<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนปชช.ร่วมแก้ฝุ่น/ทส.ชง5มาตรการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ออกแถลงการณ์ &amp;quot;สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5&amp;quot; ยังไม่คลี่คลาย ขอ ปชช.งดหรือใช้รถดีเซลวิ่งเข้าเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลเท่าที่จำเป็น &amp;nbsp;ปัดเพิ่มยาแรงแก้ฝุ่นพิษ แค่พูดให้ทุกคนช่วยกัน ย้ำทุกมาตรการต้องรอบคอบ &amp;quot;ปลัด ทส.&amp;quot; เตรียมชง 5 แผนเร่งด่วนแก้ปัญหา เสนอ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; 4 ก.พ. ให้ภาครัฐทำงานที่บ้าน &amp;quot;กทม.&amp;quot; ส่งโดรนบินพ่นละอองน้ำทั่วกรุงวันที่สอง &amp;quot;คพ.&amp;quot; เผยปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มลดลง &amp;quot;อัยการ&amp;quot; แนะติดดาบผู้ว่าฯ ใช้อำนาจตามกฎหมายจัดการฝุ่นแบบเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกแถลงการณ์เรื่อง &amp;ldquo;สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน&amp;rdquo; ว่าตามที่เกิดสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด รวมถึงจังหวัดสมุทรสงครามด้วย และปัญหาดังกล่าวเริ่ม มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้น กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลได้แก้ไขปัญหาระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การเข้มงวดตรวจจับรถควันดำ การควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง การเร่งคืนพื้นผิวจราจร การควบคุมการเผาในที่โล่ง การตรวจสอบการปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม การฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ และการล้าง ทำความสะอาดถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์ของฝุ่นละออง PM 2.5 ก็ยังไม่คลี่คลายลง เนื่องจากปริมาณการใช้รถเครื่องยนต์ดีเซลส่วนบุคคลในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลมีจำนวนมาก ประกอบกับไม่มีการถ่ายเทของอากาศ จึงทำให้ PM 2.5 อยู่ในอากาศปกคลุมเหนือพื้นที่ดังกล่าว แม้จะมีการตรวจจับรถที่ปล่อยควันดำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอย่างเข้มข้น รวมทั้งไม่พบการปล่อยมลพิษจากโรงงานเกินกำหนดแต่อย่างใด ดังนั้น รัฐบาลจึงขอความร่วมมือประชาชนใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเครื่องยนต์ดีเซลเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลเท่าที่จำเป็น หรืองดใช้ระยะหนึ่ง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพราะการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์เป็นต้นเหตุของการเกิดฝุ่นละอองมากที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายแถลงการณ์ระบุว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น จะต้องมีการพัฒนาระบบโครงข่ายขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงกัน ทุกระบบ ทั้งระบบล้อ ราง และเรือ การปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับปรุงมาตรฐานไอเสียรถยนต์ เพิ่มสถานีบริการน้ำมันที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และรณรงค์ให้ประชาชนใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมและผลักดันการใช้รถยนต์ที่ไม่ก่อให้เกิด PM 2.5 อาทิ รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลต้องขออภัยสำหรับความไม่สะดวกของพี่น้องประชาชนมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณภาคส่วน ที่สนับสนุนและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดียิ่ง&amp;quot; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จากสาเหตุดังกล่าว เราจะแก้ด้วยมาตรการที่เข้มข้นอะไรบ้าง ไม่ใช่หมายความว่าตนพูดแล้วไม่ทำ ไม่พูดก็ไม่ได้ แต่ตนพูดให้ระวัง ถ้าแก้ไม่ได้ต้องเดินไปสู่ระยะที่สอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ได้ขู่ เขียนให้เข้าใจกันบ้าง บางคนบอกพูดทำไม พูดแล้วไม่ทำ แต่ผมพูดว่าทำแล้วจะเดือดร้อนใคร หากห้ามใช้รถสัญจรทุกชนิด ย่อมส่งผลกระทบต่อการคมนาคม ถ้ารถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ ไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรจะกิน เพราะเขาต้องขนส่งสินค้าผ่านกรุงเทพฯ ให้มันพอดี เข้าใจบ้าง อย่าทำเพราะความสะใจ ไม่ได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ชง 5 แผนด่วนแก้ PM 2.