<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ที &#039;ก้าวไกล&#039; เสี้ยมพรรคร่วมเลิกเดินตามประยุทธ์ตัวถ่วงประเทศ อย่ารอกินน้ำใต้ศอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาค้านการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้ประชาชนสามารถวอร์คอินเขารับการฉีดวัคซีนได้ในเดือน มิ.ย. 2564 ว่า เหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงความกลับไปกลับมาของรัฐบาลที่ทำให้พี่น้องประชาชนสับสนครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งปัญหามาจากความพยายามรวบอำนาจไว้ที่ตนเองของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่เคยมีความเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนทางสาธารณสุข เพราะมัวแต่สนใจแต่หน้าตาของตนเอง เช่น การเปิดทางให้เอกชนนำเข้าวัคซีนทางเลือก แต่อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนแนว จนกลายเป็นประเด็นในโซเชียลว่า เพราะท่านกลัวเอกชนทำดีกว่าแล้วจะเสียหน้า หรือกรณีมาตรการกักตัวเองที่บ้าน (Home Isolation) ที่ไม่เกิดขึ้น ทั้งที่จะเป็นการแบ่งเบาภาระทางสาธารณสุขและทำให้สามารถคัดแยกผู้ป่วยหนักมาทำการรักษา เพื่อเพิ่มโอกาสและจำนวนการรอดชีวิตได้ ท่านก็อ้างเรื่องวินัยคนไทยจนกำลังจะเกิดวิกฤติในคนไข้ไอซียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ยังมาเบรกเรื่องการวอร์คอินเพื่อเข้ารับวัคซีน ทั้งที่ขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด และประชาชนตั้งตารอ แต่ก็กลับมาคัดค้าน แค่เพราะกลัวว่าจะโดนด่าถ้าคนไปรับวัคซีนแล้วไม่ได้ฉีด ซึ่งปัญหานั้นเป็นปัญหาของรัฐบาลที่มีหน้าต้องหามาเพิ่มให้พอ อย่างวันนี้ที่มีข่าวว่าทางฟิลิปปินส์จัดหาวัคซีนไฟเซอร์มาได้อีก 40 ล้านโดส ทำไมเขาทำได้ ตนมองว่า ถ้ามีความตั้งใจประชาชนก็จะรับรู้ได้ แต่ไม่ใช่ไม่ทำเพียงเพราะแค่กลัวโดนด่าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้ข้อมูลกลับไปกลับมาของรัฐบาลเกิดขึ้นหลายครั้ง ผลสืบเนื่องก็คือทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจในการบริหารจัดการปัญหาของรัฐบาลอย่างรุนแรง&amp;nbsp; เรื่องนี้เป็นนัยยะที่สะท้อนถึงความไม่เป็นเอกภาพระหว่างพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนหลักของรัฐบาล กับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสองพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคภูมิใจไทยที่ต้องทำงานแบบโดนข้ามหัวมาตลอด ในด้านเกษตร เจ้ากระทรวงคนคิดว่าเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปแล้ว แถมยังจะส่งไปดูแลพื้นที่ภาคใต้อีก ส่วนด้านสาธารณสุข เวลามีปัญหาก็ผลักให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกหน้าในฐานะเจ้ากระทรวง แต่ก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่า อำนาจเต็มอยู่ที่ ศบค. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน แถมล่าสุดยังรวบอำนาจผ่าน พ.ร.บ.อีกกว่าสามสิบฉบับเข้าตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในสถานการณ์เช่นนี้ ประชาชนต้องการเห็นเอกภาพในการวางแผนร่วมกันเพื่อพาประชาชนข้ามผ่านความเลวร้ายไปให้ได้ ผมคิดว่า การที่ให้วอร์คอินไม่ได้ ทั้งที่เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทุกองคาพยพของรัฐบาลเข้าไปสนับสนุนทำให้เป็นจริง ก็คงยากแล้วที่พรรคร่วมรัฐบาลจะทำผลงานตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วลองมองย้อนกลับไปในหลายเรื่องโดนกระทำมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมแนะนำให้ทั้งสองพรรควอร์คเอาท์ออกมาดีกว่า ไม่ควรไปเดินตามตัวถ่วงประเทศ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของตัวเองลงไปทุกวัน เพราะไม่ใช่แค่เรื่องวัคซีนเท่านั้น แต่เห็นอยู่ว่าเขาพร้อมจะอุ้มคนแบบไหน คนที่เขาอุ้มคือคนแบบคุณสิระ คนแบบคุณธรรมนัส ไม่ใช่คนแบบคุณภราดร ปริศนานันทกุล คนแบบคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หลายนโยบายที่สะท้อนมาจากคนสาธารณสุขเองแท้ๆ แต่ทำไม่ได้ พูดไปก็โดนหักมาตลอด แต่เวลามีปัญหาโยนผิดให้มาตามล้างตามเช็ด อยากถามว่าตอนนี้ศักดิ์ศรีนักการเมืองยังเหลือกันอยู่หรือไม่ จะอุ้มเขาต่อหรือจะเป็นตัวของตัวเอง ต้องตัดสินใจได้แล้ว อย่าไปรอกินน้ำใต้ศอกใคร อย่างน้อยประชาชนที่เลือกท่านมาคงคาดหวังจะเห็นความเด็ดเดี่ยวและสง่างามในตัวของผู้แทนของเขา&amp;rdquo; นายณัฐชา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, พรรคก้าวไกล, วอล์กอินฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60797ed5aae27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊ก พปชร. เตือน &#039;โฆษกภูมิใจไทย&#039; จะปกป้อง &#039;อนุทิน&#039; ก็ต้องมีวุฒิภาวะรับผิดชอบคำพูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวกรณีที่นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมาตำหนินายกรัฐมนตรี เป็นตัวถ่วงการกระจายวัคซีน ว่า การออกมาพูดแล้วรู้หรือยังว่าจะได้วัคซีนเท่าไหร่ จึงจะเปิดให้วอล์กอิน จะพูดเอามันไม่ได้ คนเป็น ส.ส.ต้องมีวุฒิภาวะในการที่จะพูด และตนไม่อยากพูดเรื่องนี้เพราะเป็นน้องรู้จักกันแต่การพูดอะไรต้องมีความคิด ต้องรู้ว่าการจะเปิดฉีดวัคซีนวอล์กอิน ตอนนี้ มีวัคซีนในมือเท่าไหร่ เช่น กระทรวงแรงงาน ได้วัคซีนมา 1.5แสนโดส แต่มีผู้ประกันตนใน กทม. 3.5ล้านคน ก็ต้องบริหารจัดการ สมมุติประกาศออกไปให้ วอล์กอินได้ ทุกคนก็มากันหมด ดังนั้นขอให้นำความจริงมาพูดกัน และไม่ขอก้าวล่วงว่าเรื่องที่นายภราดร ออกมามีผู้ใหญ่ภายในพรรครู้เห็นหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าหากเราเป็นส.