<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เกินคาด!แอมเนสตี้มาแล้วอัดรัฐบาลปิดทุกแพลตฟอร์มวอยซ์ทีวีเป็นยุทธศาสตร์สร้างความหวาดกลัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - มิงยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า ที่ผ่านมาวอยซ์ทีวีทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวการชุมนุมโดยสงบที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ยุทธศาสตร์เหล่านี้เป็นความพยายามอย่างชัดเจนของทางการในการข่มขู่และคุกคามเพื่อปิดปากประชาชน เช่นเดียวกับการตั้งข้อหากับแกนนำผู้ชุมนุม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคุกคามสื่อเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีช่องทางการสื่อสารของทางการไทยในปัจจุบัน รวมทั้งการข่มขู่ที่จะปิดกั้นแพลตฟอร์มการส่งข้อความอย่างเทเลแกรม (Telegram) และการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์และแชร์ข้อความออนไลน์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนทุกวัยเข้าร่วมการชุมนุม ทำให้การชุมนุมโดยสงบที่มีเยาวชนเป็นแกนนำขยายตัวมากขึ้น ทางการไทยควรเคารพและคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ รวมทั้งเสรีภาพสื่อด้วย ควรให้ประชาชนสามารถออกมาแสดงความคิดเห็นโดยสงบ ทั้งผ่านทางโซเชียลมีเดียและการชุมนุมบนท้องถนน เช่นเดียวกับการให้นักข่าวทำหน้าที่รายงานข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงขอเรียกร้องอีกครั้งให้ทางการไทย ปล่อยตัวผู้ชุมนุมโดยสงบที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่โดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข ทางการไทยควรยกเลิกข้อหาทั้งหมดต่อผู้ชุมนุม และในระหว่างนี้ให้ประกันว่าผู้ถูกดำเนินคดีทั้งหมดสามารถเข้าถึงและติดต่อทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายังขอเรียกร้องทางการไทยให้ยกเลิกคำสั่งห้ามออกอากาศของสื่อต่างๆ ภายใต้วอยซ์ทีวี และสำนักข่าวอื่นๆ และอนุญาตให้สื่ออิสระสามารถทำงานได้อย่างเสรี โดยปราศจากการข่มขู่ คุกคาม หรือความหวาดกลัวว่าจะถูกตอบโต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81325</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิงยู ฮาห์, รัฐบาล, วอยซ์ทีวี, แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fbb9b344d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักเจ้าแสดงพลัง ต่างจังหวัดเริ่มขยับ/นายกฯลังเลเลิกฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาลกระหึ่มด้วยเพลง &amp;ldquo;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;rdquo; เปิดถึง 3 รอบ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นขอตายเพื่อสถาบัน ตัดพ้อไม่มีใครช่วยปกป้อง รมว.แรงงานมาแล้ว ปลุกชาวชลบุรีเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ประกาศยอมไม่ได้ทำร้ายจิตใจคนทั้งชาติ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; แพลมเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเร็วๆ นี้หากชุมนุมอย่างสงบ กรอ.ฉ.ลงดาบสื่อปลุกปั่นแล้ว ปิดแพลตฟอร์มวอยซ์ทีวีทุกรูปแบบ อึ้ง! ราษฎร 2563 กลายร่างเป็นเด็กเลี้ยงแกะ นัดชุมนุมทุกสถานีรถไฟฟ้ามีบิ๊กเซอร์ไพรส์ เมื่อถึงเวลาบอกแค่ &amp;ldquo;แกง&amp;rdquo; ให้พักก่อน &amp;ldquo;ทัตเทพ&amp;rdquo; กัดฟันเป็นสีสันชุมนุมยุคใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 20 ต.ค. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ &amp;ldquo;สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทงปี 2563&amp;rdquo; ซึ่งนายกฯ ได้ยกกระทงขึ้นกล่าวอธิษฐานจิต &amp;ldquo;ขอให้ประเทศไทยมีแต่ความสุข สงบ ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า&amp;rdquo; ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม ครม.ในช่วงพักเที่ยงก่อนประชุมอีกรอบนั้น นายกฯ ได้เปิดเพลง &amp;ldquo;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;rdquo; และเมื่อจบเพลงนายกฯ ได้พูดกับที่ประชุมว่า &amp;quot;เพลงที่ทุกท่านได้ฟังเหมือนเป็นเพลงที่สะท้อนบทบาทของรัฐบาล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 13.40 น. ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมาแถลงข่าวที่โพเดียม ก็ได้มีกี่เปิดเพลง &amp;quot;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;quot; เพียงสั้นๆ ก่อนที่นายกฯ กล่าวว่า ฟังเพลงแล้วรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้างไหม เราลูกหลานไทย คนไทย อยู่กันอย่างจงรัก ตายอย่างภักดี ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน หน้าที่ของรัฐบาล แต่ก็ไปบังคับใครไม่ได้ ขึ้นอยู่กับจิตใจของพวกเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ ได้แถลงข่าวโดยเริ่มต้นชี้แจงถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เรื่องการตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการของสื่อ รวมถึงสื่อออนไลน์ ว่าได้สั่งมอบแนวทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจออกคำสั่ง โดยขอให้ทบทวนคำสั่งระงับการออกอากาศต่างๆ โดยคำนึงสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นสำคัญ ยกเว้นบางกรณีที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จบิดเบือน ยุยงปลุกปั่น ล้ำเส้น ก้าวล่วง ละเมิดสิทธิของผู้อื่นตามกฎหมายมาตลอด ที่มีความชัดเจน