<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนปฏิเสธข่าวสื่อสหรัฐ อ้างพบนักวิจัยแล็บอู่ฮั่นป่วยตั้งแต่ปลายปี62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนปฏิเสธรายงานข่าวของสื่ออเมริกันเมื่อวันจันทร์ว่า &amp;quot;ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; ที่ระบุว่ามีนักวิจัย 3 คนในสถาบันวิจัยอู่ฮั่นป่วยเข้าโรงพยาบาลเมื่อปลายปี 2562 หรือไม่นานก่อนที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะโผล่ที่อู่ฮั่นแล้วแพร่ระบาดไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สถาบันวิจัยไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ยของจีน (Photo by HECTOR RETAMAL/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อ้างแหล่งข่าวที่เป็นรายงานข่าวกรองของสหรัฐว่า นักวิจัย 3 คนนี้มาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ด้วยอาการป่วยที่สอดคล้องกับทั้งอาการของโควิด-19 และอาการป่วยตามฤดูกาลที่พบทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนเปิดเผยต่อองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมปีเดียวกันนั้นว่าพบการระบาดของโรคปอดอักเสบที่เมืองอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานชิ้นนี้ว่า &amp;quot;ไม่จริงโดยสิ้นเชิง&amp;quot; พร้อมกับอ้างแถลงการณ์จากสถาบันวิจัยแห่งนี้ว่า สถาบันไม่เคยสัมผัสกับโควิด-19 ก่อนวันที่ 30 ธันวาคม 2562 และจนถึงขณะนี้ก็ไม่มีบันทึกการติดเชื้อในกลุ่มเจ้าหน้าที่และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ทางการจีนยอมรับว่า มีการนำไวรัสโคโรนาเข้าไปที่แล็บเพื่อศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยรายแรกๆ พบที่เมืองอู่ฮั่นของมณฑลหูเป่ยทางภาคกลางของจีนเมื่อปลายปี 2562 และต่อมาเกิดทฤษฎีหนึ่งว่าไวรัสนี้หลุดรอดจากห้องแล็บของจีน รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยพยายามปลุกกระแสทฤษฎีนี้ แต่รัฐบาลจีนปฏิเสธอย่างหนักแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมีนาคม หลังจากคณะทำงานของดับเบิลยูเอชโอและผู้เชี่ยวชาญของจีนสอบสวนข้อเท็จจริงที่อู่ฮั่นนาน 4 สัปดาห์ พวกเขาได้ข้อสรุปว่า คำอธิบายเรื่องไวรัสห้องแล็บนั้น &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยกับทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไปเรื่องการแพร่เชื้อไวรัสโดยธรรมชาติจากสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นค้างคาว มาสู่มนุษย์ผ่านสัตว์พาหะที่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีบางฝ่ายเชื่อว่า ผู้เชี่ยวชาญจากดับเบิลยูเอชโอไม่มีอิสระในการทำงานมากพอระหว่างการสอบสวนที่อู่ฮั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104054</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิจัยแล็บอู่ฮั่นป่วย, วอลล์สตรีทเจอร์นัล, สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, โควิด-19, ไวรัสหลุดจากห้องแล็บ, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60abe0b39d2df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเอาคืนสหรัฐ ตะเพิดนักข่าวอเมริกันจาก3สื่อดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนประกาศจะขับไล่นักข่าวอเมริกันจากหนังสือพิมพ์ชั้นนำ 3 ฉบับของสหรัฐ เพื่อเอาคืนที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันสื่อของทางการจีนในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของจีนเมื่อวันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 มีออกมาในช่วงยามที่ชาติมหาอำนาจทั้งสองกำลังบาดหมางกันด้วยเรื่องไวรัสโคโรนา ที่ต่างกล่าวโทษกันไปมาว่าเป็นต้นเหตุ และประธานาธิบดีทรัมป์ยังทำให้จีนโมโหโกรธาด้วยการเรียกไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ว่าเป็น &amp;quot;ไวรัสจีน&amp;quot; เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ยังยืนกรานด้วยว่าเขาใช้คำถูกต้องแล้ว เพราะไวรัสนี้มาจากจีนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า การขับไล่นักข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์, วอชิงตันโพสต์ และวอลล์สตรีทเจอร์นัล เป็นการตอบโต้ที่รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจลดจำนวนชาวจีนที่จะได้รับอนุญาตให้ทำงานกับสื่อทางการจีนในดินแดนสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคำสั่งใหม่นี้ นักข่าวของหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับจะต้องคืนใบรับรองทำงานภายใน 10 วัน และพวกเขาก็ไม่สามารถทำงานในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและมาเก๊าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชมรมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำจีน (เอฟซีซีซี) กล่าวว่า การดำเนินการของจีนจะทำให้นักข่าวอเมริกันอย่างน้อย 13 คนที่ทำงานอยู่ในจีนปัจจุบันถูกเนรเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังมีคำสั่งให้หนังสือพิมพ์ 3 ฉบับนี้ รวมถึงสำนักข่าววอยซ์ออฟอเมริกาและนิตยสารไทม์ ยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลรายชื่อพนักงาน, การเงิน, การดำเนินงาน และอสังหาริมทรัพย์ในจีน ซึ่งเป็นกฎแบบเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐประกาศใช้กับสื่อของทางการจีนเมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ของจีนเป็นการตอบโต้ที่จำเป็น เพื่อตอบสนองที่องค์กรสื่อของจีนในสหรัฐโดนกดขี่อย่างไร้เหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งเรื่องสื่อระหว่างสองฝ่ายเริ่มต้นเมื่อเดือนที่แล้ว ภายหลังจีนเนรเทศนักข่าวของวอลล์สตรีทเจอร์นัล 3 คน เป็นอเมริกัน 2 คน และออสเตรเลีย 1 คน เพื่อตอบโต้ที่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้พาดหัวบทความทัศนะเหยียดเชื้อชาติจีนว่า &amp;quot;จีนเป็นคนป่วยตัวจริงของเอเชีย&amp;quot; นักข่าว 3 คนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบทความชิ้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา รัฐบาลสหรัฐเอาคืนด้วยการจัดประเภทสื่อของทางการจีนที่ดำเนินการในสหรัฐว่าเป็นทำหน้าที่เป็นตัวแทนของต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟซีซีซีมีแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ตำหนิมาตรการของจีน และเตือนว่าไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ชนะในการใช้นักข่าวเป็นเบี้ยทางการทูต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60220</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนเอาคืน, ตะเพิดนักข่าวอเมริกัน, นิวยอร์กไทมส์, วอชิงตันโพสต์, วอลล์สตรีทเจอร์นัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e723e633ec9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนตะเพิด3นักข่าว WSJ ฉุนเหยียดเชื้อชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนมีคำสั่งเนรเทศนักข่าว 3 คนของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล อ้างสื่ออเมริกันฉบับนี้พาดหัวบทความเหยียดเชื้อชาติจีนกรณีไวรัสโคโรนาระบาดที่อู่ฮั่น เอาคืนที่วันก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐเพิ่งขึ้นบัญชีสื่อทางการจีนรายใหญ่รวมถึงซินหัวว่าเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อให้ปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของเกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าพาดหัวบทความหน้าคู่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ว่า &amp;quot;จีนคือคนป่วยตัวจริงของเอเชีย&amp;quot; นั้นเป็นพาดหัวที่กระทบความรู้สึกและเหยียดเชื้อชาติ จีนขอประณามหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ด้วยที่ไม่ขอโทษจีนอย่างเป็นทางการ และนับจากวันนี้เป็นต้นไป จีนจะเพิกถอนใบอนุญาตของนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัล 3 คนที่ประจำกรุงปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) เปิดเผยว่า นักข่าว 3 คนของตน ได้แก่ ชาวอเมริกัน 2 รายคือ จอช ชิน รองหัวหน้ากองประจำปักกิ่ง และจ้าว เติ้ง นักข่าว กับฟิลิป เหวิน นักข่าวชาวออสเตรเลีย ได้รับคำสั่งจากทางการจีนให้ออกนอกประเทศภายใน 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าว 3 คนนี้ทำงานด้านข่าวและไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบทความบรรณาธิการหรือบทความทัศนะ ในขณะที่บทความทัศนะหน้าคู่บทบรรณาธิการที่ทำให้จีนโกรธเคืองนี้ เขียนโดยวอลเตอร์ รัสเซลล์ มีด อาจารย์มหาวิทยาลัยบาร์ดคอลเลจ วิจารณ์การตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาช่วงเริ่มต้นของจีน กล่าวถึงรัฐบาลอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการระบาดว่าปกปิดความลับและสนใจแต่เรื่องของตนเอง และเห็นว่าความพยายามระดับประเทศของจีนไม่มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า วลี &amp;quot;คนป่วยแห่งเอเชีย&amp;quot; เดิมใช้เรียกขานจีนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จีนโดนมหาอำนาจต่างชาติแสวงหาประโยชน์ในยุคที่ถูกเรียก &amp;quot;ศตวรรษแห่งความอัปยศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้งกล่าวว่า บทความชิ้นนี้ใส่ร้ายความพยายามของรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีนในการต่อสู้กับโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันพุธ โควิด-19 คร่าชีวิตผู้ป่วยในจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 