<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีน คณะแพทย์ จุฬาฯทดลองในมนุษย์หลังสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ธ.ค.63 - &amp;nbsp;ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ. ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา &amp;nbsp;นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ หารือแนวทางการพัฒนาและสนับสนุนการผลิตวัคซีนโควิด 19 ของคนไทย ร่วมกับศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์ นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการพัฒนาวัคซีนโควิด 19 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน &amp;nbsp; กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 เพื่อประชาชนไทย มี 3 แนวทาง คือ 1. การทำความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อให้มีโอกาสได้วัคซีนเร็วขึ้น 2. การจัดซื้อวัคซีนเพื่อนำมาใช้ในประเทศ ซึ่งสองแนวทางนี้ประเทศไทยมีความร่วมมือกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า จำกัดและมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในการจองและซื้อวัคซีนจำนวน 26 ล้านโดส คาดว่าจะฉีดให้แก่ประชาชนไทยกลุ่มเป้าหมายได้ในกลางปี 2564 และ 3. การวิจัยพัฒนาวัคซีนในประเทศเพื่อให้ผลิตได้เอง ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน อย่างการพัฒนาวัคซีนชนิด mRNA ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้สนับสนุนงบในการดำเนินการไปแล้ว 355 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการหารือร่วมกับทีมพัฒนาวัคซีนโควิด 19 ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีข้อสรุปว่า จะมีการตั้งคณะทำงานร่วม 2 หน่วยงาน 1 ชุด ซึ่งฝั่งกระทรวงสาธารณสุขมีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นตัวแทน หารือร่วมกับทีมวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ได้แผนการดำเนินงานการพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด 19 ให้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลในการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นหากสามารถดำเนินการได้ตามแผน คาดว่าจะทดลองวัคซีนในมนุษย์ระยะที่ 1 เข็มแรกได้หลังสงกรานต์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87261</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ, #วัคซีน, #โควิด-19, วัคซีน CU-Cov19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc80c974f76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;จุฬาฯ&quot;มั่นใจวัคซีน&quot;CU-COV19&quot;ได้ผลไม่ต่างไฟเซอร์   คาดทดลอง2เฟสเริ่มเม.ย-ปีหน้า หาโด๊สฉีดที่เหมาะกับคนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.63-&amp;quot;หมอเกียรติ&amp;quot;เผยวัคซีนโควิดของจุฬาฯ ที่ใช้ขื่อว่า &amp;quot;จุฬาฯ COV19&amp;quot; เริ่มทดลองในคนระยะแรกเดือนเม.ย.64 และจบเฟส 2 เดือนส.ค.เป้าหลักหาโด๊สฉีดที่เหมาะสมกับคนไทย คาดไม่มีการทดลองเฟส 3 &amp;nbsp;มั่นใจได้ผลไม่ต่ำกว่า ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา &amp;nbsp; เพราะใช้เทคนิคmRNA &amp;nbsp;เหมือนกัน &amp;nbsp;หลังจากนั้น จะฉีดให้อีกหมื่นคน ถ้าปลอดภัย จะขยายไปเป็นระดับล้านคน ไม่กลัวเรื่องการกลายพันธุ์ &amp;nbsp;เชื่อเทคโนโลยีที่มีในโลกสามารถจัดการได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผอ. พัฒนาวัคซีนโควิด 19&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ได้กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ&amp;quot;โควิดมาราโอน:ห่างกันไว้ แต่ไปด้วยกัน &amp;quot;ที่จัดขึ้นโดยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP ) เกี่ยวกับความคืบหน้าการผลิตวัคซีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของจุฬาว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัววัคซีนนั้นจะผลิตออกมาในเดือนม.ค.-ก.