<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ยกเคส&#039;อิสราเอล-อเมริกา&#039;ติดเชื้อรายวันอื้อ เตรียมวัคซีนเข็ม 3 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64- ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
โควิด 19 วัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
ประเทศที่ฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก 80 เปอร์เซ็นต์ในผู้ใหญ่แล้วเช่น อิสราเอลซึ่งมีประชากรเพียง 9 ล้านคน ก็มีผู้ป่วยต่อวันเป็นพันและเข้าสู่หลักหมื่นแล้ว เมื่อเปรียบเทียบต่อประชากรแล้ว มากกว่าประเทศไทยเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอเมริกาเอง ก็มากกว่าแสนต่อวันแล้ว อัตราการเสียชีวิตลดลง ก็ยังวันละ ประมาณ 1,000 จากข้อมูล CDC&amp;rsquo;s COVID Data Tracker วันที่ 2 กันยายน มีผู้ป่วยใหม่ 153,728 คน เสียชีวิต 1209 ราย
ประเทศไทยเองก็เป็นสายพันธุ์ไวรัส Delta เกือบทั้งหมด มาเป็นเดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่ใช้อยู่ในโลกนี้ จะลดประสิทธิภาพในการป้องกันลง แต่ยังสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ และลดอัตราการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เราจึงต้องรีบให้วัคซีนในกลุ่มเสี่ยง และสตรีตั้งครรภ์
เรายังมีความหวังว่า ถ้าอัตราการให้วัคซีนเป็นอย่างขณะนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เราก็สามารถที่จะลดอัตราการเสียชีวิตลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมของเรายังมุ่งมั่นในการทำการศึกษาวิจัย การใช้วัคซีนตามทรัพยากรที่เรามีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การศึกษาวิจัยขณะนี้ กำลังศึกษาว่าจะให้ เข็มที่ 3 อย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้ทรัพยากรที่น้อยที่สุด ที่จะป้องกันสายพันธุ์ที่เปลี่ยนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเตรียมรองรับการให้วัคซีนเข็มที่ 3&amp;nbsp; ที่จะต้องใช้ในอนาคตอย่างแน่นอน
ขอโทษด้วยที่หายไปนาน เพราะไปมัวเก็บขยะอยู่
#หมอยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115459</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนเข็ม3, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, สายพันธุ์เดลต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e99149268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้ากรมแพทย์ทอ.ควงผอ.รพ.ภูมิพลเคลียร์ปมไฟเซอร์! โต้ฉีดVIPก็โง่เต็มทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - จากกรณีที่มีตัวแทนบุคลากรด่านหน้าทางการแพทย์ รพ.ภูมิพลอดุลยเดชกว่า 10 คน ออกมาร้องเรียน พร้อมกับเปิดเผยว่าพบข้อพิรุธในการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ของโรงพยาบาลหลายอย่าง โดยเฉพาะเอกสารรายชื่อผู้ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ของรพ.ภูมิพลอดุลยเดช ที่ไม่ได้มีแค่บุคลากรด่านหน้าเท่านั้น ทำให้รายชื่อบุคลากรด่านหน้าแพทย์ ที่เป็นแพทย์ และพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรงประมาณ 100-200 คน ไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์บูสเตอร์โดสเข็ม 3 และเมื่อวันที่15 ส.ค. ที่ผ่านมา พลอากาศโทธนวิตต สกุลแสงประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศได้เรียกตัวแทนบุคลากรด่านหน้าทางการแพทย์ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช มาพูดคุยทำความเข้าใจไปเรียบร้อยแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ส.ค. ที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พลอากาศโทธนวิตต สกุลแสงประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ แถลงว่า รพ.ภูมิพลฯที่ปฎิบัติภารกิจดูแลผู้ป่วยตามภารกิจของกองทัพอากาศ โดยได้ดูแล 1.รพ.ภูมิพลฯ 2.รพ.ทหารอากาศ (สีกัน)3.รพ.จันทรุเบกษา 4.รพ.สนามวัฒนาแฟคตอรี่ และรพ.สนาม ที่ ทอ.