<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชิญชวนรีบฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก่อนหน้าฝน ย้ำไม่ป้องกันโควิด แต่ลดแออัดรพ.แยกแยะผู้ป่วยออกจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

12 พ.ค.63- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) &amp;nbsp;ร่วมกับ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และนพ. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เสวนาผ่าน Facebook Live ในหัวข้อ &amp;quot;วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทางรอดใหม่จากโควิด-19&amp;quot; พบว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้ เพราะเชื้อไวรัสคนละกลุ่ม แต่มีอาการคล้ายกัน ทั้งนี้เพื่อลดกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ไม่สับสนผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไข้หวัดใหญ่กับไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;เป็นเชื้อไวรัสคนละกลุ่ม ไม่มีความเกี่ยวโยงกัน จึงไม่สามารถที่จะใช้ภูมิคุ้มกันของไข้หวัดใหญ่ไปป้องกันโควิด-19 ได้ และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคทางเดินหายใจชนิดอื่นเพิ่มขึ้น หรือโควิด-19 &amp;nbsp;อย่างที่แชร์ในโซเชียล &amp;nbsp;แต่การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จะช่วยในกรณีช่วงฤดูฝน ในการลดความเสี่ยงการเป็นไข้หวัดใหญ่ &amp;nbsp;จึงต้องมีการฉีดวัคซีนก่อนฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ทุกชนิดมีที่มาที่ไปจากสัตว์ปีก การติดต่อเกิดจากการไอหรือจาม และแบ่งเป็นสายพันธุ์ A B C ซึ่งสายพันธุ์ A มีความสำคัญมากเพราะมีความรุนแรงมากกว่า และสามารถกระจายไปทั่วโลกได้ ส่วนสายพันธุ์ B พบเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น ไม่พบในสัตว์ และสายพันธุ์ C ที่มีการพบน้อยเพียง 0.2 % ของไข้หวัดใหญ่ทั้งหมด โดยในประเทศไทยพบการเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เพราะอยู่ในเขตร้อนชื้น ทำให้พบได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบในช่วงพีคที่สุดคือฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน- กันยายน ในทุกปี &amp;nbsp;จากการเก็บข้อมูลพบว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ เป็นสายพันธุ์ B Victoria ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม มีผู้ป่วยลดลงและในเดือนเมษายนพบคนไข้เพียง 71 คน ซึ่งต่างจากปีที่แล้วมาก และยังไม่มีการตรวจพบอีกเลย ซึ่งจะต้องหาสาเหตุของการลดลง แต่อาจจะเป็นผลที่เกิดจากในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน ที่เริ่มรณรงค์ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19&amp;rdquo; ศ.นพ.ยง กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง กล่าวเสริมว่า ในส่วนของวัคซีนเมื่อเปรียบเทียบการระบาดไทยมีความคล้ายกับการระบาดในแถบเขตซีกโลกใต้ อย่างออสเตรเลีย &amp;nbsp;ดังนั้นในการใช้วัคซีนจึงได้เลือกใช้วัคซีนแบบเดียวกัน โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ &amp;nbsp;3 สายพันธุ์ ได้แก่ A/H1N1, A/H3N2, B(Victoria or Yamagata) และ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ A/H1N1, A/H3N2, B Victoria and Yamagata ซึ่งการฉีดวัคซีนแต่ละชนิดก็ขึ้นอยู่กับการระบาดของสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ แต่ใน 3 สายพันธุ์และ 4 สายพันธุ์ไม่ได้แตกต่างกันมาก ทั้งนี้การฉีดวัคซีนสามารถเป็นไข้หวัดใหญ่ได้อีก แต่สามารถลดความรุนแรงลงได้ ดังนั้นต้องฉีดทุกปี และให้ดีที่สุดต้องก่อนฤดูฝน เพราะสายพันธุ์อาจจะเปลี่ยนไปในแต่ละปี &amp;nbsp;โดยเด็กเริ่มตั้งแต่อายุ 6 เดือน และที่สำคัญคือในผู้สูงอายุ เพราะหากเป็นไข้หวัดใหญ่มีโอกาสที่โรคจะรุนแรงมากกว่า &amp;nbsp;แต่หากใครแพ้ไข่นั้นไม่แนะนำ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้ ส่วนอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงพบ 1 ใน 100,000 เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เราพบว่า สถิติโรคไข้หวัดใหญ่ &amp;nbsp;ทั้งในไต้หวัน สิงคโปร์ &amp;nbsp;รวมทั้ง ไทยก็ลดลงในช่วงก.พ.-เม.ย.อย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งเป็นผลจากมาตรการรัฐบาลในเรื่องโควิด &amp;nbsp;รวมทั้งโรคมือเท้าปากด้วย ที่มักจะพบเยอะในช่วงนี้ ก็ไม่พบด้วยเช่นกัน &amp;nbsp; เป็นเพราะเด็กไม่ได้ไปโรงเรียน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. ธนรักษ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีความสำคัญมาก เพราะอาการเริ่มต้น อายุ หรือความรุนแรง รวมไปถึงการป้องกันของโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด19 มีความคล้ายคลึงกันมาก ก็อาจจะทำให้เกิดความสับสนในการคัดกรองของโรงพยาบาล ดังนั้น การลดจำนวนกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ลงก็จะทำให้การจัดการโควิด-19 ง่ายขึ้น &amp;nbsp;ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องให้ความสำคัญในการรับวัคซีน ซึ่งในสถานการณ์โควิด-19 ก็เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ซึ่งในระยะต่อจากนี้อาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการป้องกันและดูแลตนเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ถามว่าโควิด จะหยุดได้เมื่อไหร่ &amp;nbsp;ตามหลักก็คือต้องให้คนไทยติดเชื้อ50-70% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ อย่างอเมริกาที่ระบาดโครมคราม สำรวจจริงๆ พบว่าพื้นที่ ที่มีคนติดเชื้อเยอะ ยังอยู่ในระดับ 10% หรือเกิน10% น้อยมาก แต่แค่นี้โรงพยาบาลก็รับไม่ไหวแล้ว เพราะฉะนั้น เราอย่าหวังเรื่องภูมิคุ้มกันหมู่ เราต้องทำให้คนติดเชื้อน้อยที่สุด และวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะช่วยให้รพ.