<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควง3รมต.ศก.ฟื้นเชื่อมั่น ‘อาคม’เริ่มลุย4เรื่องด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ควง 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจแถลงโชว์ฟื้นเชื่อมั่น วอนคนไทยร่วมสร้างชาติรักษาบ้านเมืองสงบ &amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; คึกเดินหน้ามาตรการกระตุ้น ศก. ลั่นสร้างเม็ดเงิน 2 แสนล้านบาทในไตรมาสที่&amp;nbsp; 4 นำไทยกลับมาแข็งแกร่ง &amp;quot;อาคม&amp;quot; ทำหน้าที่ขุนคลังวันแรกลุย 4 เรื่องด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกว่าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)&amp;nbsp; ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์ได้แนะนำ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลังต่อที่ประชุม ครม. ซึ่ง ครม.ได้ปรบมือต้อนรับ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปหยอกนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ที่นั่งอยู่ด้านหลังนายอาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงไม่มี รมว.การคลัง นายสันติต้องขยับมานั่งแถวข้างหน้าซึ่งเป็นที่นั่งของ รมว.การคลัง ในฐานะรักษาการ รมว.การคลัง แต่วันนี้นายสันติต้องขยับไปอยู่แถวหลังซึ่งเป็นเก้าอี้ของ รมช.การคลังเหมือนเดิมว่า &amp;quot;ตรงนั้นนั่งได้มั้ย&amp;quot; ทำให้นายสันติและรัฐมนตรีคนอื่นๆ ต่างอมยิ้ม นอกจากนี้ในช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน นายอาคมและนายสันติ ให้ไปยืนแถลงข่าวกับสื่อมวลชนร่วมกัน โดยบอกกับทั้งสามคนว่า &amp;quot;ไปเรียกความเชื่อมั่นด้วยกันหน่อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้นำทีมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเศรษฐกิจร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่ตึกสันติไมตรี โดยนายกฯ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้นำนายอาคมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้ว ถือว่านายอาคมเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ และวันนี้ได้นำทีมเศรษฐกิจมาเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ทุกคน ทั้งในส่วนสื่อสังคม ประชาชนโดยรวม&amp;nbsp; ว่าเราจะทำงานอย่างเต็มที่ จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ได้อย่างระมัดระวังที่สุด มาตรการต่างๆ ที่ทำไปจะครอบคลุมทุกกลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราใช้คำว่ารวมไทยสร้างชาติ ทุกคนที่เป็นคนไทยเกิดในแผ่นดินไทย จะต้องจับมือร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อจะช่วยกันนำพาประเทศไทยของเราก้าวไปข้างหน้า&amp;nbsp; ซึ่งที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติหลายเรื่องทางด้านเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ได้แก่ 1.มาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ประชาชน 14 ล้านคน คนละ 1,500 บาท ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ 2.มาตรการคนละครึ่ง กระตุ้นค่าใช้จ่ายโดยประชาชนจ่ายครึ่งหนึ่ง รัฐบาลช่วยออกอีกครึ่งหนึ่ง นี่คือผู้มีรายได้น้อย ร้านค้าปลีกแต่ต้องขึ้นทะเบียน จะเป็นการจ่ายเงินตรงด้วยระบบอีวอลเลต 3.มาตรการช้อปดีมีคืน ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า 30,000 บาทไปลดภาษีได้ ซึ่งเห็นได้ว่าจะมีมาตรการเฉพาะกลุ่มออกมา และจะทยอยออกมาเรื่อยๆ ทั้งนี้เรื่องสำคัญในภารกิจที่มุ่งเน้นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา คือการดูแลบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ช่วยคนไทยหลายสิบล้านคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นช่วงการดำเนินการหลังโรคโควิด-19 ถ้าทำลายกันตอนนี้ถึงเวลาจะฟื้นกลับมาไม่ได้เลย เพราะเราจะไม่ทันเขาแน่นอน ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนด้วย ขอให้รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองให้มากที่สุด ช่วยกันเคารพกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนอื่นแค่นั้นเอง อันนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว ผมคงไม่ต้องสั่งอะไรเพิ่มเติม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า วันนี้มีนายอาคมมาเติมเต็ม ที่มีความห่วงกังวลในเรื่องของการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่นายกฯ นำเรียนสื่อมวลชนไปแล้วนั้น ปลอดความกังวลในเรื่องนี้ไปได้เลย จะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นไปตามเป้าหมาย และไม่ใช่เพียงแค่ 3 คนที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจเท่านั้น โดยนายกฯ ได้กำชับในที่ประชุม ครม.