<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดลง! บันทึกของอดีตมือขวา : ทรัมป์ขอสี จิ้นผิง ช่วยชนะเลือกตั้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดเพิ่งลงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลูกใหญ่เลย...และเป็นฝีมือของอดีตคนใกล้ชิดอย่างยอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงเสียด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือ &amp;ldquo;แฉ&amp;rdquo; ของโบลตันกำหนดจะวางร้านสัปดาห์หน้านี้...แต่ &amp;ldquo;บทย่อ&amp;rdquo; หลายตอนที่เปิดโปงเรื่องทางเสียหายต่อทรัมป์ถูกตีพิมพ์โดยหนังสือพิมพ์ดังๆ ที่ทรัมป์เรียก Fake News มาแล้วทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์กไทมส์, วอชิงตันโพสต์หรือวอลสตรีทเจอร์นัลที่ออกมารายงานตรงกันว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันอ้างว่าทรัมป์ขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนช่วยให้เขาชนะเลือกตั้งปลายปีนี้เถอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยยังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางตอนของหนังสือ &amp;ldquo;The Room Where It Happened : A White House Memoir&amp;rdquo; (เหตุเกิดที่ห้องนี้ : บันทึกส่วนตัวจากทำเนียบขาว) หนา 592 หน้า บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างอาหารเย็นสองต่อสองเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้วในช่วงการประชุมสุดยอด G-20 ที่ญี่ปุ่น สี จิ้นผิง บ่นกับทรัมป์ว่าในอเมริกามีกลุ่มคนที่ชอบวิพากษ์จีนอย่างไม่เป็นธรรมหลายกลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ยินดังนั้น ทรัมป์ก็รีบบอกสี จิ้นผิง ว่าน่าจะเป็นพวกพรรคเดโมแครต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีนิสัยไม่ชอบจีนเอามากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทรัมป์ก็ชวนผู้นำจีนคุยเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยบอกว่าความสามารถทางเศรษฐกิจของจีนมีผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งในอเมริกาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกสีว่า ยังไงๆ ก็ขอให้ผู้นำจีนช่วยเขาชนะเลือกตั้งด้วย (เหมือนจะบอกว่าเมื่อพวกเดโมแครตไม่เป็นมิตรกับจีน ก็ควรที่จีนจะช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งครั้งนี้)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าแล้วโบลตันก็เขียนต่อว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทรัมป์เน้นถึงความสำคัญของฐานเสียงชาวไร่ชาวนาอเมริกัน และถ้าจีนซื้อสินค้าเกษตรของอเมริกา เช่น ถั่วเหลืองและข้าวสาลีมากขึ้น ก็จะมีผลต่อผลการเลือกตั้งในสหรัฐ...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าข้อความนี้เป็นจริง นั่นแปลว่าทรัมป์ขอให้จีนเข้ามาแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งของสหรัฐด้วยการใช้เงินซื้อสินค้าเกษตรเพื่อทำให้ฐานเสียงของทรัมป์กว้างขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากพิสูจน์ได้ว่าทรัมป์พูดอย่างนั้นจริง ก็มีสิทธิ์จะถูกฟ้องร้องด้วยข้อหารุนแรงว่าเชื้อเชิญอิทธิพลต่างชาติเข้ามาบิดเบือนกระบวนการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจจะกลับเข้าสู่การถูกจับเข้าสู่การไต่สวนเพื่อถอดถอน (impeachment) ได้อีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือไม่ก็จะมีผลต่อการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนทางตรงข้ามอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ส่งเรื่องขอให้ศาลกลางสั่งระงับการตีพิมพ์และจำหน่ายจ่ายแจกหนังสือเล่มนี้ โดยอ้างว่ามีเนื้อหาที่อาจจะเข้าข่ายบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าจะต้องมีกระแสต่อต้านข้อเรียกร้องให้ปิดบังอำพรางความจริงที่เกี่ยวกับการกล่าวหาว่าผู้นำประเทศกระทำการสุ่มเสี่ยงกับการขัดรัฐธรรมนูญชัดแจ้งเพียงนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเคยเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทรัมป์ก่อนที่จะแตกคอกัน