<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุฬาฯ เปิดโครงการวัคซีนเพื่อคนไทย ระดมเงินบริจาคคนละ 500 บาท ร่วมสนับสนุนผลิตวัคซีนจากใบยาสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.63- ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Chula QEnterprise มีการแถลงข่าว เปิดตัวโครงการ &amp;quot;วัดชีนเพื่อคนไทย&amp;quot; สนับสนุนนักวิจัยไทยค้นคว้าวัคชีนโควิด-19 &amp;nbsp;และแนะนำบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ที่เป็นบริษัทวิจัยวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่ทำจากใบยาสูบ และวิจัยโดยทีมวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจะมีการลงนามความร่วมมืในการวิจัย พัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด -19 ในนาท&amp;quot;ทีมไทยแลนด์ &amp;quot; ระหว่างบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด &amp;nbsp;องค์การเภสัชกรรม(อภ.) และ บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกุล &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวงสาธารสุข(สธ.)นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม &amp;nbsp;นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและประธาน เปิดงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.ดร.บัณฑิต กล่าวว่า วัตถุประสงค์การเปิดโครงการก็เพื่อเชิญชวนให้คนไทยร่วมกันบริจาคเงินคนละ 500 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยวัคซีนดังกล่าว ซึ่งทางโครงการตั้งเป้าระดมเงินให้ได้ &amp;nbsp;500 ล้านบาท กำหนดจำนวนผู้บริจาคไว้ที่ 1 ล้านคน เท่านั้น โดยจะเริ่มการบริจาคได้ในวันที่ 18 ธันวาคม 2563 เวลา 9.00 น.เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนผู้ที่ร่วมบริจาค ผ่านทาง www.CUEnterprise.co.th ได้ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2563 เวลา 9.00 น.เป็นต้นไป สำหรับผู้บริจาคในโครงการ จะมีการตอบแทนน้ำใจผู้บริจาคดังนี้&amp;nbsp;
1. สิทธิส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยประเภทบุคคล เช่น สุขภาพ รถยนต์ อัคคีภัย ฯลฯ สำหรับกรมธรรม์ฉบับใหม่จากบริษัทประกันที่เข้าร่วมโครงการ เช่น บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยส่วนลด 12% - 23%** &amp;nbsp;&amp;nbsp;
2. &amp;nbsp; ในกรณีผลิตวัคซีนสำเร็จและพร้อมให้บริการแก่บุคคลทั่วไป ผู้บริจาคจะมีสิทธิจองซื้อวัคซีนได้ก่อนบุคคลทั่วไป แต่จะได้สิทธิ &amp;ldquo;หลังจาก&amp;rdquo; การให้ การจำหน่าย หรือการใช้วัคซีนให้แก่บุคคลอื่นใด ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายหรือรัฐบาลกำหนด (หากมี
&amp;nbsp;
นายอนุทินกล่าวว่า ารแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ถือเป็นวิกฤติที่ส่งผลกระทบในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคงและความปลอดภัยด้านสุขภาพ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่รัดกุมในระดับสูงสุด ทำให้ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สิ่งที่ดำเนินการควบคู่กันคือการเร่งจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมาตรฐานมาฉีดให้กับคนไทย ขณะนี้ได้จองซื้อวัคซีนจาก บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า จำกัด ไว้แล้วจำนวน 26 ล้านโดส สำหรับคนไทยกลุ่มแรก &amp;nbsp;13 ล้านคน และยังได้วางแผนจัดหาวัคซีนจากแหล่งอื่น และให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาวัคซีนในประเทศ โดยได้ผนึกกำลังเป็น &amp;ldquo;ทีมไทยแลนด์&amp;rdquo; ถือเป็นความหวัง ความภูมิใจ และเป็นขีดความสามารถใหม่ของประเทศไทยที่จะผลิตวัคซีนได้เองตั้งแต่ต้นน้ำ ลดการพึ่งพาต่างชาติ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ผ่านสถาบันวัคซีนแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการวัคซีนเพื่อคนไทยสำเร็จลุล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สธ. จะสนับสนุนโครงการวัคซีนจากใบยาสูบ ผ่านสถาบันวัคซีนแห่งชาติ วงเงิน 150 ล้านบาท &amp;nbsp;แม้ว่าวัคซีนจะประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร แต่เราก็ได้ประสบการณ์ เทคโนโลยี &amp;nbsp; แต่ผมเชื่อว่าเราจะไม่ล้มเหลว ซึ่งในอนาคตเราจะมีพื้นฐานองค์ความรู้เทคโนโลยีวัคซีนของเราเอง &amp;nbsp;และจะต่อยอดไปสู่การผลิตวัคซีนและยาชนิดอื่นต่อไป &amp;quot;นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุมิ อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ใบยาโฟโตฟาร์ม จำกัด กล่าวว่า &amp;nbsp;การระดมเงิน 500 ล้านบาท ก็เพื่อนำไปก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน &amp;nbsp;ซึ่งขั้นตอนการวิจัยระยะที่ 1และ2 จะเริ่มประมาณกลางปีหน้า และสิ้นสุดการทดลองระยะที่ 