<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามเลื่อนฉีดวัคซีน ‘หมอตี๋’สั่งทุกรพ.ทำตามมติสธ.‘ซิโนแวค’มาเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซิโนแวค&amp;quot; จีนบริจาคเพิ่ม 5 แสนโดสถึงไทยแล้ว เตรียมการคึกคัก 7 มิ.ย.ปูพรมฉีดทั่วประเทศแน่นอน แต่บางจุดป่วนเลื่อนฉีด &amp;quot;หมอตี๋&amp;quot; โผล่กำชับทุกโรงพยาบาลห้ามเลื่อนเด็ดขาด เพราะวัคซีนกระจายไปครบแล้ว แต่หลายจังหวัดได้ฉีดวัคซีนล็อตแรกเป็นน้ำจิ้ม เพราะได้รับแค่หลักพัน โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ จัดสรรงบฯ 2,806 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน เพจ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า วัคซีนซิโนแวคล็อตที่ 2 ที่บริจาคโดยรัฐบาลจีนจำนวน 500,000 โดสส่งถึงไทยแล้ว ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้บริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 1 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนที่มีจำนวนมากที่สุดทั้งในประเทศจีนและในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2563 จนถึงวันที่ 30 พ.ค.2564 ประเทศจีนได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปแล้วทั้งหมด 639 ล้านโดส โดยวัคซีนจำนวน 316 ล้านโดสเป็นวัคซีนซิโนแวค ณ ขณะนี้ จีนได้ส่งออกและบริจาควัคซีนซิโนแวคให้แก่ไทยแล้วจำนวนทั้งสิ้น 6.5 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ติดตามพร้อมเป็นประธานในพิธีเปิดการฉีดวัคซีนโควิดให้ผู้ต้องขังที่เรือนจำพิเศษพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อป้องกันแพร่ระบาดตามมาตรการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิดระบาดในเรือนจำ โดยมีนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย รมว.ยุติธรรมได้นำเข็มฉีดยาฉีดเข้าไปที่หุ่นเชื้อไวรัสจำลองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพิธีเปิด พร้อมกล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมมีความต้องการให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ กลุ่มเปราะบาง เช่น ในเรือนจำพิเศษพัทยาซึ่งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวคือจังหวัดชลบุรีต้องปลอดโควิด จึงเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ผู้ต้องขัง ควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีนทั่วประเทศในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ซึ่งขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข ที่ทยอยส่งวัคซีนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่คลัสเตอร์ในเรือนจำที่มีผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดเป็นจำนวนมากนั้น มั่นใจว่าหลังจากได้รับวัคซีนยอดผู้ติดเชื้อจะลดลง และจากการดูแลรักษาพร้อมกับตัวเลขที่รายงานในแต่ละวัน อย่างเช่นวันนี้ประมาณกว่า 300 คนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การบริหารจัดการวัคซีนแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดพื้นที่สีแดง แต่เป็นเรือนจำสีขาว คือยังไม่มีผู้ติดเชื้อ ประมาณ 38 เรือนจำ จำเป็นต้องใช้วัคซีนจำนวนพอสมควร จึงประสานขอวัคซีนกับกรมควบคุมโรคแล้ว ซึ่งพร้อมทยอยส่งให้เร็วนี้ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ต้องมีมาตรการป้องกันและเตรียมความพร้อมอย่างเข้มงวดในการฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการขนส่งวัคซีนไปยังเรือนจำที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล นายสมศักดิ์เชื่อว่าไม่มีปัญหาในส่วนนี้ เพราะวัคซีนต้องถูกควบคุมโดยอุณหภูมิติดลบ 70 องศา จึงมีการวางแผนเวลาขนส่งแบบวันต่อวัน และให้ขนส่งผ่านทางเครื่องบินเพื่อความรวดเร็วที่สุด โดยตอนนี้ยังต้องการวัคซีนอีก 6.2 แสนโดส เพื่อฉีดให้ผู้ต้องขังในพื้นที่สีแดงกว่า 3.1 แสนคน และในส่วนของเจ้าหน้าที่เรือนจำด้วย
กทม.ยืนยัน 7 มิ.ย.ปูพรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังในเรือนจำเป็นการร่วมมือกันระหว่างกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มเรือนจำสีขาว กลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน มะเร็งและเบาหวาน เป็นต้น ขณะนี้มี 14 เรือนจำจะทำให้เสร็จก่อนวันที่ 7 มิ.ย.2564 ซึ่งการฉีดวัคซีนที่เรือนจำพิเศษพัทยาวันนี้ มียอดทั้งหมด 480 โดส จากจำนวนผู้ต้องขังกว่า 3,252 คน&amp;rdquo; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ประชุมทางไกลร่วมกับผู้บริหารโรงพยาบาลทั้ง 126 แห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเรื่องการให้บริการวัคซีน เป็นแนวทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่ 7 มิ.ย.