พ. 2564&amp;nbsp;ในชื่อการวิจัยว่า &amp;quot;จุฬา Cov 19&amp;quot; หลังจากนั้นจะเริ่มทดลองในมนุษย์ระยะที่ 1 &amp;nbsp; และคาดว่าจะรู้ผลการทดลองในราวกลางเดือนมิ.ย. &amp;nbsp; และจะเริ่มทดลองระยะที่สอง ซึ่งกระบวนการทดลองในคน ทั้งสองระยะคาดว่าจะจบในเดือนสิงหาคม 2564 &amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาจจะไม่มีการทดลองในระยะที่สาม &amp;nbsp;เป็นการข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย &amp;nbsp;เนื่องจาก แนวทางการทดลองของเราเป็นเทคโนโลยีเดียว กับ ที่ทางบริษัท ไฟเซอร์ และโดเดอร์นาใช้ เทคนิค mRNA &amp;nbsp; รวมทั้ง ผลการทดสอบวัคซีนที่ จุฬาฯทำวิจัย ก็ได้ภูมิคุ้มกันระดับสูง ไม่ต่างจากสองบริษัท &amp;nbsp;ซึ่งปกติแล้ววัคซีนป้องกันโรคทางเดินหายใจจะมีประสิทธิถภาพระดับสูงๆ เป็นสิ่งที่ยากมาก เช่น วัคซีนไช้หวัดใหญ่บางปีได้ผลแค่ 30% แต่วัคซีนที่สองบริษัทผลิต ได้ผลระดับ 90% ขึ้นไป จึงค่อนข้างมีความมั่นใจในแนวทางวัคซีนที่วิจัยว่าจะให้ผลที่ไม่แตกต่างกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับการทดลอง จะมีอาสาสมัคร 12 คนต่อกลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มอายุน้อย 18-55ปี และกลุ่มสูงอายุ 75ปีขึ้นไป รวมทั้งหมด 72 คน ระยะแรกการทดลองจะต้องหาโด๊สฉีดที่เหมาะสมกับคนไทย ซึ่งเราได้เรียนรู้จากสองบริษัท ว่าต้องฉีดวัคซีนเท่าไหร่ &amp;nbsp;บริษัท ไฟเซอร์ ใช้ขนาดโด๊สประมาณ 20-30โมโครกรัม/โด๊ส &amp;nbsp;แต่โมเดอร์นาใช้ประมาณ 100 ไมโครกรัมต่อโด๊ส ซึ่งหากเราสามารถฉีดวัคซีนได้ในขนาดเดียวกับไฟเซอร์ ก็จะช่วยประหยัดวัคซีนไปได้ เช่น ถ้าเราผลิตวัคซีค 10 ล้านโด๊ส ก็จะสามารถฉีดให้คนไทยได้ประมาณ 30 ล้านคนเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าทดสอลเฟส 1 เฟส 2 เสร็จแล้วผลออกมาปลอดภัย รู้โด๊สคนไทยควรฉีดที่เท่าไหร่ ถ้าปรากฎว่ามีภูมิสูงเท่ากับของไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา เราก็หวังว่าจะไม่ต้องทดลองระยเที่ 3 &amp;nbsp;อาจขยายผลโครงการไปทดลองฉีดให้กับคนเป็นหมื่นไปเลย แล้่วดูความปลอดภัย ถ้าปลอดภัย ก็อาจขยายเป็นฉีดให้เป็นล้านคน &amp;nbsp;เพราทั้งโลกตอนนี้ การขึ้นทะเบียนวัคซีน หรือยา ถือว่าอยู่ในภาวะฉุกเฉิน ปกติจะต้องรอดูผลความปลอดภัยอย่างน้อย ปีหนึ่งหรือปีครึ่ง แต่ต้อนนี้มันไม่ทันแล้ว &amp;nbsp;แต่ถ้าฉีด 2เข็ม สองเดือน ถ้าปลอดภัย ก็คงต้องให้ผ่าน&amp;quot; นพ.เกียรติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;ในแง่ประสิทธิภาพของวัคซีนว่าจะสามารถครอบคลุมเชื้อที่โควิดที่กลายพันธุ์ได้หรือไม่ &amp;nbsp;นพ.เกียรติ กล่าวอีกว่า เป็นที่รู้กันว่าในช่วง 10-11 เดือนมานี้ โควิด มีการกลายพันธุ์มาตลอด แต่มันไม่ดุร้ายขึ้น แต่ทำให้การแพร่กระจายติดเชื้อง่ายขึ้น &amp;nbsp;แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีที่มีในโลกนี้จะรับมือได้ &amp;nbsp;แต่ละปีผ่านไป จะมีการดื้อวัคซีน เช่น เดียวกัย วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่ต้องพัฒนาวัคซีนทุกปี เพราะเชื้อมีการกลายพันธุ์ตลอด &amp;nbsp;เช่นเดียวกับโควิด คงไม่ยากเท่าไหร่ &amp;nbsp;แต่สิ่งที่เราต้องติดตามคือ วัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้นานแค่ไหน ปีหนึ่ง หรือสองปี เช่น วัคซีนตับอักเสบบี ฉีด 3เข็ม ป้องกันได้ 30ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ปกติแล้ว คนเรามีวัคซีนภูมิคุ้มกันธรรมชาติ เราต้องมีการตอบโต้ กับเชื้อโรคใหม่ ตลอดเวลา ถ้าฉีดแล้วภูมิสูงตลอดผิดธรรมชาติแล้ว &amp;nbsp;ในคนที่เคยเป็นโควิดแล้ว &amp;nbsp;ใน1-2 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันต้องตก แต่ว่าร่างกายมันมีหน่วยความจำ อยู่ถ้าเจอเชื้อ เหมือนทหาร ก็จะลุกขึ้นมาต่อต้านข้าศึก ซึ่งผมคิดว่าวัคซีนทุกยี่ห้อ ในที่สุดภูมิต้องตก แต่จะตกมากน้อยแค่ไหน &amp;nbsp;1 เดือน 6 เดือน หรือ 1ปี เป็นสิ่งที่เรายังไม่รู้ ต้องติดตามดูข้อมูลต่อไปเป็นปี&amp;quot; &amp;nbsp;นพ.เกียรติกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ถ้าเราได้วัคซีนมาแล้ว ซึ่งไทยมีการจองเบื้องต้น ก็คาดว่าจะฉีดให้คนไทยได้ประมาณ &amp;nbsp;50% ในปี 64 ส่วนจะมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ขึ้นกับราคาวัคซีน และการจัดหาวัคซีนว่าหาได้มากน้อยแค่ไหน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับการวิจัยของสองบริษัท ที่วิจัยได้ผลกว่า 90% เป็นเรื่้องที่ยังไม่ควรดีใจ เพราะสถานการณ์โควิดตอนนี้ ยังเหมือนกับการวิ่งมาราโอน อย่างน้อยต้องรอดูอีก 6เดือน ว่าภูมิคุ้มกันเหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือ 60% แล้วอีก1ปีจะเหลือเท่าไหร่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดู สำหรับประเทศไทย เราต้องพยายามพึ่งพาตัวเอง การรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีก็เพื่อให้เราสามารถสร้างความมั่นคงทางวัคซีนได้ ซึ่งช่วงโควิดระบาดใหม่ๆ เราขาดแคลนทั้งหน้ากากอนามัยและชุด PPE &amp;nbsp;นับเป็นบทเรียนสำคัญให้เราต้องสร้างศักยภาพด้านวัคซีน เพราะในอนาคตถ้ามีโรคระบดาดใหญ่เกิดขึ้นอีก เหตุการณ์เดียวกับโควิด วนมาอีก เราก็จะต้องสามารถรับมือได้ดีกว่าที่ผ่านมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84170</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #โควิด-19, นพ.นคร เปรมศรี, นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม, วัคซีน CU-Cov19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3d831c999f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับสมัครคนไทย อาสาทดลองวัคซีนโควิดล็อตแรก 100 คน เริ่มต.ค.นี้ คาดประสิทธิภาพในคนจะลดลง 5เท่า เมื่อเทียบกับลิง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA ชื่อว่า CU-Cov19 แถลงข่าวความคืบหน้า &amp;nbsp;หลังพบผลการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในลิงเข็มที่สองได้ผลดี เดินหน้าทดสอบในมนุษย์ (จิตอาสา) ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;ตั้งแต่ปลายปีจนถึงปัจจุบัน การระบาดของโควิด-19 เกิดขึ้นทั่วโลก สิ่งที่ทางทีมนักวิจัย จากศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้คิดค้นมาโดยตลอดคือการป้องกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม หัวหน้าโครงการวิจัยวัคซีนโควิด ของจุฬาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า วัคซีน CU-Cov19 เป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่ผลิตจากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่บางส่วน ซึ่งเมื่อชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมนี้ถูกฉีดเข้าไปในร่างกาย จะถูกเปลี่ยนเป็นโปรตีนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันชนิดแอนติบอดีที่ช่วยต่อสู้กับไวรัสได้ โดยจะได้รับการตรวจสอบว่ามีความปลอดภัยจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จากผลการทดลองที่หนูได้รับวัคซีนเข็มแรก ระดับภูมิคุ้มกันขึ้นมาในระดับร้อย และฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน ระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นถึง 40,000 ซึ่งเราได้ทำการทดลองควบคู่กับลิง โดยฉีดในลิงเข็มแรกวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน ในวันที่ 22 มิถุนายน 2563 โดยมีลิงทดลองทั้งหมด 13 ตัว และมีการเจาะเลือดติดตามทุก 15 วัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกลิง 5 ตัว จะได้รับวัคซีนโดสสูง คือมีความเข้มข้นระดับ 50 ไมโครกรัม กลุ่มที่ 2 ลิง 5 ตัว ที่จะได้รับวัคซีนเจ้มข้นระดับ 5 ไมโครกรัม และกลุ่มที่ 3 ลิง 3 ตัว ซึ่งเป็นกลุ่ม Negative Control จะไม่ได้รับวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความคืบหน้าล่าสุดพบว่า ผลการตรวจเลือดลิงหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน CU-Cov19 กระตุ้นเข็มที่2 พบว่าลิงที่ได้รับวัคซีนทุกตัวมีระดับภูมิคุ้มกันที่เพิ่มขึ้น สุขภาพแข็งแรง