<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ปัดข่าวฉีด mRNA แล้วจะส่งผลต่อสุขภาพใน 1-2 ปี เคาะมาตรการเข้มขึ้นเครื่องบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8ต.ค.64- ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.เฉวตสรร นามวาท&amp;nbsp; ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย ว่า ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 911,677 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 58,298,700 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวในโซเชียลมีเดียว่า ฉีดวัคซีนชนิด mRNA แล้วจะส่งผลต่อสุขภาพใน 1-2 ปีหลังการฉีดนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง มีการฉีดไปแล้วมากมาย เรามีการศึกษา มีเอกสาร ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ ให้ติดตามจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสูง ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักเรียนจะมาฉีดวัคซีน พอถึงเวลาแล้วแจ้งให้กลับโดยยังไม่ได้ฉีดวัคซีนนั้น ขอชี้แจงว่าวัคซีนไฟเซอร์มีเพียง 1.8 ล้านโดส และมีผู้แจ้งประสงค์จะฉีด 3.6 ล้านคน โดยมีการทยอยลงไปเรื่อยๆ แต่อยู่ที่การจัดการของบางพื้นที่ในเรื่องการนัดหมายหากไม่สามารถมาฉีดพร้อมกันในเวลาสั้น อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนไม่ใช่เงื่อนไขที่จะเปิดหรือไม่เปิดโรงเรียน แต่อยู่ที่โรงเรียนทำตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการครบถ้วนหรือยัง เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีการรวมกลุ่มจัดการแข่งขันกีฬาให้คนหนาแน่นและมาตะโกนใส่กัน ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา บุคลากรได้รับวัคซีน 100% ดังนั้น เป็นเรื่องการจัดการในพื้นที่ ต้องดูในรายละเอียดเหล่านี้ว่าจัดการดีแล้วหรือยัง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามถึงกรณีการเดินทางโดยใช้บริการสายการบินต่างๆ ต้องผ่านการฉีดวัคซีนครบถ้วน หรือ ตรวจ ATK อย่างไร นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ที่ประชุม ศปก.ศบค. ได้มีมติเห็นชอบเรื่องการปรับมาตรการการรับผู้โดยสารบนอากาศยานตามความสามารถของอากาศยาน โดยมีส่วนสำคัญคือ ผู้ที่จะเดินทางได้จะต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์คือ 2 เข็ม หรือ จะต้องมีผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR ตรวจไม่พบเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง และที่สำคัญในเรื่องการตรวจความพร้อมเหล่านี้ และการคัดกรองตั้งแต่จะเข้าพื้นที่ต้องเคร่งครัดและเข้มงวด หากมีความไม่พร้อมหรือตรวจพบข้อห้ามต่างๆ เช่น มีไข้ หรือไม่เข้าหลักเกณฑ์จะมีเงื่อนไขในการไม่ให้เข้าใช้ในพื้นที่ ดังนั้น พี่น้องประชาชนจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรืออาจจะทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ ที่สำคัญจะต้องดูแลสุขภาพตัวเอง หากเจ็บป่วยต้องหลีกเลี่ยงที่จะไม่เดินทางหรือไม่ไปในสถานที่ที่ไม่ควร เช่น สนามบินเพื่อเดินทาง เริ่มต้นที่ตัวเรา ส่วนมาตรการอื่นๆ ที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ในเรื่องของความเข้มงวดในการที่จะไม่ให้เดินไปมาบนเครื่องบิน ปรับระบบการระบายอากาศ จัดที่นั่งให้ถูกต้อง ไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มอาหารบนเครื่องบิน การลำเลียงคนไปขึ้นเครื่อง หรือลงจากเครื่องเข้าพื้นที่ ต้องมีระยะห่างไม่หนาแน่นจะต้องดำเนินการไปอย่างเข้มงวด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นพ.