รับผิดชอบ ตนในฐานะตัวแทนกรมการแพทย์ทหารอากาศต้องขออภัย และขอรับความผิดชอบในความบกพร่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ระหว่างผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า จนทำให้เกิดความไม่พอใจ ทั้งนี้ยืนยันและขอให้ความมั่นใจกับบุคลากรด่านหน้าของรพ.ว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สาม 100% จากที่ได้จากที่ได้รับการจัดสรรมาจากกรมควบคุมโรค 3,700 เข็ม เรามีบุคลากรอยู่ประมาณ 2,000 กว่าคน ส่วนวัคซีนที่เหลือจะนำไปฉีดให้กับบุคลากรด่านสองและด่านสามของรพ.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องวัคซีนในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาต้องดูแลลูกน้อง หากลูกน้องยังไม่ได้รับก็เป็นไปไม่ได้ที่จะนำวัคซีนตรงนี้ไปฉีดให้กับกลุ่มวีไอพี ถ้ามีคนไปทำแบบนั้นก็คงโง่เต็มทน และไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องไปให้วัคซีนคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และที่ผ่านมาก็ไม่มีผู้ใหญ่ในกองทัพอากาศโทรศัพท์มาขอวัคซีนไฟเซอร์แต่อย่างใด ปีนี้โรงพยาบาลภูมิพลฯ ครบรอบ 72 ปี เราทำงานเพื่อพ่อหลวงและประชาชนมายาวนาน แต่เมื่อมีเรื่องที่ไม่เข้าใจเผยแพร่ไปในโซเชียลฯ ทำให้ชื่อเสียงมัวหมอง ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ใส่กันเต็มเหนี่ยว ทำให้เราเสียใจ เพราะองค์กรของเราก็มีบุคลากรที่ดีทำงานให้กับองค์กร อย่างไรก็ตามผมไม่อยากให้โยงเป็นเรื่องวัคซีนทางการเมือง เพื่อไปกระทบกับรัฐบาล ซึ่งจากนี้ไปเราจะไปปรับปรุงเรื่องระบบและการสื่อสารภายในองค์กรของเราให้ดีขึ้น&amp;rdquo; พลอากาศโทธนวิตต ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นป.ป.ช. ให้ให้ตรวจสอบและเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารอากาศตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ พลอากาศโทธนวิตต กล่าวว่า ก็ไม่เป็นอะไรขอให้เป็นเรื่องของนายศรีสุวรรณไป แต่ในส่วนของตนได้เข้ามาแก้ไขปัญหา เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้บังคับบัญชา บุคลากรด่านหน้า และผู้บริหารของโรงพยาบาล ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการประชุมทำความเข้าใจร่วมกันไปแล้ว และยืนยันว่าไม่ได้มีการคาดโทษทางวินัยอย่างที่โซเชียลนำไปเผยแพร่แต่อย่างใด ตั้งแต่เกิดเรื่องมาได้รายงานเรื่องให้ผู้บัญชาการทหารอากาศรับทราบโดยตลอด ซึ่งท่านก็ไม่ได้สั่งการอะไรลงมาเป็นพิเศษ เพียงแต่ย้ำให้ไปแก้ไขปัญหาและทำความเข้าใจอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พลอากาศตรีหญิงอิศรญา สุขเจริญ ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ยืนยันว่า การจัดลำดับในการจัดสรรวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลภูมิพลฯมีความโปร่งใส โดยจะนำไปฉีดให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบสองเข็มแล้ว เพื่อที่จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มสาม ทั้งนี้ได้มีการจำแนกกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ตามลำดับความเสี่ยง ซึ่งใครที่มีความเสี่ยงมาก โดยการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดจะได้รับวัคซีนก่อน เช่น เจ้าหน้าที่กองแพทย์ประจำโรคอุบัติใหม่ หรือไอซียู ตลอดจนถึงห้องตรวจระบบทางเดินหายใจ เจ้าหน้าที่เปล เจ้าหน้าที่จุดคัดกรองและเจ้าหน้าที่ธุรการ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งหมด ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเพราะเหตุใดช่างโยธา ช่างซ่อมประปา และช่างซ่อมไฟฟ้าจึงได้รับสิทธิ์ด้วยนั้น เพราะคนกลุ่มนี้อยู่ในงานกลุ่มธุรการ หากระบบสาธารณูปโภคในรพ.