ส.ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล การจะพูดอะไรต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่นายภราดร ออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ ถือเป็นการปกป้องนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกนายกรัฐมนตรี เบรกเรื่องของการฉีดวัคซีนวอล์กอิน หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า จะปกป้องอะไรต้องมีวุฒิภาวะในการพูด และพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูด ตนพูดในฐานะพื้นฐานคนทำงาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ามีวัคซีนกี่โดสแล้วจะเปิดให้วอล์กอิน ต้องคิดให้เป็นถ้าคิดเป็นแล้วก็ต้องพูดเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนแห่ไปหมื่นคน แต่มีวัคซีนแค่ 1,000 คน แล้วจะตอบคำถามคนอีก 9,000 คนอย่างไร คำพูดคำจาต้องมีวุฒิภาวะ ผมไม่อยากพูด ไม่อยากทะเลาะ เพราะรู้จักกันทั้งนั้น แต่ไม่พูดไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ผมกำลังจะทำ จะกระจายฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ ซึ่งกระทรวงแรงงานจัดจุด 45 จุด และมีการบริหารข้อมูล ผู้ประกันตนนัดเวลาล่วงหน้า ไม่ใช่ออกมาพูดเอาคะแนนเสียง พูดโดยให้คนเชียร์ แต่ไม่รู้จุดจบจะเป็นอย่างไร เราทำงานต้องมีแผน สามารถตอบแทนได้หมด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103578</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคพลังประชารัฐ, ภราดร ปริศนานันทกุล, วอล์กอิน, วอล์กอินฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, สุชาติ ชมกลิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a61f781c70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบรกวอล์กอินวัคซีน บิ๊กตู่ผวาโดนด่าต่อคิวไม่ได้ฉีด/ก.ค.สร้างภูมิคนกรุง5ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งเป้า มิ.ย.-ก.ค.ฉีดคนเมืองกรุง 5 ล้านคน หรือ 70% สั่งทุกหน่วยงานช่วยแจงเฟกนิวส์ พร้อมปัดทิ้ง &amp;ldquo;วอล์กอินวัคซีน&amp;rdquo; ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผวาถูกด่ามาเข้าคิวแล้วไม่ได้ฉีด กำชับข่าวต่างๆ ต้องมาจาก &amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; เท่านั้น &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; บอกแล้วแต่นายกฯ สั่งการครับ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; โอ่ทำได้แน่ฉีดวันละ 6 หมื่นคน กทม.เตรียมทำระบบให้ลงทะเบียน &amp;ldquo;เดอะแจ็ค&amp;rdquo; ประเดิมบริจาคเงินช่วยซื้อวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการฉีดวัคซีนว่า เป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติแล้ว ซึ่งรัฐบาลมีแผนกระจายวัคซีนใน 3 ช่องทาง ช่องทางแรกคือผ่านระบบหมอพร้อม ที่มีผู้มาลงทะเบียนแล้วประมาณ 7 ล้านคน สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และจะเปิดให้กลุ่มผู้อายุต่ำกว่า 60 ปีลงทะเบียนได้ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ซึ่งข้อดีคือผู้ลงทะเบียนสามารถจองคิวฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลที่เลือกในวันเวลาที่ท่านสะดวกเอง และรับรองว่าจะได้ฉีดในวันเวลาดังกล่าวแน่นอน หรืออาจเป็นระบบอื่นของแต่ละจังหวัด เช่น ภูเก็ตชนะก็ได้ ช่องทางที่สอง คือลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน หรือ Onsite Registration ในกรณีที่มีวัคซีนสนับสนุนเพียงพอ ณ จุดบริการนั้น ซึ่งจะพิจารณาจัดเตรียมระบบในช่องทางนี้เพื่อให้เกิดความพร้อมมากที่สุดในการจัดสรร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนช่องทางที่สาม คือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ นั่นคือการจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ คือประชาชนกลุ่มเฉพาะเสี่ยง กลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ หรือมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด่านหน้า อสม. ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานด้านการบิน ครู อาจารย์ ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ พนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า พนักงานในโรงแรม คณะผู้แทนการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจ และนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ บุคลากรในโรงงาน คนพิการ พนักงานภาคบริการอาหารและยา และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องฉีดเพื่อให้การดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าไปได้โดยไม่สะดุด ซึ่งกลุ่มบุคคลหรือสมาคมใดมีเหตุผลจำเป็นเร่งด่วน สามารถยื่นเรื่องให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พิจารณาเพื่อจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามีเป้าหมายว่าจะระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือน คือเดือน มิ.ย.-ก.ค. ซึ่งนอกจากโรงพยาบาล และจุดฉีดหลักแล้ว ยังมีจุดฉีดวัคซีนเสริมอีกอย่างน้อย 25 จุดกระจายทั่ว กทม. ซึ่งที่ผ่านมาการวางระบบการฉีดวัคซีนอาจมีปัญหาติดขัดบ้าง หรือเกิดความไม่ชัดเจนบ้างจากการให้ความสนใจลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก ผมได้ติดตามและเร่งรัดให้มีการปรับปรุงโดยรวดเร็ว ต้องขออภัยที่อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกบ้าง แต่ผมขอยืนยันว่าทุกคนในประเทศไทยต้องได้รับการฉีดวัคซีนแน่นอน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า เรามีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงมากเพียงพอ และจะเริ่มให้บริการพร้อมกันทั่วประเทศในต้นเดือน มิ.ย.นี้แน่นอน และได้ย้ำในที่ประชุม ครม.ว่าที่ผ่านมามีเผยแพร่ข่าวอันเป็นเท็จเกี่ยวกับวัคซีนจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานของรัฐ ให้เข้มงวดในการตรวจสอบดูแลข่าวปลอมที่เกี่ยวข้อง และชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเร็ว หากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อทุกคนให้ใช้ความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา แจ้งข่าวไปยังหน่วยงานต่างๆ ด้วย