เพราะมีความเห็นในนโยบายต่างประเทศหลักๆ หลายเรื่องจนทรัมป์ปลดคนสนิทคนนี้กะทันหัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันถือว่าเป็น &amp;ldquo;เหยี่ยว&amp;rdquo; ที่มีแนวความคิดด้าน &amp;ldquo;ขวาตกขอบ&amp;rdquo; ในหลายเรื่อง แต่ทรัมป์ &amp;ldquo;ขวาตกขอบหนักกว่า&amp;rdquo; อีกทั้งยังทำอะไรที่ออกนอกกรอบของจริยธรรมและธรรมาภิบาลทางการเมืองจนแม้คนใกล้ชิดที่มีตำแหน่งสำคัญๆ ก็ยังรับไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเขียนไว้ในหนังสืออีกตอนหนึ่งว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความจริง ผมอยากจะเอาถ้อยคำของทรัมป์คำต่อคำมาเขียนไว้ในบันทึกนี้ แต่กระบวนการตรวจสอบเนื้อหาก่อนตีพิมพ์ในฐานะที่ผมเคยทำงานตำแหน่งสำคัญในทำเนียบขาวสั่งไม่ให้ผมเปิดเผยรายละเอียดของบทสนทนาระดับสูงคำต่อคำ...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแปลว่าแม้คนใกล้ชิดจะรู้เรื่องไม่ชอบมาพากลของผู้นำตนเอง แต่ก็เปิดเผยทั้งหมดไม่ได้ เพราะมีกฎหมายกำหนดให้เขาเหล่านั้นเซ็นข้อตกลงจะไม่เปิดเผย &amp;ldquo;ความลับทางราชการ&amp;rdquo; ที่เรียกว่า confidentiality agreement แม้หลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่แล้วก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกท่อนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้เปิดโปงว่า ระหว่างการสนทนาวันนั้น ทรัมป์ สี จิ้นผิง ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องสร้างศูนย์อบรมชาวอุยกูร์ประมาณ 1 ล้านคน ในมณฑลซินเจียง ซึ่งเป็นประเด็นที่นักการเมืองในอเมริกาได้วิพากษ์จีนว่าเป็นการสร้าง &amp;ldquo;ค่ายล้างสมอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลตันเขียนในหนังสือว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าเห็นพ้องกับ สี จิ้นผิง ในเรื่องนี้ ... จากคำแปลของล่ามอ้างคำพูดของทรัมป์ว่าจีนควรจะเดินหน้าสร้างศูนย์นั้นต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว&amp;hellip;&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องแปลกใจที่ทรัมป์โต้ทันควันว่าโบลตันเป็น &amp;ldquo;จอมโกหกมดเท็จ&amp;rdquo;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ระเบิดลูกนี้หนักและแรงกว่าทุกลูกที่มาจาก &amp;ldquo;บันทึกส่วนตัว&amp;rdquo; ของคนใกล้ชิดอื่นๆ ที่ผ่านมาแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัจธรรมของประวัติศาสตร์โลกบอกว่า &amp;ldquo;ผู้นำมักไม่ล่มสลายเพราะศัตรู แต่ส่วนใหญ่จะพังเพราะคนใกล้ชิดนี่แหละ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ทรัมป์, นิวยอร์กไทมส์, วอชิงตันโพสต์, วอลสตรีทเจอร์นัล, สี จิ้นผิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเอาคืนสหรัฐ ตะเพิดนักข่าวอเมริกันจาก3สื่อดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนประกาศจะขับไล่นักข่าวอเมริกันจากหนังสือพิมพ์ชั้นนำ 3 ฉบับของสหรัฐ เพื่อเอาคืนที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันสื่อของทางการจีนในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของจีนเมื่อวันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 มีออกมาในช่วงยามที่ชาติมหาอำนาจทั้งสองกำลังบาดหมางกันด้วยเรื่องไวรัสโคโรนา ที่ต่างกล่าวโทษกันไปมาว่าเป็นต้นเหตุ และประธานาธิบดีทรัมป์ยังทำให้จีนโมโหโกรธาด้วยการเรียกไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ว่าเป็น &amp;quot;ไวรัสจีน&amp;quot; เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ยังยืนกรานด้วยว่าเขาใช้คำถูกต้องแล้ว เพราะไวรัสนี้มาจากจีนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า การขับไล่นักข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์, วอชิงตันโพสต์ และวอลล์สตรีทเจอร์นัล เป็นการตอบโต้ที่รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจลดจำนวนชาวจีนที่จะได้รับอนุญาตให้ทำงานกับสื่อทางการจีนในดินแดนสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคำสั่งใหม่นี้ นักข่าวของหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับจะต้องคืนใบรับรองทำงานภายใน 10 วัน และพวกเขาก็ไม่สามารถทำงานในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและมาเก๊าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชมรมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำจีน (เอฟซีซีซี) กล่าวว่า การดำเนินการของจีนจะทำให้นักข่าวอเมริกันอย่างน้อย 13 คนที่ทำงานอยู่ในจีนปัจจุบันถูกเนรเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังมีคำสั่งให้หนังสือพิมพ์ 3 ฉบับนี้ รวมถึงสำนักข่าววอยซ์ออฟอเมริกาและนิตยสารไทม์ ยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลรายชื่อพนักงาน, การเงิน, การดำเนินงาน และอสังหาริมทรัพย์ในจีน ซึ่งเป็นกฎแบบเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐประกาศใช้กับสื่อของทางการจีนเมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ของจีนเป็นการตอบโต้ที่จำเป็น เพื่อตอบสนองที่องค์กรสื่อของจีนในสหรัฐโดนกดขี่อย่างไร้เหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งเรื่องสื่อระหว่างสองฝ่ายเริ่มต้นเมื่อเดือนที่แล้ว ภายหลังจีนเนรเทศนักข่าวของวอลล์สตรีทเจอร์นัล 3 คน เป็นอเมริกัน 2 คน และออสเตรเลีย 1 คน เพื่อตอบโต้ที่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้พาดหัวบทความทัศนะเหยียดเชื้อชาติจีนว่า &amp;quot;จีนเป็นคนป่วยตัวจริงของเอเชีย&amp;quot; นักข่าว 3 คนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบทความชิ้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา รัฐบาลสหรัฐเอาคืนด้วยการจัดประเภทสื่อของทางการจีนที่ดำเนินการในสหรัฐว่าเป็นทำหน้าที่เป็นตัวแทนของต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟซีซีซีมีแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ตำหนิมาตรการของจีน และเตือนว่าไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ชนะในการใช้นักข่าวเป็นเบี้ยทางการทูต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60220</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนเอาคืน, ตะเพิดนักข่าวอเมริกัน, นิวยอร์กไทมส์, วอชิงตันโพสต์, วอลล์สตรีทเจอร์นัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e723e633ec9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;โป๊ะแตกอีกแล้ว&#039;ดร.ศุภณัฐ&#039;แฉลอกฝรั่งโชว์กึ๋นแก้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกาโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ถ้าสาธารณสุขกับวอชิงตันโพสต์ไม่บอกก็คงคิดเองไม่ได้&amp;rdquo;พร้อมรูปมีเนื้อหาว่า &amp;quot;ดังนั้นทั้งแบบจำลองของสาธารณสุขและแบบจำลองของวอชิงตันโพสต์บอกเราเหมือนกันหนึ่งอย่างว่า มาตรการ​ social distancing หรือมาตรการ​การส่งเสริมให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพบปะกัน เป็นมาตรการแก้ไขปัญหา​ได้ดีที่สุด ไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนะครับ เพราะเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดการสูญเสียเป็นจำนวนมากต่อบุคคลที่เรารัก เพื่อนร่วมงานของเรา หรือเพื่อนร่วมสังคมของเรา&amp;quot; - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 17 มี.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถูกต้องครับ...สาธารณสุขกับวอชิงตันโพสต์บอกเหมือนกันว่า มาตรการ​ social distancing หรือมาตรการ​การส่งเสริมให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพบปะกัน เป็นมาตรการแก้ไขปัญหา​ที่ดีที่สุด แต่นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองของธนาธรในห้วงระยะเวลาก่อนหน้านี้เลย จนทำให้สามารถคิดได้ว่าตัวของธนาธรนั้นไม่เคยสนใจหรือใส่ใจกับปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 นี้เลยจริงๆ จนกระทั้งเกิดอาการสมองกลับเมื่อมาได้อ่านข่าวของวอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 63 (ตามเวลาไทยน่าจะ 15 มี.