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลต้องคิดอย่างรอบคอบ รัฐบาลขอความร่วมมือ ไม่ได้โทษประชาชน บางสื่อตัดประโยคมา คนก็เกลียดตน แล้วจะร่วมมือกันได้อย่างไร รัฐบาลรู้หมดจะแก้ตรงไหน แต่ต้องทำไม่ให้เดือดร้อน ไม่มีสวดมนต์ ต้องทำให้บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนมีความสุขปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงถึงเรื่องฝุ่นละอองอีกครั้งในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเพิกเฉยต่อปัญหา นับตั้งแต่วันแรกๆ จนถึงวันนี้ มาตรการที่ใช้ เราก็จำเป็นต้องเริ่มจากเบาไปหาหนัก หาสาเหตุให้เจอ เนื่องจากเราไม่ต้องการใช้มาตรการที่จะไปส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตโดยปกติของพี่น้องประชาชน จนสร้างความตื่นตระหนก ต้องช่วยกันลดความตื่นตระหนกลงให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สังคมของเราเริ่มตระหนักและเรียนรู้กับปัญหาร่วมกันแล้ว ลำดับต่อๆ ไป รัฐบาลก็จะมีมาตรการต่างๆ ออกมา ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่หวังเพียงรักษาภาพลักษณ์ แต่ต้องการแก้ปัญหาด้วยความจริงใจจริงจัง ก็ขอความร่วมมือร่วมใจกันจากทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหานี้ร่วมกันให้ได้อย่างยั่งยืน อย่ามาคอยจับผิดจับถูกกันเลย ทุกๆ คนต้องช่วยกันนะครับ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณามาตรการแก้ไขปัญหา PM 2.5 จากยานพาหนะในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิจารย์กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา PM 2.5 จากยานพาหนะ โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.มาตรการห้ามรถยนต์ที่มีมลพิษสูงวิ่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลางและชั้นนอก 2.มาตรการเร่งรัดให้นำน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำกว่า 10 ppm (เทียบเท่า EURO 5) มาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 3.ให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณาการทำงานที่บ้านและขอความร่วมมือจากบริษัทเอกชนให้ทำงานที่บ้านเช่นเดียวกัน 4.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี และ 5.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์และการบังคับใช้คำสั่งห้ามใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด ทส.กล่าวว่า ส่วนมาตรการระยะกลางและระยะยาว ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีกำมะถันไม่เกิน 10 ppm (เทียบเท่ามาตรฐาน EURO 5) 2.ปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน EURO 6 3.ปรับปรุงค่ามาตรฐาน PM 2.5 เฉลี่ยรายปีให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของ WHO Interim target-3 4.เร่งรัดแผนการเปลี่ยนรถโดยสาร ขสมก. ให้เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษต่ำ 5.ปรับปรุงวิธีการและระยะเวลาการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี 6.ควบคุมการนำเครื่องยนต์ใช้แล้วมาเปลี่ยนแทนเครื่องยนต์เก่าในรถยนต์ และ 7.ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการติดตั้ง Diesel Particulate Filter (DPF) ในรถยนต์ใช้งาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการทั้งหมดนี้ จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการประชุมครั้งที่ 2/2562 (นัดพิเศษ) ในวันที่ 4 ก.พ. เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 401 อาคารสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;quot; ปลัด ทส.กล่าว
