<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แนะทางออกลดอาการข้างเคียงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในวัยรุ่นหลังให้ mRNA  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24ก.ย.64- ศ.นพ.ยง ภู่วรรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา&amp;nbsp; คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
โควิด 19 วัคซีน การให้วัคซีนเข็มแรกเริ่มต้น และกระตุ้นเข็ม 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วัคซีนเชื้อตายเข็มแรกเริ่มต้นจะเป็นตัวรองพื้นที่ดี และตามด้วยการกระตุ้นด้วย virus vector&amp;nbsp; หรือ mRNA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วัคซีนเชื้อตาย มีอาการข้างเคียงน้อยมาก เช่น อาการเจ็บบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เทียบกับวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ หรือ mRNA&amp;nbsp; มีมากกว่า
การให้วัคซีนสลับ&amp;nbsp; แบบไขว้ โดยเริ่มต้นจากวัคซีนเชื้อตาย sinovac แล้วตามด้วย AstraZenecacac หรือ Pfizer ภูมิต้านทานจะใกล้เคียงกับ การให้วัคซีน AstraZeneca หรือ Pfizer&amp;nbsp; 2 เข็ม ดังแสดงในรูป (ตรวจภูมิต้านทานที่ 1 เดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การให้วัคซีนสลับเริ่มต้นด้วยไวรัสเวกเตอร์ AstraZeneca แล้วตามด้วย mRNA Pfizer วัดภูมิต้านทานได้สูงสุดในกรณีให้ 2 เข็ม
mRNA มีอาการข้างเคียง เข็มที่ 2 มากกว่าเข็มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อาการข้างเคียง กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในวัยรุ่นหลังให้ mRNA&amp;nbsp; จะพบมากในเข็มที่ 2 เป็นที่วิตกกังวลของผู้ปกครอง และบางประเทศแนะนำให้ mRNA เข็มเดียว
mRNA เข็มเดียวระดับภูมิต้านทานไม่เพียงพอในการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การให้วัคซีนสลับ เริ่มต้น วัคซีนเชื้อตายเข็มแรก แล้วตามด้วย mRNA เข็มที่ 2&amp;nbsp; ทำให้ได้รับ mRNA เข็มเดียว น่าจะเป็นทางออกลดอาการข้างเคียง
ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมโดยเฉพาะความปลอดภัย และอาการข้างเคียง ในการให้วัคซีนสลับ เริ่มต้นเชื้อตาย แล้วตามด้วย mRNA ในเด็กวัยรุ่น
ลำดับการสลับวัคซีน มีผลต่อภูมิต้านทาน
#หมอยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117704</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีน mRNA, วัคซีนเชื้อตาย, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, อาการข้างเคียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e99149268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เปิดทางนักเรียนที่จะฉีดวัคซีน  ไม่มั่นใจชนิด mRNA สามารถฉีดประเภทเชื้อตายได้ แต่ต้องรออีกพัก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ก.ย. 64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์การโควิด19 และฉีดวัคซีน &amp;nbsp;โดย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ฉีดวัคซีนในประเทศไทย เมื่อวาน(16 ก.ย.64) มีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นกว่า 8.64 แสนคน รวมยอดสะสมอยู่ที่ 43.3 ล้านคน แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 28.4 ล้านคน เฉลี่ยเกือบ 40% ส่วนเข็มที่ 2 จำนวน 14 ล้านคน ก็เฉลี่ยเกือบ 20% โดยไทยอยู่อันดับที่ 2 ในการฉีดวัคซีนภูมิภาคอาเซียน ส่วนกรณีประชาชนที่จองวัคซีนโมเดอร์นากับรพ.เอกชน ข้อควรพิจารณา คือ ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน สามารถฉีดโมเดอร์นาได้ตามแผนปกติ แต่หากมีการรับวัคซีนไปแล้ว อย่าง ซิโนแวคครบโดส อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ &amp;nbsp;เพราะโดยทั่วไปจะไม่มีการฉีดวัคซีนที่มากเกินความจำเป็น เช่นไม่ควรฉีดวัคซีนชนิด mRNA เข็มที่ 3 ในระยะเวลาใกล้ๆกับเข็มที่ 2 หรือได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าครบ 2 ครบ ก็ยังไม่ต้องกระตุ้นด้วยเข็มที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวถึงรายละเอียดการฉีดวัคซีนสำหรับนักเรียนว่า ส่วนการให้บริการวัคซีนในระยะแรกนี้เป็น วัคซีนไฟเซอร์ สำหรับนักเรียนอายุ 12-17 &amp;nbsp;ปี ที่ภาครัฐจะจัดสรรได้ครอบคลุม โดยจะเริ่มฉีดในวันที่ 4 ต.