<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนอ2ทางแก้วัคซีนมะเร็งปากมดลูกฉีด เด็กหญิงชั้นป.5ไม่พอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;cr: maerakluke.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6พ.ย.61-เสนอบอร์ด สปสช.2ทางเลือกเรื่อง วัคซีนมะเร็งปากมดลูกที่จะฉีดในเด็กหญิง ป.5ไม่เพียงพอเนื่องจากติดปัญหาสปสช.ไม่มีระบบการจัดซื้อวัคซีนข้ามปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ด สปสช.) โดยมี ศ.คลินิก เกียรติคุณนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เป็นประธานฯ นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้กล่าวรายงานความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนเอชพีวี ป้องกันมะเร็งปากมดลูกในนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5ว่า ประเทศไทยมีความต้องการวัคซีนจำนวน 884,103 โดส วัคซีนเข็มแรกมีการจัดหามาแล้ว 449,121 โดส และกระจายไปฉีดให้กับนักเรียนหญิงแล้วจำนวน 269,121 โดส ยังเหลือในสต็อก 180,000 โดส ส่วน วัคซีนเข็ม 2 ซึ่งมีแผนจัดซื้อจำนวน 449,121 โดส ซึ่งมีการเปิดซองประมูลไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ก.ย. และวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ไม่มีบริษัทใดเข้าร่วม เนื่องจากติดปัญหาว่าสปสช.ไม่มีระบบการจัดซื้อวัคซีนข้ามปี (Multi Year Contract)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.รัฐพล กล่าวต่อว่า ทำให้ขณะนี้มีวัคซีนเหลือเท่าที่อยู่ในคลังเท่านั้น ดังนั้นจึงมี 2 ทางเลือกมาเสนอให้บอร์ด สปสช. พิจารณาคือ 1. กระจายวัคซีนที่เหลือให้กับนักเรียนที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว เพื่อให้ฉีดครบ 2 เข็มตามเกณฑ์ และ 2. กระจายวัคซีนที่เหลือให้กับนักเรียนหญิงที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนเพื่อให้มีนักเรียนหญิงได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ครบทุกราย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางกรมควบคุมโรคได้ทำหนังสือเข้ามายืนยันว่าขณะนี้เนื่องจากวัคซีนเอชพีวีขาดจริงๆ จึงเสนอให้กระจายวัคซีนที่เหลือให้กับเด็กหญิงที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เมื่อจัดหาวัคซีนล็อตใหม่ได้การจะฉีดเข็ม 2 ให้กับทุกคนก็ไม่ใช่เรื่องยาก อีกทั้งยังมีข้อมูลผลการศึกษาในคอสตาริกา &amp;nbsp;และอินเดียพบว่าเมื่อได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่อไปประมาณ 4-7 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.คลินิก เกียรติคุณนพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าสปสช.จะต้องวางระบบการจัดซื้อวัคซีนข้ามปี และต้องทำทุกวัคซีนที่เราต้องจัดหาด้วย ไม่เฉพาะวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ส่วนเรื่องการกระจายวัคซีนที่เหลือในคลังให้กับนักเรียนที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อนนั้นเนื่องจากที่ประชุมยังมีข้อห่วงใยว่าผลการศึกษาที่คอสตาริกาและอินเดียที่ยกมานั้นมีความเชื่อมโยงกับบริษัทยาเอกชน ซึ่งเข้าใจว่าในช่วงที่มีการพิจารณานั้นยังไม่มีข้อมูลขององค์การอนามัยโลกมา แต่วันนี้มีแล้วจึงต้องให้ผู้เกี่ยวข้องกลับไปพิจารณาเรื่องนี้มาเสนออีกครั้งในการประชุมในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ โดยอิงจากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21451</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลุก, เด็กหญิงป.