เสียก็ต้องให้กลุ่มความรู้เหล่านี้เข้ามาซ่อมแซม ยืนยันว่าไม่ได้ให้วัคซีนล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลอากาศตรีหญิงอิศรญา กล่าวว่า ส่วนรายชื่อที่มีความซ้ำซ้อนและหลุดออกไปทางโซเชียลมีเดียนั้นเป็นรายชื่อที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ทั้งนี้ต้องไปดูว่าข้อมูลเหล่านี้หลุดออกไปได้อย่างไร รวมถึงจำนวนวัคซีนเป็นการทยอยเข้ามา ตอนแรกจึงไม่สามารถแจ้งไปยังบุคลากรด่านหน้าได้ว่าจะได้รับวัคซีนในวันไหน จนอาจทำให้เกิดความเครียดและเกิดความไม่พอใจ จากนี้เราจะต้องทบทวนระบบใหม่ แต่ขอให้มั่นใจว่าภายใน 3 วันนี้เราจะฉีดวัคซีนไฟเซอร์บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าให้ครบทุกคน ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้มีการคาดโทษกับบุคคลที่นำข้อมูลมาเปิดเผย ทั้งนี้รายชื่อที่เกิดความซ้ำซ้อน เพราะมาจากการใช้ระบบ Google ฟอร์ม ซึ่งบุคลากรที่ลงทะเบียนทำอาจจะไม่แน่ใจว่าใส่ชื่อตนเองไปแล้วหรือไม่ ทำให้ใส่เพิ่มไปอีก ในขณะเดียวกันหน่วยงานต้นสังกัดก็ส่งชื่อมาด้วยอีกทางหนึ่งจึงทำให้เกิดรายชื่อซ้ำซ้อน แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องยึดตามเลขบัตรประชาชนเป็นหลัก ส่วนรายชื่อที่มีข้อสังเกตว่าทำไมมีคำขึ้นต้นด้วยนาย นาง และนางสาวนั้นทั้งที่บุคลากรเหล่านั้นมียศเป็นทหาร เนื่องจากเป็นการลงทะเบียนผ่านบัตรประชาชนจึงทำให้ไม่มียศนำหน้าชื่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113460</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลอากาศโทธนวิตต สกุลแสงประภา, รพ.ภูมิพล, วัคซีนเข็ม3, เจ้ากรมแพทย์ทอ., ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119f450b119c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักรบด่านหน้าได้วัคซีนบูสเตอร์แค่60%! &#039;รพ.สนามมธ.&#039;พ้อจะอธิบายคนที่ไม่ได้ยังไง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์เฟซบุ๊กในช่วงวันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ครบสี่เดือนเต็มของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์เวฟ3+4 และวันที่ 59 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ตัวเลขผู้ป่วยโควิดรายใหม่วันนี้ลดลงบ้าง อยู่ที่ 19,983คน และมีผู้เสียชีวิต 138 คน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิตที่ รพ.ธรรมศาสตร์เมื่อวานมากถึงสามคน และผลการตรวจ RT-PCRที่ปรากฏเมื่อเช้า มีผู้ป่วยผลบวกรายใหม่อีก 39 ราย จากผู้เข้าตรวจ swab 133 คน คิดเป็นเกือบ 40% ของผู้ที่มาตรวจทั้งหมดเลยทีเดียว ในจำนวนนี้ มีบุคลากรของรพ.ธรรมศาสตร์ กลายเป็นผู้ติดเชื้อเพิ่มมาอีกสองรายด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน Astraให้กับผู้ที่ลงชื่อจองคิวไว้ ที่เราทำเกือบสองเดือนติดต่อกันมาแล้ว วันนี้เราทำเพิ่มได้อีก 2,068 คน ยิ่งการระบาดรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp; และมีผู้เสียชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น เรายิ่งได้เห็นจากสีหน้าและแววตาของผู้ได้รับวัคซีนว่า ชีวิตของผู้คนที่มาพบเรา ดูมีความหวังมากขึ้นเพียงใด เมื่อเดินออกไปจากยิม 4 หลังจากฉีดวัคซีนเสร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พวกเราช่วยดูแลจัดหา จัดการ และฉีด Astraให้กับผู้คนมากกว่า 100,000 คนมาแล้ว แต่จะมีใครรู้บ้างไหมนะ ว่าพวกเรา แพทย์พยาบาลจำนวนไม่น้อย ที่เป็นคนฉีด Astraให้กับคนอื่น เพิ่งเคยได้รับเพียง Sinovac เพียงสองเข็ม ไปตั้งแต่มีนาและเมษายนที่ผ่านมาเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราส่งรายชื่อแพทย์พยาบาล เภสัชกร นักรังสี เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์และ จนท.