<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอร์รูมรัฐบาลแลกหมัดฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ออกเสียงไว้วางใจเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว&amp;nbsp;แต่พรรคร่วมรัฐบาลลงเรือลำเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก่อนระเบิดศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของพรรคร่วมฝ่ายค้านในช่วง 24-27 ก.พ.นี้ ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคแกนนำมีการเตรียมพร้อมรับศึกรอบนี้ผ่านการตั้งวอร์รูมนอกสภา โดยมีแกนนำพรรคพลังประชารัฐลงมาคุมเกมทั้งในและนอกห้องประชุมสภาตั้งแต่ก่อนถึงวันซักฟอก ขณะเดียวกันช่วง 3 วันสุดท้ายก่อนถึงวันอภิปรายวันแรก คือช่วง 21-23 ก.พ. พรรคร่วมรัฐบาลได้จัดสัมมนาเตรียมความพร้อม ส.ส.รัฐบาลรับมือศึกซักฟอกที่ชลบุรี โดยมีข่าวว่ารัฐมนตรีเกือบทั้งหมดที่ถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยกเว้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไปร่วมงานสัมมนาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ-เลขานุการวิปรัฐบาล ในฐานะหัวหน้าทีมวอร์รูมวิปรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ในการสู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล กล่าวถึงการเตรียมรับศึกซักฟอกครั้งนี้ที่จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปี หลังจากขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศว่า ในส่วนของวิปรัฐบาลหน้าที่หลักก็คือ 1.ดูแล ส.ส.ให้มาร่วมประชุมสภา และร่วมลงมติไว้วางใจในวันที่ 28 ก.พ. และ 2.ในระหว่างการประชุมสภา ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วิปรัฐบาลต้องช่วยกันตรวจสอบการอภิปรายของ ส.ส.ฝ่ายค้าน ให้อยู่ในระเบียบวาระ ไม่อภิปรายนอกประเด็น ต้องไม่มีลักษณะเสียดสี ทำให้บุคคลอื่นเสียหายโดยไม่จำเป็น คือหน้าที่ของวิปที่ต้องทักท้วง หรือที่คนเรียกกันว่า &amp;quot;ประท้วง&amp;quot; เพื่อให้การประชุมเป็นไปโดยเรียบร้อยสร้างสรรค์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับเรื่องเสียงโหวตไว้วางใจพลเอกประยุทธ์และรัฐมนตรีอีก 5 คน ที่เป็นคนของฝ่ายรัฐบาลและพลังประชารัฐทั้งหมดนั้น เวลานี้เบื้องต้นเสียง ส.ส.รัฐบาลเดิมอยู่ที่ ประมาณ 254 เสียง แต่ปัจจุบันก็มีอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ออกมาอยู่กับพรรครัฐบาล อีก 4 คน ทำให้เพิ่มเป็น 258 เสียง และเมื่อตัดเสียงประธานสภาและรองประธานสภาออกไป 3 คน ก็ทำให้เสียง ส.ส.รัฐบาลอยู่ที่เบื้องต้นประมาณ 255 เสียง ไม่นับรวมกรณี 5 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องคะแนนเสียงหลักคือ เสียงไม่ไว้วางใจของ ส.ส.ฝ่ายค้าน ที่เป็นผู้ยื่นญัตติ ต้องเกินกึ่งหนึ่ง หากเสียงไม่ถึงก็ถือว่าฝ่ายค้านแพ้รัฐบาล พบว่าตอนนี้ฝ่ายค้านเสียงเต็มที่อยู่ที่ประมาณ 230 เสียง ก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.อยู่แล้ว การโหวตเสียงตอนไว้วางใจจึงไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลกลัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สิ่งที่ต้องการคือต้องการให้ ส.ส.รัฐบาลโหวตออกเสียงไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมดต้องได้เสียงเท่ากันหมดครบทุกคน ซึ่งเมื่อตอนนี้ 5 เสียงของพรรคเศรษฐกิจใหม่ออกมาจากฝ่ายค้านแล้ว ก็ถือว่าทำให้เสียง ส.ส.รัฐบาลอยู่ในระดับปลอดภัย แต่เราก็จะพูดแบบนั้นตอนนี้ไม่ได้ เพราะเรายังไม่รู้ว่าตอนโหวตจะเกิดอะไรขึ้น วิปรัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องคุมเสียง เราก็มีหน้าที่ต้องคุยกับ ส.ส.รัฐบาลให้เขาเข้าใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-หากจะมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฟังการอภิปรายของฝ่ายค้านแล้วบอกว่าข้อมูลฝ่ายค้านแน่นมาก ขอฟรีโหวต ทำได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราก็เป็นห่วงตรงนี้ เราก็พยายามจะพูดคุยกันเพื่อขอให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องโหวตไปทางเดียวกัน เพราะมันไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้ในสภาที่จะของดออกเสียง มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ วิปรัฐบาลก็จะคุยกับ ส.ส.รัฐบาลทั้งหมดเพื่อขอให้ต้องโหวตไว้วางใจทุกคนที่ถูกยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ถือเป็นหน้าที่ของเรา ซึ่งผมก็เชื่อว่า ส.ส.