<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงประกาศชัยชนะ ‘ทรัมป์-ไบเดน’มั่นใจนั่งปธน.สหรัฐ/นับคะแนนไม่จบส่อวุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เค้าลางแห่งความวุ่นวาย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รีบประกาศชัยชนะแต่ไก่โห่ แถมอ้างมีการโกงเลือกตั้งและขู่จะให้ศาลสูงสุดแทรกแซงสั่งหยุดนับคะแนน หลังจาก &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; แสดงความมั่นใจในชัยชนะ ขณะจำนวนคณะผู้เลือกตั้งสูสีเกินคาด และการนับคะแนนอาจยืดเยื้อนานหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฏเค้าลางแห่งปัญหาขึ้นแล้ว และเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์เคยเตือนไว้ เมื่อมีความเป็นไปได้ที่ผลคะแนนไม่สามารถชี้ขาดโดยเร็ว และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะก่อความสับสนด้วยการตั้งข้อกังขาต่อกระบวนการลงคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี ซึ่งอ้างอิงการรวบรวมคะแนนของสื่ออเมริกันหลายสำนักกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ขาดลอยตามที่โพลระดับชาติบางสำนักทำนายไว้ แต่ยังต้องรอผลคะแนนจากรัฐสมรภูมิหลายรัฐ โดยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งถึงช่วงค่ำวันพุธ ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ที่ 238 คะแนนต่อ 213 คะแนน ผู้สมัครที่จะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐจะต้องได้คณะผู้เลือกตั้งเกินครึ่ง หรือ 270 คะแนนเป็นอย่างน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวหาว่ามีการโกงครั้งใหญ่ และอ้างว่าเขาเป็นผู้ชนะ &amp;quot;เรากำลังเตรียมตัวชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่ากันตามตรง เราชนะการเลือกตั้งครั้งนี้แล้ว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับผู้สนับสนุนซึ่งไม่กี่คนสวมหน้ากากอนามัย &amp;quot;นี่เป็นการโกงครั้งใหญ่ในประเทศของเรา เราต้องการให้กฎหมายถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง ดังนั้น เราจะไปศาลฎีกา เราต้องการให้หยุดการลงคะแนนทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงคะแนนเลือกตั้งของสหรัฐยุติลงตั้งแต่ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะแถลง แต่ดูเหมือนทรัมป์จะกล่าวถึงการนับคะแนน กฎหมายเลือกตั้งของสหรัฐบัญญัติให้นับบัตรลงคะแนนทั้งหมด และมีหลายรัฐที่มักจะใช้เวลานับคะแนนหลายวันจึงจะเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งมีผู้ลงคะแนนล่วงหน้ามากกว่า 100 ล้านคน ทั้งโดยการลงคะแนนด้วยตนเองและส่งบัตรทางไปรษณีย์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 232,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานก่อนหน้านั้น อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนเพิ่งประกาศต่อผู้สนับสนุนของเขาที่รัฐเดลาแวร์ว่า เขาเชื่อว่ากำลังอยู่บนเส้นทางที่จะผู้ชนะ และขอให้ผู้สนับสนุนเขาอดทนรอการนับคะแนน แต่ทรัมป์ทวีตตอบโต้ว่าตัวเขากำลังจะชนะขาดลอย และกล่าวหาพรรคเดโมแครตว่าพยายามขโมยการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝั่งของไบเดนประณามคำขู่ของทรัมป์ที่จะขอให้หยุดนับคะแนนว่าอุกอาจและไม่เคยพบไม่เคยเห็น ทีมกฎหมายของพวกเขาพร้อมจะต่อสู้กับทรัมป์ในศาล &amp;quot;การนับคะแนนจะไม่หยุด แต่จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะนับบัตรเลือกตั้งครบทุกใบ&amp;quot; คำแถลงของฝ่ายไบเดนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนเคยเตือนว่า ผลการเลือกตั้งของสหรัฐปีนี้อาจต้องใช้เวลา และหวั่นว่าทรัมป์จะสร้างความโกลาหลวุ่นวายหรือแม้แต่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงด้วยการตั้งคำถามถึงกระบวนการนับคะแนน แม้จะยังไม่มีรายงานการก่อจลาจลหรือความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่อาคารร้านค้าทั่วกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พากันนำแผ่นไม้มาปิดบังกระจกหน้าต่าง และรัฐบาลของหลายประเทศเรียกร้องให้การเลือกตั้งของสหรัฐปลอดจากความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังทรัมป์ชิงประกาศชัยชนะล่วงหน้า อันเนเกรต ครัมป์?