เวรเปล ตลอดถึงบุคลากรอื่นๆ ที่ทำงานด่านหน้าในโรงพยาบาล ที่แสดงความจำนงขอรับวัคซีนบูสเตอร์เข็มที่สามเป็น Pfizer ที่ได้รับบริจาคมาจากสหรัฐอเมริกาไปที่กระทรวงโดยผ่านจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ตามกติกาและเงื่อนไขที่ สธ. กำหนด ทุกอย่าง แต่เมื่อวันศุกร์บ่าย เราเพิ่งได้รับทราบว่าเราได้รับการจัดสรรให้บุคลากรด่านหน้าเพียงร้อยละ 60 ของจำนวนคนที่ส่งรายชื่อไปเท่านั้น ทั้งที่เราระบุชื่อ ตำแหน่งหน้าที่ และส่งรายชื่อผู้ที่จะขอฉีด บูสเตอร์ Pfizer ไปไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนบุคลากรทั้งหมดที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในขณะนี้ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ความยากลำบากของการบริหารงานก็คือ เราจะอธิบายกับกลุ่มแพทย์แต่ละกลุ่มที่ทำหน้าที่อยู่ในโรงพยาบาลได้อย่างไรว่าในกลุ่มแพทย์สาขานี้ ในจำนวน 15 คนที่ร้องขอ จะมีแพทย์ได้รับวัคซีนเพียงเก้าคน อีกหกคนไม่ได้&amp;nbsp; และเราจะอธิบายกับพยาบาลในวอร์ด ICUโควิดได้อย่างไรว่า 10 คนที่ทำงานอยู่ในวอร์ดเดียวกัน และเคยฉีดSinovac มาคนละสองเข็มนั้น จะมีคนได้รับวัคซีน Pfizer เพียงหกคนเท่านั้น อีกสี่คนให้รอไปก่อน?
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
และถ้าคนของเราตอบ และดูเหมือนว่ามีความชอบธรรมที่จะตอบด้วย&amp;nbsp; ว่าถ้าเขายังไม่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สามเหมือนเพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ขอให้พวกเขาได้หยุดทำงานไปก่อน จนกว่าเขาจะได้รับวัคซีนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ทำงานอยู่ด้วยกัน เพื่อความปลอดภัยของชีวิตของเขาเอง ของครอบครัวและของญาติที่บ้านของเขาด้วยแล้ว พวกเราที่เป็นผู้บริหารจัดการ จะขอให้เขามาทำงานที่เสี่ยงภัยต่อไปอีกด้วยเหตุผลอย่างไรดีนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราอยากจะขอร้อง ไปยังผู้กำหนดนโยบายว่าถ้าจะต้องประหยัดวัคซีนเก็บไว้เพื่ออะไรก็ตาม ขอให้ไปใช้ส่วนที่พูดกันว่าจะสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินหรือส่วนที่กันไว้เพื่อการวิจัยนั้นเถิด ขออย่าได้ทำให้ผู้คนที่รบอยู่ด่านหน้าในทุกโรงพยาบาลต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และทำให้เกิดความระส่ำระสาย เกิดปัญหาเรื่องขวัญกำลังใจขึ้นในหมู่กำลังรบที่อ่อนล้า และรบมายืดเยื้อยาวนานมากแล้วของเราเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ที่รพ.สนามธรรมศาสตร์ วันนี้เรารับผู้ป่วยใหม่เข้ามาอีก 27 คนและส่งผู้ป่วยที่หายแล้วกลับบ้านได้ 31 คน แต่วันนี้ต้องส่งผู้ป่วยที่อาการไม่ดีกลับเข้าดูแลรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์มากถึง 4ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่เหลืออยู่คือ 385 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ถ้านับตั้งแต่ต้นเมษายนเป็นต้นมา เราสู้รบในสงครามโควิดระลอกนี้มาเกือบห้าเดือนแล้วนะ และคงต้องรบหนักกันต่อไปอีกหลายเดือน สุดท้าย คงต้องพยายามหาทางอยู่ร่วมกับมันให้ได้ โดยสร้างแนวที่มั่นในโรงพยาบาลต่างๆซึ่งเป็นแนวรับสุดท้ายให้เข้มแข็ง&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนตระหนักเรื่องระวังป้องกันตัวให้มากที่สุด กับเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโดยวัคซีนให้กว้างขวางที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งสามแนวทางนี้พวกเราที่นี่บากบั่นพากเพียรทำงานกันมายาวนานมากแล้ว&amp;nbsp; แต่ก็ดูเหมือนว่า ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก ขวัญกำลังใจและความช่วยเหลือสนับสนุนก็ลุ่มๆดอนๆ อยู่ วัคซีนก็มาบ้างไม่มาบ้าง โดยไม่ค่อยมีใครมาบอกเล่า หรืออธิบายให้ฟังว่าเรื่องมันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างไร แต่ช่างเถอะ พวกเราทำใจได้ และก็คงจะทำสิ่งที่เราคิดว่าเป็นหน้าที่ของเราที่มีอยู่ต่อไป ให้ดีที่สุด&amp;nbsp; # ด้วยหน้าที่ ชีวิตรับผิดชอบ คือคำตอบที่รบอยู่มิรู้สิ้น .. ??.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112664</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุคลากรด่านหน้า, รพ.สยามธรรมศาสตร์, วัคซีนเข็ม3, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_61109f294e159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.