<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลังฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ 5-30 วัน มีอาการปวดหัวรุนแรง เสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตันชนิดพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ต.ค.64 -สมาคม ISTH (International Society and Thrombosis and Haemostasis) จัดเสวนาเนื่องในวันลิ่มเลือดอุดตันโลกซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ในหัวข้อ &amp;ldquo;สถานการณ์ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในประเทศไทย&amp;rdquo; โดยศ.นพ.พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด19 ที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งภาวะนี้ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด แต่ผู้ป่วยโควิดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะนี้ &amp;nbsp;เช่น คนที่เคยเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตันแล้วติดเชื้อโควิดก็มีโอกาสที่จะเป็นซ้ำอีกครั้ง หรือมีความเสี่ยงมากขึ้น ไม่ควรหยุดทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดเอง ควรแจ้งแพทย์ทันที ซึ่งโดยทั่วไปผู้ป่วยโควิดกลุ่มอาการรุนแรงที่มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดอุดตันถึง 20% แพทย์จะให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเพื่อป้องกันไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนภาวะลิ่มเลือดอุดตันกับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ซึ่งข้อมูลจากทางองค์การสาธารณสุขของอังกฤษและยุโรป ระบุว่าวัคซีนไม่ได้เพิ่มปัจจัยเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันแบบธรรมดาที่จะเกิดขึ้นที่ขาหรือปอด (Clinical Burdens of Venous Thromboembolism(VTE)) ซึ่งอีกผลการศึกษาพบว่าหลังฉีดวัคซีนจะเกิดลิ่มเลือดอุดตันชนิดพิเศษขึ้นที่หลอดเลือดดำในสมอง เรียกว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำภายหลังได้รับวัคซีน ซึ่งมีอาการบ่งชี้คือ ปวดหัวรุนแรง หลังจากได้รับวัคซีนไปแล้ว 5-30 วัน นับเป็นภาวะรุนแรงอันเดียวที่ยอมรับว่าเกี่ยวกับวัคซีน โดยในอังกฤษพบภาวะนี้ประมาณ 1 คนใน 100,000 คน ในคนไข้อายุ 50 ปีขึ้นไป และในคนไข้อายุน้อยกว่า 50 ปี พบประมาณ 1 คนต่อ 50,000 คน ดังนั้นหากมีอาการต้องเข้ารับการตรวจเลือดจำเพาะค่า D-dimer หรือ PF4 หลังฉีดวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.พันธุ์เทพ บอกอีกว่า ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ จากผลสำรวจการรู้จักภาวะลิ่มเลือดอุดตันในประชากรของสมาคม International Society on Thrombosis and Haemostasis (ISTH) ใน 9 ประเทศ ได้แก่ &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกา แคนาดา อาร์เจนตินา อังกฤษ เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และไทย รวมกว่า 800 คน พบว่าการตระหนักรู้เกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตัน หรืออาการอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับโรคอื่น และในประเทศไทยประชากรรับรู้เกี่ยวกับภาวะนี้ก็ต่ำกว่าประชากรในยุโรปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแนวโน้มของภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เกิดขึ้นทั่วโลก ศ.นพ.พันธุ์เทพ กล่าวว่า &amp;nbsp; 1 ใน 4 ของประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากภาวะที่เกี่ยวเนื่องกับลิ่มเลือดอุดตัน โดยสมาคมแพทย์อเมริกันคาดว่ามีประชากรราวๆ 2 ล้านคนต่อปีที่ต้องทรมานกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งนับเป็นจำนวนที่มากกว่ากลุ่มที่เป็นอุบัติการณ์ของโรคภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมองในแต่ละปี โดยภาวะลิ่มเลือดอุดตันแบ่งเป็น ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแดง เช่น หัวใจขาดเลือด และลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่คนรู้จักน้อย