&amp;ldquo;ขอเน้นย้ำว่า ในวันนี้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ทุกอย่างขับเคลื่อนต่อไปได้ นโยบายของผมคือเราต้องเดินหน้าปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้เร็ว และให้ถึงประชาชนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจะเอาชนะโควิดได้ก็ด้วยการเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ช่วยกันทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุด ดูแลซึ่งกันและกันให้ดีที่สุด เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ไปต่อได้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ปัดตกวอล์กอิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้มีการหารือกันถึงประเด็นของการวอล์กอินเข้าไปฉีดวัคซีน โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่าไม่อยากให้ใช้รูปแบบวอล์กอิน เพราะหากประชาชนแห่กันไปพร้อมกันที่จุดเดียวจะเกิดความชุลมุนขึ้นได้ ในต่างจังหวัดไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ กทม.มีคนจำนวนมาก โดยอยากให้ปรับรูปแบบใหม่ เช่น ให้ไปลงทะเบียน ณ จุดที่ตั้ง ซึ่งจะมีการกำหนดให้ชัดเจน ต้องใช้เวลา ตอนนี้ให้ยึดแอปพลิเคชันหมอพร้อมไว้ก่อน ให้คนที่ลงทะเบียนหมอพร้อมและกลุ่มเสี่ยงได้ฉีดก่อน และอยากให้หยุดพูดเรื่องวอล์กอินไปก่อน จนกว่าจะได้มาตรการที่ชัดเจน เดี๋ยวคนวอล์กอินเข้าไปแล้วไม่ได้ฉีดจะโวยวายเอา หากวัคซีนเพียงพอหรือเหลือค่อยมาจัดการกันใหม่ เรื่องวอล์กอินละเอียดอ่อน ต้องจัดการดีๆ
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังกำชับเรื่องการให้ข่าวที่ไม่ตรงกันเรื่องวัคซีนวอล์กอินว่าไม่ต้องให้ใครให้ข่าว ให้ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เป็นคนให้ข่าวแห่งเดียว และอะไรที่ได้ข้อสรุปแล้วถึงค่อยออกมาพูด ซึ่งนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวเห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ และอยากให้ทบทวนเรื่องวอล์กอิน เพราะถ้าคนเดินทางเข้าไปแล้วไม่ได้ฉีดจะเสียหาย จะด่ารัฐบาลอีก ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ไม่ได้อธิบายหรือพูดอะไรเลยนอกจากกล่าวสั้นๆ ว่า ตามที่นายกฯ สั่งการครับ &amp;nbsp;
ด้านนายอนุทินกล่าวถึงการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ว่า ช่วง มิ.ย.จะมีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าทยอยส่งมอบตามกำหนด แม้การรับวัคซีนจะเป็นไปตามความสมัครใจ แต่อยากเชิญชวนให้ทุกคนเข้ามารับวัคซีน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ตัวเอง ครอบครัว และเพื่อทุกคนในประเทศ ส่วนเรื่องการวอล์กอินนั้น วอล์กอินหมายถึงการที่เราไม่ได้จองคิวไว้ แต่ไปลุ้นเอาหน้างาน แน่นอนว่าคนที่จองคิวไว้ก็ต้องมีสิทธิ์ก่อน สำหรับจุดฉีดก็ต้องเตรียมวัคซีนให้คิวจองแต่ละวัน แต่ต้องดูที่หน้างานด้วย ถ้าคนที่จองไม่มา หรือมาแล้วไม่ได้ฉีด เช่น ความดันสูง หรือไปฉีดจากที่อื่นแล้วทำให้มีที่ว่าง ก็จะนำส่วนนี้มาฉีดให้คนที่วอล์กอิน เพราะวัคซีนไม่สามารถเก็บไว้ได้ เปิดขวดแล้วต้องใช้ให้หมด เราจะไม่ปล่อยให้เสียโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าจะมีการวอล์กอินและแบ่งสัดส่วนกับการนัดชัดเจน แต่หลังประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีมีการปรับรูปแบบวอล์กอินใหม่ มีการตั้งข้อสังเกตว่า ศบค.กับ สธ.มีความคิดเห็นไม่ตรงกันหรือไม่นั้น การทำงานร่วมกันต้องรับฟังกัน และเรื่องวัคซีนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ต้องดูเชิงหลักการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายอนุทินพร้อมผู้บริหาร สธ.ได้รับมอบอุปกรณ์สนับสนุนศูนย์ประสานงานข้อมูลหมอพร้อม (คอลเซ็นเตอร์หมอพร้อม) จากนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาชิก ส.อ.ท. โดยนายอนุทินยืนยันว่า ประชาชนที่อยู่ในไทยจะได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างทั่วถึงทุกคนตามความสมัครใจ ตั้งเป้าหมายครอบคลุมไม่น้อยกว่า 70% ของประชากร หากประชาชนมีข้อสงสัยในการจองวัคซีนทางไลน์/แอปพลิเคชันหมอพร้อม สอบถาม call center หมายเลข 0-2792-2333 ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เปิดบริการ 20 คู่สาย มีผู้โทร.ปรึกษาวันละ 10,000 สาย รับได้ 500-1,000 สาย ขณะนี้ได้ขยายเพิ่มเป็น 120 คู่สาย ผู้โทร.วันละ 5,000 สาย รับได้ 3,000 สาย และในวันที่ 19 พ.ค. ภาคเอกชนจะร่วมให้บริการเพิ่มรวมเป็น 180 คู่สาย และได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จาก ส.อ.ท. คาดว่าเมื่อระบบเสร็จสมบูรณ์จะสามารถให้บริการประชาชนได้วันละ 20,000 สาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า ข้อมูลการจองวัคซีน เวลา 14.00 น. วันที่ 18 พ.ค. มีผู้จองผ่านหมอพร้อมแล้ว 7,089,169 ราย แบ่งเป็น กทม. 764,606 ราย และต่างจังหวัด 6,024,563 ราย สำหรับประชาชนที่ต้องการฉีดวัคซีน นอกจากจะลงทะเบียนนัดวันผ่านไลน์หมอพร้อมแล้ว ยังสามารถแจ้งผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือโรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา
กทม.โอ่เป้าฉีดวันละ 6 หมื่น
ส่วน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่า ในเดือน มิ.ย.-ก.ค.ปีนี้ กทม.จะได้รับการจัดสรรวัคซีนจาก สธ.เดือนละ 2.5 ล้านโดส รวม 2 เดือน 5 ล้านโดส ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้ กทม.เร่งฉีดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน (มิ.ย.-ก.ค.) โดย กทม.มีแผนบริหารจัดการฉีดวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 2.5 ล้านคน/เดือน โดยจะกระจายการฉีดวัคซีนทั้งภายในโรงพยาบาลทั้ง 126 แห่ง ซึ่งมีศักยภาพในการฉีดไม่น้อยกว่าวันละ 20,000 คน และจุดบริการฉีดวัคซีนนอก รพ. 25 แห่ง มีศักยภาพในการฉีดวันละ 38,000-50,000 คน/วัน คาดว่าจะฉีดวัคซีนได้ไม่น้อยกว่า 60,000 คน/วัน โดยผู้ที่ได้รับการฉีดจะเป็นประชาชนทั่วไป คาดว่าน่าจะครบ 5 ล้านคนตามเป้าหมายที่นายกฯ กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงนี้ กทม.ขอความร่วมมือประชาชนลงทะเบียนผ่านระบบแอปพลิเคชันหมอพร้อมในการเข้ามาฉีดวัคซีน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการและความปลอดภัย โดยหากเปิดให้ประชาชนวอล์กอินอาจเกิดปัญหาความแออัดของประชาชนที่ต้องมารอคิว และเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค&amp;rdquo; พล.ต.อ.อัศวินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. กล่าวว่า กทม.ได้หารือถึงแนวทางที่จะให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกคนสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการฉีดได้อย่างทั่วถึง และแบ่งเบาภาระของแอปฯหมอพร้อม อาจเป็นในรูปแบบของ web based ซึ่งจะใช้จองคิวฉีดวัคซีนโดยเฉพาะ ซึ่งระบบจะไม่ซ้ำซ้อนกับหมอพร้อม เนื่องจากขณะนี้ผู้ที่ลงทะเบียนกับหมอพร้อมจะเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มโรค และนัดเข้ารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลแล้ว โดยระบบ web based จะใช้สำหรับการลงทะเบียนผู้ที่อายุระหว่าง 18-59 ปี และนัดฉีดวัคซีนที่จุดบริการนอกโรงพยาบาล 25 จุด ซึ่งสัปดาห์หน้าคงมีความชัดเจนเรื่องระบบดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)&amp;nbsp; ติดตามและอำนวยการความสะดวกแก่พระสงฆ์ที่เข้ารับถวายการฉีดวัคซีนที่ รพ.สงฆ์จัดทำขึ้น โดยวันแรกมีพระสงฆ์เข้ารับถวายการฉีดวัคซีน 350 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความจำนงบริจาคเงินเดือนของตนเองจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 3 เดือน เดือนละ 12,000 บาท รวมเป็นเงิน 36,000 บาท ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค.2564 เพื่อสมทบทุนให้รัฐบาลเป็นค่าจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายวัชระยังได้ชูป้ายภาพเนซึโกะจัง นางเอกจากเรื่องดาบพิฆาตอสูร พร้อมติดข้อความว่า &amp;ldquo;ให้ช่วยกันเสียสละบริจาคเงินเดือนนักการเมืองให้รัฐซื้อวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันชีวิตประชาชน&amp;rdquo; โดยขอให้นายกฯ เชิญชวนคณะรัฐมนตรี, สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล, สมาชิกวุฒิสภา, ผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง และประธานคณะกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจและกรรมการทุกแห่ง ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาราชการ หรือ Work From Home ได้ร่วมกันเสียสละหักเงินเดือนนำไปช่วยเหลือประชาชนในการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103370</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดคนเมืองกรุง, ฉีดวัคซีน, วอล์กอินฉีดวัคซีน, วอล์กอินวัคซีน, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3cb6f24d49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนมอบวัคซีน5แสนโดส ‘วอล์กอิน’ยังไม่ตกผลึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จีน&amp;rdquo; ใจป้ำมอบวัคซีนให้ไทยอีก 5 แสนโดสเพื่อสู้โควิด แม้ในแดนมังกรยังไม่เพียงพอ เพราะ &amp;ldquo;ไทย-จีน&amp;rdquo; พี่น้องกัน &amp;ldquo;ศบค.-สธ.&amp;rdquo; เห็นต่างวอล์กอินฉีดวัคซีน ยังไม่ตกผลึก แต่ให้ประชาชน 18-59 ปี เริ่มลงทะเบียนเพื่อรับบริการฉีด เริ่มตั้งแต่ 31 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 17 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ลงนามรับมอบวัคซีนซิโนแวคจากรัฐบาลจีน 5 แสนโดส และรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ จากเอกชนอื่นๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของ สธ. ที่ได้รับน้ำใจไมตรีจากรัฐบาลจีน มอบวัคซีนเพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด-19 ในไทย ซึ่งวัคซีนซิโนแวคได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลก (ฮู) ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีในการต่อต้านเชื้อโควิด ผู้รับวัคซีนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อ หากติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรงและไม่เสียชีวิต