2,000 คนแล้ว และมีคนติดเชื้ออีกมากกว่า 74,000 คน นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อในไม่ต่ำกว่า 25 ประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งเนรเทศนักข่าวของหนังสือพิมพ์อเมริกันฉบับนี้มีออกมาไล่หลังรัฐบาลจีนประณามการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มความเข้มงวดกับองค์กรสื่อของทางการจีนในสหรัฐ ว่าไม่มีเหตุผลและยอมรับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร สหรัฐจัดจำพวกสื่อของทางการจีน 5 แห่งใหม่ว่าเป็น &amp;quot;คณะผู้แทนต่างชาติ&amp;quot; ในสหรัฐ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สื่อ 5 รายนี้ซึ่งรวมถึงสำนักข่าวซินหัวและสถานีไชน่าโกลบอลเทเลวิชันเน็ตเวิร์ก เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือ &amp;quot;โฆษณาชวนเชื่อ&amp;quot; ที่กำลังเติบโต้ขึ้นเรื่อยๆ ของรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของจีนสะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงของจีนในกรณีนี้ด้วยว่า จีนขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในจีน (FCCC) กล่าวว่า การเพิกถอนใบอนุญาตของนักข่าว 3 รายเป็นรูปแบบการตอบโต้ที่ไม่เคยมีมาก่อน นับแต่ปี 2556 เป็นต้นมามีนักข่าว 9 คนที่ถูกจีนเนรเทศโดยตรง หรือโดยอ้อมผ่านการไม่ต่อวีซ่าให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างนักข่าวต่างชาติที่โดนขับพ้นจีนก็เช่น เมกา ราชาโกปาลัน หัวหน้าโต๊ะข่าวประจำปักกิ่งของบัซฟีดนิวส์ จีนไม่ต่อวีซ่าให้เธอภายหลังเธอรายงานข่าวเกี่ยวกับเขตซินเจียง ที่ชาวอุยกูร์และมุสลิมชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ถูกกักกันในค่ายราว 1 ล้านคน นักข่าววอลล์สตรีท 3 รายนี้ก็รายงานข่าวเรื่องซินเจียงเช่นกัน ทั้งประเด็นการบังคับใช้แรงงาน, การสอดแนมและค่ายปรับทัศนคติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57658</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, วอลล์สตรีทเจอร์นัล, เนรเทศนักข่าว, เหยียดเชื้อชาติ, ไวรัสระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d3cd5af1e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รายงานข่าวขุดคุ้ย &#039;ทรัมป์&#039; คว้ารางวัลพูลิตเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พูลิตเซอร์ประกาศผลรางวัลประจำปีนี้ในสาขาต่างๆ เมื่อวันจันทร์ นิวยอร์กไทมส์และวอลล์สตรีทเจอร์นัล สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐคว้ารางวัลด้วย จากรายงานสอบสวนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะกลับเข้าทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ในพิธีประกาศผลรางวัลพูลิตเซอร์ประจำปีนี้ ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์ก เมื่อวันอังคารที่ 16 เมษายน คณะกรรมการตัดสินรางวัลพูลิตเซอร์ประกาศมอบรางวัลสาขารายงานข่าวอรรถาธิบายแก่นิวยอร์กไทมส์ จากผลงานการตรวจสอบการเงินของครอบครัวทรัมป์ที่ &amp;quot;หักล้างคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าเขาร่ำรวยด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง และเปิดโปงอาณาจักรธุรกิจที่พรุนด้วยการเลี่ยงภาษี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวอลล์สตรีทเจอร์นัลได้รางวัลสาขารายงานข่าวท้องถิ่น เรื่องที่ทรัมป์จ่ายเงินปิดปากผู้หญิง 2 คนในช่วงการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2559 เพื่อปิดบังสัมพันธ์สวาทลับๆ ระหว่างพวกเธอกับทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาขาอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น หนังสือพิมพ์ซันเซนตินัลจากเซาท์ฟลอริดา ได้รางวัลบริการสาธารณะ จากข่าวความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและบุคลากรในโรงเรียน ช่วงก่อนและหลังการฆ่าหมู่ที่โรงเรียนมัธยมมาร์จอรีสโตนแมนดักลาส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ส่วนหนังสือพิมพ์พิตส์เบิร์กโพสต์-กาเซ็ตต์ ได้รางวัลข่าวด่วน จากรายงานข่าวการยิงในโบสถ์ยิว 11 ศพเมื่อตุลาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอพีคว้ารางวัลรายงานข่าวต่างประเทศจากข่าวสงครามในเยเมน ส่วนรอยเตอร์ได้รางวัลเดียวกันจากรายงานข่าวการก่ออาชญากรรมต่อชาวมุสลิมโรฮีนจาในเมียนมา รอยเตอร์ยังได้รางวัลภาพข่าวด่วนจากภาพข่าวผู้อพยพจากอเมริกากลางที่เดินทางมายังสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33788</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดคุ้ยทรัมป์, นิวยอร์กไทมส์, พูลิตเซอร์, วอลล์สตรีทเจอร์นัล, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb5db072f210.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