แต่ประชากรเป็นภาวะนี้ประมาณ 142-300 &amp;nbsp;คนต่อประชากร 100,000 คนต่อปี และส่วนใหญ่จะพบในคนผิวขาวประมาณ 1 คนใน 1,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดพบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560-2563 &amp;nbsp;มีผู้ป่วยประมาณ 12,900-26,800 คน เท่ากับว่าจะมีผู้ป่วย 200-400 คนในประชากรทุกๆ 1 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเจอในคนผิวขาว 5-10 เท่า และภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ส่งผลให้ผู้ป่วยพบปัญหาหายใจลำบาก ส่งผลให้เกิดอัตราการเสียชีวิตถึง 30% หากไม่ได้รับการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.พันธุ์เทพ กล่าวต่อว่า ปัจจัยเสี่ยงมักเกิดขึ้นหลังจากนั่งอยู่ในท่าหย่อนขานานๆ การเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นระยะเวลานาน การอยู่ในโรงพยาบาลนานๆ การผ่าตัด ปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิด โรคมะเร็ง และในปัจจุบันที่พบคือการติดเชื้อโควิด19 หรือการฉีดวัคซีน เป็นต้น ซึ่งผลกระทบของภาวะลิ่มเลือดอุดตันต่อชีวิต อาทิ ขามีอาการปวดบวม หอบเหนื่อย การหมดสติเฉียบพลัน หัวใจวาย หรือเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาวะลิ่มเลือดอุดตันอาการที่พบจะมีการปวดบวมที่ขาข้างหนึ่ง ผิวหนังอักเสบหรือเป็นโรคกระดูก ผิวหนังมีการเปลี่ยนสี &amp;nbsp;ไอเป็นเลือด ใจสั่นหายใจไม่ออก ทำให้เกิดการวินิจฉัยล่าช้า อาจส่งผลให้ลิ่มเลือดลามไปที่ปอดได้ไวขึ้น หรือเกิดภาวะเรื้อรัง เช่น ขามีรอยแดงดำ ดังนั้นการรักษาต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยง โดยเฉลี่ยอย่างน้อยใช้เวลารักษา 3เดือน หรือจนกว่าจะหายขาด เพราะภาวะนี้มีความรุนแรงจนถึงขั้นที่เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอจนเสียชีวิต หรือในอีกกรณีการเสียชีวิตเฉัยบพลันก็มาจากลิ่มเลือดอุดตันได้เช่นกัน &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโรคมะเร็งนับว่าเป็นโรคหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่สำคัญ ศ.นพ.พันธุ์เทพ กล่าวว่า เนื่องจากมะเร็งมีการปล่อยสารบางอย่างไปกระตุ้นการแข็งตัวของเลือด ทำให้ลิ่มเลือดสามารถอุดตันได้ทั้งหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดง ในคนที่เป็นโรคมะเร็งจึงมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็น 4-6 เท่า และมะเร็งบางชนิดก็มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น มะเร็งสมอง มะเร็งในกระเพาะอาหาร มะเร็งในหลอดน้ำเหลือง มะเร็งรังไข่ รวมไปถึงการรักษาที่นำไปสู่ความเสี่ยงได้เช่นกัน&amp;rdquo; ศ.นพ.พันธุ์เทพ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามควรดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน เช่น หมั่นขยับร่างกาย ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ สังเกตอาการและสัญญานลิ่มเลือด อุดตัน ไม่มั่นใจขอตรวจประเมินความเสี่ยง VTE โดยเฉพาะผู้ป่วยในโรงพยาบาลควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน, วัคซีนแอสตราเซนเนกา, ส.นพ.พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d73326fbfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยร่วมใจ กทม.-หอการค้าไทย- ไทยพีบีเอส เปิดรับสายจองฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา วันนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร &amp;ndash; หอการค้าไทย ไทยพีบีเอส &amp;ndash; ธนบุรี เฮลท์แคร์กรุ๊ป ขอเชิญผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย จองคิวฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา (เข็มที่ 1)&amp;nbsp;
ลงทะเบียนได้ทางโทรศัพท์ วันอาทิตย์ที่ 8 ส.ค. 64
&amp;nbsp;โทร. 02-790-2855 (40 คู่สาย)
เวลา 09.00 &amp;ndash; 16.00 น. หรือจนกว่าจะเต็มจำนวน
สถานที่ฉีดวัคซีน : ไทยพีบีเอส ถ.วิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กทม.