&amp;ldquo;ในนามของรัฐบาลและคนไทย ขอขอบคุณรัฐบาลจีน โดยเฉพาะอุปทูตหยาง ซิน ที่แนะนำให้ไทยทำจดหมายขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากจีน 1 ล้านโดส โดยให้นำวัคซีนส่วนหนึ่งมาฉีดให้คนจีนในไทยด้วย จึงเป็นที่มาของการรับมอบวัคซีนครั้งนี้ และจะมีมาเพิ่มอีกเร็วๆ นี้ รวมถึงช่วยประสานให้ไทยสั่งซื้อวัคซีนจากซิโนแวคได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางในการส่งวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ไทยได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 4.5 ล้านโดส&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว และว่า ไทยกำลังประคับประคองสถานการณ์โรคโควิด-19 อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เชื้อมีการแพร่กระจาย โดยจะฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด และมีแผนจัดหาวัคซีนเข้ามาเพิ่มทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัคซีนเพียงพอฉีดให้แก่คนไทยถึงสิ้นปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายหยาง ซิน กล่าวว่า เป็นตัวแทนรัฐบาลจีนมอบวัคซีนซิโนแวคให้รัฐบาลไทยเพื่อช่วยต่อสู้กับโรคโควิด-19 แสดงถึงไมตรีจิตของจีนที่มีต่อไทย และความรับผิดชอบของจีนที่มีต่อสังคมโลก โดยปัจจุบันมีการมอบวัคซีนแล้วกว่า 80 ประเทศ และส่งออกกว่า 50 ประเทศ ส่วนการฉีดวัคซีนภายในประเทศมากกว่า 400 ล้านโดสแล้ว แต่มีประชากรมากกว่า 1,411 ล้านคน ซึ่งภายในประเทศยังไม่พอ แต่ไทยและจีนเป็นพี่น้องกัน การแพร่ระบาดครั้งนี้ของไทย จีนจึงให้ความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนเพื่อช่วยป้องกันชีวิตและสาธารณสุขของชาวไทยด้วย ซึ่งสัปดาห์นี้วัคซีนซิโนแวคที่ไทยสั่งซื้อจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส เพื่อให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเผยว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดเล็ก ได้มีการประชุมร่วมกับ สธ.อีกครั้ง เพราะยังมีความเห็นต่างเรื่องการวอล์กอินฉีดวัคซีน ซึ่ง สธ.อยากเปิดโอกาสให้ประชาชนวอล์กอินเพื่อฉีดวัคซีนจะได้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ขณะที่ ศบค.อยากเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนและทยอยมารับวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ไม่ควรให้วอล์กอิน เพราะเกรงว่าคนจะแห่กันมา ทำให้เกิดความแออัด อีกทั้งถ้าวอล์กอินมาแล้วแต่ไม่ได้ฉีดก็จะเป็นปัญหาอีก นอกจากนี้ยังต้องบริหารจัดการให้พอดีกับวัคซีนที่มีอยู่ในแต่ละเดือน และยังมีความเห็นว่าน่าจะใช้วิธีให้ลงชื่อบัญชีสำรองไว้ วันไหน ที่ไหนว่าง ให้ติดต่อกลับไปแล้วนัดมาฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18-59 ปี เริ่มลงทะเบียนเพื่อรับบริการฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมทั้ง Line Official Account และแอปพลิเคชัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.เป็นต้นไป และยังสามารถจองฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ผ่านโรงพยาบาลที่มีสิทธิรักษา, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเมือง (รพ.สต.) และช่องทางอื่นๆ รวมทั้งวอล์กอินตามประกาศของจังหวัดด้วย และ สธ.อยู่ระหว่างวางระบบการลงทะเบียนเพื่อให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยสามารถเข้าถึงการรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่า ผลศึกษาวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดในไทยพบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากได้รับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนและมีใบยืนยันอาการแพ้วัคซีนจากสถานที่ฉีดวัคซีนแล้ว สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมเยียวยาตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ 5) โดยจัดสรรวงเงิน 100 ล้านบาท สำหรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มี 2 เขตที่เสนอข้อมูลการขอรับเงินช่วยเหลือ คือ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี ส่วนเขตพื้นที่อื่นอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดย สปสช.เขต 1 ซึ่งมีผู้ยื่นขอเยียวยา 218 ราย จากจำนวนที่ฉีดไปแล้วทั้งหมด 91,551 เข็ม คิดเป็น 0.24% โดยส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย เช่น เป็นไข้นิดๆ หน่อยๆ ปวดเมื่อยตามตัว ส่วนกลุ่มที่มีอาการไข้สูงจนต้องนอนพักโรงพยาบาล คิดเป็น 0.05%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวเชิญชวนเจ้าหน้าที่ตำรวจฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน และหน้าที่ของตำรวจทุกคน เรื่องสำคัญที่สุดในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้มีวิธีเดียวคือฉีดวัคซีน ถ้าเราหยุดการแพร่ระบาดไม่ได้ สังคมก็เป็นอย่างนี้ เราก็ต้องล็อกดาวน์กันอีก เมื่อไหร่ก็ตามที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เกินกว่าที่ระบบสาธารณสุขของเราจะรับได้ เราก็ต้องล็อกดาวน์ มีวิธีเดียวที่หยุดการแพร่ระบาด นี่คือวาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องช่วยกันทำ เราฉีดวัคซีนไม่ใช่เพื่อเราคนเดียว ไม่ใช่แค่ครอบครัวเรา แต่เราทำเพื่อสังคม เพื่อคนไทยทั้งประเทศเพื่อคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องมองอย่างนี้ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะช่วยกัน ไม่ใช่แค่ตำรวจ แต่ทุกคนต้องช่วยกัน ก็ขอให้ท่องไว้ในใจว่าต้องหยุดการแพร่ระบาดวิธีเดียวคือฉีดวัคซีน ถ้าเราไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ มันก็เป็นอย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น ฝากไว้ ไม่มีผู้บังคับบัญชาคนไหนไปบังคับใครได้ เพียงแต่เราชี้แจงให้ท่านทราบว่าเหตุผลความจำเป็นคืออะไร&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว และว่า การฉีดวัคซีนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขณะนี้กลุ่มเป้าหมายหลักด่านหน้าฉีดไป 50% แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล ต้องการให้ทำประกันให้คนเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน โดยอ้างเป็นเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ว่าคนไทยทุกคนรู้ดีว่าวัคซีนที่จัดเตรียมให้คนไทยได้ฉีดคือวัคซีนที่ฉีดกันทั่วโลก เป็นที่ยอมรับมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งที่ ส.ส.วิโรจน์เสนอว่าควรออกมาทำประกันชีวิตถ้าคนไทยคนใดฉีดแล้วตายจ่าย 10 ล้านบาท เป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะคิดว่าชีวิตคนไทยมีค่าเพียง 10 ล้านบาทเท่านั้นเอง