รัฐบาลทุกคนก็พร้อมใจกันมาโหวตให้รัฐบาลอยู่แล้ว ส่วน 5 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่จะมาโหวตให้ฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมดเป็นการส่วนตัว แต่เท่าที่ฟังจากที่พวกเขาได้มาคุยกับผู้ใหญ่เราบางคน เขาก็ยินดีที่จะมาช่วยรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล ยืนยันว่าเสียงโหวตไว้วางใจยังไงรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายต้องได้คะแนนไว้วางใจครบเท่ากันหมด?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผ่านมาจะพบว่าเวลามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล จะพบว่าในอดีตเสียงไว้วางใจแต่ละครั้งจะไม่เคยเท่ากัน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เช่น บางคนขาดไปตอนโหวต จนเป็นเรื่องปกติ ส่วนหากผลการลงมติถ้ามี ส.ส.รัฐบาลไม่โหวตไปในทางเดียวกัน วิปรัฐบาลจะมีมาตรการอะไรหรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลา ต้องรอดูเหตุการณ์ก่อน แต่ปกติที่ผ่านมา มันก็ไม่เคยมีการลงโทษอะไร เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในการโหวตลงมติ เป็นสิทธิ์ของเขา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มันเป็นเอกสิทธิ์ของเขา แต่เราก็จะขอความร่วมมือ ส.ส.รัฐบาลให้โหวตไปทางเดียวกัน แต่สุดท้ายก็เป็นเอกสิทธิ์ของเขา เป็นสิทธิ์ของเขา เราบังคับเขาลงมติไม่ได้ แต่เขาจะลงมติอย่างไร ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาเอง แต่ก็เป็นเรื่องของความรับผิดชอบ ความเสียสละ คือเสียสละความเห็นส่วนตัวเพื่อความเห็นส่วนรวม บางทีก็ต้องเอาความรู้สึกส่วนตัวทิ้งบ้างเพื่อส่วนรวม และการอยู่ร่วมกันต้องเสียสละหากทุกคนยังยึดถือแต่ตัวเอง ประโยชน์ของตัวเอง สิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น ไม่ยอมเสียสละ ไม่ยอดลดเลย มันก็ไปไม่ได้ ผมว่าอันนี้สำคัญ บางคนบอกไม่ได้ตรงนั้น ขอตำแหน่งตรงนั้นไม่ได้ ไม่โหวต ก็ตายเลย เราต้องเสียสละเรื่องส่วนตัวบ้างเพื่อให้ส่วนรวมเดินหน้า แต่เชื่อว่าก่อนการลงมติ คงไม่น่าจะมีการต่อรองอะไร เพราะทุกคนคงพร้อมจะช่วยกัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-คีย์แมนหลักทีมวอร์รูมรัฐบาล กล่าวถึงการเตรียมรับมือฝ่ายค้านในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วอร์รูมรัฐบาลดังกล่าวจะมี 2 ภารกิจหลัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...เรื่องแรกคือ ดูเนื้อหาประเด็นการอภิปรายของฝ่ายค้าน จากนั้นเราจะช่วยหาข้อเท็จจริงและจะช่วยชี้แจงแทนรัฐมนตรี แต่ไม่ได้จะไปลุกขึ้นชี้แจงแทนรัฐมนตรีในห้องประชุมสภาฯ แต่จะชี้แจงผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น การชี้แจงผ่านสื่อมวลชนระหว่างการอภิปรายหรือช่องทางอื่นๆ เพื่อสื่อสารกับประชาชน จะได้ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ เพราะบางครั้งรัฐมนตรีตอบคำอภิปรายของฝ่ายค้านในสภาฯ เวลาอาจมีจำกัด เราก็อาจต้องใช้กลไกของสื่อนอกห้องประชุมสภาฯ ในการช่วยชี้แจง ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกิดความสับสน อันนี้คือภารกิจที่ทีมวอร์รูมเราต้องทำ โดยจะมีการทำแบบคู่ขนานไปกับการชี้แจงของฝ่ายรัฐมนตรี ในลักษณะการไปช่วยเสริม เช่น การให้ ส.ส.แจงผ่านโซเชียลมีเดียของตัวเองก็อาจจะทำให้ประชาชนเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายกว่าการฟังการอภิปรายในสภาอย่างเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภารกิจที่ 2 ของทีมวอร์รูมที่ต้องทำก็คือ เราจะต้องมีการทำความเข้าใจกับ ส.ส.รัฐบาลทุกคนให้เข้าใจในประเด็นที่มีการอภิปรายตลอดการประชุม ให้เขาได้ข้อมูลที่ครบถ้วน เขาจะได้เข้าใจว่าเรื่องไหนจริง ไม่จริง เรื่องไหนเรื่องเท็จ อยู่นอกประเด็น จะได้ช่วยกันประท้วงทักท้วงในที่ประชุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทีมวอร์รูมก็จะมีการจัดทีมงานมาช่วยกันในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็มีทั้งทีมงานของรัฐมนตรี ทีมงาน ส.ส.จะมาช่วยกัน ส่วนบทบาทของพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะมาช่วยกัน เพราะถือว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ยังไงก็ต้องมาช่วย เขาจะมาช่วยกันทุกเรื่อง ในตอนนั้นจะไม่มีการแบ่งพรรคกันแล้ว เพราะรอบนี้ถือว่าต้องช่วยกัน ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว เพราะอย่างบางคนที่อยู่ในพรรคอื่น เขาก็ยืนยันจะมาช่วย เช่น หากการอภิปรายอะไรไม่ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมสภาจะช่วยชี้แจงแทนด้วย รัฐบาลอยู่ได้หรือไม่ได้อยู่ที่สภาฯ อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาล เพราะรัฐบาลมาจากสภา ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลแตกกันก็ต้องยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่&amp;rdquo; เลขานุการวิปรัฐบาลย้ำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับข่าวที่จะมี 3 คีย์แมนพลังประชารัฐลงมาช่วยรัฐมนตรีสู้ศึกฝ่ายค้านที่เรียกกันว่า ทีม อ.