<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดีมาก!รีวิววัคซีนจุฬา mRNA ฝีมือคนไทย อาสามัครฉีดแล้วรอดโควิด3รอบ แต่ที่บ้านติดยกครัว คาดได้ใช้เร็วๆนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ส.ค.64-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Sukrit Terapanyarat โพสต์ ว่าด้วยประสิทธิภาพวัคซีน ChulaCOV-19 วัคซีน mRNA ตัวแรกของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า ทางโครงการวิจัยไม่ได้มีการเปิดเผยเลขภูมิคุ้มกันขิงวัคซีนแก่ อสม. เพียงแต่บอกได้ว่ามันดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นี่จะเป็นการรีวิวและอธิบายจากประสบการณ์จริง เมื่อที่บ้านและออฟฟิศของผม ติดโควิดเกือบยกครัว
แต่ &amp;quot;ผม&amp;quot; เป็นคนเดียวที่ไม่ติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. วัคซีน ChulaCOV ถูกพัฒนาขึ้นโดยศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. วัคซีน ChulaCOV เป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่มีพัฒนาและวิจัยต่อยอดจาก Moderna ดังนั้นประสิทธิภาพที่ออกมาจึงมั่นใจได้ว่าเทียบเท่า Pfizer และ Moderna หรืออาจจะดีกว่าสำหรับการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลต้า เพราะกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาต่อไปหลังจากทดสอบกับ อสม. กลุ่มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ผมได้รับวัคซีนขนาด 25 ไมโครกรัม (ใช้น้อยกว่า Pfizer) จำนวน 2 โดส ฉีดห่างกัน 3 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. อาการและผลข้างเคียง:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[โดสแรก] วันที่ 24 มิ.ย. 64 &amp;nbsp;- มีอาการปวดหัวและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดต่อเนื่องราว ๆ 2-3 วัน &amp;nbsp;ไม่มีไข้ และยังทำงานได้ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[โดสสอง] วันที่ 15 ก.ค. 64 - ปวดหัวหนักกว่าโดสแรก หลังจากฉีด 2 ชั่วโมง และฝะถึงขั้นซมหลังฉีด 6 ชั่วโมง &amp;nbsp;มีไข้หรือตัวรุม ๆ &amp;nbsp;แต่ไข้ไม่สูง &amp;nbsp; ปวดหัวตลอดทั้งคืน &amp;nbsp;กว่าจะทุเลาลงก็คือวันที่สอง ซึ่งนอนซม รบกวนการทำงานแน่นอน &amp;nbsp;หลังจากนั้นไข้หายในสองวัน &amp;nbsp;ส่วนอาการปวดหัวจะต่อเนื่องไปร่วม 3-4 วันเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. หลังจากฉีดวัคซีนครบสองโดสได้ราวหนึ่งสัปดาห์ &amp;nbsp; พ่อของผมเริ่มมีอาการป่วย ปวดหัว ไอ &amp;nbsp;ส่วนพนักงานที่ออฟฟิศไปตรวจโควิด Rapid Antigen Test ผลปรากฏว่าติดโควิด &amp;nbsp; จึงมีการตรวจกันทั้งบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลลัพธ์ : พนักงานออฟฟิศติด 2 คน ไม่ติด 1 (ซึ่งคนที่บ้านของพนักงานติดเกือบยกครอบครัว), &amp;nbsp;และพ่อของผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เพื่อความแน่ใจ ทางโครงการวิจัยได้นัดให้ผมไปตรวจ RT-PCR อีกรอบ เพราะผมกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย ซึ่งผลออกมาว่า ผมไม่มีเชื้อโควิดจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. คุณพ่อมีอาการหนักสุด ส่วนพนักงานแทบไม่มีอาการ &amp;nbsp;ได้ทำการรักษาตามอาการแบบ Home Isolation &amp;nbsp;แยกบ้านกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. เหตุการณ์เหมือนจะไม่มีอะไร แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ อยู่ๆอาการคุณพ่อก็ทรุดหนัก ไข้ขึ้นสูง &amp;nbsp;SpO2 ลดลงต่อเนื่องจาก 95 เหลือ 92 ในตอนเย็น และเหลือ 89 ในตอนกลางคืน &amp;nbsp;ไม่ค่อยมีสติและลำบากในการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ด้วยความจำเป็นที่จะต้องหาโรงพยาบาลด่วน ซึ่งอย่างที่ทุกคนทราบคือ ทุกที่เตียงเต็ม &amp;nbsp;แต่โชคดีที่ติดต่อโรงพยายาลสมุทรสาครได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงกระนั้น โรงพยาบาลก็ไม่มีรถฉุกเฉิน &amp;nbsp;จำเป็นที่เราจะต้องขับรถไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้น (29 ก.