เป็นต้นไป โรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่กลุ่มผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคที่ได้แจ้งความประสงค์รับวัคซีนโดยลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม จำนวน 463,861 ราย พร้อมทั้งฉีดเข็มที่ 2 ให้กลุ่มดังกล่าวซึ่งได้รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้วอีก 520,000 ราย จึงขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไว้ไปตามวัน เวลาและโรงพยาบาลที่กำหนด ซึ่งทุกคนที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม จะได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี แจ้งว่า สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ผ่านระบบหมอพร้อม และได้รับนัดฉีดวัคซีนในวันที่ 7-19 มิถุนายน 2564 นี้ ขอให้ไปรับการฉีดวัคซีนได้ตามวัน เวลา และโรงพยาบาลที่ได้รับนัดหมาย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนในระบบ &amp;quot;นนท์พร้อม&amp;quot; จะสามารถเริ่มทำการนัดหมายในวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่ www.นนท์พร้อม.com (พิมพ์ติดกัน) คลิกลิงก์ https://www.xn--o3cdavpl4ezlya.com/ เพื่อบริการฉีดวัคซีนในช่วง 26-27 มิถุนายน 2564 ณ ศูนย์ฉีดสนาม 4 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พบว่าหลายพื้นที่ไม่ได้รับการกระจายวัคซีน ทำให้ต้องเลื่อนการฉีดออกไป เช่น เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;โรงพยาบาลรามคำแหง Ramkhamhaeng Hospital&amp;quot; ออกประกาศเรื่องการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 จากภาครัฐ โดยข้อความระบุว่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงระบบการกระจายวัคซีนของภาครัฐ และวัคซีนมีจำนวนไม่เพียงพอ ทำให้โรงพยาบาลไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนครบตามจำนวนที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ ทางโรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องทำการจัดระบบการให้บริการฉีดวัคซีนของท่านใหม่ให้สอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่ได้รับในแต่ละสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ท่านที่ได้ลงทะเบียนไว้ในวันที่ 7-13 มิถุนายน โปรดรอข้อความการยืนยันการนัดหมายของท่านอีกครั้ง ทางโรงพยาบาลคาดว่าจะได้รับวัคซีนสำหรับสัปดาห์แรกในคืนวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน เราจะรีบดำเนินการส่ง SMS ให้ท่านทราบทันที โปรดรอการติดต่อจากทางโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเลย ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดเลย ได้ออกคำสั่งประกาศจังหวัดเลย แจ้งยกเลิกใบนัดหมายการฉีดวัคซีนโควิด-19 จังหวัดเลย
ชลบุรีได้ 2.4 หมื่นโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต่อมานายชัยธวัช&amp;nbsp; แถลงข่าวอีกครั้งว่า ขณะนี้จังหวัดเลยได้รับการจัดสรรวัคซีนมาบางส่วนแล้ว โดยจะเริ่มฉีดให้กับชาวจังหวัดเลยในวันที่ 7 มิถุนายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีข่าวสารที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการยกเลิกการจองวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อม ยืนยันว่า ไม่มีการยกเลิกการจองฉีดวัคซีนของกลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม แต่เป็นการยกเลิกนัดหมายเก่า เพื่อเลื่อนนัดให้มาฉีดเร็วขึ้นในวันที่ 7-8 มิถุนายนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้รับวัคซีนแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า จังหวัดนราธิวาสได้รับการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 จากรัฐบาล วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 3,600 โดส และจะได้รับการจัดสรรเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งในช่วง 1-2 วันนี้ ซึ่งจะฉีดให้กับประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังที่ได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนไปแล้ว พร้อมกับจังหวัดอื่นทั่วประเทศ โดยเริ่มในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ภาพรวมแผนการฉีดวัคซีนและสถานที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทั้ง 13 อำเภอ และโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์ อำเภอเมืองนราธิวาส เฉพาะเดือนมิถุนายน 2564 รวมทั้งสิ้น 14 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยแนบเอกสารสำนักงานสาธารณสุขขอนแก่นที่แจ้งถึงการจัดสรรวัคซีน พร้อมกับเขียนข้อความว่า รับไม่ได้จริงๆ จากที่จะได้รับมา 400,000 โดส ถูกปรับเหลือ 40,000 โดส ล่าสุดถูกปรับเหลือ 3,600 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสุดสุข ชั้น 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกระจายวัคซีนระดับจังหวัด เพื่อเตรียมให้บริการวัคซีน ดีเดย์พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ 7 มิถุนายนนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายแพทย์อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานการได้รับการจัดสรรวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ล็อตแรกจำนวน 24,000 โดส กำหนดวิธีฉีดให้ 12 คนต่อโดส จะได้เป้าหมายประมาณ 28,800 คน ในกลุ่มที่จองผ่านแอปหมอพร้อม และลงนัดวันที่ 7 มิถุนายน 8,580 คน บุคลากรการแพทย์ 1,801 คน เจ้าหน้าที่ด่านหน้า 5,235 คน ครูใน 3 พื้นที่ระบาดสูง คือ อำเภอเมืองชลบุรี ศรีราชา และบางละมุง รวม 5,763 คน จัดสรรพื้นที่ดำเนินการ 6,809 คน และสำรองควบคุมโรค 612 คน