&amp;ldquo;เมื่อมีการประกาศให้ ส.ส.ไปฉีดวัคซีน ส.ส.พรรคก้าวไกลไปฉีดกันกลุ่มแรกก่อนใคร ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และด้วยความที่เป็นพรรคคนหนุ่มสาว ส่วนใหญ่จึงฉีดวัคซีนซิโนแวค และเท่าที่ทราบ ท่านได้ฉีดเข็มสองกันครบถ้วนแล้ว และแน่นอนไม่มีข่าวว่ามีท่านใดแพ้ และท่านใดตาย ผมจึงขอเรียกร้องคุณวิโรจน์และ ส.ส.ก้าวไกลทุกท่านที่ได้ฉีดวัคซีนได้ออกมาช่วยกัน แทนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิการทำงานของรัฐบาลอย่างเดียว โปรดออกมารณรงค์เรียกร้องพี่น้องประชาชนกว่า 8 ล้านคนที่เคยเลือกท่านมาเป็นผู้แทน ให้ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน แค่นี้ก็ถือว่าท่านได้ทำหน้าที่คนไทย แสดงความรักชาติอย่างล้นเหลือแล้ว&amp;rdquo;นายศุภชัยกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103255</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนโดส, COVID-19, จีนมอบวัคซีน, ฉีดวัคซีน, วอล์กอินฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a28206da20e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ย้ำวอล์กอินฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - ที่เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนพิธีเปิดโรงพยาบาลบุษราคัม ว่า โรงพยาบาลบุษราคัมเป็นโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยโควิดสีเหลืองที่มีอาการค่อนข้างหนักขึ้น โดยมีจำนวน 1,092 เตียง ซึ่งวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเปิดอย่างเป็นทางการ และจะเปิดรับผู้ป่วยได้ทันที ทั้งนี้โรงพยาบาลบุษราคัม มีโรงพยาบาลเจ้าภาพคือโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี รวมถึงใช้เครือข่ายโรงพยาบาลสนับสนุน ซึ่งจะรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลหลายๆแห่ง ทั้งโรงพยาบาลสนาม และHospitel ที่จะทำการส่งตัวมารักษา ยืนยันว่าโรงพยาบาลบุษราคัมมีอุปกรณ์และบุคลากรทางการแพทย์เพียงพอรองรับการรักษาผู้ป่วย ซึ่งบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนเรื่องการวอล์กอินฉีดวัคซีนนั้น เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนที่ถูกต้องตรงกัน ขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะประชาสัมพันธ์เน้นย้ำเรื่องการวอล์คอินของประชาชนเข้ามาติดต่อเพื่อรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดด้วยตัวเองว่าจะเริ่มดีเดย์ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป โดยต้องบริหารจัดการวัคซีน จัดให้กับกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆบริหารจัดการในพื้นที่เอง ให้บริหารจัดการให้มีเผื่อการ วอล์คอินของประชาชนไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับวัคซีนเป็นสิทธิพิเศษ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ไม่ว่าจังหวัดใดจะบุรีรัมย์หรือลำปาง เชียงใหม่ พัทลุง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละจังหวัดทำเรื่องร้องขอตามจำนวนที่ต้องการ เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขจัดจำนวนให้ โดยจัดไปตามกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มต่างๆ ถ้าบริหารแค่กระทรวงสาธารณสุขโดยลำพังไม่มีปัญญาที่จะทำได้ครบทั้งหมดทั่วประเทศ แต่สาธารณสุขมีหน้าที่กระจายวัคซีนให้เพียงพอและทั่วถึงในแต่ละจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102872</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, วอล์กอินฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609de2f78efc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ลุงตู่’รับช่วงนี้เครียด! วอล์กอินฉีดวัคซีนมิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการวัคซีนจามจุรี-สามย่านมิตรทาวน์&amp;nbsp; ให้กำลังใจ จนท. รับช่วงนี้เครียด แจงแผนวอล์กอินฉีดวัคซีนเริ่มเดือนมิ.ย. ยันทุกคนได้ฉีดแน่ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นแอสตร้าเซนเนก้ามาตามสัญญาไม่มีสะดุด &amp;quot;กทม.&amp;quot; ยังใช้ลงทะเบียนหมอพร้อมเป็นหลัก ป้องกันไม่ให้พื้นที่แออัดเกินไป &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; นำทีมทนายนายกฯ แจ้งจับ &amp;quot;ฮาร์ท&amp;quot; นักร้องดังผิด ม.112-พ.ร.บ.คอมพ์ โพสต์พาดพิงสถาบัน &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; โวย รบ.