<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชลบุรี&#039;ยังทรงติดเชื้อใหม่328คนสังเวยโควิด4ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี - Chonburi PR ได้เพิ่มรูปภาพและเนื้อหาใหม่ระบุว่า&amp;nbsp;วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 328 ราย 1. Cluster ที่พักแรงงานก่อสร้าง หมู่ 1 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา 6 ราย สะสม 11 ราย 2. Cluster แคมป์ก่อสร้าง บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด อำเภอศรีราชา 5 ราย สะสม 83 ราย 3. Cluster บริษัท ชอง อิล (ไทยแลนด์) จำกัด อำเภอศรีราชา 5 ราย สะสม 15 ราย 4. Cluster ค้นหาเชิงรุก ชุมชนช่องแสมสาร อำเภอสัตหีบ 4 ราย สะสม 69 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สถานประกอบการในจังหวัดระยองหลายแห่ง 11 ราย สะสม 4,122 ราย และจังหวัดอื่นๆ รวมสะสม 1,704 ราย 6. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 10 ราย 7. ให้ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต่างจังหวัด (กทม.) 1 ราย 8. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 8.1 ในครอบครัว 122 ราย 8.2 จากสถานที่ทำงาน 60 ราย 8.3 บุคคลใกล้ชิด 10 ราย 9. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 25 ราย &amp;nbsp;และ 10. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 69 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน เริ่มจากแหล่งสถานบันเทิง สู่ครอบครัว มาสู่เพื่อนร่วมงาน มาสู่ชุมชนที่พักอาศัยพนักงาน แรงงาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกัน หรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท ทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในที่มีผู้คนรวมตัวกัน ทั้งในในสถานประกอบการ ตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง และชุมชนที่พักอาศัย ค่ายทหาร ขอความร่วมมือ แหล่งชุมชุมชนดังนี้ 1. ผู้ค้าหรือลูกจ้าง ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ค้าหรือลูกจ้างร้านอื่น ๆ ไม่ทานอาหารใกล้ชิดด้วย&amp;nbsp;
2. ไม่สังสรรค์ 3. ป่วยต้องหยุด 4. ทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม หลังออกจากห้องน้ำต้องล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้มือจับหน้าโดยไม่ล้างมือ &amp;nbsp;5. ใส่แมสก์ตลอดเวลา 6. เมื่อมีผู้ติดเชื้อในตลาด หากมีการตรวจเชิงรุก ขอให้รับการตรวจเชิงรุกทุกคน 7. เมื่อมีการปิดตลาด ขอความร่วมมือผู้สัมผัส หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้หยุดอยู่บ้าน8. ไม่รับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่เสี่ยง และ 9. มีการสุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานประกอบการ 1. ไม่สังสรรค์ ไม่ตั้งวงดื่มเหล้า 2. อาหารต้องไม่ทานใกล้ชิดด้วย 3. ป่วยต้องหยุด 4. จุดสัมผัสร่วม ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได สแกนนิ้วมือ เซ็นชื่อแล้วต้องล้างมือทันที&amp;nbsp;5. เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล ใส่แมสก์ตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆกัน &amp;nbsp;และ 6.สุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีการกักตัวอย่างเข้มงวด ไม่ออกไปแพร่เชื้อ &amp;nbsp;การควบคุมป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดชลบุรี อยู่บนพื้นฐานของสมดุลระหว่าง การควบคุมโรค เศรษฐกิจ สังคม&amp;nbsp;ปัจจัยความเร็วในการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้นกับการเคลื่อนที่นอกบ้านของประชาชน ความใกล้ชิดกัน รวมทั้งระยะเวลาในการใกล้ชิดกัน นอกเหนือจากการไม่เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล หากไม่ล้างมือก่อนจับหน้า เชื้อเข้าทางจมูก ปากตา ทำให้มีการติดเชื้อและแพร่ระบาดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสภาวการณ์ที่โควิด-19 มีการระบาดในวงกว้าง จนอาจกลายเป็นโรคประจำถิ่น เชื้อไม่ได้หมดสิ้นไป ทำให้มีโอกาสในการติดเชื้อได้ แต่ต้องไม่ให้เกิดการระบาดจนระบบสาธารณสุขรองไม่ไหว และต้องไม่เสียชีวิต ดังนั้นจึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของจังหวัดชลบุรี ค้นให้มาก กักให้ดี ชีวิตวิถีใหม่ ร่วมใจฉีดวัคซีน 1. ค้นให้มาก สถานที่ให้บริการประชาชน แหล่งชุมนุมชน ต้องมีการคัดกรองด้วย ATK สม่ำเสมอ ประชาชนที่มีอาการหรือสงสัยสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้มีการตรวจ ATK คัดกรอง&amp;nbsp;