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be157d40e87a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายผู้หญิงร้องทบทวนการซื้อวัคซีนมะเร็งปากมดลูกเด็กหญิง ชั้นป.5ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ส.ค.61-เครือข่ายผู้หญิงฯ กว่า 10 องค์กร เข้ายื่นหนังสือ แสดงความกังวลข้อเสนอคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ในการจัดซื้อวัคซีน HPV ในเด็ก ป.5 รอบใหม่ ยื่น 3 ข้อเสนอ การขยายอายุเด็กเป็น 18 ปี การให้หน่วยงานท้องถิ่นจัดหาวัคซีนเองได้ และ เลือกวัคซีนที่ครอบคลุมป้องกันมะเร็งปากมดลูกถึง 4 สายพันธุ์ &amp;nbsp; ด้าน ผอ.สถาบันวัคซีนฯ รับปากจะเสนอเรื่องให้อนุกรรมการทบทวนฯ &amp;nbsp;ด้านที่ปรึกษาสถาบันฯ เผย ให้หน่วยงานท้องถิ่น จัดซื้อได้ ไม่ใช่ของใหม่ เคยมีมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำนักงานสถาบันวัคซีนแห่งชาติ(องค์การมหาชน) เครือข่ายผู้หญิงในระบบหลักประกันสุขภาพมาตรฐานเดียว พร้อมองค์กรภาคีเครือข่ายที่ทำงานในประเด็นผู้หญิงกว่า 10 เครือข่าย นำโดย น.ส.สุภัทรา นาคะผิว &amp;nbsp;นางอรกัลยา พุ่มพึ่ง แกนนำเครือข่ายผู้หญิงในระบบหลักประกันสุขภาพมาตรฐานเดียว เข้ายื่นหนังสือแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาและการให้บริการด้านวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) โดยมี ดร.นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นผู้รับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น.ส.สุภัทรา กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯ ขอแสดงความชื่อชม สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ที่สนับสนุนการจัดหาวัคซีนให้แก่ เด็กอายุ 10-12 ปี ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีความต้องการทั้งหมด 4.3 แสนโดส แม้ว่าจะเคยมีประเด็นซื้อที่แพงกว่าประเทศอื่น แต่ทั้งนี้ที่มาในวันนี้ เนื่องจากมีความกังวล จากการที่คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ภายใต้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้มีมติสำคัญต่อการวางแผนจัดหาวัคซีนให้กับเยาวชนรอบใหม่ &amp;nbsp;ใน 3 ประเด็น คือ 1มติขยายช่วงอายุการเข้าถึงวัคซีนเป็น 18 ปี ซึ่งมีความกังวลว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพดีในเด็กที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ แล้วจะมีการคัดกรองอย่างไรว่าเด็กยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ เด็กที่ไหนจะบอกซึ่งเป็นสิทธิ์ของเด็กว่าจะบอกหรือไม่ และอันเก่าก็ยังให้ไม่ครบโดส จะขยายได้อย่างไร ซึ่งจะเป็นการเอื้อบริษัทวัคซีนหรือไม่ &amp;nbsp;ยังไม่ขยายได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; 2 .ให้หน่วยงานท้องถิ่นที่มีศักยภาพจัดหาวัคซีนเองได้ สามารถจัดหาวัคซีนมาให้บริการเยาวชนได้เอง แต่หากท้องถิ่นมีข้อจำกัดด้านงบประมาณหรือด้านอื่นๆ ก็ให้ผู้ปกครองร่วมจ่ายเงินซื้อวัคซีนได้ ซึ่งเราไม่เห็นด้วยกับประเด็นร่วมจ่าย เพราะนี่คือสิทธิประโยชน์พื้นฐาน เพราะงบประมาณของท้องถิ่นก็มาจากภาษีประชาชนอยู่แล้ว อีกทั้งการจัดซื้อเองจะมีราคาแพง มากกว่าการจัดหาซื้อรวมกันทั้งประเทศ &amp;nbsp;และ 3. วัคซีนที่ใช้สามารถลดความเสี่ยงการเกิดวัคซีนปากมดลูกได้เพียง 2สายพันธุ์เท่านั้น ทั้งที่วัคซีนป้องกันปากมดลูกมีถึง 4 สายพันธุ์แต่กลับไม่เลือกใช้ &amp;nbsp;ซึ่งยังไม่มีการลงไปให้ความรู้ในชุมชนทำให้ชุมชนเข้าใจว่าครอบคลุมทุกสายพันธ์ดังนั้นต้องมาการสื่อสารกับชุมชนว่าหลังจกฉีด 2 เข็มแล้ว ต้องตรวจมะเร็งซ้ำอีกใน 10 ปี อย่างไรก็ตามขณะนี้ตัวเลขการคัดกรองต่ำมาก โดยเฉพาะในเขตเมือง &amp;nbsp;ควรให้ความสำคัญในเรื่องการรณรงค์ให้ผู้หญิงเข้าสู่ระบบการคัดกรองมากกว่าในอดีต โดยการทำงานร่วมกับเป็นภาคีเครือข่าย โดยการดึงเอาภาคประชาสังคม ชุมชุม เครือข่ายที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นผู้หญิงเข้าร่วม ซึ่งทางเครือข่ายจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพราะมีความเกี่ยวพันกับงบประมาณและการเสียชีวิตของผู้หญิง ดังนั้นการป้องกันต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ขาดข้อมูลจนทำให้มีผลกับงบประมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.จรุง กล่าวว่า การให้วัคซีนขั้นพื้นฐานนั้นจะเป็นความรับผิดชอบของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ทางสถาบันมีหน้าที่สนับสนุนประสานงานในการวิจัย การผลิต และการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้เกิดการพัฒนา ซึ่งขณะนี้วัคซีนมีราคาแพง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยคาดว่าอีก 3 ปี ข้างหน้าไทยจะสามารถผลิตวัคซีนเองได้และสถาบันฯทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติดีใจที่ประชาชนในพื้นที่ได้ติดตามการทำงานของเรา ซึ่งมีความคาดหวังว่าจะทำให้ประเทศไทยไปสู่การพัฒนาที่ดี ซึ่งคณะกรรมการวัคซีนฯ มีการรับฟังเสียงของประชาชนมาโดยตลอด ตามที่WHO ส่งเสริมให้มีการเข้าร่วมของประชาชน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นยังไม่ถึงคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งสินค้าทางการแพทย์นั้นค่อนข้างซับซ้อนที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเลือกให้เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนไม่ชำนาญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันดู โดยมาในวันนี้ตนก็รับฟังและในฐานะเลขาฯ จะได้มีการรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดส่งไปยัง &amp;nbsp;คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเพื่อให้พิจารณา แต่ขอดูให้ละเอียดเพื่อความชัดเจนของข้อมูลก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิ์วัฒน์ ที่ปรึกษาสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า วัคซีน HPV นั้นมีการขยายกันทุกประเทศ ประเทศไทยไม่ควรล้าหลัง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการตั้งงบประมาณให้กับเด็ก ป.5 ทั่วประเทศ และให้ฉีดให้ครบ 2 โดส เป็นการตั้งต้นสิทธิประโยชน์ก่อนขยายเป็นสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน ซึ่งความเห็นที่จะให้ขยายอายุของเด็กนั้นเป็นการต่อยอดสิทธิประโยชน์ ซึ่งข้อเสนอส่วนใหญ่ส่วนใหญ่มาจากคณาจารย์ที่ทำงานเรื่องเด็ก จากคำถามว่าแล้วเด็กที่จบ ป.5 ไปก่อนที่จะเริ่มจะปล่อยไว้เฉยๆหรือไม่ ซึ่งหากจะดูแลวัคซีนไม่เพียงพอจะทำอย่างไร จึงได้มีการเสนอว่าจะมีวิใดบ้างในการดูแลเด็ก เพื่อให้อนุกรรมการฯ พิจารณา ซึ่งข้อเสนอให้หน่วยงานท้องถิ่นเป็นผู้จัดซื้อเองได้นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการทำมาแล้ว เช่น ในการตั้งงบประมาณจัดซื้อวัคซีนคางทูม หัดเยอรมัน (MMR) กระทรวงสาธารณสุขมีความพยายามเป็น 10 ปีกว่าจะได้เข้าเป็นวัคซีนพื้นฐาน เพราะวัคซีนราคาแพงตั้งงบประมาณไม่ได้ ระหว่างนั้นอนุสร้างเสริมฯ ก็เสนอให้ท้องถิ่นที่มีกำลังซื้อก็ทำการจัดซื้อไปก่อน เช่น กทม.