เฉวตสรร กล่าวตอนท้ายว่า และขอให้กำลังใจกับประชาชนในทุกพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ที่อาจจะยังฉีดวัคซีนครอบคลุมในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยอยู่ จึงขอเชิญชวนให้ออกมาฉีดวัคซีนกันให้มากๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อทำให้ทุกมาตรการเราเข้มแข็งมากขึ้น เส้นกราฟลดลง จนสามารถเปิดบ้านเปิดเมืองได้ ท้ายนี้ขอย้ำว่าเราทุกคนต้องการ์ดสูงไว้ตลอดเวลา เพราะในประเทศสิงคโปร์ที่มีการฉีดครอบคลุมมากแล้วยังกลับมามีการติดเชื้อมากอยู่ เราจะต้องอยู่กับโรคโควิด-19 ให้ได้ โดยมาตรการที่เราใส่ใจและร่วมมือกันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119153</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.เฉวตสรร นามวาท, วัคซีนชนิด mRNA</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d10f68d3bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดข้อมูล  &#039;โมเดอร์นา&#039; วัคซีนทางเลือกที่หลายคนรอคอย  วิธีการและประสิทธิภาพในการเอาชนะไวรัส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากรอมาเนิ่นนาน ประเทศไทยก็กำลังจะมีวัคซีนชนิด mRNA ฉีดกับเขาแล้ว ตามข่าวที่โรงพยาบาลเอกชนหลายเจ้าเริ่มเปิดจองวัคซีน &amp;lsquo;โมเดอร์นา&amp;rsquo; (Moderna) ในฐานะของ &amp;lsquo;วัคซีนทางเลือก&amp;rsquo; กันเมื่อช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามคำบอกเล่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่สมควรรู้ว่าร่างกายรับวัคซีนยี่ห้ออะไรมาก็จริง แต่อย่างน้อยด้วยผลการศึกษาหลายๆ ฉบับ ล้วนชี้ไปทางเดียวกันว่าวัคซีนที่ผลิตต่างวิธี หรือวัคซีนคนละยี่ห้อ ต่างก็มีวิธีป้องกันรวมถึงกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หากเราจะทำความเข้าใจกระบวนการของ mRNA ให้ดี ก่อน(อาจจะ)ได้ฉีดจริงในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนทางเลือกที่กำลังจะเข้าไทย หรือวัคซีนโมเดอร์นา เป็นวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA (Messenger Ribonucleic Acid) โดยมีวิธีจัดการกับเชื้อ อธิบายง่ายๆ คือการส่งโปรตีนสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นหนามขนาดเล็กตามชื่อคือ mRNA เข้าสู่ร่างกาย จากนั้นเจ้าโปรตีนนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์ของมนุษย์เพิ่มจำนวนตัวมันเอง เพื่อไปก่อกวนระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ภูมิคุ้มกันเรียนรู้จะกำจัดหนามดังกล่าวออกไป ซึ่งต่อไปเมื่อมีไวรัสหนามหรือเชื้อโควิด-19 เข้ามา ร่างกายก็จะจดจำและจัดการกับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้นนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกถกกันมาก คือความใหม่ของเทคโนโลยี mRNA ที่หลายคนกังวลว่าอาจส่งผลข้างเคียงรุนแรงในอนาคต แต่จริงๆ mRNA ก็เป็นเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นและใช้งานมาร่วม 10 ปีแล้วในการใช้เพื่อหยุดยั้งเชื้ออีโบล่า หรือหากจะพูดถึงผลข้างเคียงอย่างเดียว วัคซีนโมเดอร์นาเองก็มีผลข้างเคียงคล้ายกับวัคซีนยี่ห้ออื่น คืออาการไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ที่แย่หน่อยคืออาการเมื่อยล้าและเจ็บหน้าอกชนิดไม่รุนแรง ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่กรณีนี้ก็พบเพียง 0.00126% หรือ 12.6 รายต่อวัคซีนหนึ่งล้านโดส ที่สำคัญส่วนใหญ่ที่เจอก็หายดีและใช้ชีวิตกันตามปกติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดของวัคซีน mRNA ก็คือความโดดเด่นในแง่ประสิทธิภาพที่สูงลิ่ว โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าวัคซีนโมเดอร์นา สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 94.1% และป้องกันการติดเชื้อได้ 86.4% สำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ทั้งยังลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสการเสียชีวิตจากโรคได้ถึง 100% แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์อันยุ่งเหยิงของไวรัสนี้ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น สายพันธุ์อัลฟา (พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร), บีต้า (พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้), แกมมา (พบครั้งแรกในบราซิล) และเดลต้า (พบครั้งแรกในอินเดีย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้มากถึง 94.1% ย่อมส่งผลถึงความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ Herd immunity ได้อย่างแน่นอน เห็นได้จากตัวอย่างไกลๆ ในประเทศเยอรมนี, สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล หรือฮังการี ที่ผู้คนถอดแมสใช้ชีวิตแบบ Old Normal อย่างแพร่หลายแล้ว แต่ในประเทศไทยที่มีความคืบหน้าด้านวัคซีนที่ค่อนข้างช้า(จนถึงช้ามาก) อาจเกิดคำถามว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้มากน้อยแค่ไหน หรืออาจเลยไปอีกคำถามหนึ่ง ว่าตนเองจะสามารถกลับลำมาฉีด mRNA เป็นเข็มที่ 3 ต่อจากวัคซีนที่เคยได้รับมาแล้ว ได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบสั้นๆ คือ &amp;lsquo;ฉีดได้&amp;rsquo; แต่คำอธิบายค่อนข้างยาวเสียหน่อย คือการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มที่ 3 นั้น อาจต้องมีระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับว่าได้รับวัคซีนตัวไหนมา ในกรณีที่ฉีด แอสตร้าเซนเนกา มาครบ 2 โดส ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าร่างกายจะมีภูมิมากพอให้เว้นระยะรับเข็มที่ 3 ออกไปได้ราว 6-12 เดือน แต่ในอีกทางหนึ่งเมื่อประเทศกำลังรับมือกับสายพันธุ์เดลต้าที่มีความรุนแรงค่อนข้างมาก เราจึงมีลุ้นร่นระยะการรับ mRNA เป็นเข็ม 3 ได้เร็วขึ้น 1-2 เดือน เพื่อเร่งให้ภูมิสูงขึ้นพอจะรับมือกับสายพันธุ์เดลต้าได้ ส่วนในกรณีที่ผ่านการฉีด ซิโนแวค มานั้น ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดใดๆ มารับรอง ทางเลือกเดียวคือต้องเว้นระยะออกไป 3-6 เดือนก่อน แล้วรอข้อมูลทางวิชาการมารับรองในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสุดท้ายที่อยากบอกถึงโมเดอร์นาและ mRNA คือวัคซีนตัวเลือกนี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป (ต่ำกว่านี้ไม่แนะนำ) ส่วนใหญ่แล้วปลอดภัยกับคนทุกกลุ่ม ยกเว้น กลุ่มผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน, ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV รวมถึงสตรีที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ ที่อาจต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนฉีด หรือหากเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อนหน้านี้ ก็จำเป็นต้องเว้นระยะหลังติดเชื้ออย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนรับวัคซีน และแน่นอน ไม่ว่าเราจะอยู่ในเงื่อนไขใด การพิจารณาความเห็นจากแพทย์คือเรื่องสำคัญสุดเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกษารายละเอียดวัคซีนโมเดอร์นาเพิ่มเติมก่อนฉีดจริงได้ที่ www.praram9.com/moderna-vaccine หรือจองวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา กับโรงพยาบาลพระรามเก้า ได้ทาง Line Official @Praram9hospital หรือ https://lin.ee/vR9xrQs หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1270&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110289</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนชนิด mRNA, วัคซีนโมเดอร์นา, วิธีการและประสิทธิภาพ, สรรพคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f50b85e7915.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
