับลูกหนี้ประนอมหนี้ กับ บสย. โดยลดค่างวดการผ่อนชำระหนี้ เหลือ 20% หรือ ชำระขั้นต่ำ 500 บาท/เดือน สูงสุด 6 เดือน โดยต้องไม่เกินเดือนธันวาคม 2564 สามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่บัดนี้ - 31 ต.ค. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกหนี้ประนอมหนี้กับ บสย. ที่ค้างชำระไม่เกิน 3 งวด (ณ วันที่อนุมัติ) เฉพาะลูกหนี้กลุ่มประเภทธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจภาคท่องเที่ยว และโรงแรม รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่ต้องปิดกิจการตามมาตรการภาครัฐ พักชำระค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ สูงสุด 6เดือน แต่ไม่เกินเดือนธันวาคม 2564 แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน &amp;nbsp;ยื่นคำขอได้ตั้งแต่บัดนี้ - 31 ต.ค. 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้า บสย.สามารถแจ้งความประสงค์ ขอใช้มาตรการความช่วยเหลือและขอรับคำปรึกษาได้ที่ &amp;ldquo;ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs&amp;rdquo; &amp;nbsp;หรือ บสย.F.A. Center &amp;nbsp;ผ่านบสย.Call Center 02-890-9999 ทุกวันทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112388</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.), วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cb91c465a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บสย.&#039;ฟุ้งค้ำสินเชื่อฟื้นฟูแล้ว2.8พันล้านมั่นใจดอกเบี้ยต่ำดูดผู้ประกอบการทะลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 2564 นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บสย.) เปิดเผยผลดำเนินงานโครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู ตาม พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์-พักหนี้ ตั้งแต่ 26 เม.ย.- 18 พ.ค. 2564 ว่า มีการอนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ จำนวน 2,840 ล้านบาท อนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG) จำนวน 2,260 ฉบับ ผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินค้ำประกันเฉลี่ยต่อราย 1.25 ล้านบาท โดยประเภทธุรกิจที่มีการค้ำประกันจำนวนมากราย ได้แก่ 1.การบริการ 2.การผลิตสินค้าและการค้าอื่น ๆ 3.การเกษตรกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการ ให้ความสนใจใช้บริการมากขึ้น ด้วยจุดเด่นของโครงการสินเชื่อฟื้นฟู อัตราดอกเบี้ยต่ำ สามารถใช้ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อได้ทุกกรณี และยังเปิดกว้างขยายขอบเขตการค้ำประกันสินเชื่อมากกว่าปกติ จากกลุ่มเอสเอ็มอีเป็นผู้ประกอบการทุกกลุ่มทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และครอบคลุมขนาดใหญ่ที่ขอสินเชื่อจากธนาคาร และผ่านการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยทุกเคสที่มีเอกสารครบถ้วนที่ส่งมายัง บสย. จะได้รับการค้ำประกันสินเชื่อทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นสัญญาณที่ดีของโครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู ซึ่งเริ่มมีการปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบ โดย บสย.ทำหน้าที่เป็นหลักประกัน ให้ผู้ประกอบการ พร้อมเงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการในขณะนี้คืออัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่ง คาดว่าภาพรวมการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ รวมทั้งมีจำนวนธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ส่งคำขอมายัง บสย.ค้ำประกันมากขึ้น&amp;rdquo; นางวสุกานต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวสุกานต์ กล่าวอีกว่า บสย.ได้เพิ่มประสิทธิภาพการบริการจัดการภายใน เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและระบบปฎิบัติการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อรองรับปริมาณคำขอค้ำประกันสินเชื่อที่มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารพันธมิตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอนุมัติค้ำประกันที่รวดเร็ว รวมทั้งได้เร่งประชาสัมพันธ์ &amp;ldquo;บสย.ค้ำทุกเคส&amp;rdquo; เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฎิบัติและขั้นตอนการเข้าถึงสินเชื่อฟื้นฟู และการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟูจาก บสย. .ให้เข้าถึงผู้ประกอบการทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี โครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2564 เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ความช่วยเหลือค้ำประกันเงินกู้ แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้มีสภาพคล่อง หรือมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ โดยใช้ บสย.เป็นหลักประกันในการขอกู้เงินจากธนาคาร มีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู เฟสแรกจำนวน 100,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104073</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บสย.), วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์, โครงการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู ตาม พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์-พักหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac6693e046b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
