<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; รับมอบแอสตราฯ 1.2 แสนโดส พร้อมชุดตรวจโควิดจากสิงคโปร์ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร รับมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 122,400 โดส ชุดตรวจ Antigen Rapid Test 200,000 ชุด และชุดตรวจแบบ Nasopharyngeal Swab 500,000 ชุด จากรัฐบาลสิงคโปร์ โดยมีนายเควิน ฉ็อก (H.E. Mr. Kevin Cheok) เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย และคณะ เป็นตัวแทนมอบ พร้อมด้วยนายดุสิต เมนะพันธุ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า ในนามรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข ขอขอบคุณรัฐบาลสิงคโปร์ที่มีความปรารถนาดีให้กับประเทศไทยตลอดมา รวมทั้งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศที่มีความมุ่งมั่นที่ต้องการจะแก้ไขสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ร่วมกัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลสิงคโปร์ได้สนับสนุนข้อมูลและแนวทางการควบคุมการระบาดโควิด-19 แก่ประเทศไทยในช่วงเวลาที่เกิดการระบาดระลอก 2 ในกลุ่มแรงงานที่จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางที่มีประโยชน์มาก โดยประเทศไทยได้นำไปใช้เพื่อออกมาตรการควบคุมป้องกันโรคจนสำเร็จ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ได้ สำหรับวัคซีนและชุดตรวจโควิด 19 ที่ได้รับมอบในวันนี้ ถือว่ามีประโยชน์และมีความสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขขอให้ความมั่นใจว่าจะเร่งดำเนินการจัดสรรไปให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศได้นำไปใช้ให้เกิดปรโยชน์สูงสุดโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนวัคซีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ของทั้งสองประเทศ บนหลักการว่าไทยจะส่งมอบวัคซีนคืนแก่สิงคโปร์ในภายหลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117994</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนแอสตราเซเนกา, สิงคโปร์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61517be030ee7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิงคโปร์&#039; ส่งแอสตราฯ 1.2 แสนโดส พร้อมชุดตรวจโควิดถึงไทย 25 ก.ย.นี้ ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.64 - นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) เปิดเผยว่า การแลกเปลี่ยนวัคซีน (vaccine swap)&amp;nbsp;ระหว่างไทยและสิงคโปร์ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว และวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 122,400 โดส จะมาถึงไทยในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม การแลกเปลี่ยนนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ของทั้งสองประเทศ บนหลักการว่าไทยจะส่งมอบวัคซีนคืนแก่สิงคโปร์ในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวต่อว่า ในโอกาสเดียวกันนี้ สิงคโปร์ยังได้มอบชุดตรวจ&amp;nbsp;Antigen Rapid Test&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2 แสนชุด และก้านเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงจมูก (nasopharyngeal swab)&amp;nbsp;จำนวน 5 แสนชุดแก่ไทย โดยวัคซีนและเวชภัณฑ์ทางการเเพทย์ดังกล่าว มีกำหนดขนส่งถึงไทยในวันเสาร์ที่ 25 ก.ย. 2564 โดยจะมีการส่งมอบที่สนามบินสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเจรจาแลกเปลี่ยนวัคซีนกับสิงคโปร์ เป็นอีกบทบาทเชิงรุกของกระทรวงการต่างประเทศ ในการแสวงหาวัคซีนจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก เพื่อรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้บรรลุความตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีนในลักษณะดังกล่าวกับภูฏาน ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 150,000 โดส เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&amp;rdquo; โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117541</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธานี แสงรัตน์, วัคซีนแอสตราเซเนกา, แลกเปลี่ยนวัคซีน, ไทย-สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614af56e561cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบไทยลงนามรับมอบวัคซีน 1.3-1.5 แสนโดส ในข้อตกลงกับภูฏาน-บริษัทแอสตราฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบในการลงนามในร่าง In-kind Donation Agreement ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ประเทศเยอรมัน กับ กระทรวงสาธารณสุขของไทย ซึ่งเป็นการรับบริจาคยา Monoclonal Antibody (Casirivimab/Imdevimab) จากเยอรมันของบริษัท Regeneron และอนุมัติให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และครม.