ส.ว.คือ อนุชา นาคาศัย, สุชาติ ชมกลิ่น และวิรัช รัตนเศรษฐ เกิดจากระบบการทำงานของพลังประชารัฐ ที่มีการแบ่งงานกัน เพราะ ส.ส.ของพลังประชารัฐมีหลายคน เราก็แบ่งกันว่า กลุ่มนี้ให้คนนี้เป็นผู้รับผิดชอบ โดย 3 คนคือ นายอนุชา-สุชาติ-วิรัช จะมีการแบ่งงานกันทำแล้วก็จะมี ส.ส.มาช่วยกันเป็นทีม ชุดนั้นก็จะมี 3 ทีม ส่วนทีมงานของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะเป็นอีกทีมหนึ่งที่จะมาช่วยสนับสนุนในเรื่องของข้อมูลและเรื่องเกี่ยวกับการชี้แจงกับสื่อมวลชน เพราะทีมงานของนายสุภรณ์ถือว่าอยู่กับนายกรัฐมนตรี ทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ทีมเขาก็จะมีข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่จะมาช่วยซัพพอร์ตเรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-ในฐานะทีมวอร์รูมรัฐบาล คิดยังไงกับคำพูดที่ถูกมองว่าการตั้งทีมงานลักษณะแบบนี้คือพวกองครักษ์พิทักษ์นาย-องครักษ์พิทักษ์นายกฯ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำนี้ถ้ามองในเชิงบวกมันก็เป็นบวก คือเรามาช่วยกันทำงาน แต่ถ้ามองในเชิงลบก็เหมือนกับว่าเรากลัวการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน ซึ่งผมก็มองว่ามันเป็นการทำหน้าที่ของ ส.ส.ฝ่ายค้าน เป็นภารกิจสำคัญของรัฐสภาที่ต้องตรวจสอบรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทางเราก็ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้การอภิปรายของฝ่ายค้านเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และเป็นข้อเท็จจริงที่ประชาชนได้ติดตามแล้วเขาได้ประโยชน์ แต่หากอภิปรายโดยเนื้อหาไม่ถูกต้อง เช่น เอาเรื่องเท็จมาอภิปราย หรืออภิปรายแบบเสียดสี อภิปรายไม่อยู่ในประเด็น ก็เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ต้องทักท้วงในที่ประชุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ติวเข้ม 3 วันสุดท้ายก่อนแลกหมัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการจัดสัมมนา ส.ส.พรรครัฐบาลที่ชลบุรีในช่วงสุดสัปดาห์หน้า ที่มีข่าวเบื้องต้นว่ารัฐมนตรีเกือบทุกคนอาจจะเดินทางมาร่วมงานเกือบหมด ทั้งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา, วิษณุ เครืองาม, ดอน ปรมัตถ์วินัย, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องนี้ ชัยวุฒิ-จากทีมวอร์รูมรัฐบาล บอกว่างานดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมของฝ่ายรัฐบาล ที่ต้องการให้รัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติรวมถึงคนที่เกี่ยวข้อง ที่มีข้อมูลได้มาอธิบายข้อเท็จจริง มาเล่าประเด็นต่างๆ ให้ ส.ส.รัฐบาลฟัง เพราะบางทีเวลาไปฟัง ส.ส.ฝ่ายค้านพูด เขาอาจจะพูดความจริงครึ่งเดียว หรือพูดจาเสียดสี เมื่อรัฐมนตรีมาร่วมงานด้วย ก็จะได้อธิบายสิ่งที่ฝ่ายค้านพูดให้ ส.ส.รัฐบาลเข้าใจว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เหมือนกับการช่วยให้รัฐมนตรีชี้แจงง่ายขึ้น เพราะหาก ส.ส.รัฐบาลรู้ข้อมูลเบื้องต้นที่ถูกต้องก่อนการอภิปราย ทำให้เมื่อเข้าสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วฝ่ายค้านอภิปรายสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ ส.ส.รัฐบาลเขารู้ข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว เขาจะได้เกิดการเปรียบเทียบข้อเท็จจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เบื้องต้นวิปรัฐบาลก็ตั้งใจให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมาร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ด้วยไม่ใช่แค่พลเอกประวิตรคนเดียวเพื่อจะได้ทำให้ ส.ส.รัฐบาลรู้ก่อนว่าประเด็นที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายนั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เป็นการให้รัฐมนตรีมาเล่าให้ ส.ส.