คาร์เรนบาวเออร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี กล่าวเตือนว่า สหรัฐกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญในสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนถึงช่วงค่ำวันพุธของไทย ยังมีอีก 7 รัฐที่ผลคะแนนยังไม่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงรัฐใหญ่ๆ ที่มีจำนวนผู้เลือกตั้งมาก อย่างเพนซิลเวเนียและวิสคอนซิน ซึ่งหมายความว่า ถึงแม้ไบเดนจะนำทรัมป์อยู่ด้วยคะแนน 238 ต่อ 213 แต่ทรัมป์ก็สามารถแซงได้หากชนะรัฐสมรภูมิสำคัญที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของสหรัฐทำนายกันว่า ทรัมป์ชนะ 23 รัฐ ซึ่งรวมถึงรัฐใหญ่อย่างฟลอริดาและเทกซัส นอกจากนี้เขายังชนะรัฐเดิมที่เคยคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ ทั้งอินดีแอนา, เคนทักกี, มิสซูรี และโอไฮโอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไบเดนชนะ 20 รัฐ รวมถึงรัฐแดลาแวร์บ้านของเขา และรัฐใหญ่ทั้งแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ไปจนถึงดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย เมืองหลวง และเป็นเช่นเดียวกับของทรัมป์ที่รัฐทั้งหมดที่ไบเดนคว้าชัยชนะได้นั้นเป็นรัฐที่นางฮิลลารี คลินตัน ของพรรคเดโมแครตเคยชนะได้ในปี 2559 นอกจากนี้ ไบเดนยังดึงรัฐแอริโซนาที่เคยเป็นของทรัมป์ในปี 2559 มาได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายชื่อรัฐที่ผู้สมัครทั้งสองชนะ ในวงเล็บคือจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง โดยเอเอฟพีอ้างอิงจากการทำนายผลของสื่ออเมริกัน ได้แก่ ซีเอ็นเอ็น, ฟ็อกซ์นิวส์, เอ็มเอสเอ็นบีซี/เอ็นบีซีนิวส์, เอบีซี, ซีบีเอส, เอพี และนิวยอร์กไทมส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ได้แล้ว 213 คะแนน ได้แก่ แอละแบมา (9), อาร์คันซอ (6), ฟลอริดา (29), ไอดาโฮ (4), อินดีแอนา (11), ไอโอวา (6), แคนซัส (6), เคนทักกี (8), ลุยเซียนา (8), มิสซิสซิปปี (6), มิสซูรี (10), มอนแทนา (3), เนแบรสกา (4), นอร์ทดาโคตา (3), โอไฮโอ (18), โอคลาโฮมา (7), เซาท์แคโรไลนา (9), เซาท์ดาโคตา (3), เทนเนสซี (11), เทกซัส (38), ยูทาห์ (6), เวสต์เวอร์จิเนีย (5) และไวโอมิง (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนได้ 238 คะแนน ได้แก่ แอริโซนา (11), แคลิฟอร์เนีย (55), โคโลราโด (9), คอนเนตทิคัต (7), เดลาแวร์ (3), ดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย (3), ฮาวาย (4), อิลลินอยส์ (20), เมน (3), แมริแลนด์ (10), แมสซาชูเซตส์ (11), มินนิโซตา (10), เนแบรสกา (1), นิวแฮมป์เชียร์ (4), นิวเจอร์ซีย์ (14), นิวเม็กซิโก (5), นิวยอร์ก (29), ออริกอน (7), โรดไอแลนด์ (4), เวอร์มอนต์ (3), เวอร์จิเนีย (13) และวอชิงตัน (12)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนเหล่านี้ยังไม่รวมรัฐอะแลสกา, จอร์เจีย, มิชิแกน, เนวาดา, นอร์ทแคโรไลนา, เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน และการนับคะแนนจากรัฐเนแบรสกานั้นแบ่งจำนวนผู้เลือกตั้งตามเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรส ส่วนรัฐเมนแบ่งจำนวนผู้เลือกตั้งตามสัดส่วน โดยไบเดนได้แล้ว 3 คะแนน ที่เหลืออีก 1 คะแนนยังไม่สรุป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82832</URL_LINK>
                <HASHTAG>วอชิงตัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งประธานาธิบดี, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2ba6b0b12d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทรัมป์’ร่อแร่‘ไบเดน’แรงชิงปธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาเลือกตั้งชี้ชะตา &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เมื่อวันอังคาร โพลส่วนใหญ่ชี้ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; มีคะแนนนำห่าง แต่ทรัมป์ยังได้ลุ้นในรัฐสมรภูมิชี้ขาดที่เคยทำให้ชนะเลือกตั้งปี 