โรคติดต่อแห่งชาตินัด12ก.ค.เคาะเข็ม3ฉีดนักรบชุดขาวด้านหน้า  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; แถลงความคืบหน้าวัคซีน บูสเตอร์โดสว่า ขอแสดงความเสียใจจากพยาบาล ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 10&amp;nbsp; กค. ที่ติดเชื้อโควิดจากการปฏิบัติ งานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง&amp;nbsp; หลังฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม&amp;nbsp; โดยเข็มแรกฉีดเดือนเมย. และ เข็มสองต้นเดือนพ.ค. และการปฏิบัติหน้าที่ของพยาบาลดังกล่าว ช่วงเดือนมิย.มีโอโอกาสได้รับ เชื้อโควิดเนื่องจากดูแลผู้ป่วยโควิด ประกอบกับ ความเสี่ยงเนื่องจากมีภาวะอ้วน ที่ทำให้อาการรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับการฉีดวัคซีน 2&amp;nbsp; เข็มเพียงพอหรือไม่ ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการ ภายใต้พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่ประชุมเมื่อวันที่ 9&amp;nbsp; ก.ค. ที่ผ่านมา มีความเห็นต้องกัน หลังบุคลากร ทางการแพทย์ ที่ฉีดซิโนแวค 2&amp;nbsp; เข็ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงมีการเสนอให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่3&amp;nbsp; แตกต่างจากชนิดแรก อาทิ วัคซีนแอสตราเซเนกา&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; วัคซีนชนิด mRNA ของไฟเซอร์&amp;nbsp; ที่ในอนาคตจะได้รับการบริจาคมา โดยข้อเสนอดังกล่าวจะนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ในวันที่ 12 ก.ค.และหากเห็นชอบก็ดำเนินการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ได้ทันที ส่วนใครต้องการฉีดไฟเซอร์ต้องรออีกสักระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลบุคลากรทางการแพทย์ ที่ติดเชื้อโควิดตั้งแต่วันที่ 1 เมย. ถึง 10 ก.ค. มีทั้งสิ้น 880 คน จากบุคลากรการการแพทย์ทั้งหมด 7 แสนคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง โดยผู้ ที่ติดเชื้อมากที่สุดคือ พยาบาลและ ผู้ช่วยพยาบาล อายุ 20-29 เป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp; ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ติดเชื้อ 880 ราย ไม่มีการฉีดวัคซีนจำนวน 173 ราย&amp;nbsp; เสียชีวิต 7&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; ประกอบด้วย ไม่ ได้รับการฉีดวัคซีน 5 ราย&amp;nbsp; ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคไม่ครบ หรือ ฉีด 1 โดส&amp;nbsp; 1ราย และได้รับฉีดครบ 2 โดส 1 ราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ขอยืนยันว่าคนที่ฉีดวัคซีนมีโอกาสป่วยรุนแรง และ เสียชีวิต น้อยกว่าคนไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อหลังการฉีดซิโนแวค 1 เข็ม ติดเชื้อ 67 คนหรือค่าเฉลี่ย 308 คน ต่อ1&amp;nbsp;&amp;nbsp; แสนคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ติดเชื้อ618 คนหรือ ค่าเฉลี่ย91 ต่อ1 แสนคน&amp;nbsp; และฉีด แอสตร้าเซเนก้า 1 เข็ม ติดเชื้อ 45คน หรือ เฉลี่ย 67 ต่อ1 แสนคน&amp;nbsp; แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ เชื้อไวรัสตั้งแต่เดือนมิ.ย. ถึงก.ค. ที่เป็นสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้การป้องกันไวรัสด้วยการฉีดวัคซีนซิโนแวคอาจจะไม่ได้ผลดีเท่ากับการป้องกันเชื้อเดิม&amp;nbsp; ดังนั้นผู้ได้วัคซีนไปแล้ว 2 เข็ม โดย เฉพาะบุคลากรด้านหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการวิชาการฯ จึงเห็นว่าควรได้รับวัคซีนกระตุ้นอีก 1เข็ม&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ เพื่อช่วย ให้บุคลากรทงการแพทย์ด้านหน้า เกิดความปลอดภัย&amp;nbsp; ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ส่วนอื่นๆให้รอการพิจารณาต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109358</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, นักรบชุดขาวด่านหน้า, วัคซีนเข็ม3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_60729beb7d6c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แนะเร่งศึกษาแนวทางฉีดกระตุ้นเข็มที่3-การสลับปรับเปลี่ยนยี่ห้อวัคซีน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.64-นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;โควิต 19 การระบาดของโรค&amp;quot; ระบุว่า จุดดเริ่มต้นถึงแม้ว่าจะออกจากประเทศจีนเข้าสู่เอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย มีการควบคุมโรคได้เป็นอย่างดียิ่ง ด้วยมาตรการต่างๆ&amp;nbsp; โรคได้ไประบาดอย่างมากในตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา ลงสู่ลาตินอเมริกา&amp;nbsp; ในอเมริกา&amp;nbsp; ยุโรป มีการระบาดอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเริ่มมีการใช้วัคซีนตั้งแต่ปลายปี จะเห็นได้ว่ากว่าจะควบคุมโรคได้ให้ลดลง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 เดือน
ในขณะนี้การระบาดในอเมริกา อังกฤษ อยู่ภายใต้การควบคุม และระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้
โรคได้ย้อนกลับมายังเอเชีย อีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะที่ประเทศอินเดีย และรอบข้าง มีการระบาดอย่างหนัก รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทย บทเรียนจากทางยุโรปและอเมริกา ในการควบคุมโรคด้วยวัคซีน ต้องให้เร็วและครอบคลุมให้มากที่สุด แม้กระทั่งในอเมริกาเอง ใช้เวลาร่วม 5 เดือนแล้ว อัตราการครอบคลุมยังอยู่ที่ประมาณ 60&amp;nbsp; เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เริ่มเห็นผลว่ามีการควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี ประเทศไทยเพิ่งเริ่มให้วัคซีน ขณะนี้ครอบคลุมเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ จะต้องทำให้ได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ภายใน 4 เดือน เราจึงจะเห็นผลการให้วัคซีนจะต้องปูพรมไปก่อน ครอบคลุมให้ได้มากที่สุด ด้วยวัคซีนที่เรามีอยู่ AstraZeneca และตาม ด้วยการกระตุ้นเข็ม 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันเราก็จะต้องพยายามหาวัคซีนอื่นๆเพิ่มเติมมาอีก เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ จำเป็นจะต้องมีการกระตุ้น ให้ภูมิสูงอยู่ตลอดเวลา หรือปรับเปลี่ยน วัคซีนให้เหมาะสมกับการกลายพันธุ์ ของไวรัส&amp;nbsp; การติดตามภูมิต้านทานในประชากรไทยที่ได้รับวัคซีน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และจะต้องประเมินประสิทธิภาพ ในการป้องกัน ในบริเวณที่มีการระบาด ศึกษาแนวทางการกระตุ้นในเข็มที่ 3 เพื่อให้ คงสภาพภูมิที่สูงอยู่ตลอดเวลา ใช้ในการป้องกันระยะยาวต่อไปมีความจำเป็น ที่จะต้องเริ่มทำการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำการศึกษา คือการสลับปรับเปลี่ยนชนิดหรือยี่ห้อของวัคซีน เพราะขณะนี้เราเริ่มเห็นปัญหา เช่นนักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไปยุโรปหรืออเมริกา ยังไม่แน่ใจว่าจะ ยอมรับวัคซีนจีนหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับเราจะฉีดวัคซีนเพิ่มเติมหรือมีการสลับปรับเปลี่ยนชนิดของวัคซีนที่กำลังฉีดอยู่ได้หรือไม่ คนที่แพ้วัคซีนเข็มแรก&amp;nbsp; เข็มที่ 2 ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชนิดวัคซีน หรือในอนาคตที่มีวัคซีนหลายยี่ห้อมา&amp;nbsp; ถ้าต้องการกระตุ้นในคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว จะสามารถทำได้อย่างไร ข้อมูลทั้งหมดจะต้องรีบทำการศึกษาเพื่อนำมาใช้ในประเทศของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103874</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ยี่ห้อวัคซีน, วัคซีนเข็ม3, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60a9f2aa8621f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