ยังเห็นชอบในการลงนามในร่าง FORM OF AGREEMENT Tripartite Agreement ระหว่างรัฐบาลภูฏาน รัฐบาลไทย และบริษัท AstraZeneca จำกัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการรับมอบวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ของบริษัท AstraZeneca จำกัด&amp;nbsp;และอนุมัติให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา

ทั้งนี้รัฐบาลภูฏานมีความประสงค์จะมอบวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca จำนวน 130,000-150,000 โดส แก่ประเทศไทย ผลิตโดย Statens Serum Institute ประเทศสวีเดน บนพื้นฐานของการส่งมอบคืนในอนาคต ตามข้อตกลงไตรภาคี ระหว่างรัฐบาลภูฏาน รัฐบาลไทย และบริษัท AstraZeneca จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเทศเยอรมันมีความประสงค์บริจาค Monoclonal Antibody (Casirivimab/Imdevimab)&amp;nbsp;จำนวน 1,000-2,000 ชุด โดยเป็นการบริจาคแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยประเทศไทยในฐานะผู้รับบริจาค ไม่ต้องชำระค่าตอบแทนสำหรับยา แต่มีภาระในการรับมอบจาก Bundeswehrapotheke&amp;nbsp;(Military pharmacy) Epe และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้แก่ ค่าขนส่ง ค่าจัดเก็บ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เห็นชอบ, ภูฏาน, มติครม., รับบริจาคยา, วัคซีนแอสตราเซเนกา, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b791891883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. อนุมัติแลกวัคซีนกับภูฏาน พร้อมเห็นชอบรับบริจาคยาช่วยผู้ป่วยหนักจากเยอรมนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.64 -&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่า ในการรับความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากต่างประเทศ ในที่ประชุมศบค. อนุมัติขอค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และภาษีนำเข้าส่งออก ในการแลกวัคซีนแอสตราเซเนการะหว่างรัฐบาลภูฏานกับรัฐบาลไทย หรือการ&amp;nbsp;swap&amp;nbsp;วัคซีน ที่เมื่อได้มาแล้วจะต้องส่งคืนในภายหลัง ประมาณ 1.3-1.5 แสนโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมศบค. ยังได้เห็นชอบการรับบริจาคยา&amp;nbsp;Monoclonal antiboby (Casirivimab/Imdevimab)&amp;nbsp;จากกระทรวงสาธารณสุข ประเทศเยอรมนี จำนวน 1,000- 2,000 ชุด เป็นยารักษาในกลุ่มผู้ป่วยหนักมาก ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 50 ถึง 70 โดยได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการองค์การอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว โดยจะนำทั้งสองเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113515</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูฏาน, วัคซีนแอสตราเซเนกา, แลกวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116278a6a187.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ขอบคุณอังกฤษบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ตอกย้ำมิตรภาพแน่นแฟ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณมิตรไมตรีที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่าจะส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca จำนวน 415,040 โดสให้แก่ประเทศไทยในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยรัฐบาลไทยจะดำเนินการตามแผนกระจายวัคซีนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน บรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค และนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า การมอบวัคซีนจากสหราชอาณาจักร สะท้อนถึงความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนสะท้อนบทบาทของสหราชอาณาจักรในฐานะมิตรประเทศที่มีความร่วมมือกับไทยในหลายมิติมายาวนาน โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข ที่ไทยและสหราชอาณาจักรมีความร่วมมือมาอย่างใกล้ชิดและครอบคลุมหลากหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินตามขั้นตอนต่อไป พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหราชอาณาจักร เพื่อให้การรับมอบวัคซีนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็วที่สุด รวมทั้งให้เตรียมแนวทางพร้อมดำเนินการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ทันทีเมื่อได้รับวัคซีน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยขอขอบคุณความสนับสนุน และความร่วมมือจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ที่มีให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111492</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สหราชอาณาจักร, อังกฤษ, อังกฤษบริจาควัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f8286b193b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังกฤษ&#039; ประกาศบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ส่งถึงไทยเดือนส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก UK in Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย โพสต์คลิปวิดีโอ &amp;quot;มาร์ค กูดดิ้ง&amp;quot; ว่าที่เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมข้อความระบุว่า อังกฤษประกาศบริจาควัคซีนแอสตราเซเนกา 415,000 โดส แก่ประเทศไทย พร้อมนำส่งถึงไทยในเดือนหน้า⁣&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสบริจาคให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ส่วนอีก 4 ล้านโดสแบ่งบริจาคโดยตรงให้ประเทศต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.gov.uk/government/news/uk-begins-donating-millions-of-covid-19-vaccines-overseas.th&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักรประกาศวันนี้ (28 ก.ค. 64) ว่าสัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม โดย COVAX จะเร่งแจกจ่ายวัคซีนเหล่านี้ให้ประเทศรายได้ต่ำผ่านระบบการจัดสรรอย่างเป็นธรรม ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีนแก่ผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุดก่อน ส่วนอีก 4 ล้านโดสจะบริจาคให้กับประเทศต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะได้รับบริจาคจำนวน 415,000 โดส อินโดนีเซีย 600,000 โดส จาเมกา 300,000 โดส และเคนยา 817,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ผลิตโดย Oxford Biomedica และบรรจุในเมือง Wrexham ในตอนเหนือของเวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นชุดแรกจากจำนวนทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันประกาศในการประชุมสุดยอดผู้นำจี 7 เมื่อเดือนที่แล้วว่าสหราชอาณาจักรจะบริจาคให้ครบภายในปีหน้า โดยจะบริจาคให้ได้ 30 ล้านโดสภายในปีนี้ และจากในจำนวนนี้ 80 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ทั้งนี้บรรดาผู้นำจี 7 ต่างให้คำมั่นว่าจะช่วยกันให้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนและหยุดยั้งการระบาดให้ได้ในปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สหราชอาณาจักรจะจัดส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 9 ล้านโดส ซึ่งเป็นชุดแรกจากทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่เราสัญญาไว้ว่าจะบริจาค เพื่อให้ประชาชนในส่วนต่าง ๆ ของโลกที่เปราะบางที่สุดได้รับวัคซีนโดยเร่งด่วน เราบริจาควัคซีนเพื่อช่วยประชาชนกลุ่มเปราะบางที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เพราะเราทราบดีว่าเราจะไม่มีทางปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรยืนอยู่แนวหน้าของโลกในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 รวมทั้งด้วยการทุ่มเงิน 90 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า จนถึงปัจจุบันได้มีการจัดส่งวัคซีนนี้ให้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 500 ล้านโดสในราคาทุนโดยไม่มีผลกำไร และในจำนวนนี้ถึงสองในสามได้จัดส่งให้แก่กลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรเองเป็นผู้ริเริ่มความพยายามในการจัดตั้ง COVAX เมื่อปี 2020 โดยได้มอบเงินไปทั้งสิ้น 548 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการจัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ โครงการนี้จัดส่งวัคซีนไปแล้วกว่า 152 ล้านโดสในกว่า 137 ประเทศและดินแดน รวมทั้งประเทศรายได้ปานกลาง-ต่ำ 83 ประเทศ โดยร้อยละ 65 ของวัคซีนชุดแรกที่บริจาคก็คือวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ โครงการ COVAX มีเป้าหมายจัดส่งวัคซีน 1,800 ล้านโดสให้ประเทศรายได้ต่ำทั่วโลกภายในต้นปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111457</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์ค กูดดิ้ง, วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย, สหราชอาณาจักร, โครงการ COVAX, โครงการโคแวกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61016bba98401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันวัคซีนฯ จัดหาวัคซีนรุ่น 2 รับไวรัสกลายพันธุ์ ตั้งเป้าส่งมอบไตรมาสที่ 1 ปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;21 ก.ค.64 - นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบัน​วัคซีน​แห่งชาติ​ กล่าวว่า ในส่วนสถาบันวัคซีนแห่งชาติที่ทำหน้าที่ในการเจรจาจัดหา และติดต่อกับผู้ผลิตวัคซีน​ เราพยายามหาช่องทางจองซื้อวัคซีนล่วงหน้า แม้ว่าจะเป็นวั​คซีนที่อยู่ขั้นตอนการวิจัย ก็ได้มีการหาช่องทางจนกระทั่งมีการออกประกาศของกระทรวงสาธารณสุข​ ตามพ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติมาตรา 18(4) ที่จะเปิดให้สถาบันวัคซีน​ฯทำหน้าที่ในการจองวัคซีนล่วงหน้าที่อยู่ในขั้นการวิจัย จึงเป็นที่มาที่ทำมห้เราสามารถจัดหาวัคซีนแอสตร้าเซน​เน​ก้า​ที่เป็นการจองล่วงหน้า ตั้งแต่เริ่มต้นในเดือน ส.ค.2563 และจำนวนวัคซีนที่ได้เป็นจำนวน 61 ล้านโดส และในแต่ละครั้งในการเสนอการจัดหาวัคซีนใดๆก็ตามเมื่อเรามีข้อมูลจากการได้เจรจาพูดคุยกับผู้ผลิตวัคซีน ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะทำงาน และคณะกรรมการจัดหาวัคซีน เพื่อให้เกิดการตัดสินใจ​ในเชิงการบริหาร เพราะว่าไม่สามารถดำเนินการได้โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เนื่องจากมีความเกี่ยวพัน​ในเรื่องงบประมาณ ความผูกพัน​ด้านสัญญา&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินนการ เป็นที่มาที่การจัดหาวัคซีนไม่ทันตามจำนวนที่ควรจะเป็นได้ ทั้งหมดเป็นข้อจำกัดที่มี จึงขออภัยที่สถาบันวัคซีน​จัดหาวัคซีนได้ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.นคร กล่าวอีกว่า ต่อไปข้างหน้าสถาบันวัคซีนฯที่จะดำเนินการในความรับผิดชอบคือ การจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมทั้งในปีนี้ และปีหน้า โดยเฉพาะปีหน้าเป็นการเร่งรัดการจัดหาวัคซีนโดยพิจารณาดำเนินการกับผู้ผลิตวัคซีนที่มีการพัฒนาวัคซีนรุ่นที่ 2 ที่สามารถตอบสนองกับไวรัสกลายพันธุ์ได้ โดยเป้าหมายเพื่อให้มีการส่งมอบได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เร่งดำเนินการ เพราะไม่สามารถรอเวลาได้ จึงต้องจองวัคซีนล่วงหน้า ภายใต้การจัดหาวัคซีนก็จะมีข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามเรียนให้ทราบว่าเรายังอยู่ในขั้นตอนของการเข้าร่วมกับโครงการโคแวกซ์​ แต่ยังไม่ได้มีการลงนามในการทำความร่วมมือการจัดหาวัคซีนร่วมกัน โดยสถาบันวัคซีน​ฯได้เตรียมการเริ่มเจรจา และส่งข้อความประสานงานหน่วยงานที่ชื่อว่า การ์วี ในการที่ขอเจรจาจัดหาวัคซีน​ร่วมกันกับโคแวกซ์ โดยมีเป้าหมายในการได้รับวัคซีนปี 2565 เพิ่มเติมจากการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนโดยลำพัง ทั้งนี้เมื่อมีข้อสรุปชัดเจน จะนำเสนอผ่านคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.นคร ยังกล่าวอีกว่า ข้อแนะนำในการสนับสนุนการวิจัยในประเทศ​ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี ก็จะมีการแสวงหาความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิต​วัคซีน​ในต่างประเทศที่จะมีความประสงค์ในการขยายการผลิตวัคซีนในแบบฟอร์ม​อื่นๆ ซึ่งอยู่ช่วงของการเร่งรัดแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศมีบทบาทสำคัญในการร่วมดำเนินการ ประสานงานที่จะดูทิศทางการดำเนินงานร่วมมือกับต่างประเทศ และการวิจัยวัคซีนต้นแบบของประเทศที่ได้มีการสนับสนุน​อยู่ทั้งรูปแบบ mRNA วัคซีนของคณะแพทยศาสต​ร์จุฬา​ลง​กร​ณ​์มหาวิทยาลัย​ องค์การ​เภสัชกร​ และอื่นๆ โดยอยู่ระหว่างรอผลวิจัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110598</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.นคร เปรมศรี, วัคซีนแอสตราเซเนกา, วัคซีนโควิด, สถาบัน​วัคซีน​แห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7ee997db13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