ซึ่งจำเป็นต้องให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย และดำเนินการเฉพาะเป็นเรื่องๆ ไป โดยขอให้ครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจ ส่วนบางอันที่จำเป็นต้องปิดตามคำสั่งก็ต้องปิด และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ไปละเมิดใครทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หน้าที่ของผมและพวกเราทุกคนต้องช่วยกันป้องกัน กำจัดการกระทำที่มีเจตนาร้าย ความพยายามยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย ความแตกแยก สับสนอลหม่านภายในประเทศ นั่นคือสิ่งที่เราต้องยอมรับไม่ให้เกิดขึ้น ต้องขอความร่วมมือจากพวกเราทุกคน จากประชาชนด้วย ผมไม่ต้องการละเมิดสิทธิของใคร แต่ท่านจะต้องระมัดระวังการละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการแถลงข่าวนายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ เหมือนเช่นทุกครั้ง โดยนายกฯ กล่าวเพียงว่า &amp;ldquo;ได้พูดครบไปแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;
ขอตายเพื่อสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม.ได้มีการเปิดเพลง &amp;ldquo;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;rdquo; ซึ่งหลังเพลงจบ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดกับ ครม.ว่า &amp;quot;เมื่อเกิดมาเพื่อปกป้องสถาบัน ถ้าตายขอตายเพื่อสถาบัน&amp;quot; จากนั้นได้เข้าสู่การประชุม โดยมีการแบ่งการประชุมเป็น 2 ช่วง คือ ประชุม ครม.ปกติ กับการพิจารณากรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้ทำหนังสือด่วนถึงนายกฯ เพื่อขอ ครม.ให้ความเห็นชอบตราพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสมัยวิสามัญตามมาตรา 165 โดย พล.อ.ประยุทธ์ยังให้รัฐมนตรีแสดงความคิดเห็นถึงการชุมนุม โดยมีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความคิดเห็น อาทิ นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ได้กล่าวในหลายเรื่อง รวมถึงข้อเสนอของผู้ชุมนุมที่ต้องการให้ปฏิรูปสถาบัน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า ขณะนี้มีหลายพื้นที่เริ่มออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบัน โดยมีที่ จ.ชลบุรี ซึ่งปรากฏว่ามีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังพูดถึงเรื่องการใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า หากจะยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขอความร่วมมือ ครม.ทุกคนช่วยให้ความเห็นชอบด้วย โดยจะยกเลิกเร็วๆ นี้ หากผู้ชุมนุมยังชุมนุมด้วยความสงบแบบนี้
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า หากนายกฯ ต้องการยกเลิกสามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะมีอำนาจยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับเฟกนิวส์ที่นำภาพการจับกุมผู้ชุมนุมที่เกาะฮ่องกงไปเผยแพร่จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยได้สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ไปชี้แจงทำความเข้าใจ ทั้งนี้ มีช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เปรยเชิงตัดพ้อว่า &amp;quot;ที่ผ่านมาผมก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันนะ ที่ไม่มีใครช่วยปกป้องผมเลย&amp;quot; ขณะที่ในตอนท้ายพูดว่า &amp;quot;จริงๆ ไม่ต้องปกป้องผมหรอก แต่ช่วยกันปกป้องสถาบัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เป็นคนไทย รักชาติ รักสถาบันพระมหากษัตริย์ จะไม่ยอมให้ใครคนไหนมาทำลาย ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ คนเราคิดต่างกันได้ในเรื่องการเมือง&amp;nbsp; แต่เรื่องประเทศชาติบ้านเมืองสถาบันพระมหากษัตริย์รับไม่ได้ ขอเชิญพี่น้องประชาชนกัลยาณมิตรที่ดีออกมาช่วยกัน แสดงออกสื่อไปถึงกับกลุ่มก้าวล่วงดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเกิดมา ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ สั่งสอนมาตั้งแต่เกิด ผมขอให้พวกเราออกมาช่วยกัน เพื่อให้คนกลุ่มที่คิดก้าวล่วง คิดล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ ได้รู้ว่าทำอะไรต้องอยู่ในกรอบ อยู่ในสิทธิ์ แต่ถ้าออกมาก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์แบบนี้ ผมคิดว่าทำร้ายจิตใจของคนไทยทั้งชาติ&amp;rdquo; นายสุชาติโพสต์ย้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวถึงการโพสต์ดังกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่การที่บางกลุ่มก้าวล่วงสถาบัน ลบหลู่สถาบัน ประชาชนที่รักสถาบันมีมากมายมหาศาล รับไม่ได้ เหตุการณ์ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาขวางขบวนเสด็จฯ สมเด็จพระราชินี ได้รับโทรศัพท์ทั้งวันทั้งคืนว่าจะปล่อยให้คนเหล่านี้ทำแบบนี้ได้อย่างไร เพราะเหมือนทำร้ายจิตใจเขา
&amp;ldquo;อยากฝากไปยังกลุ่มที่คิดก้าวล่วงสถาบัน หรือที่คิดจะล้มล้างสถาบัน อยากให้คิดและทบทวนชีวิตตัวเองเสียใหม่ ว่าที่ผ่านมาชีวิตเกิดมาได้ประเทศชาติสงบสุขมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะเรามีสิ่งที่ยึดเหนี่ยว คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการโพสต์เชิญชวนทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าปลุกม็อบ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ใช่ม็อบ เพราะถ้าม็อบคงต้องจัดไปชนกัน แต่นี่ไม่ใช่ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง วันนี้เราคนไทยซึ่งรักสถาบันสุดขั้วหัวใจ ทนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ คนที่ออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบัน ก็เหมือนกับกลุ่มเยาวชนที่ออกมาแสดงพลังให้เปลี่ยนแปลงล้มล้างสถาบัน เขาก็ยังออกมาได้ ตรงนี้ก็เหมือนกัน คนที่จะมาแสดงพลังในเย็นวันนี้ เท่าที่ทราบเขาก็ต่างคนต่างมา ไม่ได้มีการเกณฑ์คนมา