ค.) แล้วเพิ่งโผล่มาเริ่มต้นที่จะสนใจ อ้างอิง...https://wapo.st/3d7PUrI&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะสิ่งที่ธนาธรกับปิยบุตรได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กบอกกับสังคมไทยในขณะที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 แล้วในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนก่อนหน้านี้...สามารถดูได้จากตัวอย่างการโพสต์ของพวกเขาที่ย้อนแย้งกับสิ่งที่ธนาธรเพิ่งโผล่มาพูดในตอนนี้เป็นอย่างมากที่ไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับ &amp;quot;มาตรการ​ social distancing หรือมาตรการ​การส่งเสริมให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพบปะกัน&amp;quot; อยู่ในหัวสมองกันเลยแม้แต่นิดเดียวทั้งๆที่เราต่างก็ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและตัวอย่างการควบคุม COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพของประเทศจีนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนเคียงข้างกับทุกคน I stand in solidarity with you all. ภาพของพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้ลุกขึ้นมาสู้กับความอยุติธรรมด้วยตัวเอง ผู้คนที่ไม่ยอมเพิกเฉยต่ออำนาจเผด็จการ ผู้คนที่ไม่ยอมเหนียมอายต่อหน้าความอยุติธรรม ผู้คนที่ร้อยรัดกันด้วยความหวัง และความฝันที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ก้าวหน้า เท่าเทียมและเป็นธรรม หลังการสิ้นสุดของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 24 - 28 ก.พ ที่กำลังจะถึงนี้
ผมและคณะอนาคตใหม่จะมาร่วมเดินทางต่อไปกับพวกคุณ&amp;quot;- ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 23 ก.พ. 63&amp;quot;[ ความเห็นทางกฎหมายต่อการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 สั่งห้ามการชุมนุมโดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการระบาดของ Covid-19 ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ต้องกระทำด้วยความจริงใจมิใช่มีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น มิเช่นนั้นประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งข้อสงสัยได้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว การห้ามชุมนุมเป็นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดเพื่อจำกัดเสรีภาพการแสดงออกของนักเรียนนิสิตนักศึกษาเยาวชนหรือไม่?&amp;quot;-ปิยบุตร แสงกนกกุล 29 ก.พ. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง..https://news.thaipbs.or.th/content/288560&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60134</URL_LINK>
                <HASHTAG>University of Arkansas, คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์, ดร.นิว, ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประเทศสหรัฐอเมริกา, วอชิงตันโพสต์, เฟซบุ๊ก, โควิด19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca0898cfb5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธแฮ็กมือถือ&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่า ซาอุดีอาระเบียล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ของเจฟฟ์ เบโซส เจ้าของวอชิงตันโพสต์ที่เคยว่าจ้างจามัล คาช็อกกี หลังจากสื่อโยงการแฮ็กผ่านข้อความในวอตส์แอพที่เขาติดต่อกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 22 มกราคมว่า การล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ของเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัทแอมะซอน เมื่อปี 2561 ทำให้ภาพและข้อความส่วนตัวของเขาถูกสื่อแทบลอยด์ในสหรัฐนำออกมาเผยแพร่ และเป็นเหตุนำไปสู่การหย่าร้างบันลือโลกระหว่างเบโซสกับภรรยาในปีถัดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคารหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ซึ่งเบโซสเป็นเจ้าของ รายงานว่า การสอบสวนขององค์การสหประชาชาติที่เตรียมเผยแพร่ในวันพุธจะระบุว่า โทรศัพท์มือถือของเบโซสโดนแฮ็กภายหลังเขาได้รับข้อความผ่านวอตส์แอพ จากบัญชีที่ว่ากันว่าเป็นของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนได้ข้อสรุปว่า