รัฐ-เอกชนลุยลดฝุ่นพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ปฏิบัติการแก้ปัญหาฝุ่นละอองต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 มีการนำโดรนบินขึ้นฉีดพ่นละอองน้ำ 5 จุด ตั้งแต่เวลา 08.00 น. หน้าตึกธานีนพรัตน์ กทม. 2 เขตดินแดง พร้อมเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงควบคุมระยะไกล (LUF 60) 1 เครื่อง รถบรรทุกน้ำดับเพลิงขนาด 10,000 ลิตร 3 คัน จากนั้นเวลา 10.00 น. มาที่สวนสันติภาพ เขตดินแดง เวลา 12.00 น. ย้ายมาตรงสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนสวนพลู เขตสาทร &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ไปที่วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี และเวลา 16.00 น. ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.1 สะพานพุทธ เขตพระนคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่จะดำเนินการฉีดพ่นน้ำบนตึกสูงที่ชั้นดาดฟ้า อาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) และบริเวณชั้น 37 อาคารธานีนพรัตน์ กทม. 2 เขตดินแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไทวุฒิ ขันเเก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า กทม.ร่วมกับ ปภ.ติดตั้งเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณชั้นบนของอาคารกรุงเทพมหานคร 1 และ 2 โดยดำเนินการฉีดพ่นน้ำมาแล้ว 3 วัน ในทุกๆ ชั่วโมงตลอดทั้งวัน ครั้งละ 15 นาที ใช้น้ำประมาณ 1,000-1,500 ลิตรต่อนาที ระยะความไกลที่น้ำพ่นไปถึงคือประมาณ 50-100 เมตร ซึ่งจะฉีดพ่นน้ำต่อเนื่อง โดยจะประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ซึ่งวันนี้ถือว่าสถานการณ์ฝุ่นดีกว่า 2 วันที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ผลการตรวจสภาพอากาศวันนี้ที่สถานีตรวจอากาศสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พบความชื้นสัมพัทธ์ในระดับการก่อเมฆอยู่ที่ร้อยละ 60 อยู่ในเกณฑ์ที่จะปฏิบัติการขั้นก่อกวนหรือทำให้เมฆก่อตัว ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศอยู่ที่ -2.1 ซึ่งเป็นระดับที่มีประสิทธิภาพในการที่เมฆจะพัฒนาตัวตามแนวตั้ง หน่วยฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง จึงตัดสินใจขึ้นบินปฏิบัติการโปรยสารฝนหลวงจากทิศเหนือของอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นแนวเส้นตรงไปถึงอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก หากเมฆพัฒนาตัวดีตกเป็นฝนสู่พื้นที่เป้าหมาย คือ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และสมุทรปราการ จะช่วยลดฝุ่นละอองขนาดเล็กได้มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศระดับการพัฒนาตัวของเมฆลดลงเหลือร้อยละ 38 จึงตั้งเป้าหมายว่าให้ก่อเมฆได้มากที่สุด เพื่อให้เม็ดน้ำในก้อนเมฆมาเกาะฝุ่นละอองที่ฟุ้งอยู่ในบรรยากาศ โดยผลจากเรดาร์ตรวจอากาศเย็นวานนี้พบว่า หลังจากปฏิบัติการก่อเมฆแล้ว กระแสลมพัดพาเข้าสู่กรุงเทพมหานครแล้ว ปริมาณฝุ่นละอองที่ตรวจวัดได้ในพื้นที่ที่มีเมฆมากนั้น ลดลงจากในช่วงเช้า&amp;quot; อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หารือร่วมกับนายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และตัวแทนจาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมใน 15 จังหวัด เพื่อหามาตรการช่วยแก้ปัญหาฝุ่นละออง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรพลกล่าว่า ที่ประชุมมีมติร่วมกันในการร่วมลดปริมาณการปล่อยมลพิษในภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่ามีสัดส่วนคิดเป็น 5% จากปริมาณฝุ่นทั้งหมด โดยช่วงตรุษจีนระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ.นี้ โรงงานประมาณ 1,300-1,500 โรง จาก 2,599 โรง ใน 15 จังหวัด ประกอบด้วย ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น ราชบุรี สระบุรี สงขลา นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ระยอง นครปฐม ปทุมธานี ชลบุรี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ จะแสดงความร่วมมือหยุดโรงงาน หรือลดการผลิตลง คิดเป็นสัดส่วน 20-50% คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยฝุ่นลงได้ถึง 50%&amp;nbsp;
อัยการชงติดดาบผู้ว่าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ.ได้กำหนด 4 มาตรการ เพื่อเป็นแนวทางให้โรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมนำไปปฏิบัติ ช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น 4 มาตรการ คือ 1.การจัดการในกระบวนการผลิต 2.ด้านก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการก่อสร้างสถานประกอบการจะต้องฉีดพรมน้ำในพื้นที่ 3.ด้านการขนส่งและยานพาหนะ ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ต่างๆ เพื่อลดควันเสียและฝุ่นละอองที่ระบายออกมา และ 4.