2.กักให้ดี ผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อให้กักตัวให้ดี ผู้ติดเชื้อต้องแยกกัก ไม่ให้แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น 3. ชีวิตวิถีใหม่ ทุกคนต้องเคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล อยู่ห่างกัน หมั่นล้างมือ แมสก์ต้องใส่ &amp;nbsp;เขื้อเข้าทาง จมูก ปาก ตา ต้องไม่จับหน้า โดยไม่ล้างมือ ทุกคนต้องสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่โควิด-19 ยังคงต้องหลงเหลือ ( smart living with covid-19 )และอาจกลายเเป็นเชื้อประจำถิ่น สถานที่ให้บริการประชาชน ต้องมีมาตรการควบคุมปัองกัน ( covid-19 free setting) 4. ร่วมใจฉีดวัคซีน วัคซีนลดความรุนแรงของโควิด-19 ได้ 100% แต่ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ยังคงสามารถติดเชื้อโควิด-19 ได้ ยังคงต้องมีสุขอนามมัยส่วนบุคคล ขอความร่วมมือทุกท่านในการฉีดวัคซีน เพื่อลดความเร็วในการระบาด และลดความรุนแรงของโควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ยังคงมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว และเป็นผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน&amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่ทั้ง 4 รายของวันนี้ เป็นผู้สูงอายุ 3 ราย (อายุเฉลี่ย 80ปี) และผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เป็นผู้สัมผัสในครอบครัวของผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า มีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่ทำให้ความรุนแรงของโรคที่นำไปสู่การเสียชีวิต คือการมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หอบหืด โรคหัวใจและทุกรายไม่พบประวัติการรับวัคซีน ดังนั้น การฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันไม่ให้ป่วยหนัก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้มีอัตราป่วยหนักหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 มากกว่ากลุ่มอื่น #ค้นให้ทั่ว_กักให้ดี_ชีวิตวิถีใหม่_ร่วมใจฉีดวัคซีน_สู้ภัยโควิด19 &amp;nbsp;#รู้หน้า_ไม่รู้ใจ_ไม่รู้ใครติดโควิดบ้าง #อยู่ห่างกัน_หมั่นล้างมือ_แมสก์ต้องใส่_สแกนไทยชนะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อ, วัคซีน, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f5d208a87f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เมืองคอนพปชร.โวยโควิดพุ่ง! บี้&#039;อนุทิน&#039;ส่งวัคซีนช่วยด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่พุ่งถึง 618 คน (วันที่ 17 ต.ค.64) จนทำให้จัดอยู่ใน 23 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp; กลายเป็นพื้นที่สูงสุดและเข้มงวด ส่งผลให้กระทบถึงการทำมาหากิน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ต้องหยุดชะงักลง ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงขอสนับสนุนการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช อย่างเร่งด่วน ต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ถึงแม้ว่า วัคซีนโควิด-19 จะใช้เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของอาการป่วย และเสียชีวิต ซึ่งผู้ที่ได้รับวัคซีนยังสามารถติดเชื้อได้ แต่การได้รับวัคซีนในสัดส่วน 70-80% ของประชากรทั้งจังหวัด จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามกำหนดการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวของ ศบค. ที่จัดให้ จ.นครศรีธรรมราช อยู่ในพื้นที่นำร่อง (สีฟ้า) ที่จะเปิดจังหวัดในวันที่ 1 ธ.ค.64 นั้น หากการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชากรยังไม่ถึง 70-80% ก็อาจทำให้ จ.