รัฐบาลเข้าใจก่อน ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะมาหรือไม่ แต่ตอนนี้ได้ประสานไปแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ชัยวุฒิ-คีย์แมนวอร์รูมรัฐบาล กล่าววิเคราะห์การเมืองถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นหลังสภาฯ ว่างเว้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาร่วมจะ 7 ปี ว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาลชุดนี้เพิ่งบริหารประเทศได้แค่ 7 เดือน อีกทั้งการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารประเทศต่างๆ โดยที่เม็ดเงินงบประมาณจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 ก็ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ ก็ทำให้การขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ&amp;nbsp; ก็ทำได้ยาก การอภิปรายของฝ่ายค้านก็ควรต้องอภิปรายในช่วงรัฐบาลที่มาจากผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 อยากให้ฝ่ายค้านอภิปรายอยู่ในกรอบตรงนี้และต้องอภิปรายไปในเชิงสร้างสรรค์ เช่น เรื่องนโยบาย ความผิดพลาด หรือที่บอกว่ามีการทุจริต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...เมื่อดูจากถ้อยคำในญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดว่าฝ่ายค้านคงจะมีการอภิปรายเท้าความไปถึงเรื่องในอดีต ตั้งแต่รัฐประหาร การขึ้นสู่อำนาจของพลเอกประยุทธ์ พูดง่ายๆ คืออภิปรายไม่ไว้วางใจหัวหน้า คสช. แล้วเท้าความมาถึงปัจจุบัน ซึ่งตรงนี้ผมก็มองว่าฝ่ายค้านอาจจะเท้าความไกลเกินไป ไม่อยู่ในประเด็น เพราะประเด็นคือรอบนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เตรียมสกัด-ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หากอภิปรายย้อนถล่มถึงยุค คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-แต่ฝ่ายค้านก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะต้องมีการอภิปรายนายกรัฐมนตรีย้อนไปถึงช่วง คสช.ด้วย?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดว่าไม่เหมาะสม แต่ต้องรอดูลักษณะการอภิปรายของเขาก่อน แต่ก็ต้องมีการทักท้วงในที่ประชุม ก็อยู่ที่ประธานในที่ประชุมว่าจะให้อภิปรายถอยไปได้ไกลมากแค่ไหน แต่ปกติการอภิปรายเท้าความไปถึงเรื่องในอดีต มันเท้าความได้บ้างเพื่อที่จะให้ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซึ่งหากเท้าความย้อนไปอดีตสัก 10-20 เปอร์เซ็นต์ของการอภิปราย แล้วเนื้อหาสาระส่วนที่เหลืออีก 80 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในสถานการณ์เรื่องปัจจุบันแบบนี้ เราก็โอเค ต้องไม่ใช่เอาเรื่องอดีตมาอภิปรายไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วนำเรื่องปัจจุบันมาอภิปรายแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ผมว่ามันก็ไม่สร้างสรรค์ หรือไปอภิปรายถึงบุคคลที่สาม อภิปรายโจมตีไปดึงมาโดยบุคคลนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย เราก็ต้องพยายามประท้วง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-จะมีการประท้วงหรือไม่หากอภิปรายเรื่องข้อมูลหลังบ้านรัฐมนตรี เช่น การซื้อขายที่ดินอะไรต่างๆ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถ้าเชื่อมโยงก็ต้องให้สิทธิ์ฝ่ายค้านอภิปราย ก็อาจจะเป็นโอกาสดีทำให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้ชี้แจง ว่าคนใกล้ตัวไม่ได้ไปทำเรื่องอย่างนั้น หากจะอภิปรายเรื่องส่วนตัว หากเป็นเรื่องประเด็นคุณสมบัติหรือโยงมาเรื่องทุจริต ก็ได้ มันก็เป็นสิทธิ์ ก็ขอให้อภิปรายแบบสร้างสรรค์ เอาข้อมูลมาคุยกันแล้วรัฐมนตรีก็ชี้แจงไป แต่เรื่องไหนควรประท้วงหรือไม่ควรประท้วง เราก็ต้องไปดูกันที่หน้างานวันอภิปรายไม่ไว้วางใจกันอีกที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ผมคิดว่าฝ่ายค้านเขาต้องการจะอภิปราย คสช. เพราะคนที่ถูกอภิปรายรวมทั้งหมด 6 คน พบว่า 5 คนเป็นรัฐมนตรีที่ทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัย คสช. ผมว่าเขาต้องการจะอภิปรายเรื่องการทำงานของรัฐบาลในอดีต มากกว่าจะมาอภิปรายรัฐบาลปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นเรื่องเชิงการเมือง เพราะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเป็นรัฐมนตรีที่ทำงานในกระทรวงด้านการเมือง ไม่ได้อยู่ในสายงานด้านเศรษฐกิจ ตอนแรกคิดว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจบ้าง เช่น เรื่องปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ปัญหาภัยแล้งเกิดการผิดพลาดอย่างไร ที่จะเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกระทรวงเหล่านี้เป็นกระทรวงที่ลักษณะงานมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ฝ่ายค้านกลับไม่พูดถึงเลย ไปเอาแต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับงานการเมือง ประเด็นการเมือง โดยที่ผ่านมาฝ่ายค้านจะบอกว่าปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองคือปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยการอภิปรายของฝ่ายค้านก็เป็นเรื่องทางการเมืองที่มุ่งเน้นรัฐมนตรีจากพรรครัฐบาลที่เป็นพรรคหลักเพื่อให้เกิดผลกระทบกับรัฐบาล ก็ต้องเล่นที่พรรครัฐบาลที่เป็นพรรคหลัก ที่ก็เป็นเรื่องปกติ การอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตก็ทำลักษณะแบบนี้ คือจะไม่อภิปรายรัฐมนตรีจากทุกพรรครัฐบาล จะเอาแค่รัฐมนตรีจากบางพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -นายกฯ รับมือไหวไหมตลอดการอภิปราย คนมองว่าอาจจะเบรกแตกเสียก่อน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมว่านายกรัฐมนตรีเวลาชี้แจงอะไรก็มีเหตุมีผล ตอบได้ดี เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะชี้แจงการอภิปรายได้แน่นอน ตอบได้ทุกเรื่อง ส่วนว่านายกรัฐมนตรีอาจจะพูดเร็ว พูดรุนแรงไปบ้าง ก็เป็นสไตล์ บุคลิกของแต่ละคน แต่ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายค้านอภิปรายนอกประเด็นหรือไม่ เพราะบางเรื่องนายกรัฐมนตรีอาจเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรต้องมาตอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ เช่น พลเอกประวิตร รองนายกฯ ผมมองว่าน่าจะเป็นคนที่ไม่ควรถูกอภิปราย เพราะที่ทำงานมาตั้งแต่ยุค คสช.ก็ไม่เห็นจุดอ่อนอะไร ส่วนที่จะมีการมาอภิปรายเรื่องส่วนตัว เรื่องเก่าในอดีต มันก็จบไปแล้ว การอภิปรายมันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการทำงานของพลเอกประวิตรในปัจจุบัน อย่างเช่นเรื่องนาฬิกา ถามว่ามีใครบ้างไม่รู้เรื่องนี้ มันเสียเวลาสภาไหม มันจบไปแล้วในเชิงกฎหมายและสังคม ประชาชนก็รับทราบหมดแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกรณีของพลเอกอนุพงษ์ รมว.มหาดไทย ก็ต้องเห็นใจ เพราะการเป็น รมว.มหาดไทย ถือเป็นกระทรวงใหญ่มีเรื่องต่างๆ ต้องดูแลมาก และเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับประชาชนในหลายมิติ ก็เลยทำให้มีประเด็นให้พูดได้เยอะ มองดูแล้วพลเอกอนุพงษ์ก็คงต้องชี้แจงหลายเรื่อง แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะอภิปราย รมว.มหาดไทยในประเด็นใดบ้าง แต่ก็เชื่อว่า รมว.มหาดไทยจะชี้แจงได้ แต่ก็น่าจะหนักสุดเพราะเป็นกระทรวงใหญ่ มีงานและโครงการที่ทำหลายเรื่อง ส่วนที่ฝ่ายค้านอ้างว่าได้รับข้อมูลการอภิปรายจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้อภิปรายพลเอกอนุพงษ์ ผมไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าคงไม่ใช่ข้อเท็จจริงเพราะ ส.ส.รัฐบาลที่อยู่ด้วยกันก็ช่วยกัน คงไม่คิดจะมาสร้างผลกระทบหรือสร้างปัญหาให้กับรัฐบาล ยังรักกันดีอยู่ เราก็เก็งกันว่าการอภิปราย รมว.มหาดไทย ฝ่ายค้านอาจจะมีประเด็นเยอะ&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ชัดเจน ต้องรอดูการอภิปรายของฝ่ายค้าน แต่เท่าที่ดูแล้วรอบนี้ก็ห่วงกระทรวงใหญ่คือกระทรวงมหาดไทย เพราะเป็นกระทรวงใหญ่มีโครงการเยอะ ไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะหยิบเรื่องไหนมาอภิปราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-เลขานุการวิปรัฐบาล ยังกล่าวหลังเราถามถึงกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อหานายกฯ และรัฐมนตรีทั้งหมดว่ามีพฤติการณ์ทุจริต การอภิปรายในสภาฝ่ายค้านต้องมีหลักฐานมายืนยันที่ชัดเจนหรือไม่ หากไม่มีหลักฐาน ส.ส.รัฐบาลจะยอมให้อภิปรายต่อเนื่องหรือไม่ โดยเขาแสดงท่าทีว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจมันคือการกล่าวหาอยู่แล้ว การที่เขากล่าวหาว่ารัฐมนตรีทุจริต ฝ่ายค้านก็ต้องให้เหตุผลด้วยว่ามีการทุจริตอย่างไร เราก็ต้องฟัง คือคำแบบนี้มันพูดได้ แต่หากนำข้อมูลที่เป็นเท็จมาอภิปรายเราก็ต้องทักท้วง ขณะเดียวกันหากประเด็นใดที่นายกฯ จะให้รัฐมนตรีคนอื่นช่วยชี้แจงแทนเช่นเรื่องเศรษฐกิจ ก็คิดว่าทำได้เป็นสิทธิ์ของรัฐบาล ไม่ผิดระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านก็รู้เรื่องนี้ เพราะในอดีตก็เคยทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-คีย์แมนวอร์รูมรัฐบาล ย้ำว่า การอภิปรายที่จะมีขึ้นต้องการให้ฝ่ายค้านอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ โดยอภิปรายว่าที่ผ่านมาการทำงานของรัฐบาลมีความผิดพลาด ข้อบกพร่องอย่างไร มีการทุจริตอย่างไร นโยบายเรื่องไหนที่รัฐบาลทำแล้วไม่ดี ที่ทำแล้วสร้างปัญหาให้กับประชาชน ก็อยากให้มาช่วยกันนำเสนอเพื่อให้รัฐบาลไปปรับปรุงหรือระมัดระวังการทำงานให้ดีขึ้น โดยไม่อยากเห็นการอภิปรายเชิงการเมืองที่มีการเสียดสี ย้อนอดีตไปเพื่อทำลายกันทางการเมือง แบบนั้นประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะโดยหากมีการอภิปรายแบบตีกินก็คงต้องประท้วง การเมืองยุคใหม่ไม่ใช่การเมืองที่จะมาเสียดสีตีกินกันแล้ว เพราะชาวบ้านเขารู้อยู่แล้ว พลเอกประยุทธ์และรัฐบาลในอดีตทำอะไรมาบ้าง&amp;nbsp; อะไรถูกอะไรผิด ย้อนอดีตไปคนก็เบื่อขี้เกียจฟัง หากจะมาอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ คสช.