แผนที่ https://thaip.bs/Map
เริ่มฉีดระหว่างวันที่ 9 &amp;ndash; 14 ส.ค. 64 รวม 6 วัน (วันละ 4 รอบ รอบละ 100 คน รวมทั้งสิ้น 2,400 คน)
รอบที่ 1 เวลา 10.00 &amp;ndash; 11.00 น.
รอบที่ 2 เวลา 11.00 &amp;ndash; 12.00 น.
รอบที่ 3 เวลา 12.00 &amp;ndash; 13.00 น.
รอบที่ 4 เวลา 13.00 &amp;ndash; 14.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไข
1. ต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย
2. สงวนสิทธิ์การโทรลงทะเบียน 1 ครั้ง แจ้งชื่อได้ไม่เกิน 2 ท่าน
3. ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ให้สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อภายหลังได้ทุกกรณี
4. ในวันที่นัดหมาย ให้มาก่อนเวลานัด 30 นาที เพื่อลดความแออัด และให้นำบัตรประชาชนตัวจริงมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานฉุกเฉินไทยพีบีเอส สู้โควิด-19
&amp;bull; โทร. 02-790-2111 (เวลา 08.00 &amp;ndash; 16.00 น.)
&amp;bull; LINE ID : @Rongtookthaipbs
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112559</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองฉีดวัคซีน, วัคซีนแอสตราเซนเนกา, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d58d53af504.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1.8 ล้านโดส ถึงมือสธ.แล้ว &#039;คิกออฟ&#039;ฉีดปูพรมทั้งประเทศ 7 มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 มิ.ย.64- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค รับมอบวัคซีนโควิด 19 จากนายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้รับมอบวัคซีนโควิด 19 ล็อตแรก 1.8 ล้านโดสจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ตามแผนการส่งมอบและการเก็บรักษาที่มีการตกลงสัญญา เป็นล็อตที่ผลิตในประเทศไทย โดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์การผลิตวัคซีนโควิด 19 ของแอสตร้าเซนเนก้า แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยทั้งในและนอกประเทศ เป็นการยืนยันคุณภาพของวัคซีนว่ามีมาตรฐานในระดับสากล โดยจะมีการทยอยส่งมอบวัคซีนเป็นงวดๆ ตามแผนภายในเดือนมิถุนายน และกระทรวงสาธารณสุขจะส่งวัคซีนไปทุกจังหวัด ฉีดให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนโควิด 19 มาตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบัน และจะฉีดต่อไปให้ครอบคลุมจำนวนประชากรมากที่สุด และไม่ได้จบสิ้นในปีนี้ ตราบใดที่โควิดเป็นโรคระบาดทั่วโลก นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่าต้องมีวัคซีนให้กับคนไทยและผู้อาศัยในประเทศไทยทุกคนโดยเป็นภารกิจของรัฐบาล&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจัดส่งวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว โดยจะมีวัคซีนทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวคส่งไปถึงโรงพยาบาลและสถานที่ฉีดต่างๆ ภายในสัปดาห์นี้ ยืนยันว่าทุกจังหวัดจะได้รับวัคซีนไปเตรียมการฉีดล่วงหน้าและมีวัคซีนฉีดให้กับประชาชนในวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ซึ่งเป็นวันคิกออฟการฉีดวัคซีนโควิด 19 จำนวนมากพร้อมกันทุกพื้นที่ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ทั้งนี้ บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด จะทยอยส่งมอบวัคซีนให้เป็นงวดๆ รวมตลอดเดือนมิถุนายนประมาณ 6 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การจัดสรรวัคซีนขึ้นกับจำนวนวัคซีนที่เข้ามาแต่ละงวด จัดสรรบนหลักการทั่วถึงและเป็นธรรม เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน คือ จัดสรรให้ทุกจังหวัดและปรับเกลี่ยโดยพิจารณาทั้งอัตราส่วนวัคซีนต่อประชากร ความรุนแรงของสถานการณ์ระบาด และพื้นที่จำเพาะตามนโยบายรัฐเช่น พื้นที่การท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นต้น ทำให้มีการกระจายวัคซีนไปตามแผนที่ ศบค.กำหนด ไม่มีที่ไหนต้องเลื่อนการฉีดวัคซีน เราวางแผนเป็นรายสัปดาห์เพื่อสนับสนุนวัคซีนอย่างพอเพียง และติดตามผลการฉีดด้วย&amp;rdquo; นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แผนการฉีดวัคซีนของประเทศไทยเริ่มเดือนมิถุนายน ส่วนการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนมีนาคม - พฤษภาคม เป็นการฉีดรองรับสถานการณ์และทดสอบระบบ มีวัคซีนซิโนแวคเป็นตัวหลักที่ผ่านการรับรองจาก อย.และองค์การอนามัยโลก มีการกระจายไปยังพื้นที่แล้ว 5 ล้านโดส และฉีดไปแล้ว 4 ล้านโดส
นายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วัคซีนที่ผลิตและส่งมอบมีการควบคุมคุณภาพ ผ่านการตรวจสอบมากกว่า 60 รายการในแต่ละล็อตการผลิต โดยส่งตรวจคุณภาพทั้งห้องปฏิบัติการที่อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วันนี้ถือเป็นการส่งมอบวัคซีนล็อตแรกจำนวน 1.8 ล้านโดส จากนั้นจะมีการทยอยส่งมอบเรื่อยๆ ตามที่ได้สัญญาไว้กับรัฐบาล โดยจะหารือร่วมกับกรมควบคุมโรคในการทยอยจัดส่งเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้จำนวนส่งมอบเป็นไปตามแผน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105280</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., นายเจมส์ ทีก, วัคซีนแอสตราเซนเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1342ec7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพ.ยง&#039; เผยเริ่มฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เตรียมบรรยายข้อมูลล่าสุดพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 -&amp;nbsp;นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ว่า โควิด-19 วัคซีน วัคซีนตัวที่ 2 ไวรัสเวกเตอร์ AstraZeneca จะเริ่มฉีดในประเทศไทยวันพรุ่งนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านรองนายกได้คุยปรึกษามา วัคซีนเป็นแบบขวด ขวดละ 10 dose (multiple dose) และในแต่ละขวดจะบรรจุวัคซีนเกินมา (บรรจุมาระมาณ 6.5 ml) แต่ละโดส ใช้ 0.5 ml และมีการดูดและเผื่อติดหัวเข็มบ้าง หัวเข็มที่ไม่มี dead space ขณะนี้หายากหรือไม่มี วัคซีนบ้านเราก็หายาก และต้องการฉีดให้ได้มากคน ส่วนที่เหลือถ้าดูดได้สามารถมาใช้กับคนต่อไป หรือเอามารวมกันให้ครบโดสและให้คนต่อไปได้ เช่นเดียวกับ mRNA วัคซีน ในอเมริกา ก็ยอมรับเอาส่วนที่เหลือมารวมให้กับคนต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีขวดละหลายโดส การเตรียมจะต้องระวังเรื่องความสะอาด สามารถดูดใช้ในทุกคนได้เลยในเวลาเดียวกัน ดีที่สุด เพราะถ้าเหลือเก็บ และทิ้งไว้นาน กลัวจะปนเปื้อนเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสบกาณ์ ผมกับวัคซีน การดูดมา 0.5 cc หรือให้วัคซีนที่ใช้กับเด็ก เราดูดจากขวด และลดการสูญเสียของยาที่เหลือติดเหลอด (dead space) เราสามารถทำได้ โดยให้มีฟองอากาศเล็กน้อย แล้วไล่อากาศชนิดให้ฟองอากาศลอยอยู่บนหลอด syringe และเวลาฉีดที่แขนให้ผู้ถูกฉีดมือเท้าสะเอว และการปักเข็ม จะมีฟองอากาศลอยอยู่บนและดันยาจนหมด ให้ฟองอากาศไปแทนที่ใน dead space ก็จะได้ยาหมดตามจำนวนแน่นอน ไม่เหลือติดเข็ม การทำดังกล่าวต้องอาศัยความชำนาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฉีดยา เวลาดึงเข็มออก บางครั้งจะมีน้ำยาไหลตามรูที่ฉีดออกมา วิธีการป้องกันคือฉีดแบบ Z เทคนิค คือใช้นิ้วข้างหนึ่ง โดยมากผมจะใช้นิ้วหัวแม่มือของข้างซ้ายดันผิวหนังให้เคลื่อนลงมา เพียงใช้นิ้วชี้เกาะไว้เฉยๆ แล้วเมื่อดึงเข็มออก ปล่อยหัวแม่มือ ผิวหนังที่ถูกดึงให้เลื่อนออกมา จะเลื่อนไปปิดรูที่ฉีด (เราฉีดเข้ากล้าม) ผิวหนังเคลื่อนที่ได้อยู่แล้ว จะเคลื่อนไปปิดตำแหน่งรูที่กล้ามเนื้อเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการฉีดวัคซีนไม่มีความจำเป็นต้องดึงหลอดฉีดยาหรือทดสอบว่าเข้าเส้นเลือดหรือไม่ (ไม่ต้อง draw back) เมื่อเข็มปักเข้ากล้ามเนื้อแล้ว เดินยาได้เลย เพียงสังเกตที่หัว syringe ทุกครั้งว่ามีเลือดย้อนมาที่หัว syringe หรือไม่ก็พอ เพราะตำแหน่งที่เราฉีดไม่มีเส้นเลือดใหญ่อยู่แล้ว อ้างอิงจากหนังสือ Vaccine เล่มนี้ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือ เล่มนี้ใน edition ใหม่ ผม และ อ.พญ.ณศมน วรรณลภากร จะร่วมกับต่างประเทศอีก 2 คน คือจากอิสราเอลและอเมริกา ร่วมกันเขียน วัคซีน 1 บท คือ ไวรัสตับอักเสบ บี วัคซีนเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เขียนตำราระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรุ่งนี้จะมีการฉีดวัคซีน AstraZeneca ผมจะบรรยายเรื่องข้อมูลล่าสุดของ covid-19 vaccine โดยเฉพาะวัคซีนที่จะมาฉีดในประเทศไทย เชิญผู้สนใจเข้าร่วมประชุม online ในเวลา 12.