ไม่นานหลังจากเบโซสได้รับข้อความนี้ ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็ถูกดึงออกจากโทรศัพท์ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษก็รายงานว่า การวิเคราะห์พยานหลักฐานทางดิจิทัลชี้ว่า ข้อความเข้ารหัสจากหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดน่าจะมีไฟล์ประสงค์ร้ายที่แทรกซึมโทรศัพท์ของเบโซส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ์เดียนอ้างแหล่งข่าวหลายรายด้วยว่า เบโซสและเจ้าชายกำลังมีการแลกเปลี่ยนสื่อสารกันอย่างเป็นกันเองเมื่อไฟล์ไม่พึงประสงค์ถูกส่งเข้าเครื่องของเบโซส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีชาวอเมริกันรายนี้ว่าจ้างเกวิน เดอ เบกเกอร์ แอนด์แอสโซสิเอเทส มาสืบว่าเหตุใดข้อความและภาพถ่ายส่วนตัวในโทรศัพท์ของเขาจึงหลุดถึงมือของหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ เนชั่นแนลเอนไควเรอร์ ที่รายงานข่าวการคบชู้ของเขาจนนำไปสู่การหย่าร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมีนาคมปีที่แล้ว เดอ เบกเกอร์ กล่าวว่า ทีมสืบสวนและผู้เชี่ยวชาญหลายรายได้ข้อสรุปว่า ทางการซาอุฯ แฮ็กโทรศัพท์ของเบโซส แต่เขาไม่ได้เจาะจงว่าเป็นหน่วยงานหรือส่วนใดของรัฐบาลซาอุฯ ที่ทำเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้สอบสวนคำกล่าวอ้างเหล่านี้ เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้รับการเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ เขียนคอลัมน์ให้วอชิงตันโพสต์ เขาถูกสังหารภายในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบุลของตุรกี ในเดือนตุลาคม ปีเดียวกับที่เกิดการแฮ็กโทรศัพท์ของเบโซส ทั้งหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และแอกเนส คัลลามาร์ ผู้แทนพิเศษของยูเอ็น โยงว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสังหาร แต่รัฐบาลซาอุฯ ยืนกรานปฏิเสธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, วอชิงตันโพสต์, เจฟฟ์ เบโซส, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, แอมะซอน, แฮ็กมือถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e2860090d435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ดอน” เมิน “เดอะวอชิงตันโพสต์” แพร่บทความวิจารณ์ปชต.ไทยจอมปลอม ชี้แค่ความเห็น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.62- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ เผยแพร่บทความของกองบรรณาธิการ ซึ่งมีเนื้อหาแนะนำรัฐบาลสหรัฐอเมริกาว่ายังไม่ควรฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยอย่างเต็มรูปแบบ ว่า เรื่องนี้ไม่ต้องชี้แจง เพราะเป็นเพียงความเห็นของสื่อ ความเห็นในลักษณะนี้ในเมืองไทยก็มีเยอะ เวลาคนต่างประเทศมาเขียน ส่วนใหญ่เอาข้อมูลมาจากคนในบ้านเราแล้วนำไปถ่ายทอด แม้เดอะวอชิงตันโพสต์จะเป็นสื่อดัง แต่จะเรียกว่าเป็นผู้มีอิทธิพลคงไม่ใช่ เพราะสิ่งที่มีอิทธิพลมากขณะนี้คือ โซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐฯไม่ได้สะท้อนความเห็นในลักษณะนี้มา และหลายประเทศมีแต่คนแสดงความยินดีกับเรา ไม่ได้สะท้อนความเห็นแง่ลบ อีกทั้งในวันนี้จะมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯ และในอีกไม่กี่วัน ประเทศไทยจะเป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน &amp;nbsp;สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ดำเนินการไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ทุกขั้นตอนผ่านการรับรู้และรับรองกันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ให้น้ำหนักกับบทความในลักษณะนี้ใช่หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ถ้าเราไปให้น้ำหนักเกือบจะทุกฉบับจะเป็นปัญหา &amp;nbsp;แต่เรารับฟังและรับรู้ว่ามีเสียงสะท้อนเช่นนี้ ซึ่งต้องถามว่าเสียงสะท้อนเหล่านี้มาจากอะไร เพราะบางครั้งคนที่เขียนเขาไม่เคยรับรู้ ไม่เคยเข้ามาเมืองไทย แต่แค่นำจิ๊กซอว์ต่างๆ ไป &amp;nbsp;ประกอบเป็นรูปเป็นร่าง ดังนั้น เชื่อว่าข่าวหลังจากนี้ ที่ออกมาจะเป็นเชิงสร้างสรรค์ จะช่วยลบเหลี่ยมของข่าวอื่นๆ ที่ออกมาในลักษณะนี้ได้ ตนต้องขอความร่วมมือจากสื่อในประเทศด้วย เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ อย่าให้เสียงของคนบางคนที่ออกไปในเชิงยุยง ยุแหย่ หรือออกไปให้ข้อมูลกับต่างประเทศ ซึ่งเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ไม่ได้เห็นข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าบทความของสื่อระดับโลก จะกระทบต่อการรับรู้ของต่างประเทศที่มีต่อประเทศ นายดอน กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าสื่อในโลกนี้มีมากมาย อย่าไปคิดว่าสื่อเดียวจะสามารถตัดสินหรือมีอิทธิพลเหนือความคิดความอ่านของคนทั้งหลาย ที่ผ่านมาในทางการทูตและการเมืองระหว่างประเทศ บางครั้งเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับบางเสียงที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่เป็นประโยชน์ เพราะถ้าให้ความสำคัญจะยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าเรามัวแต่นั่งทุกข์ร้อนและตอบโต้จะเข้าทางเขา คนที่เขียนก็ได้ใจ สนุก สะใจและเขียนอีก ดังนั้น อย่าไปทำอะไรให้เข้าทางคนที่กำลังทำสิ่งที่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพของบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการดูแลคนไทยในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ขณะนี้มีเหตุประท้วงกฎหมายอนุญาตให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีในจีน นายดอน กล่าวว่า สถานกงสุลใหญ่ของเราได้เตือนคนไทยให้ระมัดระวังการไปอยู่ในที่ชุมชน แล้ว อย่างไรก็ตาม การประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายในระหว่างฮ่องกงกับจีน ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงก็พยายามเดินหน้ากฎหมายดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38232</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายดอน ปรมัตถ์วินัย, วอชิงตันโพสต์, วิจารณืประชาธิปไคยไทยจอมปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c871c9064e9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 07:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อมูลคุ้นๆ!บทบรรณาธิการวอชิงตันโพสต์แนะ&#039;ทรัมป์&#039;อย่าเพิ่งคบ&#039;บิ๊กตู่&#039;เพราะมีการเสนอให้สินบนงูเห่าสีส้ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.62-บีบีซีไทยเผยแพร่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เผยแพร่เมื่อ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา แนะนำรัฐบาลสหรัฐฯว่า ยังไม่ควรฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยอย่างเต็มรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐฯแห่งนี้ชี้ว่า แม้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร ได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้ง แต่ประชาธิปไตยจอมปลอมของไทยไม่คู่ควรกับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบรรณาธิการเริ่มต้นด้วยการให้ภาพว่าไทยเป็นชาติพันธมิตรนอกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2013 และการวางแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ในเอเชียของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมืออย่างมากจากไทย แต่เป็นเวลา 5 ปีมาแล้วที่สหรัฐฯ ระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กองทัพไทย เพราะการก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าขณะนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐบาลทหาร สามารถจัดการให้ตัวเองได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้งได้แล้ว และรัฐบาลของเขากับบุคคลในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บางส่วน กำลังหวังว่า จะมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์กันอย่างเต็มรูปแบบ แต่ไทยไม่ควรได้รับสิ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดความช่วยเหลือเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐบัญญัติการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ (Foreign Assistance Act) ของสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้มีความร่วมมือทางการทหารกับประเทศที่ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยการใช้กำลัง การห้ามนี้อาจถูกยกเลิกได้ หากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ให้การรับรองว่า ประเทศนั้นได้กลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว แต่การรับรองให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าประชาธิปไตยของปลอม หลังจากจัดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมอย่างน่ารังเกียจ โดยฝ่ายที่เห็นตรงข้ามรัฐบาลทหารบางส่วนถูกห้ามไม่ให้ลงเลือกตั้ง และมีอีกหลายคนที่ถูกตั้งข้อหาอาญาหลายข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วอชิงตันโพสต์ยังชี้ด้วยว่ารัฐธรรมนูญใหม่สร้างความได้เปรียบอย่างใหญ่หลวงให้กองทัพ วุฒิสภาซึ่งมีสมาชิก 250 คนที่มาจากการแต่งตั้ง แต่กลับมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรที่มีสมาชิก 500 คน แม้ว่าประชาชนไม่ชื่นชอบ พล.อ. ประยุทธ์ แต่เขาก็เอาชนะมาได้ แม้การเลือกตั้งในเดือน มี.ค. แนวร่วมฝ่ายค้านจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคที่สนับสนุนกองทัพได้ที่นั่งไม่ถึง 126 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนเสียงที่ต้องมีในการสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนั่นได้นำไปสู่การร่วมกันหาทางจัดการเพื่อสร้างความได้เปรียบอีกครั้งหนึ่ง เริ่มจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แก้ไขกฎในการจัดสรรปันส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลังการเลือกตั้ง ส่งผลให้แนวร่วมฝ่ายค้านสูญเสียเสียงข้างมาก และพรรคขนาดเล็ก 11 พรรค ได้ที่นั่งพรรคละ 1 ที่นั่ง ทุกพรรคสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ทำให้เขาได้คะแนนเสียงตามที่ต้องการ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองด้วยการให้ศาลตัดสิทธิสมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางคน รวมถึงแกนนำแนวร่วมฝ่ายค้านที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วย มีรายงานว่า ได้มีการเสนอสินบนมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ย้ายข้างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่ได้ก็คือ แนวร่วม 19 พรรคที่อ่อนแอ ร่วมกันสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียงข้างมากเกินมา 5 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร ความอ่อนแอของรัฐบาลนี้ จะทำให้กองทัพไทย...มีอำนาจมากขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบรรณาธิการของวอชิงตันโพสต์สรุปด้วยว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่ลังเลที่จะร่วมมือทางการทหารกับรัฐบาลที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ่งแจ้งในหลายประเทศ เช่น อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย การรับรองของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ว่ารัฐบาลของไทยเป็นรัฐบาลพลเรือนและเป็นประชาธิปไตยแล้ว ถือเป็นการเหยียบย่ำกฎหมายที่รัฐสภาสหรัฐฯ บัญญัติขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่กองทัพไทยได้กระทำลงไป ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการฟื้นฟูความร่วมมือบางส่วน สามารถทำได้ด้วยการยกเว้นให้ตามที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ แต่ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อแลกกับการได้มาซึ่งสิทธิมนุษยชนที่จับต้องได้ และรัฐบาลสหรัฐฯ ควรจะยอมรับว่าไทยยังไม่ได้กลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีบีซีไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38216</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทบรรณาธิการ, บีบีซีไทย, วอชิงตันโพสต์, สินบนส.ส.ย้ายข้าง, ไทย-สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2606a9f372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