2559 มาแล้ว คนอเมริกันแห่ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าเกือบ 100 ล้านคน หมู่บ้านเล็กๆ ในนิวแฮมป์เชียร์ประเดิมก่อน เทคะแนนให้ไบเดน 5-0 รอลุ้นการนับคะแนนทั้งประเทศที่อาจยืดเยื้อ หลายเมืองเตรียมพร้อมรับเหตุจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2563 เป็นการต่อสู้ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน และโจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครต ที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 231,000 ราย จากผู้ติดเชื้อเกือบ 9.3 ล้านราย และยังเกิดในบรรยากาศของความแตกแยก ความขัดแย้งในสังคมจากความอยุติธรรมต่อคนอเมริกันผิวดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศกล่าวว่า ผลสำรวจส่วนใหญ่ยกให้ไบเดน วัย 77 ปี มีคะแนนนำทรัมป์มาโดยตลอดในคะแนนรวมระดับประเทศ แต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐนั้นวัดจากจำนวนคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐต่างๆ ที่ผู้สมัครที่จะชนะต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งอย่างน้อย 270 คน และโพลชี้ว่าทรัมป์มีคะแนนสูสีกับไบเดนในรัฐสมรภูมิชี้ขาดที่ยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ชนะ โดยในการเลือกตั้งปี 2559 นั้น ทรัมป์เคยโค่นนางฮิลลารี คลินตัน ได้เพราะคว้าชัยชนะในรัฐเหล่านี้ ทั้งที่คะแนนเสียงในระดับประเทศนั้นเขาได้น้อยกว่านางคลินตันราว 3 ล้านคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความกระตือรือร้นสนใจการเลือกตั้งและความวิตกเรื่องโรคระบาดทำให้คนอเมริกันใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งด้วยตนเองและผ่านทางไปรษณีย์แล้วมากกว่า 99 ล้านคน นับถึงคืนวันจันทร์ที่เป็นคืนสุกดิบ ข่าวรอยเตอร์ระบุว่า จำนวนดังกล่าวเทียบเท่ากับ 72.3% ของจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดในครั้งที่แล้ว และคิดเป็นราว 40% ของชาวอเมริกันที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน ผู้คร่ำหวอดในวงการเมืองสหรัฐมานาน 5 ทศวรรษ รวมถึงการเป็นรองประธานาธิบดีของประธานาธิบดีบารัก โอบามา 2 สมัย ให้คำมั่นว่าเขารื้อฟื้นความพยายามต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 ใหม่ โดยโจมตีทรัมป์ว่ายอมจำนนกับโรคระบาดนี้ ทั้งยังจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสมานความแตกแยกทางการเมืองในประเทศ &amp;quot;ผมมีความรู้สึกว่า เรามาร่วมกันเพื่อชัยชนะครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้&amp;quot; ไบเดนกล่าวที่รัฐเพนซิลเวเนียเมื่อวันจันทร์ &amp;quot;ถึงเวลายืนหยัดและเอาประชาธิปไตยของเรากลับคืนมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์วัย 74 ปี ซึ่งต้องการหลีกเลี่ยงการเป็นประธานาธิบดีคนแรกนับจากประธานาธิบดีจอร์จ บุช เมื่อปี 2535 ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ปลูกฝังความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งมาตลอดหลายเดือน ด้วยการกล่าวอ้างโดยไร้หลักฐานสนับสนุนว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์นั้นทำให้โกงคะแนนกันเกลื่อน และว่าควรนับเฉพาะการลงคะแนนในวันเลือกตั้งจริงเท่านั้น ในการปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในรัฐมิชิแกนที่ไม่ใส่ใจมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทรัมป์ยังเชื่อมั่นว่าเขาจะชนะการเลือกตั้งได้ &amp;quot;เราจะสร้างประวัติศาสตร์กันอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ปฏิเสธการให้คำมั่นว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติหากเขาแพ้เลือกตั้ง ซึ่งทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า หากผลคะแนนสูสีกันมาก และมีการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ความโกลาหลและอาจเกิดการก่อความวุ่นวายอย่างที่ทรัมป์กล่าวเตือนไว้ล่วงหน้า ในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ทรัมป์ยังคงตั้งแง่กับการลงคะแนนทางไปรษณีย์ที่เปิดช่องให้มีการโกงอย่างกลาดเกลื่อนโดยไม่ถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะที่รัฐเพนซิลเวเนียซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐสมรภูมิ ซึ่งอนุญาตให้นับบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ที่ส่งมาภายใน 3 วันหลังการเลือกตั้งวันอังคาร &amp;quot;มันจะชักนำให้เกิดความรุนแรงบนท้องถนน ต้องทำอะไรสักอย่าง&amp;quot; ทรัมป์ทวีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวิตกต่อความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งและความวุ่นวายที่อาจเกิดตามมา ทำให้หลายเมืองเตรียมตัวเสริมความปลอดภัยรับมือการประท้วงที่อาจเกิดขึ้น อาทิที่ทำเนียบขาวและในนครนิวยอร์ก ตำรวจแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า ถนนโรดีโอไดรฟ์แหล่งช็อปปิ้งอันโด่งดังในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์จะปิดในวันอังคารด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่แข่งทั้งสองเน้นการหาเสียงช่วงสุดท้ายที่รัฐสมรภูมิราว 12 รัฐ ซึ่งทรัมป์เคยชนะได้เกือบทั้งหมดในการเลือกตั้งปี 2559 แต่รัฐที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษคือ รัฐเพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน ที่มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง 20 คน, 16 คน และ 10 คนตามลำดับและเคยเป็นรัฐที่มั่นของพรรคเดโมแครต แต่ทรัมป์กลับชนะได้อย่างฉิวเฉียดในครั้งที่แล้วและทำให้เขาโค่นนางคลินตันลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไบเดนสามารถชนะทุกรัฐที่นางคลินตันพ่ายแพ้ และชนะในรัฐสมรภูมิ 3 รัฐข้างต้น เขาจะได้จำนวนคณะผู้เลือกตั้งเพียงพอต่อการเป็นประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผลสำรวจชี้ว่า เขาและทรัมป์ยังมีคะแนนสูสีกันในรัฐฟลอริดา, นอร์ทแคโรไลนา และแอริโซนา โดยฟลอริดานั้นมีคณะผู้เลือกตั้งถึง 29 คน และเป็นรัฐที่ทรัมป์ต้องชนะให้ได้ แต่โพลของรอยเตอร์/อิปซอสล่าสุดเผยว่า ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ที่ 50% ต่อ 46% จากเดิมที่เคยเสมอกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าการนับคะแนนของฟลอริดา ซึ่งสามารถนับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ได้ก่อนวันเลือกตั้ง จะเริ่มต้นได้ในคืนวันอังคารเลย แต่เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน นั้นไม่ได้เริ่มนับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง จึงมีความเป็นไปได้ว่าการนับบัตรลงคะแนนจำนวนมหาศาลนี้จะต้องใช้เวลาหลายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้ยังจะเป็นการเลือกสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วน ที่จะชี้วัดว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐไปอีก 2 ปีข้างหน้า โดยเดโมแครตหวังจะครองเสียงข้างมากในสภาสูง และรักษาเสียงข้างมากในสภาล่างไว้ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า รัฐแรกๆ ที่เปิดให้ลงคะแนนนั้นอยู่ที่รัฐทางฝั่งตะวันออกเวลา 06.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นที่ตรงกับ 18.00 น.วันอังคารของไทย ได้แก่ รัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, เวอร์จิเนีย, คอนเนตทิคัต และเมน แต่หน่วยเลือกตั้งแห่งแรกที่เปิดให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์นั้นคือหมู่บ้านเล็กๆ 2 แห่งในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ คือ หมู่บ้านดิกซ์วิลล์นอตช์และมิลส์ฟีลด์ ที่เริ่มเปิดหีบในเวลาเที่ยงคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิกซ์วิลล์นอตช์ หมู่บ้านกลางป่าใกล้ชายแดนแคนาดา ซึ่งมีประชากรเพียง 12 คน เป็น &amp;quot;แห่งแรกของประเทศ&amp;quot; ที่ลงคะแนนเลือกตั้งมานับแต่ปี 2503 การลงคะแนนใช้เวลาไม่กี่นาทีแล้วนับคะแนนทันที ผลปรากฏว่า ไบเดนได้ 5 คะแนน โดยไม่มีใครเลือกทรัมป์เลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82730</URL_LINK>