นครศรีธรรมราช ต้องสูญเสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูจากข้อมูลรายได้การท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในเดือน ม.ค.-ส.ค.64 แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จังหวัดนครศรีธรรมราชยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดจำนวน 628,279 คน สร้างรายได้ 2,248.08 ล้านบาท ลดลงจากในปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยวมากถึง 1,247,928 คน&amp;nbsp; มีรายได้ 3,826 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากเปรียบเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองในภาคใต้อย่าง ระนอง ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 125,385 คน ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค.64 มีรายได้ 315.84 ล้านบาท ลดลงจากปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยว 296,563 คน มีรายได้ 1,096 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยว 509,617 คน ในช่วงเดือน ม.ค.- ส.ค.64 มีรายได้ 1,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยว 495,741 คน มีรายได้ 917 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดการท่องเที่ยวเมืองรอง แต่ก็มีรายได้เป็นอันดับ 1 ใน 55 เมืองรองของประเทศ โดยในช่วง 5 เดือนแรกตั้งแต่ ม.ค.-พ.ค.ของปี 61 ก่อนการระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวคนไทยมาเยือนมากที่สุด 142,445 คน มีรายได้สูงสุด 2,121 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงปี63-64 แม้มีการระบาดของโควิด-19 แต่ก็ยังสร้างรายได้ในหลัก 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตดีขึ้น&amp;rdquo; นายสัณหพจน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจุบัน จ.นครศรีธรรมราช กำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นสูง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการได้รับวัคซีนของประชาชนในพื้นที่ซึ่งยังคงมีสัดส่วนที่น้อยอยู่ ดังนั้นจึงอยากขอให้ กระทรวงสาธารณสุขในความดูแลของนายอนุทิน ช่วยสนับสนุนจัดสรรวัคซีนให้กับจ.นครศรีธรรมราช เพื่อเร่งการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ให้ได้ในสัดส่วน 70-80% รองรับการเปิดเมืองท่องเที่ยวในวันที่ 1 ธ.ค. ตามที่ ศบค.กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจัดสรรวัคซีนดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง สร้างความมั่นใจให้กับตัวของประชาชนเอง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งเป็นตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120048</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, วัคซีน, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง, อนุทิน ชาญวีรกูล, เมืองคอน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แจงประสิทธิภาพ&#039;ยาโมลนูพิราเวียร์&#039; ช่วยผู้ป่วยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;โควิด 19&amp;nbsp; การรักษาด้วยยา Molnupiravir&amp;quot; ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะต้องมีชีวิตอยู่กับ covid-19 วัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรค ทำให้อัตราการความรุนแรงของโรค และ เสียชีวิตลดลง ยังมีการพัฒนายามาช่วยลดความรุนแรง และการเสียชีวิต ลดการแพร่กระจายเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Molnupiravir เป็นยารับประทานที่มีประสิทธิภาพ สามารถลดการนอนโรงพยาบาล และเสียชีวิตของผู้ป่วย covid-19 ลงครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp; ถ้าให้ยานี้ภายใน 5 วันหลังเริ่มมีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีการศึกษาชัดเจนว่า Molnupiravir ยังช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อได้ ผู้ที่ทานยา Molnupiravir&amp;nbsp; 400 หรือ 800 mg เช้าเย็น ไม่สามารถเพาะเชื้อขึ้นในวันที่ 5 หลังเริ่มทานยา&amp;nbsp; เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้ยาหลอก หรือไม่ได้รับประทานยา จะยังเพาะเชื้อขึ้นได้ 11 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ยายังรอการรับรองให้ใช้ จากองค์การอาหารและยา USA ยามีราคาแพง ในอนาคตบริษัทในอินเดีย ได้รับอนุญาตให้ผลิตถึง 5 บริษัทจะทำให้ยาราคาถูกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความฝันในอนาคตที่ทำวัคซีน และยารักษา จะทำให้ลดความรุนแรงโรคลงได้ โรคนี้ก็จะเป็นโรคทางเดินหายใจโรคหนึ่ง ที่อยู่กับเรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาโมลนูพิราเวียร์, วัคซีน, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดสงขลายังวิกฤตติดเชื้อเพิ่ม475คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - รายงานข่าวจากกลุ่มภารกิจสื่อสารความเสี่ยง สำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) สงขลาเปิดเผย ผู้ติดเชื้อโควิดวันที่ 13 ต.ค. จำนวน 475 คน ยอดสะสม 36,313 คน ไม่รวมผู้ติดเชื้อในเรือนจำและมาจากต่างประเทศ &amp;nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตยอดสะสม 161 คน &amp;nbsp;นอนรักษาในโรงพยาบาล 6,340 กว่าคน ที่รักษาหายกลับแล้ว 31,500 กว่าคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ &amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่สูงสุด ใน อ.หาดใหญ่ ,จะนะ, เมือง, สิงหนคร, สะบ้าย้อย, รัตภูมิ และ อ.เทพา &amp;nbsp;รองลงมาจากการสอบสวนโรค &amp;nbsp;กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในร้านค้า โรงงาน บริษัท &amp;nbsp;และผู้ติดเชื้อยืนยันจากต่างจังหวัด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงติดต่อกันตลอด &amp;nbsp;โดยเมื่อดูสถิติย้อนหลัง 7 วัน &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 6-12 ต.ค.จำนวน 3,745 คน ในระหว่าง 400-600 คน ลักษณะเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีก 2 สัปดาห์ติดต่อกัน &amp;nbsp;เนื่องจากมีกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน 50% ของกลุ่มเป้าหมาย 1,487,320 คน เนื่องจากสอบสวนโรคพบว่าผู้ติดเชื้ออยู่ในกลุ่มไม่ได้รับวัคซีน 90%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการ จ.สงขลาเผยว่า การขับเคลื่อนโครงการ &amp;ldquo;Hatyai Sandbox Plus&amp;rdquo; ขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้หลายด้าน เพื่อให้สามารถเปิดพื้นที่เมืองหาดใหญ่ เป็นพื้นที่ทดสอบ (Sandbox) สำหรับการออกแบบนโยบายการเปิดเมืองของรัฐบาลได้ จะเสนอไปยังรัฐบาลเพื่อขอรับการสนับสนุนวัคซีน 250,000 โดส ให้กับหาดใหญ่ Sandbox และชุดตรวจ ATK &amp;nbsp;170,000 ชุด เพื่อรองรับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามา &amp;nbsp;จัดตั้งศูนย์ตรวจ ATK เพิ่มขึ้นใน อ.หาดใหญ่ เพื่อให้เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และการจำกัดการทำ Home Isolation และ จัดตั้ง Community Isolation ให้เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119632</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเจษฎา จิตรัตน์, ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา, วัคซีน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_616674bcce738.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สน.นางเลิ้งส่งตัว&#039;ธนาธร&#039;ให้อัยการสั่งฟ้องม.112 ไลฟ์สดวัคซีนพาดพิงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64- ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้นัดส่งตัวพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายธนาธร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้องต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่นายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี และการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี 32/2563 ลงวันที่ 21 ก.