ในเรื่องเก่าๆ&amp;nbsp; ถามว่าชาวบ้านไม่รู้หรือ สื่อมวลชนก็รู้ ก็ไม่อยากเขียนข่าว เขียนไปก็เหมือนเขียนข่าวเก่า ต้องเอาเรื่องใหม่ๆ มานำเสนอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายไม่สร้างสรรค์ ไปเน้นอภิปรายแบบเสียดสี เน้นตีกิน เน้นโจมตีทางการเมืองมากเกินไป ผมว่าคนฟังก็เบื่อ ถ้าไม่มีประเด็นข้อมูลใหม่ๆ ที่จะมาชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลในปัจจุบันทำผิดพลาดอย่างไร ถ้าแบบนั้นฝ่ายค้านก็จะได้คะแนนด้วย เช่นบางโครงการที่ทำมาจากรัฐบาลก่อนแล้วโครงการนั้นยังทำต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน แบบนี้อภิปรายได้เพราะมันต่อเนื่องกัน แต่หากฝ่ายค้านมัวแต่ไปจมอยู่กับอดีต คนก็จะเบื่อเขาไปเอง เพราะมาอภิปรายสิ่งที่ประชาชนเขารู้อยู่แล้ว แบบนั้น ฝ่ายค้านก็เสียหาย การเมืองมันไม่ได้เดินหน้า เพราะวันนี้เราผ่านการเลือกตั้งจนมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว มันก็ต้องเดินหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;เราก็ไม่ได้อยากประท้วง เราอยากให้เขาอภิปรายไปจนจบเลย เพราะหากเราประท้วงมากไปประชาชนก็เบื่อ จะหาว่าเรามาคอยตัดเกม มาทำให้การติดตามฟังจะไม่สนุก ไม่รู้เรื่อง แต่ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านด้วย ก็อยากให้พูดอยู่ในประเด็น ให้การอภิปรายมีสาระ แต่ถ้าอภิปรายนอกประเด็น อภิปรายขัดข้อบังคับการประชุมสภามา เราก็ต้องประท้วงเพราะต่างคนก็ต่างทำหน้าที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...เท่าที่ดูจากรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ยุครัฐบาล คสช.และดูจากข้อความในญัตติของฝ่ายค้าน ผมประเมินว่าน่าจะเป็นการอภิปรายเรื่องเก่าค่อนข้างเยอะ พอเป็นเรื่องเดิมๆ แล้วประชาชนรู้อยู่แล้ว มันก็ไม่น่าจะเป็นการอภิปรายที่ร้อนแรงอะไร เหมือนกับการดูหนังซ้ำ ดูไปสามรอบแล้ว มาดูรอบที่สี่ก็จะไม่ร้อนแรงตื่นเต้น ผมว่าการอภิปรายรอบนี้มันไม่น่าจะมีอะไร ฝ่ายค้านไม่น่าจะมีข้อมูลอะไรใหม่มาอภิปราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แบบนี้เป็นการปรามาสฝ่ายค้าน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องปรามาส (หัวเราะ) คือถ้าจะร้อนแรงก็ต้องมีเรื่องใหม่ๆ เป็นเรื่องใหม่เป็นข้อเท็จจริงที่เราไม่รู้&amp;nbsp; เป็นเรื่องความผิดพลาดในการบริหารที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน หรือเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน ผมอยากจะฟังเรื่องแบบนี้ ตอนนี้วอร์รูมก็กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านจะมีเรื่องอะไรบ้าง วอร์รูมก็จะช่วยซัพพอร์ตแต่ข้อมูลหลักก็จะมาจากทีมงานของรัฐมนตรี แต่เท่าที่ผมได้คุยกับผู้ใหญ่หลายคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้แสดงความหนักใจอะไร ต่างก็บอกว่าชี้แจงได้หมด เพราะรัฐมนตรีแต่ละคนผมก็เชื่อว่าเขาก็พอรู้ว่าจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็นใดบ้าง เพราะเขาก็ทำงานของตัวเองอยู่ ก็ต้องรู้ว่าเรื่องไหนมีความเสี่ยงที่จะถูกฝ่ายค้านอภิปราย เพราะคนที่ทำอะไรไปเขาก็ต้องรู้ว่ามันผิดหรือถูก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พร้อมให้สอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ-เลขานุการวิปรัฐบาล ยังกล่าวถึงปัญหา ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ที่ตามข่าวพบว่าเกิดจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและมีคนของพรรคพลังประชารัฐมีชื่อปรากฏด้วยว่า พรรคพลังประชารัฐได้กำชับ ส.ส.ของพลังประชารัฐทุกคน พรรคเราไม่มี ผมในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาลก็ได้รับแจ้งตลอดจาก ส.ส.บางคน เช่นเขาติดภารกิจต้องออกไปงานข้างนอก ผมก็บอกว่าก็ไป แต่ห้ามมีการให้มากดบัตรแทนกันห้ามทำเด็ดขาด ไม่มีอยู่แล้ว เรากำชับทุกคน ก็ให้ขาดไปเลย อย่างตอนโหวตร่าง พ.ร.บ.งบฯ วาระสองและสามที่ตรงกับวันเด็ก ส.ส.พลังประชารัฐก็ขาดหลายคน เขาก็ไม่ได้ลงมติ เรารู้อะไรถูกอะไรไม่ถูกต้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การเสียบบัตรแทนกัน จริงๆ ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ข้อยุติ เรื่องนี้มีสองความหมาย คือกรณีแรก ส.ส.ไม่อยู่ตอนโหวต แต่คะแนนโหวตของเขาขึ้นมา แบบนี้ต้องตรวจสอบ แบบนี้ผิดแน่แล้วแต่จะผิดอย่างไรต้องมาว่ากัน กับกรณีที่สอง คือที่มีการเผยแพร่ภาพคลิปวิดีโอที่ถ่ายออกมาช่วงสั้นๆ แล้วเห็นมีช่องเสียบบัตรลงคะแนนมีบัตรเสียบไว้ 2-3 ใบ แล้วมีการดึงเข้าดึงออก แบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่ามีการลงคะแนนแทนกันในห้องประชุมสภา เพราะอาจเป็นกรณีมี ส.