                <HASHTAG>วอชิงตัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งประธานาธิบดี, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้สิทธิ์ล่วงหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa172c255501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เหยียบ&#039;แพนตากอน&#039;ขอบคุณอเมริกาหนุนเลือกตั้งไทยสู่ประชาธิปไตยสมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61- &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า เมื่อ 23 เม.ย.61 เวลา 1000 &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.และรมว.กห.พร้อม ปล.กห.และผู้แทนเหล่าทัพ &amp;nbsp;ได้เดินทางไปกระทำพิธีวางพวงมาลา เพื่อแสดงความรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตจากสงคราม ณ สุสานแห่งชาติ ( Arlington National Cemetery) &amp;nbsp;กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;ต่อจากนั้นได้เดินทางไปกระทรวงกลาโหม ( Department of Defense ) เพื่อเยี่ยมคำนับและหารือกับ พล.อ. James Mathis รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีมิตรไมตรียิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.อ. James Mathis ได้แสดงความยินดีกับ พล.อ.ประวิตร ที่ได้พบกันอีก หลังจากที่ ได้เดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อ ต.ค. 60 &amp;nbsp; ซึ่งไม่เคยเห็นประชาชนประเทศใด ที่จะเทิดทูนและให้ความเคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์เท่ากับประชาชนชาวไทย และขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่เดินทางมาเยือนและร่วมแสดงความรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตจากสงคราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.กห.สหรัฐฯ กล่าวถึง ความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่าง ไทย กับ สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 ปี และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศย้อนไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1818 โดยสมัยรัชกาลที่ 4 ได้เสนอส่งช้างมา สนับสนุนสหรัฐฯ ในช่วงสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ แม้ว่าประธานาธิบดี Lincoln จะมิได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว แต่สหรัฐฯ มีความซาบซึ้งใจและเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงมิตรไมตรีที่มีมายาวนานของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พร้อมทั้งกล่าวว่า สหรัฐฯ ตระหนักว่าไทยเป็นศูนย์กลางที่จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค ในฐานะที่เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด &amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ ยึดมั่นที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อคงความมีเสถียรภาพและการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ที่เปิดกว้างและเสรี (Free and Open Indo - Pacific) ของสหรัฐฯ &amp;nbsp;และได้เน้นย้ำความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย กับ สหรัฐฯ โดยเฉพาะภายหลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วม ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศระหว่างไทย - สหรัฐฯ ค.ศ. 2012 ( 2012 Joint Vision Statement for Thai - U.S. Defense Alliance ) &amp;nbsp; นอกจากนั้น ยังคาดหวังว่า ความสัมพันธ์อันดีที่ผ่านมากว่า 200 ปี จะนำไปสู่ความสัมพันธ์อันแนบแน่นในอีก 200 ปีข้างหน้าเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ พล.อ. James Mathis ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งแสดงความยินดีต่อการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 200 ปี แห่งมิตรภาพไทย - สหรัฐฯ ( 200 years of U.S. - Thai Friendship &amp;nbsp;) ในปีนี้ โดยเมื่อ 20 มี.ค. 61 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการ ฉลองความสัมพันธ์ &amp;quot;Great and Good Friends&amp;quot; ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นลึกซึ้งและเป็นมิตรที่ดีต่อกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนรม.และรมว.กห. กล่าวย้ำว่า สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทย และขอให้เชื่อมั่นว่า ไทยจะยังคงเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของสหรัฐฯ อยู่เช่นเดิม ซึ่งความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีทั้งสองประเทศ รวมทั้งต้องการเห็นการยกระดับความเป็นพันธมิตรระหว่างกันให้ก้าวหน้าและแนบแน่นยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ และความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ภายใต้แถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนั้น ไทยพร้อมสนับสนุนสหรัฐฯ ในการสร้างความตระหนักรู้ทางทะเล ( Maritime Domain Awareness: MDA ) และความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลในกรอบอาเซียน เพื่อความสงบสุขร่วมกันของภูมิภาค และพร้อมสนับสนุนแนวคิดของสหรัฐฯ เรื่องความริเริ่มความร่วมมือด้านการขนส่งทางอากาศในภูมิภาค ( Movement Coordination Center-Pacific: MCC-P ) และแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการส่งกำลังบำรุง (Regional Logistics Center) พร้อมทั้งคาดหวังการสนับสนุนและเสนอแนะจากสหรัฐฯ เพื่อความสมบูรณ์ในการทำหน้าที่ของไทย ในตำแหน่งประธานอาเซียน ปี 62 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับความคืบหน้าการจัดทำความตกลง ระหว่าง กห. กับ กห.สหรัฐฯ ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านการวิจัยและพัฒนา (Master Information Exchange Agreement: MIEA) คาดว่าจะสามารถลงนามร่วมกันได้ภายใน ก.ย.61 ซึ่งจะเป็นส่วนผลักดันให้เกิดการวิจัยและพัฒนาทางทหารร่วมกันมากขึ้น รวมทั้งเกื้อกูลต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ตลอดจนแนวนโยบาย Thailand 4.0 &amp;nbsp;และในตอนท้าย รองนรม.และรมว.กห.ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ รมว.กห.สหรัฐ ที่พร้อมให้การสนับสนุนความพยายามของรัฐบาล ในการเดินหน้าจัดการเลือกตั้งสู่การเป็นประเทศประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพื่อเสถียรภาพที่มั่นคงและยั่งยืนของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7738</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;แต่งชุดไทย&#039;, 200 ปี, บิ๊กป้อม, พล.อ. James Mathis, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มิตรภาพไทย-สหรัฐ, รมม.กลาโหม, วอชิงตัน, อเมริกา, แพนตากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adebfb87a935.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2018 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2018 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเรียนมัธยมนัดรวมพลทั่วสหรัฐ เรียกร้องควบคุมอาวุธปืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักเรียนอเมริกันทั่วสหรัฐนัดระดมพลกันครั้งใหญ่เพื่อเดินขบวนพร้อมกันทั่วประเทศ รวมถึงในกรุงวอชิงตัน วันที่ 24 มีนาคมนี้ และนัดผละเรียนทั่วประเทศวันที่ 20 เมษายน แล้วร่วมชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้นักการเมืองออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายประท้วงเขียนข้อความ &amp;quot;พอแล้ว&amp;quot; ของผู้ชุมนุมที่เมืองฟอร์ตลอเดอร์เดล รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 ภาพ RHONA WISE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเคลื่อนไหวของนักเรียนอเมริกันล่าสุดนี้เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนมัธยมมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ในเมืองพาร์คแลนด์ เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา โดยบรรดานักเรียนที่รอดชีวิตได้ร่วมกันเรียกร้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระดมพลเหล่านักเรียนมา &amp;quot;เดินขบวนเพื่อชีวิตของพวกเรา&amp;quot; พร้อมกันทั่วสหรัฐในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งรวมถึงการเดินขบวนในกรุงวอชิงตันด้วย