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2564 link จะส่งมาให้อีกครั้งนะครับ&amp;quot;นพ.ยง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95706</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ยง ภู่วรวรรณ, วัคซีนแอสตราเซนเนกา, วัคซีนโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604993d5c5cdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน&quot;เผยครม.อนุมัติงบฯ 6,387ล้าน ซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเพิ่ม  35 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มี.ค.64- ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับมอบชุดอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิตู้เก็บวัคซีนโควิด 19 จากกลุ่มบริษัท ปตท. ว่า ประเทศไทยได้สั่งจองซื้อวัคซีนโควิด 19 จำนวน 63 ล้านโดส ขณะนี้ได้เริ่มฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่ได้รับมาในระยะแรก ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วัคซีนในส่วนที่เหลือจะถูกจัดส่งมายังจังหวัดต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยภายในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2564 จะมีวัคซีนที่ผลิตในประเทศมาฉีดให้กับประชาชนอย่างกว้างขวางต่อไป อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความครอบคลุมในการให้วัคซีนกับประชาชนในประเทศ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ 6,387,285,900 บาท จัดซื้อวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนกา จำนวน 35 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าวัคซีนจะถูกจัดส่งให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย อย่างครอบคลุมทั่วถึงแน่นอน นอกจากจะครอบคลุมพี่น้องประชาชนคนไทยแล้ว จะครอบคลุมให้กับทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้ให้มีความปลอดภัยทุกคนตามหลักขององค์การอนามัยโลกที่บอกว่า จะไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนปลอดภัย ถือเป็นหลักการที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการให้ทุกท่าน โดยเฉพาะคนไทยให้มีความปลอดภัย&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการเตรียมพร้อมรับการเปิดประเทศ ที่จะมีการเดินทางเข้าออกประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ได้หารือการจัดเอกสารรับรองการได้รับการฉีดวัคซีน ออกโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นเอกสารทางราชการที่แนบไปกับพาสปอร์ต เพื่อแสดงถึงความพร้อมของประเทศไทย ความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ที่ได้รับหนังสือรับรองการฉีดวัคซีน ในเรื่องนี้จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อแห่งชาติ โดยในวันจันทร์นี้จะนำเข้าสู่การพิจารณา ของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94783</URL_LINK>
                <HASHTAG>#งบประมาณ, #วัคซีน, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, วัคซีนแอสตราเซนเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e1f2ecc77d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางแผน &#039;วัคซีนโควิด-19&#039; เปิดไทม์ไลน์คนไทยกลุ่มไหนได้ฉีดก่อน   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด &amp;#39;วัคซีนโควิด-19&amp;#39; ก็มาถึงประเทศไทย แบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค จำนวน 200,000 โดส &amp;nbsp;และวัคซีนแอสตราเซนเนกา &amp;nbsp;จำนวน 117,000 โดส ซึ่งมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 10 :05 น. ของวันที่ 24 ก.พ.นี้ &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมจัดกิจกรรมรับมอบ &amp;ldquo;วัคซีนโควิด-19 คืนรอยยิ้ม ประเทศไทย&amp;rdquo; โดยมีนายกรัฐมนตรีเดินทางไปร่วมรับด้วยที่คลังสินค้าการบินไทยด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครได้ฉีดวัคซีนโควิด-19ล็อตแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัคซีนดังกล่าวทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. วางแผนฉีดให้กับ 4 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.บุคคลที่มีโรคประจำตัว อาทิ&lt;/p&gt;


	โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหอบหืดที่ควบคุมได้ไม่ดี เป็นต้น
	โรคหัวใจและหลอดเลือด
	โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 ที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต
	โรคหลอดเลือดสมอง
	โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด
	โรคเบาหวาน
	โรคอ้วน ที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือ BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตร.ม.


&lt;p&gt;3.ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งได้มีการจัดสรรตามพื้นที่ซึ่งจะมุ่งเน้นไปยังพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, พื้นที่ควบคุม และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมทั้งหมด 13 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร จำนวน 7 หมื่นโดส, กทม.(ฝั่งตะวันตก) จำนวน 6.6 หมื่นโดส, ปทุมธานี จำนวน 8 พันโดส, นนทบุรี จำนวน 6 พันโดส, สมุทรปราการ จำนวน 6 พันโดส, ตาก (อ.แม่สอด) จำนวน 5 พันโดส, นครปฐม จำนวน 3.5 พันโดส, สมุทรสงคราม จำนวน 2 พันโดส, ราชบุรี จำนวน 2.5 พันโดส, ชลบุรี จำนวน 4.7 พันโดส, ภูเก็ต จำนวน 4 พันโดส, สุราษฎร์ธานี (อ.เกาะสมุย) จำนวน 2.5 พันโดส และ เชียงใหม่ จำนวน 3.5 พันโดส รวม 183,700 โดส และเหลือสำรองสำหรับควบคุมการระบาดและบุคลากรในโรงพยาบาลที่รักษาผุ้ป่วยโควิด-19 จำนวน 16,300 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาจัดสรรจำนวนวัคซีนให้แต่ละกลุ่มเป้าหมายตามสถานการณ์และบริบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนการเข้ารับการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อให้การเข้ารับวัคซีน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขได้วางต้นแบบให้บริการแก่โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ จำนวน 8 ขั้นตอน คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลงทะเบียน (ทำบัตร)&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดกรอง ซักประวัติ ลงนามใบยินยอมการรับวัคซีน&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอรับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พักสังเกตอาการ 30 นาที สแกน Line Official account &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; ซึ่งทางโรงพยาบาลจะต้องจัดเตรียมห้องปฐมพยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมเผื่อผู้ที่มารับวัคซีนมีอาการแพ้ หรือเกิดผลข้างเคียงจะได้ให้การดูแลอย่างทันท่วงที&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีจุดตรวจสอบย้อนกลับ พร้อมรับการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
	&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงพยาบาลจัดทำประเมินผลความครอบคลุมการฉีดวัคซีน และอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนแล้ว 30 วัน โรงพยาบาลจะติดตามอาการ เพื่อให้แน่ใจ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่าทุกคนที่ได้รับวัคซีนไปแล้วปลอดภัยรวมถึงประสิทธิภาพในการป้องกันโรค และจะมีการรับใบนัดฉีดเข็มที่ 2 หลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้วประมาณ 3-4&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์


&lt;p&gt;วัคซีนซิโนแวคเหมาะกับใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อธิบายถึงสาเหตุที่ไม่ควรฉีดวัคซีนของซิโนแวคให้กับคนที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และแนะนำให้ฉีดในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 18-59 ปี ว่า &amp;quot;เนื่องจากการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยนั้น ข้อมูลผลการศึกษาการฉีดวัคซีน ซิโนแวต ในผู้มีอายุเกิน 60 ปี ยังมีจำนวนน้อย จากการศึกษาในระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 3 มีผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี อยู่เกือบร้อยละ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นทางคณะกรรมการ จึงอนุญาตให้ฉีดในภาวะฉุกเฉิน กับผู้ที่มีอายุ 18 ถึง 59 ปี