และไม่มีผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน โดยเฉพาะในลิงกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีนโดสสูงที่ระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นกว่า 5,000 &amp;nbsp;ทั้งนี้ ความแตกต่างระดับภูมิคุ้มกันของหนูและลิงนั้นตกไปถึง 20 เท่า &amp;nbsp;เพราะขนาดของตัว ระดับการตอบโต้ของภูมิคุ้มกัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อาศัย เพราะหนูอาศัยอยู่ที่สกปรกอาจจะมีภูมิคุ้มกันได้ดี ซึ่งคาดว่า &amp;nbsp;ถ้าทดลองในคน &amp;nbsp;อาจจะมีระดับภูมิคุ้มกันลดลงจากลิงไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ทั้งนี้จากผลวิจัย mRNA เฟสแรก ของบริษัท ไบโอเทคไฟเซอร์ ที่ได้มีการทดลองฉีดในคน ก่อนหน้าเรา 4-6 เดือน ด้วยโดส 10,30,และ 100 โมโครกรัม เปรียบเทียบหลังเข็มที่ 2 อัตรา &amp;nbsp;30 โดส ใน 2 อาทิตย์ระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นมากว่า &amp;nbsp;1,000 ซึ่งเป็นไปได้ว่า &amp;nbsp;วัคซีนของเรา อาจจะมีระดับภูมิคุ้มอาจจะลดลงแค่ประมาณ 5 เท่า&amp;quot;ศ.นพ.เกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมผลิต โดยอาทิตย์หน้าจะนำวัคซีนmRNA 2 ตัวที่ดีที่สุด ไปให้ 2 โรงงานได้ทำการผลิต แบ่งเป็น โรงงานที่ผลิตวัคซีนเทคโนโลยี mRNA &amp;nbsp;ทำโดยบริษัท TriLink สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;และอีกโรงงานที่ผลิต LNP ส่วนผสมวัคซีน เพื่อใช้ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี &amp;nbsp;เป็นของบริษัท Evonik ประเทศเยอรมันนี แต่ตั้งอยู่ในประเทศแคนาดา และได้เตรียมโรงงานไทย บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จํากัด ในการผลิตวัคซีน mRNA และตัวเคลือบวัคซีนด้วย จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.เกียรติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการวิจัยในคน ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้วในต่างประเทศ 18-20 ชนิด อย่างน้อยมี 4 ชนิดที่เป็น mRNA และมี 3 ชนิดที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเรา แต่จะต่างกันที่ตัวเนื้อวัคซีน ทำให้เราสามารถเรียนรู้ความน่าจะเป็น ได้ว่าแบบไหนจะได้ผล ดังนั้น &amp;nbsp;ในแผนระยะแรกเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563 จะทดลองในคน 100+ คน และเพื่อความปลอดภัยจะต้องเริ่มที่โดสต่ำๆ จึงกำหนดเป็นกลุ่มอายุ 18-60 ปี แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกจะได้รับวัคซีนเข็มแรก/เข็มที่ 2 ที่ 10/10 ไมโครกรัม กลุ่ม 2 30/30 &amp;nbsp;ไมโครกรัม กลุ่ม 3 100/100 ไมโครกรัม กลุ่ม 4 &amp;nbsp;30/10 และกลุ่ม 5 100/10 และคาดว่าจะทำให้คนเข้าถึงวัคซีนได้เยอะขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในระยะที่ 2 ช่วงธันวาคม 2563 -มีนาคม 2564 ทดลองในคน 500-1,000 คน ในส่วนของระยะที่ 3 จากการเรียนรู้ติดตามในต่างประเทศที่มีการทดลอง mRNA 4 ชนิดที่ก้าวหน้ามากกว่าเราถึง 6 เดือน ที่คาดว่ามีวัคซีน 1 ตัวสำเร็จได้ในต้นปี 2021 และได้การรับรอง อย.จากอเมริกาและยุโรป &amp;nbsp;ส่วนของจีนได้มีการเริ่มให้ใช้ได้ในทหาร เพราะวัคซีนมีความเสี่ยงสูง ทำให้ดูผลการทดลองได้เร็วขึ้น ซึ่งขณะนั้นไทยกำลังเริ่มดำเนินการทดลองในคนระยะที่ 2 จึงเป็นไปได้ว่าในระยะที่ 3 อย.ไทย อาจเห็นควรให้ ไม่ต้องดำเนินการ เข้าสู่ระยะ Emergency Use Authorization(EUA) แต่ยังต้องทำการเก็บข้อมูลเหมือนระยะที่ 3 แต่ทั้งนี้หากเป็นไปได้ก็จะช่วยลดทรัพยากรและระยะเวลาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการทดลองวิจัยในคน ของวัคซีน CU-Cov19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71194</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #โควิด-19, วัคซีน CU-Cov19, ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม, ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0aa887528f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