เพื่อเรียกร้องให้นักการเมืองออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนและสนใจต่อประเด็นความปลอดภัยภายในโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์เมื่อวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ นิโคลัส ครูซ มือปืนวัย 19 ปี ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนแห่งนั้น ใช้อาวุธปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติที่เขาซื้อมาอย่างถูกกฎหมาย เข้าไปกราดยิงภายในโรงเรียน สังหารนักเรียน 14 คน และเจ้าหน้าที่อีก 3 คน ยังมีเหยื่อถูกยิงบาดเจ็บอีก 12 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครูซถูกจับกุมในวันเดียวกันและถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 17 กระทง ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต แต่อัยการยังไม่แจ้งความจำนงเรื่องโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกราดยิงที่พาร์คแลนด์กลายเป็นการกราดยิงสังหารหมู่ในโรงเรียนมัธยมครั้งเลวร้ายที่สุดของสหรัฐ แทนที่เหตุการณ์ในโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการนัดเดินขบวนประท้วงของนักเรียนทั่วสหรัฐในวันที่ 24 มีนาคมแล้ว นักเรียนที่ดักลาสยังวางแผนเดินขบวนในเมืองแทลลาแฮสซี เมืองหลวงของรัฐฟลอริดา ในวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อสนับสนุนการควบคุมอาวุธปืน, การใส่ใจปัญหาด้านสุขภาพจิต และความปลอดภัยภายในโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกนักเรียนยังโจมตีพวกผู้นำทางการเมือง ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต่างดูดายต่อปัญหาเหล่านี้ หลายคนวิจารณ์ทรัมป์ว่าเย็นชา จากการที่ทรัมป์ทวีตโจมตีเอฟบีไอว่า มัวแต่วุ่นวายกับการสอบสวนเรื่องรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง จนพลาดเบาะแสสัญญาณเตือนที่อาจป้องกันการฆ่าหมู่ครั้งนี้ไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอมมา กอนซาเลซ นักเรียนดักลาสวัย 18 ปี ประกาศจะเดินขบวนครั้งนี้ด้วย เธอเพิ่งกล่าวสุนทรพจน์ที่ดึงดูดความสนใจคนทั้งโลกเมื่อวันเสาร์ โดยตำหนิทรัมป์ที่รับเงินสนับสนุนหลายสิบล้านดอลลาร์จากองค์กรล็อบบีสนับสนุนอาวุธปืน กอนซาเลซกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้องให้นักการเมืองเข้าร่วมการสานเสวนาเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธปืน โดยฝากถึงทรัมป์, มาร์โก รูบิโอ ส.ว.ฟลอริดา และริค สกอตต์ ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ซึ่งล้วนเป็นรีพับลิกันทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;เอมมา กอนซาเลซ ปาดน้ำตาระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันเสาร์ ภาพ RHONA WISE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่งยังมีการรณรงค์เรียกร้องให้นักเรียนมัธยมอเมริกันนัดกันประท้วงเดินออกจากห้องเรียนในวันที่ 20 เมษายน โดยแกนนำสามารถระดมรายชื่อทางออนไลน์ได้มากกว่า 50,000 ชื่อแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลน เมอร์ด็อก นักเรียนวัย 15 ปีจากคอนเนตทิคัต ที่ริเริ่มการประท้วงนี้ กล่าวว่า นี่คือช่วงเวลาที่พวกนักเรียนต้องยืนหยัดต่อสู้ &amp;quot;พวกเราคือคนที่อยู่ในโรงเรียนเหล่านี้ พวกเราคือคนที่ไปเรียนโดยมีมือปืนมาร่วมชั้นเรียนและร่วมสถานที่เดียวกับเรา&amp;quot; เธอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านของเมอร์ด็อกอยู่ห่าง 32 กิโลเมตรจากโรงเรียนประถมแซนดีฮุก ที่เกิดเหตุกราดยิงนักเรียน 20 คนและผู้ใหญ่ 6 คนเมื่อ 5 ปีก่อน เธอเรียกร้องเพื่อนนักเรียนมัธยมในสหรัฐเดินออกจากชั้นเรียนในวันดังกล่าว เพื่อร่วมกันประท้วงเนื่องในวันครบรอบ 19 ปีเหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ในรัฐโคโลราโด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3447</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, ฟลอริดา, วอชิงตัน, สหรัฐ, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8ad7d559fc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