แอบอ้างสถาบันปิดปากคนวิจารณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ชั้น 4 อาคารจัตุรัสจามจุรี มีนายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ และ นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีจุฬาฯ และ คณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ โดยนายกฯรับฟังบรรยายสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการที่ใช้หลักการสำคัญคือ ปูพรม-ฉีดวัคซีนให้มากที่สุด โดยยึดหลัก 3 ป. คือ ปลอดภัย ปูพรม ประสิทธิภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้รับบริการเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง ได้แก่ ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะ เช่น พนักงาน ขสมก. ฯลฯ โดยทีมแพทย์ พยาบาล เภสัชกรที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีการเตรียมระบบให้วัคซีนที่ปลอดภัยและครบถ้วนในทุกขั้นตอนจนถึงการดูแลและสังเกตอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นรินทร์กล่าวว่า จุดบริการฉีดวัคซีนที่อาคารจัตุรัสจามจุรี จะสามารถให้บริการกลุ่มเป้าหมายได้วันละ 1,000-1,500 คน ส่วนกรณีวอล์กอินขอให้ติดตามข้อมูล ที่จะแจ้งผ่านช่องทางต่างๆ&amp;nbsp; ก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเสียเวลา และเพื่อลดความแออัดในการเข้ารับบริการ เนื่องจากยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะให้บริการได้ในปริมาณเท่าไหร่และอย่างไร ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยนายกฯสอบถามถึงการให้บริการและถามว่ารอนานหรือไม่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุด้วยว่า ลูกสาวก็เป็นลูกศิษย์ที่นี่ ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ทักว่าผอมลงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เอามือแตะที่หน้าอกข้างซ้ายพร้อมตอบว่า &amp;quot;เครียดๆ&amp;quot; ก่อนกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้คนมาฉีดวัคซีนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายกฯ เดินทางไปที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยความร่วมมือบริการวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร-สภาหอการค้าไทย-โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์- สามย่านมิตรทาวน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า รัฐบาลทำเต็มที่ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมเป็นกำลังใจให้ทุกคน รวมทั้งขอบคุณประชาชนที่มารอฉีดวัคซีนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาให้กำลังใจทุกคน เราต้องร่วมกันทำงานที่เป็นวาระแห่งชาติเรื่องการจัดหาวัคซีน กระจายวัคซีน และฉีดวัคซีน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้ทุกภาคส่วน ก็เป็นห่วงตรงนี้ เราต้องมองสองขาสองข้างไปด้วยกันเสมอ และเห็นใจผู้มีรายได้น้อย ผู้บริการสาธารณะด้วยก็มีความเสี่ยง รวมถึงภาคอุตสาหกรรม&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังการตรวจเยี่ยมศูนย์บริการฉีดวัคซีนว่า นี่เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ต้องร่วมกันทั้งหมด ร่วมกันทำในสิ่งที่ดีๆ และต้องมีกติกาที่เป็นมาตรการกลางที่ต้องปฏิบัติ วันนี้เป็นที่น่ายินดีที่เราเพิ่มมา 14&amp;nbsp; จุด และจะขยายได้ถึง 25 จุดในระยะต่อไป โดยขึ้นอยู่กับวัคซีนที่มา เพราะต่อให้มี 100 จุด ถ้าวัคซีนไม่พอก็เปิดไม่ได้
วอล์กอินฉีดวัคซีนเริ่ม มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เรื่องวอล์กอินก็ได้ให้กรุงเทพฯและกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงให้ชัดเจนแล้ว ไม่เช่นนั้นจะไม่เข้าใจกัน ซึ่งเป็นการเตรียมการไว้สำหรับเดือน มิ.ย. ถ้าวัคซีนเพียงพอก็ได้เตรียมการส่วนนี้ไว้ แต่เมื่อเข้ามาก็ต้องรวมในระบบหมอพร้อม เดี๋ยวจะไม่เข้าใจมากันเต็มไปหมดแล้วไม่ได้ฉีด ซึ่งก็มีหลายคนก็เอารูปนายกฯ ไปใส่โน่นนี่ นายกฯ ก็โดนเละไปหมดเหมือนกัน คือจริงๆ แล้วบางทีต้องฟังทางหมอ และดูให้ละเอียด บางทีไปย่อในโซเชียลก็คือปัญหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ยืนยันรัฐบาลมีแผนงานในการเปิดให้เดินเข้ามา แล้วฉีดถ้าวัคซีนเพียงพอ ซึ่งในแต่ละวันเราก็มีสำรองไว้บ้าง อาจจะเหลือบางคนที่ไม่มาแต่ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าทุกคนได้ฉีดแน่ จะช้าจะเร็วก็อาจมีบ้าง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าในส่วนของจังหวัดมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดฉีดวัคซีนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ผู้ว่าฯ เป็นประธานคณะกรรมการร่วมกับ สสจ.จังหวัด และมีคณะแพทย์ของสาธารณสุขอยู่แล้ว ซึ่งต้องเข้าใจคำว่าแผนและมาตรการ ถ้ามีอะไรต้องปรับเปลี่ยนแปลงก็สามารถทำได้ อย่าให้สับสนอลหม่านไปกว่านี้เลย เพราะนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและ ประกาศวาระแห่งชาติ ได้กำหนดนโยบายและให้นำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ วันนี้เป็นกังวลกับเฟกนิวส์ที่มีอยู่เยอะแยะไปหมด ขอร้องอย่าแพร่กันต่อเลย ทุกคนต้องถือว่าวันนี้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นวาระที่เราต้องรักสามัคคีและร่วมมือกันให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่จะเข้ามาเดือน มิ.ย. ยังไม่มีอะไรสะดุดใช่หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินที่ยืนข้างๆ ได้กล่าวตอบแทนทันทีว่า &amp;quot;ไม่มีสะดุดครับ&amp;quot; ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะสะดุดอะไร&amp;nbsp; นายอนุทินยืนยันไม่มีสะดุด เราพูดคุยเจรจาได้ และขอให้ส่งตามที่สัญญาเอาไว้ วันนี้ยังไม่หยุดหาวัคซีนอื่นและไม่ปิดกั้นใคร แต่ก็มีการไปพูดกันให้เสียหาย ซึ่งใครมีผลประโยชน์เรื่องนี้ตนยืนยันจะต้องลงโทษเต็มที่อยู่แล้ว ต้องไม่มีใครได้รับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น แต่คนได้รับประโยชน์คือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เกิดความเข้าใจสับสนในการเข้าถึงวัคซีนของประชาชนด้วยการวอล์กอินเข้าไปฉีด จึงขอชี้แจงว่าการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้เพิ่มการบริการให้กับประชาชนเพื่อให้การรับการฉีดวัคซีนเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนวอล์กอินเข้ามาได้ เพิ่มเติมจากมาตรการเดิมคือการลงทะเบียน ซึ่งการฉีดวัคซีนทั้งช่องทางการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม และการวอล์กอินจะเริ่มในเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป ไม่ใช่เริ่มวันนี้หรือพรุ่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดือน มิ.