ส.คนหนึ่งลงคะแนนเสร็จแล้ว แล้วมี ส.ส.อีกคนเข้ามาดึงบัตรออกเสียงของ ส.ส.คนอื่นออกมาจากช่องเสียบบัตรลงคะแนน แล้ว ส.ส.คนนั้นก็นำบัตรของตัวเองเสียบเข้าไปที่เป็นการออกเสียงของ ส.ส.คนนั้น คือทุกคนลงคะแนนด้วยบัตรออกเสียงของตัวเองหมด แต่ภาพที่ออกมาเหมือนกับว่ามีการเสียบบัตรออกเสียงเสียบเข้าเสียบออกหลายใบ ทำให้คนสับสน จน ส.ส.บางคนยังงงเลยเวลาดูในคลิป เพราะการลงมติของ ส.ส.บางครั้งออกเสียงกันหลายรอบ&amp;nbsp; แบบนี้มันคนละความหมายกับการที่ ส.ส.ไม่อยู่ในห้องประชุมสภาแล้วมีคนลงคะแนนแทนให้กัน เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่าห้องประชุมสภาที่ ส.ส.ใช้อยู่ ช่องเสียบบัตรออกเสียงช่องไม่พอกับจำนวน ส.ส. จึงทำให้ช่องลงคะแนนบางช่องมีคนใช้ช่องลงคะแนนช่องเดียวกัน เรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ส่วนที่ ส.ส.ฝ่ายค้านมีการเสนอญัตติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญมาพิจารณาตรวจสอบเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน ก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะเสนอ จะตรวจสอบก็ตรวจสอบได้ เพราะตอนนี้ก็มีการไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่ด้วย แต่ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเราที่จะไปตัดสินว่าผิดหรือถูก ต้องให้คนที่มีอำนาจมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนไป ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่ถูกกล่าวหาด้วย แต่ในส่วนของพลังประชารัฐก็มีการเรียก ส.ส.ที่เป็นข่าวมาซักถามหมดแล้ว เท่าที่ดูก็ไม่ใช่การลงคะแนนแทนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการทำงานในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาลในยุครัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ชัยวุฒิ สะท้อนสภาพที่เกิดขึ้นว่า เสียงปริ่มน้ำมันไม่สำคัญเท่า ส.ส.ต้องมีวินัย มีความรับผิดชอบ ความเสียสละ เสียงปริ่มน้ำ แต่หาก ส.ส.รัฐบาลมาครบทุกคน ยังไงก็โหวตชนะอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ ส.ส.บางคนก็ไม่เสียสละ ไปทำธุรกิจส่วนตัว ไปทำภารกิจส่วนตัว วิปก็พยายามขอความร่วมมือให้ ส.ส.รัฐบาลทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ต้องเสียสละ เพื่อให้การทำงานในสภาไปได้ แต่เท่าที่มีการประสานไปในเรื่องการให้มาร่วมประชุมสภา ตอนหลังทุกคนก็ให้ความร่วมมือกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..........................................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กลุ่ม-ก๊ก-มุ้งในพลังประชารัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับก่อนซักฟอก นัยแสดงพลัง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยวุฒิ เลขานุการวิปรัฐบาล-กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ร่วมกับพรรคตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง คุยการเมืองถึงเรื่องพรรคพลังประชารัฐ ที่ช่วงก่อนจะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจพบความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐ เช่นกลุ่มสามมิตรและนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือกลุ่ม ส.ส.ของนายสุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส.พลังประชารัฐ มีการนัดรวมตัวกันทางการเมือง ท่ามกลางกระแสข่าวอาจจะมีการปรับ ครม.หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเขาย้ำว่าพลังประชารัฐไม่ได้มีการแบ่งกลุ่มการเมืองอะไร แต่กรณีที่มี ส.ส.หลายสิบคนไปร่วมรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อวันอังคารที่ 11&amp;nbsp; ก.พ.ที่ผ่านมา ณ ที่ทำการแห่งใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นเรื่องของการนัดกินข้าวกัน ใครสนิทกันก็มานั่งกินข้าวกันเป็นเรื่องปกติ แต่ทุกคนก็เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ทำงานให้พรรคพลังประชารัฐกันทุกคน เพราะก็มี ส.ส.พลังประชารัฐที่ไปร่วมกินข้าวกับคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก่อนหน้านี้เมื่อ 5 ก.พ.ก็พบว่าก็มาร่วมกินข้าวด้วยกันในวันอังคารที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เรื่องนี้เป็นเพราะทุกคนรู้จักกันหมด มันซ้อนกัน ไม่ใช่ว่าไปแล้วขาดกันเลย เพราะอย่างหากมีผู้ใหญ่มาชวน เช่นนายสมคิด รองนายกฯ มาชวน ส.ส.ไปกินข้าว คนที่ถูกชวนก็ต้องไป เรื่องนี้ไม่ใช่ว่ามากินกันเพราะในพรรคพลังประชารัฐมีกลุ่มมีมุ้งอะไร มันไม่ใช่ เพียงแต่ผู้ใหญ่เขาอาจไม่ได้ติดต่อ ส.ส.