ไม่แออัด แยกผู้ป่วยไข้หวัดออกจากโรคโควิด จึงขอรณรงค์ให้ 7กลุ่มเสี่ยงรีบไปขอรับคิวฉีด เพราะใครมาก่อนได้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะหมดก่อน&amp;quot;นพ.ธนรักษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ทำการจัดซื้อวัคซีน 3 สายพันธุ์ จำนวน 4 ล้านโด๊ส ในส่วนของคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องเข้ารับการฉัดวัคซีนก่อน ได้แก่ 1. หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2. ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ หืด ไตวาย หลอดเลือดสมอง เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็ง ที่อยู่ระหว่างการได้รับยาเคมีบำบัด 3. ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 4. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 5. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6. โรคธาลัสซีเมีย และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และ 7. ผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม หรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กก. ต่อ ตารางเมตร เพราะเป็นกลุ่มที่หากเป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีการเคลื่อนไหวของประชากรสูงมาก ดังนั้นจึงเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนรับวัคซีนตั้งแต่ 1 พฤษภาคม แบ่งเป็น 2 ระบบ คือ โทรที่เบอร์ 1330 สำหรับคนต่างจังหวัด เพื่อรับข้อมูลพื้นที่ในการฉีดวัคซีน และการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น สปสช. ส่วนในต่างจังหวัด ที่มีเครือข่ายระบบบริการสาธารณสุข อาทิ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด ก็จะสามารถเข้ารับวัคซีนได้ตามวันเวลานัด และสามารถใช้ได้ทุกสิทธิการรักษาในการขอรับวัคการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา, วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่, สปสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba8b7d20f44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เลื่อนฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้นเป็น1พ.ค.-31ส.ค.จากเดิมเริ่มเดือน มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8พ.ค.63-ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีมอบวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์สำหรับบุคลากรการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 5,000 โด๊ส และให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้ เป็นปีแรกที่กระทรวงสาธารณสุขจัดหาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 4.11 ล้านโด๊ส บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 4.1 แสนโด๊ส &amp;nbsp;และเลื่อนการรณรงค์ให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 1 พฤษภาคมจนถึง 31 สิงหาคม 2563 จากเดิมที่จะเริ่มฉีดวัคซีนในเดือนมิถุนายน เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคทันต่อสถานการณ์โรคโควิด 19 ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ลดการป่วย ลดความรุนแรง ลดการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนและมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในขณะปฏิบัติงานได้ทุกสายพันธุ์ หากบุคลากรเจ็บป่วยจะเกิดผลกระทบกับการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อาจมีการระบาดของโรค COVID-19 &amp;nbsp;เนื่องจากตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ห้องปฏิบัติการตรวจตัวอย่างจากผู้ป่วยนับหมื่นๆ ราย ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาพยาบาลอย่างดี&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 4.11 ล้านโด๊ส ให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป, เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี, &amp;nbsp;ผู้มีโรคเรื้อรัง (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน), บุคคลอายุ 65 ปีขึ้นไป, ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้, โรคธาลัสซีเมียและผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ และผู้ที่เป็นโรคอ้วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65380</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb5089928a5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