ค.เป็นต้นไป มีเป้าหมายอยู่ที่ 4.5 ล้านคน เน้นในกลุ่มชั้นมัธยมศึกษา หรือปวช. ปวส. ที่กำลังจะเปิดเรียนในช่วงต้นเดือน พ.ย.ทั้งโรงเรียนหรือสถานศึกษาทั้งสังกัดภาครัฐและภาคเอกชน หรือสังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) รร.ตำรวจตระเวนชายแดน รร.พระปริยัติธรรม &amp;nbsp;หรือรร.ที่มีนักเรียนในช่วงอายุดังกล่าว เช่น รร.คนพิการ รวมไปถึงเด็กที่อายุเกิน แต่ยังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยม เด็กที่ป่วยไม่ได้เข้าโรงเรียน หรือศึกษาอยู่ที่บ้านด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะนี้การดำเนินงานการฉีดวัคซีนเด็กนักเรียน อยู่ในขั้นตอนที่โรงเรียนหรือสถานศึกษาสำรวจความประสงค์หรือไม่ประสงค์ของผู้ปกครองและนักเรียนที่จะเข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ โดยจะมีการให้ข้อมูลรายละเอียดของผลข้างเคียงวัคซีนไฟเซอร์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื้อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งข้อมูลจากต่างประเทศพบว่าภาวะข้างต้นเกิดขึ้นประมาณ 16 คนใน 1 ล้านโดส และในประเทศไทยพบเด็กที่มีโรคประจำตัวฉีดวัคซีนไฟเซอร์มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเพียง 1 คน &amp;nbsp;จากการฉีดไปแล้วกว่า &amp;nbsp;8.6 แสนโดส ซึ่งขณะนี้รักษาหายแล้ว โดยเด็กจะมีอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่น หายใจไม่สะดวก หากพบและนำเข้าสู่การรักษาก็จะหายปกติ เพราะภาวะกล้ามเนื้อหัวสามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งจะใช้เวลาสำรวจประมาณ 2 สัปดาห์ และแจ้งไปยังสาธารณสุขจังหวัด พร้อมจัดสรรวัคซีนลงพื้นที่ นัดวันเวลา สถานที่ฉีดวัคซีน และจะมีการติดตามรายงานผลการฉีดของนักเรียนในระบบ MoPH IC พร้อมกับการติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์อย่างน้อย 30 วัน เมื่อเด็กได้รับวัคซีนในจำนวนมากก็จะช่วยลดโอกาสในการแพร่เชื้อ และจัดการเรียนการสอนได้ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า สำหรับวัคซีนชนิดเชื้อตาย อย่างซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ที่ประเทศจีนมีการนำไปฉีดในเด็กจำนวนกว่า 1 ล้านคน ขณะนี้ไทยก็ได้มีการขอขึ้นทะเบียนกับทาง อย. วัคซีนทั้ง 2 ชนิดให้ฉีดได้ในเด็ก จากเดิมที่ขึ้นทะเบียนไว้ว่าสามารถฉีดได้ในผู้ที่มีอายุ &amp;nbsp;18 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจจะได้ฉีดในระยะต่อไป อย่างไรก็ตามผู้ปกครองที่ไม่ประสงค์ให้บุตรหลายฉีดวัคซีนชนิด mRNA สามารถที่จะรอชนิดเชื้อตายได้ที่อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์โควิด19 ในประเทศ นพ.โสภณ กล่าวว่า &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 14,555 คน ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 171 คน นับว่าเป็นตัวเลขที่มีผู้เสียชีวิตต่ำกว่า 200 คนมาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคสูงอยู่ที่ 1.06% ซึ่งในระยะต่อจากนี้คือการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่ และรักษาผู้ที่กำลังป่วยให้หายเพิ่มขึ้น เพื่อให้อัตราการเสียชีวิตลดลง โดยผู้ป่วยโควิดอาการหนักที่เป็นปอดอักเสบมีจำนวนลดลงตามลำดับจาก 4,900 คน เหลือ 3,851 คน และผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ก็ลดลงต่อเนื่องจากกว่า 1,000 คน เหลือ &amp;nbsp;787 คน ทำให้อัตราเตียงว่างในไอซียู รับผู้ป่วยเข้าดูแลได้มากขึ้น โดยในระยะต่อไปจะมีการติดตามผู้ป่วยที่อาการหนักเป็นหลัก ในขณะที่ผู้หายป่วยวันนี้จำนวน 13,691 คน หายป่วยสะสมมากกว่า 1.27 ล้านคน ส่วนที่กำลังรักษาอยู่มีจำนวน 1.29 แสนคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117025</URL_LINK>
                <HASHTAG>mRNA, ฉีดวัคซีนนักเรียน, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, วัคซีนเชื้อตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144536e7fd78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