ห้ามเลื่อน
ห้ามเลื่อนฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กผ่านเพจ &amp;ldquo;หมอตี๋ สาธิต ปิตุเตชะ&amp;rdquo; ระบุข้อความว่า ขณะนี้วัคซีนล็อตแรก 1.8 ล้านโดส ได้ดำเนินการจัดส่งไปแต่ละจังหวัด เพื่อฉีดให้ประชาชนที่ลงทะเบียนหมอพร้อม 2 กลุ่มเสี่ยง ในวันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นไป ขอให้ทุกโรงพยาบาลทำตามมติของกระทรวงสาธารณสุข โดยไม่มีการยกเลิก หรือปรับเปลี่ยนแผนการฉีดใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนให้คนไทยมีศักยภาพในการคิดค้นและผลิตวัคซีนโควิด-19 ได้เอง จึงได้จัดสรรงบประมาณกว่า 2,806 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 ในประเทศ และสำหรับเป็นทุนหนุนในการเพิ่มศักยภาพประเทศของไทย พร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน และการระบาดของโรคอุบัติใหม่ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า ทั้งนี้ รัฐบาลได้อุดหนุนงบประมาณวงเงิน 1,810.68 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 และงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 995.03 ล้านบาท รวมแล้วเป็นเงินกว่า 2,805.71 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนในการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในประเทศ ตั้งแต่การพัฒนาวัคซีนต้นแบบตั้งแต่ต้นน้ำ การเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีน รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการผลิตวัคซีน โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้รับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวเป็นทุนสนับสนุนการวิจัยให้แก่หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด (650 ล้านบาท) เพื่อการพัฒนาและผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด DNA 2.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (200 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ต้นแบบที่พร้อมทดสอบทางคลินิกและการเตรียมพร้อมผลิตวัคซีนต้นแบบสำหรับการระบาดของเชื้อที่มีการกลายพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด (160 ล้านบาท) เพื่อการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตในประเทศโดยใช้พืชเป็นแหล่งผลิตในมนุษย์ 4.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (562 ล้านบาท) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นสถานที่ผลิตวัคซีนโควิด-19 ตามความต้องการของประเทศ โดยใช้โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ และพัฒนาห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง ด้านการวิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติของยาชีววัตถุและวัคซีนรองรับการผลิตวัคซีนโควิด-19 ขึ้นใช้เองในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.องค์การเภสัชกรรม (156.8 ล้านบาท) เพื่อเตรียมความพร้อมการแบ่งบรรจุวัคซีนโควิด-19 ภายในประเทศ 6.บริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด (81.88 ล้านบาท) เพื่อขยายศักยภาพการผลิตวัคซีนในระดับอุตสาหกรรมรองรับการผลิตวัคซีนสำหรับประชาชนไทยด้วย
พึ่งพาตนเองด้านวัคซีนในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ : กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 995.03 ล้านบาท ให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อเป็นทุนสำหรับการวิจัยพัฒนาวัคซีน และการสร้างศักยภาพการผลิตเพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยหน่วยงานผู้รับทุนมีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (365 ล้านบาท) 2.บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด (596.24 ล้านบาท) ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลจะได้รับทุนคืนทั้งหมด โดยได้มีการระบุไว้ในสัญญาการรับทุนว่า เมื่อบริษัทสามารถผลิตวัคซีนได้ตามมาตรฐานของแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว จะส่งมอบวัคซีนให้รัฐบาลไทยในจำนวนที่มีมูลค่าเท่ากับทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวัคซีนฯ จึงไม่ใช่เป็นการให้เปล่า แต่เป็นการสนับสนุนเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีในขั้นต้นเพื่อให้เป็นผลสำเร็จเท่านั้น 3.ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (33.79 ล้านบาท)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วงเงินงบประมาณกว่า 2,806 ล้านบาทนี้ จะช่วยในการสร้างรากฐานและพัฒนาขีดความสามารถด้านการวิจัยวัคซีนของประเทศเพื่อรับมือการระบาดในครั้งนี้ และการระบาดของโรคอุบัติใหม่ในอนาคต ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและวิสัยทัศน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางสุขภาพ พึ่งพาตนเองด้านวัคซีนได้ในอนาคต รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถให้ไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัย พัฒนา และผลิตวัคซีนของภูมิภาคในอนาคตด้วย&amp;rdquo; นายอนุชาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากที่ได้ติดตามการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 พบว่ายังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเรื่องการจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขให้แก่การป้องกัน และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จึงขอชี้แจงเพื่อให้ประชาชนได้สบายใจว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างสูงสุด และได้จัดสรรวงเงินที่จะใช้ในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข เบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น 1.17 แสนล้านบาท และในส่วนของร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 65 ยังจัดงบประมาณด้านการแพทย์และสาธารณสุขตามภารกิจของหน่วยงาน ที่ประกอบด้วยงบของกระทรวงสาธารณสุข กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย วงเงินรวมอีก 2.95 แสนล้านบาท
ทวงคำท้า&amp;quot;วิโรจน์&amp;quot;ก้าวไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดากล่าวว่า โดยในช่วงปีงบประมาณ 2563-2564 รัฐบาลจัดสรรวงเงินงบประมาณจากทั้งงบกลาง กรณีฉุกเฉิน และพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 87,862 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภาคสนาม และ อสม. 22,146 ล้านบาท การจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 1,824 ล้านบาท ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด 29,304 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายด้านวัคซีน ทั้งการวิจัยพัฒนาในประเทศ รวมไปถึงค่ารักษากรณีอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนด้วย 21,134 ล้านบาท การเฝ้าระวัง ป้องกันและค้นหาเชิงรุก 6,483 ล้านบาท การจัดตั้งสถานกักตัวของรัฐ (State Quarantine - SQ) และสถานที่กักกันโดยองค์กรต่างๆ (Organizational Quarantine - OQ) 6,452 ล้านบาท การเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน 519 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีเงินกู้ตามพระราชกำหนด ฉบับเพิ่มเติม ที่มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา อีกจำนวน 30,000 ล้านบาท (จากกรอบวงเงินกู้ 5 แสนล้านบาท) เพื่อเตรียมพร้อมรับความไม่แน่นอนของการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งการใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 จาก พ.ร.ก.เงินกู้ จะทำได้เร็วกว่าและทันสถานการณ์มากกว่าการรอใช้จาก พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ที่กว่าจะเริ่มใช้ในเดือน ต.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่เคยท้าให้ รมว.สาธารณสุขลาออกจากตำแหน่ง หากวันที่ 7 มิ.ย.ไม่มีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าให้บริการว่านายวิโรจน์ จะออกมารับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเองอย่างไร ทำไมไม่ลาออกจาก ส.ส.ตามคำพูด แสดงว่าไม่มีสัจจะไม่รักษาคำพูดตนเอง อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เพราะได้เห็นแล้วว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเป็นไปตามที่ได้กำหนดเอาไว้ มีวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายวิโรจน์ควรหยุดพูด หยุดกุข่าวที่ไม่เป็นความจริงได้แล้ว ในขณะที่ประเทศเกิดวิกฤติและต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย อย่าทำตัวมือไม่พายเท้าราน้ำ อย่าเป็นตัวถ่วงคนอื่น เป็นถึงผู้แทนของประชาชนหัดใช้สมองที่มีคิดเรื่องประชาชน ประเทศชาติจะดีกว่า อย่าเอาเวลานี้มาตีกินทางการเมือง อย่ามาหวังลมๆ แล้งๆ ที่จะล้มรัฐบาลในตอนนี้ เพราะไม่มีประโยชน์ นายวิโรจน์และพรรคก้าวไกลมีแต่จะตกต่ำ ขาดความน่าเชื่อถือจากประชาชน ตนเองยังขอแนะนำหากนายวิโรจน์และพรรคก้าวไกล ไม่อยากทำตัวเป็นประโยชน์ช่วยประชาชนและประเทศชาติ เพียงแค่หุบปากไม่ตำหนิ โจมตีใคร ก็อาจกู้ความศรัทธาจากประชาชนได้ ไม่แน่เลือกตั้งครั้งหน้าอาจได้เข้ามาอีก&amp;rdquo; นายเสกสกลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105380</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ซิโนแวค, ปูพรมฉีดทั่วประเทศ, วัคซีนกระจายไปครบแล้ว, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามเลื่อนฉีดวัคซีน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bc2e944701.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