ไม่ใช่มีแค่&amp;rdquo;ชลบุรี&amp;rdquo;
เมื่อถามว่าการชุมนุมแสดงพลังของกลุ่มปกป้องสถาบันจะมีทุกวันเหมือนกลุ่มม็อบเยาวชนหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เท่าที่ทราบกลุ่มปกป้องสถาบันไม่ได้มีที่ชลบุรีจังหวัดเดียว แต่มีที่จังหวัดอื่นๆ ด้วยที่จะรวมตัวกันในวันต่างๆ ส่วนจะมีทุกวันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่ประชาชน
วันเดียวกัน ที่ศาลแพ่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมคณะ ได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2563 พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวการชุมนุมของราษฎร 2563 โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ได้ร้องต่อศาลให้พิจารณายกเลิกเพิกถอนประกาศและคำสั่ง รวมทั้งข้อกำหนดที่ออกมาทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกคือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร อีกฉบับที่ออกในลักษณะแบบเดียวกัน และคำสั่งนายกฯ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเรื่องที่สองร้องขอให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองผู้ที่ถูกกระทำ ผู้ที่จะได้รับสิทธิการชุมนุม ซึ่งถ้าได้รับความเมตตาจากศาลวินิจฉัยเพิกถอน เราก็มีเหตุอันควรมีผลรับรองว่าการกระทำของนายกฯ และมติ ครม.ที่ออกมาก็ไม่ชอบ จึงเข้าข่ายจงใจละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย และปฏิบัติหน้าที่มิชอบเป็นหลักฐานชัดเจนที่จะยื่นเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลแพ่งตรวจคำฟ้องแล้ว และได้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ส่วนคำร้องขอให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาและคำร้องในกรณีฉุกเฉินของโจทก์จะได้พิจารณาวินิจฉัยในคำสั่งหรือคำพิพากษาไปพร้อมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมกับนายเกษม ศุภสิทธิ์ อดีตผู้พิพากษา เดินทางมาเป็นโจทก์ฟ้องคดีหมายเลขดำ 5323/2563 ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานละเมิด และขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ กทม. ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 และประกาศทุกฉบับ ซึ่งศาลได้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ส่วนคำร้องขอให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาและคำขอกรณีฉุกเฉินนั้น ศาลก็จะวินิจฉัยไปในคำสั่งหรือคำพิพากษานั้นในคราวเดียวเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมคณะ แถลงภาพรวมการชุมนุม ว่าตำรวจได้เตรียมความพร้อมในด้านการอำนวยความสะดวกการจราจรและการดูแลความสงบเรียบร้อยไว้พร้อมแล้ว ส่วนสถานการณ์การชุมนุมในรอบ 24 ชั่วโมง มี 6 จุด คือ 1.แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) 2.หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 3.มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) 4.บริเวณถนนตัดใหม่สาธุประดิษฐ์ 5.หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 และ 6. สภ.เมืองนนทบุรี โดยได้เลิกชุมนุมก่อนเวลา 20.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายมีการจับกุมผู้กระทำความผิด 2 ราย ได้แก่ นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงก์ ตามหมายจับศาลอาญาที่ ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 ในความผิดตามมาตรา 116 และนายขวัญ จีนา ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งกระทำผิดทุบทำลายป้อมกดสัญญาณไฟจราจรแยกบางนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บช.น.เตรียมกำลังไว้ 12 กองร้อย จำนวน 1,860 นาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ภายใต้การบังคับบัญชา พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รอง ผบช.น. โดยเน้นการปฏิบัติเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณที่มีการชุมนุม และป้องกันมือที่สามก่อความไม่สงบเรียบร้อย&amp;rdquo; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
เตือนอย่าเชื่อปล้นสะดม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ตรวจสอบพบบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการยุยงทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ได้ส่งเรื่องมาให้ กอร.ฉ.ดำเนินรวมแล้ว 58 เรื่อง ส่วนกรณีการบิดเบือนข้อมูลในลักษณะข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ ผ่านทวิตเตอร์ชักชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้วิธีการ Looting คือปล้นสะดมนั้น ขอแจ้งเตือนผู้ร่วมชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี เพราะนอกจากจะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ยังผิดกฎหมายอาญาด้วย
นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายดีอีเอสได้ตรวจสอบและประมวลข้อมูแล้ว ได้เสนอศาลปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทางของสื่อ 4 องค์กรคือ วอยซ์ทีวี, ประชาไท,&amp;nbsp; The Reporters และ The Standard ซึ่งล่าสุดมีคำสั่งจากศาลสั่งปิดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของวอยซ์ทีวีแล้ว ส่วนอีก 3 สื่อยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วอยซ์ทีวีเข้าข่ายหลายองค์ประกอบความผิด ทั้งขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึง พ.ร.บ.คอมพ์ด้วย ซึ่งการขออำนาจศาลสั่งปิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นไม่สามารถอุทธรณ์ได้ แต่หากจะไปเปิดยูอาร์แอลใหม่ก็เป็นสิทธิ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย&amp;rdquo; นายภุชพงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภุชพงค์ยังกล่าวถึงแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า ศูนย์เฝ้าระวังดีอีเอสตรวจพบการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวในการนัดหมายเชิญชวนชุมนุม ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จึงแจ้งเรื่องต่อไปยัง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ซึ่งได้มีสั่งที่ 11/2563 เรื่องระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะโดยให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และดีอีเอสดำเนินการเพื่อให้ระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากเทเลแกรม
&amp;ldquo;ดีอีเอสดำเนินการตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนตามกฎหมาย และมีการขอความเห็นชอบต่อศาลมาโดยตลอด ไม่มีการทำเกินอำนาจหน้าที่หรือเลือกปฏิบัติ โดยเคารพสิทธิการเข้าถึงสื่อทุกประเภทของประชาชนโดยเสรีภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo; นายภุชพงค์ยืนยัน และว่า ใน 2 วันที่ผ่านมา สามารถตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดแล้วกว่า 300,000 รายที่เข้าข่าย และพบต้นโพสต์ชัดแจน 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เรือนจำธัญบุรี ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปล่อยตัว น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายณัฐชนน ไพโรจน์ หรือณัฐ&amp;nbsp; 3 แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หลังอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3 คนใช้ตำแหน่งช่วยประกันตัวออกมา ซึ่งหลังศาลให้ประกันตัวชั่วคราวออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้นำหมายจับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินการร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ของ น.ส.ปนัสยาและนายพริษฐ์ โดยได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ ตชด.ภ 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยระหว่างเดินออกจากเรือนจำ รุ้งและเพนกวินได้ชูสามนิ้วออกจากเรือนจำ โดยตำรวจได้ควบคุมตัวทั้งสองเพื่อพาไปทำการสอบสวน ก่อนส่งฟ้องศาลแขวงดุสิตในวันที่ 21 ต.ค. ขณะที่นายณัฐชนน เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปล่อยตัว โดยมีบิดา-มารดามารอรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้า เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง(คนส.) ที่นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. พร้อมด้วยอาจารย์และนักศึกษาประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันที่ มธ.ท่าพระจันทร์ และเดินเท้ามาถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นแถลงการณ์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดยประณามการใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร เมื่อวันที่ 16 ต.ค. และเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ
แกงผู้ชุมนุมกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของการชุมนุมนั้น กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลทุกช่องทางนัดหมายมวลชนให้เดินทางไปเตรียมพร้อมที่สถานีรถไฟฟ้าทุกแห่งพร้อมกันในเวลา 17.50 น. เพื่อรอรับบิ๊กเซอร์ไพรส์ หากรัฐบาลไม่รับข้อเรียกร้อง ยังไม่ปล่อยแกนนำและผู้ชุมนุมทั้งหมดและยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และหลังจากนั้นได้โพสต์ข้อความว่า ในเวลา 18.00 น. หลังเพลงชาติที่สถานีรถไฟฟ้าใกล้บ้าน ขอให้ทุกคนแสดงพลังร่วมกันชู 3 นิ้วและตะโกน &amp;quot;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ!&amp;quot; และรอรับฟังบิ๊กเซอร์ไพรส์ ทำให้มวลชนเริ่มทยอยเดินทางไปรวมตัวกันหลายจุดทั้งใน กทม.และปริมณฑล ทั้งฝั่งธนบุรีและปทุมธานี โดยเฉพาะหน้าห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้าได้มีมวลชนรวมตัวกันเพิ่มจำนวนมากขึ้น และบริเวณท่ารถตู้ใกล้ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
และเมื่อเวลา 18.00 น. เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้โพสต์ข้อความว่า บิ๊กเซอร์ไพรส์คือไม่มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ วันนี้พักก่อน! ตลอดเกือบ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้ต่อสู้ร่วมกันอย่างหาญกล้า แต่รัฐบาลกลับไม่พึงสังวรไว้ว่า ความล่มสลายของศักดินากำลังมาเยือน เมื่อไม่รับข้อเรียกร้อง ก็เตรียมรอฟังการนัดหมายครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้พร้อมกัน! อันนี้ไม่แกง! (แกล้ง) ส่วนใครไฟแรงวันนี้อยากลุยต่อ มีประชาชนจัดม็อบกันเองหลายจุด สามารถเข้าร่วมได้
&amp;nbsp;ส่วนที่บริเวณลานน้ำพุ หน้าห้างสยามพารากอน ได้มีมวลชนจำนวนหนึ่งมารวมตัวเคารพธงชาติพร้อมชูสามนิ้ว จนเมื่อสิ้นสุดเพลงชาติ มวลชนได้ตะโกนพร้อม &amp;ldquo;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;rdquo; จำนวน 3 ครั้ง จากนั้นมีเยาวชนอ่านบทกวีและเล่นลำตัดเรียกร้องประชาธิปไตย ท่ามกลางความสนใจของผู้คนและเริ่มทยอยสลายตัว ภายหลังเพจหลักแนวร่วมฯ ได้ประกาศเรื่องบิ๊กเซอร์ไพรส์
นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก ที่มาร่วมสังเกตการณ์ กล่าวว่า ปกติคนบริเวณนี้เยอะมาก วันนี้เห็นเขายืนกันเฉยๆ เลยมาดูว่าเขาทำอะไรกัน ส่วนการเคลื่อนไหวบริเวณต่างๆ นั้นก็แล้วแต่ ประชาชนทุกคนสามารถเป็นแกนนำได้ หมดยุคสมัยแล้วที่การเคลื่อนไหวจะมีแกนนำเพียงคนเดียว ส่วนที่มีการแกง (แกล้ง) ถือเป็นสีสันของการเคลื่อนไหวของ พ.ศ.นี้ ขอให้วันนี้กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ไม่รู้จะเจออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการชุมนุมที่ฮ่องกงกับที่นี่เป็นอย่างไร นายทัตเทพ กล่าวว่า ใกล้เคียงกันมาก แต่ในกรณีไทยยังไม่มีการปะทะ ซึ่งเราก็ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการชุมนุมเริ่มเป็นอนาธิปไตย เริ่มมีการใช้หมวกกันน็อกมาเป็นอาวุธแล้วนั้น คิดว่าไม่ถึงขนาดนั้น เชื่อว่าผู้ชุมนุมทุกคนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ทุกคนมีเหตุผล ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงสูญเสีย ความรุนแรงไม่เคยเกิดขึ้นจากประชาชน แต่เกิดจากฝั่งรัฐและมือที่สาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หมวกกันน็อกคงไม่เอามาเป็นอาวุธ เอามาเพื่อป้องกันตัว เพราะเขารู้ว่ารัฐนี้ไม่ปกติ ประชาชนออกมาชุมนุมโดยสงบไม่มีอาวุธ รัฐก็ใช้ความรุนแรง นำกระบองมาตี เอาน้ำมาฉีด จึงไม่แปลกที่เขาจะเอาหมวกกันน็อกมาป้องกันตัว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุการชุมนุมที่ไม่มีแกนนำจะนำไปสู่อนาธิปไตย นายทัตเทพกล่าวว่า ไม่ใช่ไม่มีแกนนำ แต่ทุกคนคือแกนนำ ทุกคนมีสำนึกมีเหตุผลและวิจารณญาณว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร ถ้าคิดแบบนั้นแสดงว่ากำลังดูถูกเพื่อนมนุษย์ด้วยกันว่าคิดไม่เป็น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81295</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราษฎร 2563, วอยซ์ทีวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี, เทิดทูนพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8efa5f819e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปิด &#039;วอยซ์ทีวี&#039; ผิดหลายกระทง-อุทธรณ์ไม่ได้ต้องไปเปิดใหม่ อีก 3 สื่อยังต้องลุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส แถลงข่าวร่วมกับกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) เผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง มีคำสั่งตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้ดีอีเอส ดำเนินการตรวจสอบและระงับการเผยแพร่ของสื่อที่เข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น ทางดีอีเอสได้ตรวจสอบ ประมวลโดยฝ่ายกฎหมาย เสนอศาลปิดแพลทฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทางของสื่อ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;องค์กร คือ วอยซ์ทีวี ประชาไท&amp;nbsp;The Reporters&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;The Standard&amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดมีคำสั่งจากศาล สั่งปิดทุกแพลทฟอร์มออนไลน์ของ วอยซ์ทีวี แล้ว ส่วนอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สื่อยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวว่า กรณีของวอยซ์ทีวีนั้นเนื่องจากเข้าข่ายหลายองค์ประกอบความผิด ทั้งขัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในที่นี้รวมถึงพ.ร.บ.คอมฯ ด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการขออำนาจศาลสั่งปิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงไม่สามารถอุทธรณ์ได้ แต่หากจะไปเปิดยูอาร์แอลใหม่ ก็เป็นสิทธิ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวอีกว่า บทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เกี่ยวกับการดำเนินการของการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่ามีการเฝ้าระวังการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ในทุกด้านทุกแพลตฟอร์ม เมื่อพบการกระทำความผิดจะรวบรวมพยานหลักฐานและเสนอเรื่องขอความเห็นชอบต่อศาลให้มีคำสั่งปิดกั้น หลังจากนั้นประสานการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หลังจากมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;กระทรวงดีอีเอสได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การชุมนุมในการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงพิจารณาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และประสานงานการตรวจพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับความผิดต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และดำเนินการร้องขอคำสั่งศาลในการระงับหรือลบข้อมูลที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีแอพลิเคชั่นเทเลแกรม (Telegram)&amp;nbsp;ศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การชุมนุมกระทรวงดีอีเอสตรวจพบการใช้แอพลิเคชันดังกล่าวในการนัดหมายเชิญชวนชุมนุม ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ประกอบมาตรา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&amp;nbsp;จึงแจ้งเรื่องต่อไปยังผบ.ตร. ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงทราบและพิจารณาข้อมูลดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้มีสั่งที่&amp;nbsp;11/2563&amp;nbsp;เรื่องระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะโดยให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการเพื่อให้ระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ (เทเลแกรม) ขอเรียนว่ากระทรวงดีอีเอสได้ดำเนินการตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนตามกฎหมายและมีการขอความเห็นชอบต่อศาลมาโดยตลอด ไม่มีการทำเกินอำนาจหน้าที่หรือเลือกปฏิบัติโดยเคารพสิทธิการเข้าถึงสื่อทุกประเภทของประชาชนโดยเสรีภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลฯ ในภาวะปกติมีสองศูนย์ ศูนย์แรกคือศูนย์เฝ้าระวังความผิดทางเว็บไซต์ ศูนย์ที่สองคือ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ซึ่งหลังจากที่เหตุการชุมนุมก็ได้การรวมการทำงานของทั้งสองศูนย์เพื่อเฝ้าระวังการกระทำความผิดทางอินเตอร์เน็ตทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ จากต่างประเทศ เช่น ยูทูป ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และเทเลแกรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะรวบรวมหลักฐานและขอคำสั่งศาล เมื่อศาลมีคำสั่งก็จะแจ้งไปยังผู้บริการอินเตอร์เน็ต หรือแพลตฟอร์มจากต่างประเทศเหล่านั้นเพื่อทำการปิดเฉพาะแอคเคาท์ที่กระทำผิด ไม่ได้ปิดทั้งหมด แต่ตั้งแต่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินเราก็ได้ร่วมทำงานกับศูนย์ กอร.ฉ. โดยจะมีการรายงานการกระทำผิด ซึ่งในสองวันที่ผ่านมาสามารถตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดแล้วกว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ราย ที่เข้าข่าย และที่พบต้นโพสต์มีความชัดแจน&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ราย เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) 46&amp;nbsp;ราย วันนี้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย โดยสิ่งที่ทางกระทรวงฯ ทำยึดตามหลักกฎหมายและสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้สื่ออินเตอร์เน็ตทุกคน เราจะพยายามดูเพื่อไม่ให้กระทบในภาพกว้าง&amp;nbsp; สำหรับผู้กระทำความผิดจะมีโทษ ตามพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;และความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดตาม ป.วิอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81236</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Reporters, The Standard, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กอร.ฉ., ข่าวปลอม, ประชาไท, พรก.ฉุกเฉิน, ภุชพงค์ โนดไธสง, วอยซ์ทีวี, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e8bb7aeb49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก๊วนพิธีกรลูกน้องโอ๊คหวิดอกแตกคาจอ! รับไม่ได้ &#039;แรมโบ้อีสาน&#039; พาดพิงรัฐบาลกู้มาโกง สวนเดือดจะพูดอะไรต้องมีศักดิ์ศรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 -&amp;nbsp;จากกรณี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;nbsp;หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ตอบโต้นายจิรายุ ว่า &amp;quot;ลุงตู่นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาในความหมายของนายจิรายุนั้น ประชาชนชื่นชอบ เพราะลุงตู่กู้เพื่อให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างทั่วถึง ดีกว่า ผู้นำบางคนในอดีตของพวกท่านเป็นนักโกงแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา นักกู้มาโกง นักกู้มากินมาเก็บใส่กระเป๋าตัวเอง โดยไม่เผื่อแผ่ประชาชน อย่างนี้ประชาชนสาปแช่งนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวอยซ์ทีวี ของนายพานทองแท้ ชินวัตร ได้เผยแพร่รายการ &amp;nbsp;Talking Thailand ดำเนินรายการโดย นายธีรัตถ์ รัตนเสวี , นายวิโรจน์ อาลี ,นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ลงในยูทูปช่อง VOICE TV หัวข้อ &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ&amp;rdquo; อยู่ในข่ายที่ &amp;ldquo;แรมโบ้อีสาน&amp;rdquo; กล่าวลอยๆ หาว่า &amp;ldquo;โกง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพิธีกรทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;nbsp;อย่างดุเดือดดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัตถ์ พูดถึงคำกล่าวของนายสุภรณ์ช่วหงนึ่งว่า &amp;quot;การกู้ของรัฐบาลเป็นการกู้เพื่อใช้หนี้ให้กับรัฐบาลในอดีตที่สร้างหนี้ไว้ โดยเฉพาะหนี้สินที่ค้างหนี้ชาวนาในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและหนี้สินอื่นๆ และการกู้เงินมาเพื่อใช้จ่ายเยียวยาช่วยเหลือประชาชนเพื่อคนยากคนจนที่เดือดร้อนดีกว่าการกู้มาโกง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ :&amp;nbsp;&amp;ldquo;เงิน 1.9 ล้านล้านบาท มีตรงไหนที่เอามาชดใช้หนี้จำนำข้าว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชญ์ : &amp;ldquo;บางครั้งการเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีเขาไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติอย่างอื่นเลยหรือฮะ นอกจากคุณสมบัติแบบเนี้ย พูดมากกว่านี้เดี๋ยวเขาฟ้องผม คืออย่างนี้ก็ได้เหรอ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ : &amp;ldquo;แกก็รู้ตัวดีว่าแกทำอะไรอยู่ แต่แกก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของแก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัตถ์ : &amp;ldquo;มันต้องมีศักดิ์ศรีในการพูดบ้างหรือเปล่า ถามจริง&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าคุณไปดูในเนื้อ พ.