ให้ช่วยกันสนับสนุนมาตรการต่างๆ ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และให้มีประโยชน์เต็มที่ในทุกกลุ่มเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฉะนั้น สื่อมวลชนจะเห็นภาพที่จะเชื่อมโยงและต่อเนื่องกันไปในไตรมาส 4 นี้ โดยเม็ดเงินที่จะเข้าสู่เศรษฐกิจประมาณ 2 แสนล้านบาท เป็นงบประมาณของรัฐกว่า 6 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นในส่วนของรวมไทยสร้างชาติ ประชาชนคนไทยทุกคนมีส่วนร่วมกับรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นำประเทศไทยให้กลับมาแข็งแรงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้มาครบจะมาช่วยกัน ในส่วนของผมนอกจากดูเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ก็ต้องดูเรื่องการเจริญเติบโตอื่นๆ ในเรื่องของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย ซึ่ง รมว.คลังจะมาเสริมผมในเรื่องของการหามาตรการดีๆ เข้ามาเสริมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มาตรการต่างๆ ที่จะมาช่วยกัน และกำลังสำคัญคือ ศบศ. ในส่วนของ รมช.คลังจะมาสนับสนุน รมว.คลัง ในการช่วยกันดูแลเสถียรภาพความมั่นคงทางด้านการคลังของประเทศ เรามีวินัยการคลังที่จะต้องดูแลให้ดีที่สุด เพื่อวันที่โควิด-19 จบสิ้นหรือการควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีแล้ว ประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งและแข็งแกร่งทางการเงิน ที่จะเดินหน้าเติบโตต่อไปได้ นั่นคือวิถีการทำงานตามนโยบายของนายกฯ ที่กล่าวถึง รวมไทยสร้างชาติ&amp;quot;&amp;nbsp; รองนายกฯ และ รมว.พลังงานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เวลา 07.00 น. นายอาคมเข้าทำงานที่กระทรวงการคลังวันแรก โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่ากังวลเรื่องการเมืองแทรกแซงเหมือนกรณีนายปรีดี ดาวฉาย อดีต รมว.การคลังหรือไม่&amp;nbsp; นายอาคมระบุว่า &amp;quot;ผมทำงานครับ เรายึดงานเป็นหลัก&amp;quot; เมื่อถามว่าทำงานกับใครก็ได้ใช่หรือไม่ ตอบว่า&amp;nbsp; &amp;quot;ยึดงานเป็นหลักครับ&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าจะทำงานได้นานกว่า 27 วันหรือไม่ นายอาคมยิ้มและหัวเราะให้ผู้สื่อข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังกล่าวว่า กระทรวงการคลังเป็นกลไกหนึ่งในเรื่องการดูแลเศรษฐกิจภาพรวม โดยกรณีที่สถาบันต่างๆ คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2564 จะยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้การฟื้นตัวจะต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปีนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังต้องทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจของไทยยังเดินหน้าได้ และคลังต้องร่วมกับหน่วยงานอื่นด้วย ทั้งนี้จะมีการหารือเกี่ยวกับพระราชกำหนดการกู้เงิน&amp;nbsp; 1 ล้านล้านบาท ในส่วนใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาการเบิกจ่ายงบในส่วนเงินกู้อาจจะได้รับเสียงบ่นกันว่าออกมาช้า ตรงนี้ต้องดูว่าจะติดขัดอะไรและต้องแก้ไขอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงานสำคัญเร่งด่วนจะต้องเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ ซึ่งมีศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) คอยกำกับดูแลอยู่แล้ว โดยมี 4 เรื่องที่ต้องดำเนินการ คือ 1.การดูแลภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ จนส่งผลต่อสภาพคล่อง เพราะการใช้จ่ายของภาคเอกชน และภาคประชาชน คิดเป็น 70% ของจีดีพี อีก 20% เป็นส่วนของรัฐ&amp;nbsp; รัฐบาลก็ต้องเข้าไปช่วยดูแลด้วย 2.ผลกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ซึ่งต่อเนื่องมาจากในช่วงที่คุมเข้มเรื่องโควิด-19 ส่งผลให้อัตราการบริโภคยังต่ำอยู่ ดังนั้นต้องมีมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะการบริโภคภายในประเทศคิดเป็น 50% ของจีดีพี โดยเศรษฐกิจขณะนี้ต้องพึ่งพาเรื่องภายในประเทศเป็นหลัก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ผลกระทบภาคการท่องเที่ยว ต้องดูธุรกิจที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยว ซึ่งมาตรการที่เข้าไปเสริมสภาพคล่องและเข้าไปแก้ปัญหาให้กลุ่มต่างๆ อาจจะออกมายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องเข้าไปช่วย ศบศ. และได้หารือกับนายสุพัฒนพงษ์แล้วว่า ในเรื่องการขับเคลื่อนหรือการเร่งรัดแก้ไขข้อติดขัดในส่วนนี้จะต้องรีบดำเนินการ และ 4.เร่งรัดผลักดันการใช้จ่ายของภาครัฐ คิดเป็น 20% ของจีดีพี ทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณและผลักดันงบล้างท่อเพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80288</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ทีมเศรษฐกิจ, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, รักษาบ้านเมืองสงบ, วอนคนไทยร่วมสร้างชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f845c0e513ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