3 ราวสิ้นปี2564 ซึ่งจะเป็นการทดลองในกลุ่มอาสาสมัครที่หลากหลายขึ้น และอาจจะเป็นการทดลองในต่างประเทศ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การะบาดโควิด -19 ในบ้านเราว่าเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ ทางแคนาดา ก็กำลังทดลองด้วยเทคนิคใบยา เช่นเดียวกันโดยอยู่ในการทดลองระยะที่ 3&amp;nbsp; ถ้าการทดลองประสบความสำเร็จ ก็คาดว่าจะผลิตวัคซีนได้ปีละประมาณ 1 ล้านโด๊ส ส่วนราคาขายของวัคซีนจากใบยาสูบ จะอยู่ที่ประมาณ โด๊สละ 500 บาท ซึ่งจะต้องฉีดคนละ 2โด๊ส และมีขนาดโดีศละ 15--20 ไมโครกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเราสามารถผลิตได้มาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ๆ ราคาวัคซีนก็จะถูกมากกว่านี้ แต่ของเราก็ถูกกว่าของไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา ที่มีราคาประมาณโด๊สละ 900-1,000บาท &amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยมาร่วมกันบริจาค คนละ 500 บาท ห้ามเกินมากกว่านี้ และเราจำกัดแค่ 1คน 1 สิทธิ์ และไม่เกิน&amp;nbsp; 1 ล้านคน เพื่อให้วัคซีนนี้ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทุกคน&amp;quot; ผศ.ภญ.ดร.สุธีรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; ด้านนพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.อภ. &amp;nbsp;กล่าวว่า อภ. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 &amp;nbsp; เพื่อให้คนไทยได้รับวัคซีนป้องกันโรคอย่างเร็วที่สุด ครั้งนี้เป็นการผลิตวัคซีนโดยคนไทยเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง โดยใช้ความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงาน โดยได้ร่วมมือจากบริษัทวิจัยในประเทศไทย คือ บริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม เป็นผู้ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา ผลิตวัคซีนตั้งต้น บริษัท คินเจน ไบโอเทค เป็นผู้ทำวัคซีนให้บริสุทธิ์ และอภ จะทำหน้าที่ตั้งตำรับและบรรจุวัคซีนสำเร็จรูป สำหรับการทดสอบทางคลินิกเฟส 1-2 ในมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ อภ &amp;nbsp;พัฒนาและจัดหาวัคซีน 4 แนวทาง ได้แก่ 1) การวิจัยและพัฒนาจากต้นน้ำ ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่จากไข่ไก่ฟัก ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง และจะศึกษาประสิทธิภาพในมนุษย์ต่อไป 2) โครงการนำเข้าวัคซีนมาแบ่งบรรจุ โดยได้ร่วมมือกับบริษัท Sinopharm ขณะนี้อยู่ระหว่างการลงนามความร่วมมือ และเตรียมความพร้อมการผลิตในระดับอุตสาหกรรม 3)ให้ทุนกับมหาวิทยาลัยในการวิจัยพัฒนาวัคซีนต้นแบบป้องกันโรคโควิด 19 อาทิ วัคซีน Subunit จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;วัคซีน Virus-like particle จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 4)ร่วมมือกับบริษัทวิจัยในประเทศไทย ในการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด&amp;nbsp;
นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.กล่าวว่า อยากเรียกโครงการนี้ว่าไม่ใช่วัคซีนเพื่อคนไทย แต่เป็นวัคซีนโดยคนไทย ซึ่งเป็นผลงานของคนไทยที่ยิ่งใหญ่มาก แม้ว่าก่อนหน้านี้ การวัคซีนเองเรายังเป็นที่ชาดแคลน แต่การที่เรามีการผลิตวัคซีนเอง จะทำให้ประเทศไทยอยู่ใน World map Vaccine ของโลก ซึ่งจะทำให้เรามีความหวัง มีศิลปวิทยากร ที่พึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจร่วมบริจาคสนับสนุนวัคซีนเพื่อคนไทย ได้ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. แสกน QR CODE เพื่อลงทะเบียนและรับสิทธิในการบริจาคที่ www.CUEnterprise.co.th ได้ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2563 เวลา 9.00 น.
2. สามารถเลือกช่องทางการบริจาคได้ 2 ช่องทาง ได้แก่&amp;nbsp;
2.1 ใช้ Mobile Banking Application ของธนาคารใดก็ได้แสกน QR CODE เพื่อบริจาคโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ เมื่อเสร็จสิ้นการทำรายการจะได้รับ Bill Payment เป็นหลักฐาน
2.2 ทำรายการที่หน้าเคาเตอร์ธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขาทั่วประเทศ เพียงยื่นบัตรประชาชนและแจ้งว่าบริจาคให้โครงการ &amp;ldquo;วัคซีนเพื่อคนไทย&amp;rdquo; จะได้ Pay-in Slip เป็นหลักฐาน &amp;nbsp;
โดยรับบริจาคท่านละ 500 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ (จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86831</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาฯ, #วัคซีน, #โควิด-19, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุมิ, วัคซีนจากใบยาสูบ, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd729bed1788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