ร.ก. ที่คนบอกว่ามีเอกสารไม่กี่หน้า มันก็ไม่มีพูดถึงจำนำข้าวเลย&amp;rdquo; &amp;ldquo;บรรดา ส.ส.ฝ่ายค้านถึงเรียกร้องให้มีการตั้งคณะ กมธ.ขึ้นมาตรวจสอบ คุณแรมโบ้ออกมาสนับสนุนสิครับ บอกว่าพรรคพลังประชารัฐหนุนการจัดตั้งคณะ กมธ.ขึ้นมาตรวจสอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรัตถ์, พิชญ์, วอยซ์ทีวี, วิโรจน์, สุภรณ์, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed2098820e7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รธน.ระเบิดเวลาปี63! &#039;ปิยบุตร&#039;ท้าให้เลือก2ทาง ทหารหรือประชาชนฉีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค. 62 &amp;ndash; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวตอนหนึ่งขณะออกรายการ WAKE UP THAILAND ช่อง Voice TV ว่า &amp;ldquo;เหตุการณ์ที่คุณแต่ละคนออกมาโดยทนไม่ไหวแล้ว ผมคิดว่าอยู่ที่อัตตาวินิจฉัยของแต่ละคน เราบังคับกันไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าผู้อำนาจยังใช้วิธีการแบบนี้ตลอดเวลา คือไม่ถอยเลย ไม่ถอยแม้แต่นิดเดียว ญัตติ เรื่อง ม.44 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด นิดเดียวก็ไม่ถอย อย่างวันก่อน ที่คุณเลี้ยงปีใหม่ ต้อนรับรับ ส.ส. ที่เพิ่งย้ายไม่ โดยไม่เขินอายเลย ผมมองว่า การลำพองในอำนาจตัวเองไปเรื่อยๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจะผลักทำใหคนมีความรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วออกมา แต่จะเกิดเมื่อไรตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;
อย่างชิลี เกิดจากเรื่องการขึ้นค่าโดยสารรถระบบขนส่งสาธารณะ เลบานอนเกิดจากการเก็บภาษีออนไลน์ ฮ่องกงเกิดจากกฎหมายส่งผู้รายข้ามแดน ถามว่าไอ้เรื่องนี้มันเป็นชนวนให้ขึ้นได้ไหม ผมว่ามันไม่ได้หรอก แต่มันมีความไม่พอใจสะสมมาเรื่อยๆ แต่มันมีความไม่พอใจสะสม แต่ผมตอบไม่ได้ว่าจุดไหนที่ผู้ตั้งคำถามบอกว่า ยอมแล้ว ไม่ได้เลี้ยงแมวบ้างบางวัน บางวันออกไปชุมนุม อะไรต่างๆ สิ่งนี้ไม่มีใครตอบได้ ผู้มีอำนาจในปัจจุบันก็ตอบไม่ได้ แต่เรารู้กันอยู่ว่าภายใต้อำนาจที่เข็มแข็ง ข้างล่างมันเปราะบางมาก แต่เราไม่รู้ว่าจุดไหนคือชนวนที่ออกมา
&amp;nbsp;
ถ้าวันนึงมาถึงความไม่พอใจต่อผู้ปกครองคณะนี้เมื่อไร เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าการเป็นพรรคอนาคตใหม่ ใหญ่เกินกว่า ธนาธร หรือ ผมแล้ว มันเป็นความไม่พอใจโดยพร้อมเพียงกันของประชาชน เหตุการณ์แฟลชม็อบ ก็เห็นว่า หลายคนก็ไม่ได้เลือกอนาคตใหม่ บางคนก็ไม่ได้ชอบธนาธร บางท่านก็เคยโหวตเลือกพรรคของฝ่ายรัฐบาลด้วยซ้ำ จุดจบของรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของระบบการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ คือไม่ถูกฉีกโดยทหาร ก็ถูกฉีกโดยประชาชน ดังนั้นมันจึงมีสภาวะเหมือนระเบิดเวลา ที่ตั้งเวลารอไว้อยู่ แต่ไม่รู้จะถูกฉีกโดยใคร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
เมื่อพิธีกรถามว่า แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการให้ถึงจุดนั้นใช่หรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ถูกต้อง&amp;nbsp; ทั้งสอง ถ้าฉีกโดยทหารก็จะเข้าอีหรอบเดิม แต่ถ้าฉีกโดยประชาชนผมไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ไม่มีใครตอบได้ ผู้กำกับหนังเรื่องไหนก็สร้างฉากจบไม่ได้ เพราะมันคุมไม่อยู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ก่อนพิธีกรถามย้ำว่า คือไม่อยากให้มีการรัฐประหาร เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ตอบว่า &amp;ldquo;ถูกต้อง ถึงมีการเสนอตั้งพรรคนี้ขึ้นมา เพื่อจะทดลองเข้าไปขยับตรงนี้และก็รู้ว่าใช้เวลามาก แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ได้ผลักดันเข้าไปเรื่อยๆ ทำให้ผีอำนาจ คณะผู้ปกครองตอนนี้กลับมาทบทวนว่า คุณจะออก 2 แบบนี้หรือ คือ ให้ทหารยึด และ ยึดเสร็จก็ไม่รู้จะจบหรือไม่จบอีกนะ หรือจะออกแบบประชาชนลุกฮือประเด็นคือ คณะผู้ปกครองที่ครองอำนาจในปัจจุบัน ประเมินอย่างไร ผมว่าเขาต้องตั้งหลักก่อน 5 ปีกว่าที่เขาครองอำนาจมา จะยอมรับได้แล้ว ว่ามันจะเป็นเหมือนเดิมตลอดเวลา เมื่อคุณมีการเลือกตั้ง เท่ากับสนามการเมืองเปิดแล้ว คุณมี เค้ก 10 ชิ้น&amp;nbsp; ผู้ชนะจะเอาไปทั้งหมด มันเป็นไปไม่ได้ คุณต้องรู้บ้างว่าคุณแบ่งให้เขาสัก 3 คุณก็เหลือเยอะอยู่นะ เพื่อที่จะให้มันมีรูระบายเกิดขึ้น
&amp;nbsp;
ตั้งแต่เราเริ่มต้น ความคิดชี้นำพรรคที่ผมคิด และคุยกันในหมู่แกนนำ คือ เราจะทำให้การเมืองไม่ได้แบ่งประชาชนเป็น 2 ฝ่าย สีเสื้อก็ดี พรรคการเมืองที่สังกัดก็ดี แต่เราจะแบ่งเป็น (พร้อมทำมือเป็นแนวระนาบ)&amp;nbsp; underdog สู้กับ ชนชั้นนำผู้มีอำนาจ ประมาณ 1-2% และคนกลุ่มนี้มีปัญหาหลากหลาย กระจายอำนาจ ความเหลื่อมล้ำ ประมง ที่ดินสภาพแวดล้อม ปัญหาปากท้อง แต่ทั้งหมดเกิดความไม่พอใจสะสม ผมคิดว่าคุณธนาธร มีความสามารถจะดึงประเด็นปัญหาของแต่ละคนมารวม ที่เกิดมาจากระบบการปกครอง ที่เซตมาโดยรัฐธรรมนูญ 60 ขึ้นไปเผชิญหน้ากัน สิ่งสำคัญ ไม่ใช่การแย่งกันเป็นรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน หรือเก้าอี้รัฐมนตรี แต่เรื่องนี้สำคัญกว่า ในอดีตทีผ่านมา ผุ้มีอำนาจทำได้สำเร็จบ่อยครั้ง ไม่อยากให้ผู้มีอำนาจมองผมและธนาธร เป็นภัยคุกคาม แต่ขอให้มองว่า เป็นปรากฎการณ์ เป็นตัวแทนคนประชาชน ตัวแทนของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53587</URL_LINK>