ทุกคน เขาอาจอยากจะเจอใครเขาก็ติดต่อให้ไปเจอกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามถึงการพัฒนาปรับปรุงพรรคพลังประชารัฐต่อจากนี้ควรต้องทำอะไรบ้าง ชัยวุฒิ-กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ มองว่า ถ้าพรรคมีการปรับระบบในบางเรื่องก็น่าจะไปได้ดีกว่านี้ตอนนี้ เราก็ยังมีข้อจำกัดในบางเรื่องที่พรรคก็อยากจะปรับปรุง เช่นเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายบางอย่างของพรรค&amp;nbsp; ก็ยังไม่ได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในบางเรื่องเพราะยังติดขัดบางอย่าง โดยเฉพาะนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐเคยนำเสนอไว้ตอนหาเสียง หลายนโยบายก็ยังไม่ได้นำมาใช้ รวมถึงการคิดนโยบายใหม่ๆ ออกมาที่เป็นนโยบายที่ดี มานำเสนอกับประชาชน เราต้องทำให้เยอะขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องที่สองคือเรื่องการประชาสัมพันธ์ การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย หรือการตอบโต้ทางการเมืองกับกระแสสังคม การสื่อสารองค์กร ตรงนี้ยังเป็นจุดอ่อน ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น เพราะตอนนี้ผมว่าพรรคก็ยังช้าอยู่ อาจต้องปรับในสองเรื่องนี้ ส่วนเรื่องความเข้มแข็งทางการเมือง เรื่องการทำหน้าที่และบทบาทของส.ส.และสมาชิกพรรค เช่นการอภิปรายในสภา หรือการดูแลประชาชนในพื้นที่ บทบาทส่วนนี้โดยรวมผมว่าพลังประชารัฐไม่ได้แพ้พรรคการเมืองอื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ท่าที พปชร.ปักธงยึดที่มั่นท้องถิ่น?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะเดียวกันในอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะมีการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp; 2563 ที่ตอนนี้ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาและวุฒิสภาแล้วเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้แวดวงการเมืองเริ่มจับตามองกันว่า หลังจากนี้จะทำให้รัฐบาลปลดล็อกให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศเกิดขึ้น จนนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นเตรียมเริ่มขยับกันแล้ว ซึ่งเมื่อเราถาม ชัยวุฒิ-กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ถึงท่าทีของพรรคพลังประชารัฐต่อการส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นในนามพรรคพลังประชารัฐ เขาเปิดเผยให้ทราบว่า เบื้องต้นเท่าที่ผมได้คุยกับประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ก็เห็นว่าไม่จำเป็นที่ต้องส่งในนามพรรคพลังประชารัฐทุกเขต แต่ให้ดูเป็นกรณีๆ ไป เอาเท่าที่จำเป็น อย่างกรุงเทพมหานครเราก็จะส่งในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่บางจังหวัดพลังประชารัฐก็อาจไม่ส่งในนามพรรค ให้ดูเป็นกรณี เช่นในส่วนของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็อาจเป็นกรณีจังหวัดที่มีความยึดโยงกับพรรคหรือมีความจำเป็นต้องส่ง เพราะเป็นยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้ง ไม่ใช่นโยบายว่าจะต้องส่งคนลงสมัครท้องถิ่นทุกเขตทุกจังหวัดในนามพลังประชารัฐ บางเขตหากดูแล้วถ้าส่งแล้วมีปัญหาก็จะไม่ส่ง แต่ถ้าส่งคนลงแล้วจะเป็นประโยชน์กับพรรคพลังประชารัฐเราก็จะส่ง คือ ส.ส.กับนักการเมืองท้องถิ่นปกติเขาจะผูกพันกันอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่ได้ใช้ในนามพรรค เราก็ผูกพันกันได้ ให้เป็นแบบลักษณะตัวบุคคล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นทุกพื้นที่ในนามพรรค มันไม่ได้มีประโยชน์ เพราะมันสร้างความแตกแยก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...คือในบางจังหวัดที่มี ส.ส.ของพรรคสามคน ส.ส.คนหนึ่งเชียร์ผู้สมัครคนหนึ่ง แล้วอีกสองคนก็จะเชียร์คนอื่น สุดท้ายก็จะมาแข่งกันเอง แล้วพรรคก็ลงมายุ่งด้วย สุดท้ายก็จะทะเลาะกันหมด ดูอย่างบางพรรคการเมืองเวลานี้ เขาจะหาคนลงสมัครนายก อบจ.ที่จันทบุรี ชลบุรี ปรากฏว่าผู้สมัครแย่งกันลง ทะเลาะกันจนพรรคมีปัญหาเลย กรณีลักษณะแบบนี้บางคนไม่ได้ลงสมัครในนามพรรคก็โกรธ ทำให้แทนที่พรรคจะเข้มแข็ง กลายเป็นว่าพรรคแตกแยก การส่งคนลงท้องถิ่นในนามพรรคจึงไม่ได้เป็นประโยชน์ในทุกกรณี.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย อนุพนธ์ ศักดา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;..................................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, วอร์รูมรัฐบาลแลกหมัดฝ่ายค้าน, วิปรัฐบาล, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e47ed0f2c785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