ซึ่งก็เช่นเดียวกัน เหตุผลที่ไม่ให้ฉีดในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็เพราะยังไม่มีข้อมูลในการศึกษาในกลุ่มอายุดังกล่าว ในทางปฏิบัติจึงจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้ และในอนาคตข้างหน้าเมื่อมีข้อมูลการฉีดในผู้สูงอายุมากเพียงพอ ก็จะขยับการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุต่อไปในวันข้างหน้า หรือในระยะเวลาอันใกล้ มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะขยับอายุขึ้นไป เมื่อมีข้อมูลมากพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ที่มีอายุ 60 ปีหรือมากกว่า และมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ หรือป่วยเป็นโรคโควิด-19 และเกิดอันตรายได้สูง อย่างเช่นคุณหมอที่จังหวัดมหาสารคาม ก็สามารถให้วัคซีนได้ แต่จะต้องประเมินประโยชน์ที่จะได้จากวัคซีนมากกว่าอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น โดยแพทย์ต้องแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้เจ้าตัวทราบ และหากเจ้าตัวยินดีรับความเสี่ยง ยินยอมที่จะฉีดวัคซีน ก็สามารถทำได้โดยความเห็นส่วนตัว ในระยะเวลาอันใกล้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุ ก็จะมีเพิ่มขึ้นและคงจะได้ฉีดกันทุกคน อดใจรอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ได้เข็มแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการฉีดวัคซีนให้กับคนไทยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะสามารถฉีดวัคซีนเป็นเข็มแรกของประเทศไทยได้เพราะเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งต้องมีกระบวนการประเมินความเสี่ยง โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นขั้นตอนตามวิธีการสากล ไม่ใช่วิธีปฏิบัติต่อบุคคลใดเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกฯจะได้รับวัคซีนที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ คือไม่ใช่ซิโนแวค เพราะซิโนแวคมีข้อจำกัดเรื่องอายุ แต่เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งคือแอสตร้าเซนเนก้า โดยผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนเป็นผู้จัดหามาให้ก่อน ส่วนจะฉีดเมื่อไหร่นั้น ต้องรอให้ นพ.โสภณ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด และเมื่อนายกฯฉีดวัคซีนแล้วก็สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ประเทศไทย พ.ศ.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซิโนแวค &amp;nbsp;: วัคซีนของบริษัท ไซโนแวค ไบโอเทค จำนวน 2 ล้านโดส ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.64 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 200,000 โดส &amp;nbsp; วันที่ 24 ก.พ. 64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 800,000 โดส &amp;nbsp; เดือนมี.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1,000,000 โดส เดือนเม.ย.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แอสตราเซนเนกา : &amp;nbsp;วัคซีนของบริษัท แอสตร้าเซเนก้า จำนวน 26 ล้านโดส ช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6,000,000 โดส เดือนมิ.ย.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนก.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนส.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แอสตราเซนเนกา &amp;nbsp;: วัคซีนของบริษัท แอสตร้าเซเนก้า จำนวน 35 ล้านโดส ช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนก.ย.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนต.ค.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10,000,000 โดส เดือนพ.ย.64
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5,000,000 โดส เดือนธ.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93989</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไหนได้ฉีดก่อน, ขั้นตอนการฉีดวัคซีน, ซิโนแวค, บิ๊กตู่, วัคซีนล็อตแรก, วัคซีนแอสตราเซนเนกา, วัคซีนโควิด, วัคซีนโควิด-19 คืนรอยยิ้ม ประเทศไทย, วัคซีนโควิดล็อตแรก, เข็มแรก, แผนฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034d42d22faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