ย.63 ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ตามคดีอาญาที่ 21/64 ลงวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา แจ้งความเอาผิด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 3 ข้อหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ ความผิดมาตรา 112 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ความผิดฐานหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีไลฟ์เฟซบุ๊กบรรยายหัวข้อเกี่ยวกับวัคซีนบนเพจคณะก้าวหน้าและเพจนายธนาธร ซึ่งมีเนื้อหาวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลที่มีความล่าช้าและมีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังพนักงานสอบสวนส่งตัวพร้อมสำนวนให้อัยการแล้ว ตามขั้นตอนทางพนักงานอัยการจะพิจารณาสำนวน โดยจะนัดให้ผู้ต้องหามารับทราบคำสั่งทางคดีอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายความผู้นี้กล่าวว่า ภายหลังพนักงานสอบสวนส่งตัวนายธนาธรให้อัยการแล้ว นายธนาธรจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.พหลโยธิน เกี่ยวกับกรณีที่ได้พูดเรื่องวัคซีนเช่นเดียวกัน คาดว่าจะไปถึงเวลาประมาณ 11.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119495</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีม.112, ธนาธร, วัคซีน, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e1735a27ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นศ.พังงาเส้นเลือดอุดตันเฉียบพลันโดนตัดขา! หลังฉีดวัคซีนเข็ม2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายจำรัส ขนาดผล ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนพังงา พร้อมด้วยอาจารย์ในวิทยาลัยลงพื้นที่พบกับนางห้าเหลี้ย กองแก้ว อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 ม.1 บ้านท่าด่าน ต.เกาะปันหยี อ.เมืองพังงา หลังจากพบว่า น.ส.เกตน์สิรี กองแก้ว อายุ 20 ปี นักศึกษาสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่นของวิทยาลัยชุมชนพังงา ซึ่งเป็นหลานสาว ประสบปัญหาเจ็บป่วยหลังจากไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 แบบไขว้ จากหน่วยฉีดวัคซีนอำเภอเมืองพังงา จนโรงพยาบาลพังงาต้องส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และล่าสุดทางคณะแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดง 2 ข้างอุดตันฉับพลัน จนต้องตัดขาข้างซ้ายเหนือหัวเข่าไป 1 ข้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ญาติๆ และหลายคนต่างเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนเข็ม 2 แอสตร้าฯ แบบไขว้ อย่างแน่นอน และอยากร้องขอให้ทางราชการเข้าช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเป็นการด่วน เนื่องจาก น.ส.เกตน์สิรี เป็นลูกกำพร้า พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ แล้วแม่ก็ทิ้งไป อาศัยอยู่กับย่าเพียง 2 คน มีฐานะยากจนเปิดร้านขายของเล็กๆ ในหมู่บ้าน ซึ่งทางย่าก็ไม่เรียกร้องอะไรบอกว่าแล้วแต่ทางราชการจะช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอนุพงษ์ ธรรมรงค์ อายุ 25 ปี เพื่อนนักศึกษา ที่บ้านอยู่ใกล้เคียงกัน เล่าว่า หลังจาก น.ส.เกตน์สิรี ไปฉีดวัคซีนเข็ม 2 แอสตร้าฯ แบบไขว้ เมื่อวันที่13 ส.ค.ที่ผ่านมา จากหน่วยฉีดวัคซีนอำเภอเมืองพังงา หลังจากนั้น 3 วันก็มีอาการไข้ แน่นหน้าอก ผ่านไปอีก 2 วัน จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพังงา แพทย์บอกว่าไม่มีอะไร มีอาการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และนัดอีกเจ็ดวันเพื่อตรวจซ้ำ แต่ไม่ทันถึงวันนัด ก็เกิดอาการปวดขาข้างซ้ายปวดมากแบบจับขาไม่ได้เลย จึงรีบไปโรงพยาบาลพังงา ทางโรงพยาบาลพังงาส่งตัวไปเอ็กซเรย์เส้นเลือดที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี แพทย์แจ้งว่ามีเส้นเลือดอุดตัน และได้ทำการผ่าตัดด่วนและพบว่ามีเนื้อตายต้องส่งตัวไปที่ผ่าตัดอีกครั้งที่โรงพยาบาลกระบี่ เมื่อกลับมาอาการไม่ดีขึ้น จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และล่าสุดก็ถูกตัดขาข้างซ้ายเหนือเข่าไป 1 ข้าง ซึ่งทางญาติๆต่างก็เชื่อว่าเป็นผลจากการฉีดวัคซีนแน่นอน เพราะ น.ส.