ด้านการกำจัดขยะ ห้ามเผาทำลายขยะในบริเวณโล่งแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ประชุมกำหนดมาตรการเชิงรุกลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า มีแนวคิดเสนอให้ลดเกณฑ์ในการตรวจวัดควันดำจากเดิมรถที่มีความผิดจะต้องดำเกินกว่าร้อยละ 45 ให้เหลือร้อยละ 30 โดยมีการเสนอแนะนำมาบังคับใช้ ซึ่งจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมควบคุมมลพิษ กรมการขนส่งทางบก เนื่องจากเกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) คาดการณ์สถานการณ์ปริมาณฝุ่น PM2.5 ว่า ในวันที่ 2 ก.พ. ปริมาณ PM 2.5 มีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่ อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ดำเนินมาตรการในการบรรเทาสถานการณ์อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เช่น การประกาศปิดโรงเรียน และสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งส่งผลให้การจราจรคล่องตัวและลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การตรวจจับควันดำอย่างเข้มข้นโดยความร่วมมือของ บก.จร. กรมการขนส่งทางบก และกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นข้อกฎหมายกรณีปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ระบุเรื่อง &amp;quot;มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาวะวิกฤติ จะเลือกใช้ยาสามัญประจำบ้านหรือยาขนานพิเศษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธนกฤตกล่าวตอนหนึ่งว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในขณะนี้ แม้หน่วยงานรัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะมีการประชุมร่วมกันเพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่ก็เป็นไปในลักษณะที่แต่ละหน่วยงานต่างก็ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปตามอำนาจหน้าที่ของตน ทำให้ขาดความเป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหาและการบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นน่าจะพิจารณาหากลไกที่เป็นมาตรการกฎหมายอื่นมาใช้เสริมในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันต่อวิกฤติความรุนแรงของปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากด้วย ซึ่งหากพิจารณาเหตุการณ์เมื่อครั้งทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง &amp;nbsp;13 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในขณะนั้น ได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ในการแก้ไขปัญหาจนสำเร็จ&amp;quot; ดร.ธนกฤตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการจังหวัดประจำสำนักงาน อสส.กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มาตรา 4 ถือว่าปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานเป็นสาธารณภัย โดยเป็นภัยอันมีผลกระทบต่อสาธารณชนซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและร่างกายของประชาชน และกระทบกับชีวิตผู้คนจำนวนมากในหลายจังหวัด ซึ่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ที่ประสบปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในการออกคำสั่ง สั่งการ และกำหนดแผนการและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้อำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่ประสบปัญหา รวมทั้งนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงน่าจะเป็นกลไกและมาตรการทางกฎหมายที่ควรนำมาใช้เสริมกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ใช้บังคับอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวดเร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น และลดขั้นตอนในการดำเนินการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนเป็นยาขนานพิเศษที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาโรคที่อยู่ในขั้นวิกฤติ มีภาวะรุนแรง และต้องรีบรักษาโดยเร่งด่วน หากปล่อยไว้จะยิ่งเป็นอันตราย&amp;quot; อัยการจังหวัดประจำสำนักงาน อสส.กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28104</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มลดลง, ฝุ่นพิษ, วอนปชช.ร่วมแก้, ส่งโดรนบินพ่นละอองน้ำ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c544cb3c4ff0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