                <HASHTAG>wake up thailand, ธนาธร, ปิยบุตร, วอยซ์ทีวี, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0af3a4b3f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอยซ์ทีวี&#039;จอดำ&#039;คืนนี้หลังรับเยียวยาคืนช่อง378ล้านตามคำสั่งคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 ก.ย.นี้ Voice TV &amp;nbsp;จะหยุดออกอากาศอย่างถาวร หลังที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดวิธีการและเงื่อนไขการชดเชยตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 4/2562 ได้เห็นชอบให้จ่ายค่าเยียวยาการคืนใบอนุญาตก่อนกำหนดให้กับ &amp;ldquo;วอยซ์ทีวี&amp;rdquo; 378.054 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำนวณจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่วอยซ์ทีวีชำระมาแล้ว 886 ล้านบาท ขณะที่เหลือเวลาที่ยังไม่ใช้งานคลื่นอีก 9 ปีคิดเป็นมูลค่า 569.860 ล้านบาท หักผลประโยชน์ที่ได้จากรัฐ 61.62 ล้านบาท ได้แก่ เงินสนับสนุนค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน 27 ล้านบาท ค่าเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม (มัสแครี่) &amp;nbsp;34.2 ล้าบบาท &amp;nbsp;คงเหลือมูลค่าที่จะได้รับการเยียวยา 508.594 ล้านบาท &amp;nbsp;แต่วอยซ์ทีวียังไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 4 ตามคำสั่ง คสช.ที่ 4/2562 จำนวน 130.940 ล้านบาท &amp;nbsp;จึงต้องหักเงินส่วนนี้ออก ทำให้วอยซ์ทีวีได้เงินเยียวยาสุทธิที่ 378.054 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กำหนดการแพร่ภาพของวอยซ์ทีวีวันสุดท้ายที่คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาไว้คือ 31 ส.ค. 2562 &amp;nbsp;ดังนั้นวอยซ์ทีวีจะยุติการออกอากาศตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 ก.ย. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนเยียวยาพนักงาน วอยซ์ทีวีจะเพิ่มเงินชดเชยจากที่กฎหมายแรงงานกำหนดอีก 1 เดือน หลังจากนี้สำนักงาน กสทช. จะนำเสนอวันยุติการออกอากาศ แผนเยียวยาผู้บริโภคและแผนเยียวยาพนักงานของวอยซ์ทีวี ให้อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พิจารณาก่อนเสนอเข้าที่ประชุมาบอร์ด กสทช. 9 ก.ค. นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44687</URL_LINK>
                <HASHTAG>Voice TV, กสทช., วอยซ์ทีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d69f7451c896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีวีโอ๊คได้เฮ!ศาลปกครองกลางเพิกถอนมติ&#039;กสทช.&#039;ระงับออกอากาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.62 ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 258 / 256 บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด ฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีมติในการประชุมครั้งที่ 3 / 2562 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ให้ระงับการออกอากาศช่องรายการวอยซ์ทีวีเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไปกรณีกล่าวหาว่ารายการ Wake Up news และรายการ Tonight Thailand ดำเนินรายการโดยมีเนื้อหาที่ต้องห้ามมิให้ออกอากาศตามกฎหมายและขัดต่อเงื่อนไขในการประกอบกิจการโทรทัศน์ฯ ตามบันทึกข้อตกลงฉบับลงวันที่ 4 มิถุนายน 2557 ระหว่างกสทช.กับวอยซ์ทีวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้พิพากษามีคำวินิจฉัยว่า อธิบดีศาลมีความเห็นให้พิจารณาคดีนี้โดยเร่งด่วนจึงได้นัดพิจารณาในวันนี้ (27ก.พ.) และนัดอ่านคำพิพากษาในวันเดียวกัน โดยผลของคำพิพากษามีสาระสำคัญคือ ตามที่กสทช.มีมติให้พักใช้ใบอนุญาตวอยซ์ทีวีเป็นเวลา 15 วัน ศาลเห็นว่าเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ดำเนินรายการวอยซ์ทีวีได้ทำหน้าที่วิเคราะห์ข่าวและแสดงความคิดเห็นไม่ถึงกับเป็นการเสนอข่าวสารที่เป็นการยุยงปลักปั่นให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งนี้ก่อนการออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตของกสทช.ได้เชิญให้วอยซ์ทีวีได้มาชี้แจงก่อนแล้ว แต่กสทช.ไม่ได้สั่งการให้วอยซ์ทีวีดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่ได้ชี้ให้เห็นว่าการจัดรายการของวอยซ์ทีวีมีความเสียหายอย่างไร มติพักใช้ใบอนุญาตของกสทช.จึงไม่ชอบด้วยพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรทัศน์ฯ จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติพักใช้ใบอนุญาตของกสทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศาลได้ให้สิทธิคู่ความสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด ออกแถลงการณ์ในนาม บริษัท วอยซ์ทีวี ว่า สถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี ได้รับคำทราบคำตัดสินของศาลแล้ว และยินดีอย่างยิ่งต่อบรรยากาศเสรีภาพสื่อ รวมถึงอุตสาหกรรมสื่อในประเทศ พร้อมระบุว่า ในส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายไม่ใช่จุดประสงค์ในการฟ้องร้องครั้งนี้ สื่อมวลชนอาจเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าไม่สูง หากแต่มีคุณค่าต่อสังคมสูงอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., วอยซ์ทีวี, ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c7674276fe1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