เกตน์สิรีไม่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ณัฐรดา ธรรมรักษ์ อาจารย์ที่ปรึกษา เปิดเผยว่า วันแรกที่ทราบข่าวว่านักศึกษาจะถูกตัดขา ก็ได้คุยกับคณะแพทย์ว่าถ้าไม่ตัดได้ไหม ทางแพทย์บอกว่าขาได้ตายไปครึ่งหนึ่งแล้วยังไงก็ต้องตัด จึงให้เขาตัดสินใจ ซึ่งน้องก็ตัดสินใจให้ตัดขาตั้งแต่เหนือเข่าลงไป ตอนนี้ก็โทรคุยกับเขาทุกวันแผลที่ขาเริ่มแห้ง ต้องเข้าห้องผ่าตัดเล็กล้างแผลดูดเลือดที่คั่งอยู่ออกทุกวัน น้องเขาจะเจ็บทุกวัน โดยแพทย์ได้ให้ยาสลายลิ่มเลือดทุกวันเพราะเกรงว่าขาอีกข้างหนึ่งจะมีปัญหาด้วย ด้านสภาพจิตใจของน้องเกตน์สิรีเข้มแข็งมาก เพราะเขาคิดถึงย่า อยากกลับมาดูแลย่า ก็ได้ให้กำลังใจให้เขาสู้ เพราะยังไงเรามีคนที่จะต้องกลับมาดูแลก้คือย่า ซึ่งเขาก็สู้มากบอกว่าอยากจะกลับมาพักฟื้นที่โรงพยาบาลพังงา จากการที่ได้คุยกับคณะแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก่อนจะผ่าตัดขา ทางแพทย์ก็บอกว่าอาจจะผลข้างเคียงจากการรับวัคซีนได้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ไม่แน่ใจว่าทำไมทางโรงพยาบาลพังงาได้วิเคราะห์ว่าลิ่มเลือดเกิดจากโรคประจำตัว สำหรับน้องเกตน์สิรีนั้น เป็นนักศึกษาที่มีความประพฤติดี ตั้งไจเรียน มีความมุ่งมั่นเข้าเรียนตลอด ส่งงานครบทุกครั้ง นับเป็นเรื่องเศร้าอย่างมากที่น้องต้องมาเสียขาในอายุ 20ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำรัส ขนาดผล กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่า นส.เกตน์สิรี กองแก้ว เป็นกำลังหลักของครอบครัว ทางอาจารย์วิทยาลัยและเพื่อนนักศึกษาได้ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือได้ก้อนหนึ่ง ให้การช่วยเหลือในค่าใช้จ่าย และซื้อโทรศัพท์ส่งไปให้ จะได้ติดต่อกับย่าและอาจารย์ที่ปรึกษาทุกวัน เนื่องจากเขาต้องไปรักษาตัวอยู่คนเดียวในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์ของพยาบาล หากเงินก้อนนี้หมดลงก็จะใช้เงินกองทุนสวนปาล์มของวิทยาลัยฯเข้ามาช่วยได้อีกระดับหนึ่ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องขาเทียม และเยียวยาในการสูญเสีย จะเป็นพระคุณอย่างมากเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดไขว้, พังงา, วัคซีน, หลอดเลือดอุดตัน, แอสตร้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163e066b479f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยยอดฉีดวัคซีนไทยใกล้แตะ 60 ล้านโดสแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;10 ต.ค.64-ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,817 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 10,704 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 10,055 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 649 ราย มาจากเรือนจำ 50 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 63&amp;nbsp; ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,710,884 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 9,981 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,582,313 ราย อยู่ระหว่างรักษา 110,880 ราย อาการหนัก 2,985 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 689 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 84 ราย เป็นชาย 43 ราย หญิง 41 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 60 ราย มีโรคเรื้อรัง 21 ราย พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ใน กทม. 11 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 17,691 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ต.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 230,852 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 59,539,624 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 238,351,150 ราย เสียชีวิตสะสม 4,862,825 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดวันที่ 10 ต.ค. ได้แก่ กทม. 1,185 ราย ยะลา 776 ราย สงขลา 563 ราย ปัตตานี 415 ราย นราธิวาส 479 ราย สมุทรปราการ 462 ราย ชลบุรี 457 ราย ระยอง 364 ราย นครศรีธรรมราช 345 ราย ขอนแก่น 305 ราย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119298</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., วัคซีน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_616289987ea85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