ค.) หลังจากเพิ่งตรวจ RT-PCR ในวันเดียวกัน ผมต้องใกล้ชิดคุณพ่อที่เป็นผู้ป่วยอีกครั้ง ครั้งนี้มีการสัมผัสและใกล้ชิดมาก แต่ด้วยความจำเป็นต้องพาไปโรงพยาบาล จึงไม่มีทางเลือก &amp;nbsp;(อุปกรณ์ป้องกันมีเพียง หน้ากากอนามัยสองชั้น face shield และถุงมือยาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. พ่อของผมโชคดีที่ห้อง ER มีเตียงว่าง ได้รับการรักษาและรับยาฟาวิทันที แม้จะยังไม่เคยตรวจ PCR มาก่อน &amp;nbsp;ก่อนจะได้แอดมิทที่โรงพยายาลสมุทรสาคร แม้จะเป็นผู้ป่วยนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบันอาการดีขึ้นมากแล้ว ย้ายไปโรงพยาบาลสนาม และใกล้จะได้กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. ส่วนตัวผมเองยังมีนัดต้องไปเจาะเลือดเก็บตัวอย่างกับทางโรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อวัดภูมิวัคซีนหลังฉีด 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลาหลังจากผมสัมผัสผู้ป่วยโดยตรงประมาณ 12 วัน ไม่ได้มีอาการอะไร จึงได้ทำการ Rapid Antigen Test อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และผลก็ออกมาบอกว่า
&amp;nbsp;
ผมไม่มีเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่เห็นก็คือว่า ผมผ่านการเสี่ยงติดเชื้อมาแล้วถึงสามครั้ง และตรวจสามรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 1 - คือการทำงานในออฟฟิศ อยู่กับผู้ที่ติดเชื้อโควิด ในช่วงที่เชื้อกำลังฟักตัวและไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 2 - หลังจากคนรอบข้างอาการเริ่มออก ผลจรวจออกมา เริ่มมีการให้พนักงาน WFH &amp;nbsp;แต่ก่อนหน้านั้น ผมเองยังคงต้องขับรถ ร่วมโดยสารกับผู้ที่ติดเชื้อทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 3 - กลับมาสัมผัสผู้ป่วยโควิดโดยตรงอีกครั้ง หลังจาก distancing กันมานานสัปดาห์นึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยผลทดสอบนี้ น่าจะบ่งบอกได้ดีถึงประสิทธิภาพของวัคซีน mRNA ได้ดีในระดับนึง และเป็นเหตุผลว่า ทำไมวัคซีน ChulaCOV น่าจะเป็นวัคซีนตัวความหวังของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำถามว่า &amp;quot;คนไทยจะได้ฉีดวัคซีนตัวนี้เมื่อใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบก็คือ กว่าจะวิจัยพัฒนาและทดสอบกลับ อสม. กลุ่มสอง กลุ่มสามเสร็จ &amp;nbsp;น่าจะช่วงไตรมาส 1-2 ของปี 2565 เลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงกระนั้น ถ้ามันฉุกเฉินจริงๆ ไม่แน่ว่า อาจจะมีการใช้วัคซีนตัวนี้เป็น เข็มสาม ในช่วงปลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญที่สุด &amp;nbsp;ถึงแม้จะได้วัคซีนที่ดีแล้วยังไง การ social distancing ก็ยังสำคัญ &amp;nbsp;เพราะผลลัพธ์ที่เกิดกับสหรัฐฯ ตอนนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113133</URL_LINK>
                <HASHTAG>รีวิว, วัคซีนจุฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115bec93899a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