มีการจัดซื้อเองนำไปก่อนกระทรวงสาธารณสุขนานมาก อย่างไรก็ตามในการให้วัคซีนนั้นต้องให้ทั้งหมด โดยไม่ต้องถามว่าเด็กมีเพศสัมพันธ์หรือไม่มี ส่วนในประสิทธิภาพของวัคซีนนั้น ในเด็กที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็สามารถป้องกันได้ดีกว่าไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นางอรกัลยา กล่าวว่า ยิ่งฟังคำชี้แจงยิ่งมีความกังวล เข้าใจว่าการที่ให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นจัดซื้อเองได้มีมานาน ซึ่งในอนาคตจะมีการยุบหน่วยงานท้องถิ่นที่มีบุคลากรรวมกันไม่ถึง 7 พันคน รวมกันนั้นจะกลายเป็นการหาเสียงในชุมชนหรือไม่ ซึ่งในการเปิดเวทีให้ประชาชนเข้าร่วมทุกครั้งนั้นเป็นเหมือนการให้ไปรับฟังว่าจะทำอะไรบ้าง แต่เมื่อเกิดการแย้งก็ไม่เคยทำ ซึ่งการทำงานในชุมชนเหมือนภาครัฐทิ้งงานให้ประชาชนที่ทำงานในชุมชน พอฉีดไปเข็มที่ 1 ผู้ปกครองก็จะมาถามว่าเมื่อไหร่จะได้เข็มที่ 2 ซึ่งการมาวันนี้ก็หวังจะได้เจอกับตัวแทนของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งก็ไม่พบ คำถามคือหาก สถาบัน บอกว่าในฐานะเลขาฯ จะมีการเสนอข้อเสนอไป แล้วหากคณะกรรมการไม่เอาเราจะทราบได้อย่างไร ใครจะเป็นผู้แจ้งกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.จรุงไทย กล่าวย้ำว่า จะได้มีการรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดส่งไปยัง &amp;nbsp;คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเพื่อให้พิจารณาอีกครั้งแน่นอน แต่ขอความชัดเจนของข้อมูลก่อน ซึ่งรับปากว่าทางเครือข่ายจะไม่มาอย่างสุญเปล่าโดยไม่ได้อะไรอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16425</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกเด็กผู้หญิง, วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลุก, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, เครือข่่ายผู้หญิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b865db894c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฉีดเด็กป.5 ไม่ขาดช่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สปสช.ยืนยันวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกไม่ขาดช่วง จัดส่งทันตามแผนการฉีด มิ.ย.-ส.ค. ด้านสธ. ยืนยันวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกทั้ง 2 ชนิด ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไม่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.61-ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีข่าววัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหมดสต๊อกว่า ยืนยันว่าไม่มีปัญหาวัคซีนมะเร็งปากมดลูกที่ฉีดสำหรับเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามชุดสิทธิประโยชน์หมดสต๊อกหรือขาดช่วงแต่อย่างใด ขณะนี้มีการจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกสำหรับฉีดในเด็กหญิง ป.5 เข็มที่ 2 เรียบร้อยแล้ว จำนวน 480,000 โดส และอยู่ระหว่างการจัดหาวัคซีนอีก 780,000 โดส โดยบริษัทผู้ผลิตวัคซีนยืนยันว่ามีวัคซีนจำหน่ายให้ประเทศไทยและสามารถจัดส่งได้ตามแผนปกติ ต่อการประชุมคณะอนุกรรมการจัดหายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก สปสช. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก กรมควบคุมโรคกำหนดให้ต้องฉีดทั้งหมด คนละ 2 เข็ม และฉีดในเด็กหญิง ป. 5 โดยเข็มแรกของแต่ละรุ่นอายุจะเริ่มฉีดในเทอมการศึกษาแรก ระยะเวลาที่จะฉีดอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฏาคม และฉีดอีกครั้งในเทอมการศึกษาที่ 2 การฉีดที่โรงเรียนในกรณีนี้จะเป็นการฉีดที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนมากที่สุด ซึ่งขณะนี้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเข็มที่ 2 สำหรับกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นป.5 ปีการศึกษา 2560 ได้จัดหาและจ่ายให้ผู้รับผิดชอบฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว ในช่วงเดือนมกราคม 2561 จำนวนทั้งสิ้น 480,000 โดส ส่วนเข็มที่ 1 สำหรับเด็กนักเรียนหญิง ป. 5 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 780,000 โดส อยู่ระหว่างการจัดหา ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายยืนยันว่าสามารถจัดส่งได้ทันตามแผนการฉีดในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2561 (ซึ่งเป็นเทอมแรกของปีการศึกษา 2561 นี้) ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า จะมีวัคซีนเข้ามาเพียงพอและทันต่อการใช้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เข้าใจว่าที่มีข่าวที่ว่าวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกขาดสต๊อกนั้น อาจจะอยู่ในช่วงที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเจรจาจัดหาวัคซีน เนื่องจากมีหลายประเทศต้องการใช้วัคซีน &amp;nbsp;จำนวนที่บริษัทวัคซีนจะยืนยันสามารถจัดส่งได้จึงต้องใช้เวลา ซึ่งบริษัทยืนยันจะจัดหาให้ไทยได้อีก 780,000 โดส เมื่อวันที่ 28 มี.ค.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)และโฆษกสธ. &amp;nbsp;กล่าวว่า สธ. กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และสปสช. ได้ดำเนินการร่วมกันในการจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีนเอชพีวี เพื่อลดการเสียชีวิตของสตรีไทยจากมะเร็งปากมดลูก &amp;nbsp;ขณะนี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ ได้บรรจุวัคซีนเอชพีวี ทั้งชนิด 2 สายพันธุ์ (ป้องกันมะเร็งปากมดลูก) และ 4 สายพันธุ์ (ป้องกันมะเร็งปากมดลูก และหูดหงอนไก่) ไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเสรีโดยไม่ผูกขาด &amp;nbsp; ในปีที่ผ่านมา อภ. ได้จัดหาวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้พอเพียง &amp;nbsp;ประหยัดงบประมาณได้ 36 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับด้านประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งมดลูกนั้น คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ยืนยันว่าวัคซีนทั้งสองชนิดมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้เท่ากัน และวัคซีนทั้งสองชนิดนี้ในต่างประเทศก็ยังมีการใช้อยู่ โดยมีประเทศที่ใช้วัคซีนเอชพีวีชนิด 2 สายพันธุ์ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 29 ประเทศ เช่น สก็อตแลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี สเปน เม็กซิโก แอฟริกาใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น &amp;nbsp;และมาเลเซีย เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ 16 และ 18 ได้ประมาณร้อยละ 90-100 ในผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลุก, สธ.ยันวัคซีนปากมูดลูก 2ชนิดคุณภาพเท่ากัน, สปสช.ยันไม่ขาดช่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abde6bb9c46c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