ย.มีวัคซีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลจึงเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกกับประชาชนให้มากที่สุด โดยจะแบ่งเป็นการให้บริการกับผู้ลงทะเบียนหมอพร้อม กลุ่มที่จองมาแบบหมู่คณะ องค์กร บริษัท กลุ่มที่ อสม.พามาและวอล์กอินจากประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ที่จะสามารถรวบรวมคนได้ปริมาณมากแบบไม่แออัด เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเสนอให้ใช้สถานีกลางบางซื่อที่เป็นสถานีรถไฟแห่งใหม่เปิดฉีดให้ประชาชนทั่วไป&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
กทม.ยึดลงทะเบียนหมอพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร แถลงถึงแนวทางการให้วัคซีนในพื้นที่ กทม.ว่า มี 3 รูปแบบ คือ 1.การลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม 2.การลงทะเบียนผ่านระบบที่แต่ละจังหวัด/โรงพยาบาลได้จัดทำขึ้น 3.การอนุมัติอนุญาตให้แต่ละจังหวัดพิจารณาให้วอล์กอิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของการวอล์กอินให้ฉีดวัคซีน ทาง กทม.ยังคงใช้การลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมเป็นหลัก เพื่อไม่ให้พื้นที่แออัดเกินไป รวมไปถึงจัดการบริหารวัคซีนได้ แต่ปัจจุบันเนื่องจากปริมาณวัคซีนในกรุงเทพฯ มีอย่างจำกัด จึงมีการจัดลำดับในการวัคซีนแก่ผู้มีความเสี่ยง เบื้องต้นจะมีการฉีดให้กลุ่มตามที่ทางรัฐกำหนด ส่วนของการฉีดวัคซีนนอก รพ.ระหว่างวันที่12-14 พ.ค. เป็นระยะทดลองระบบร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยให้บริการวัคซีนกลุ่มเป้าหมาย คือ&amp;nbsp; บุคลากรทางการแพทย์ที่ยังตกค้างบาง ส่วน ครูและบุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด่านหน้า ประชาชนกลุ่มอาชีพเสี่ยง หากได้รับวัคซีนเพิ่มก็จะทำการขยายกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงในกลุ่มชาวต่างชาติหรือต่างด้าว ทั้งนี้ จุดบริการวัคซีนนอก รพ.ยังไม่เปิดรับประชาชนทั่วไปวอล์กอิน เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณวัคซีนที่ได้รับจัดสรรด้วย&amp;quot; โฆษก กทม.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.นางเลิ้ง นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และทนายความนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล หรือฮาร์ท นักร้องชื่อดัง กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนอง &amp;ldquo;ยาเจ้านายขายไม่ออก สต๊อกไม่เคลื่อนที่ ลิ่วล้อต้องออกมาช่วย เรื่องการตลาด (ผมไปก๊อปคนอื่นเขามาอีกที) พร้อมติดแฮชแท็กว่า #ผูกขาดวัคซีนนี่ถ้าไม่เหี้ยมจริงทำไม่ได้นะ&amp;rdquo; ในความผิด กม.อาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิวัฒน์กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบจากโพสต์ของนายสุทธิพงศ์ แม้มีการเขียนว่า คัดลอกข้อความจากบุคคลอื่นมาอีกต่อหนึ่งนั้น แต่เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่า หลายโพสต์หลายข้อความทั้งของต้นทางและของนายสุทธิพงศ์เอง ที่ระบุว่า &amp;ldquo;เจ้านาย&amp;rdquo; นั้น เข้าข่ายมีเจตนาทำให้คนเข้าใจผิด พาดพิงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลบิดเบือนและเข้าใจสถาบันในทางที่ผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังจากมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ทางนายสุทธิพงศ์ หรือฮาร์ท ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า... &amp;ldquo;เจ้าข้าเอ๊ย.. นายกฯ ฟ้องประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำปัญหาที่พรรคก้าวไกลเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์มักแอบอ้างสถาบันฯ มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารของตนเอง ในขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือเร่งจัดหาวัคซีนที่หลากหลายพอ มากพอ และเร็วพอ ไม่ใช่ส่งคนไปดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมาวิจารณ์ยุทธศาสตร์และการจัดการวัคซีนที่ผิดพลาดของรัฐบาล ซึ่งคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เคยออกมาเตือนไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดระยะที่ 3 แต่กลับถูกแจ้งข้อหา ม.112 แทน รัฐบาลต้องสำนึกในความผิดพลาดของตนเองและรับผิดชอบต่อประชาชนให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ไปไล่ฟ้องปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน ถ้ารัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้ก็ควรลาออกไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102849</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทุกคนได้ฉีด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วอล์กอินฉีดวัคซีน, ศูนย์บริการวัคซีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอสตร้าเซนเนก้า, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d36e752c8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
