<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHO รับรองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า  ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ค.ค.64 - วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนให้น ามาใช้ในภาวะฉุกเฉิน (EUL) จากองค์การอนามัยโลก (WHO) แล้ว โดยการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมีผลทันทีและครอบคลุมถึงวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยก่อนหน้านี้ด้วยเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
องค์การอนามัยโลกได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา เพื่อเร่งการเข้าถึงวัคซีนและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และในขณะนี้ได้เพิ่มเติมในส่วนของการรับรองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยโดยสยามไบโอไซเอนซ์ซึ่งเป็นการยืนยันว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า หรือ Vaxzevria เป็นวัคซีนที่มีคุณภาพสูง และผลิตตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั่วโลกไม่ว่าจะผลิตจากที่ใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แอสตร้าเซนเนก้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่องค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน แม้ว่าที่ผ่านมา รัฐบาลในหลายประเทศจะให้การรับรองผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยว่าเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว และตามมาตรการควบคุมการเดินทาง ผู้ที่ได้รับวัคซีนดังกล่าวสามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ แต่การรับรองวัคซีนโดยองค์การอนามัยโลกในครั้งนี้ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้รัฐบาลในประเทศต่างๆ ยอมรับและรับรองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ แอสตร้าเซนเนก้าเพื่อประโยชน์ในการเดินทางที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางนวลพรรณ ล่า ซา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองคก์รกิตติมศักดิ์บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์จำกัด กล่าวว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยในทุก ๆ รอบการผลิตนั้นได้ผ่านการตรวจรับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่กำกับดูแล รวมถึงห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่วัคซีนชุดแรกที่ได้ทำการส่งมอบให้กับแอสตร้าเซนเนก้า ผลการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีที่ตอกย้ำถึงคุณภาพของวัคซีนที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ในฐานะศูนย์การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด 19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศใกล้เคียง ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรระดับโลกอย่าง WHO เรามีความภาคภูมิใจที่บริษัทของคนไทยได้รับเลือกจากแอสตร้าเซนเนก้าให้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 และสามารถผลิตวัคซีนคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล สยามไบโอไซเอนซ์ยังคงทำงานร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้าอย่างใกล้ชิด และผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้สุขภาพและความเป็นอยู่ของคนในชาติกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119723</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์, วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb0b527ecc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ มีมติยกเลิกฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ให้ฉีดเฉพาะเข็ม 1 ส่วนเข็ม 2 เป็นแอสตร้า บูสเตอร์โดสเข็ม 3 บุคลากรการแพทย์ ก.ค.นี้   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;12 ก.ค.64- &amp;nbsp;ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติครั้งที่ 7/2564 โดยมีนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลาโหม มหาดไทย แรงงาน ศึกษาธิการ การต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ UHOSNET โรงพยาบาลเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ ร่วมการประชุมและประชุมผ่านระบบออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นการระบาดที่เกิดจากไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลต้า และมีแนวโน้มแพร่เชื้อไปต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสถานประกอบการ โรงงาน ตลาดค้าส่ง หากไม่มีมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่เข้มงวดมีประสิทธิภาพ คาดการณ์ว่าอาจพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 10,000 ราย/วัน หรือสะสมมากกว่า 100,000 รายใน 2 สัปดาห์ ส่งผลทำให้มีการเสียชีวิตเกิน 100 ราย/วัน จำเป็นต้องใช้มาตรการยาแรงจะดำเนินการพร้อมกันในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เช่น ห้ามการรวมกลุ่มคนมากกว่า 5 คน จำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ลดจำนวนขนส่งสาธารณะข้ามจังหวัดระยะไกล ปิดสถานที่เสี่ยง ให้พนักงาน Work from home ให้มากที่สุด เพื่อลดโอกาสสัมผัสโรค ลดการเคลื่อนย้าย และลดกิจกรรมของบุคคลให้มากที่สุด รวมถึงปรับแผนการฉีดวัคซีน ระดมฉีดกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคทั่วประเทศ ตั้งเป้าฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปในพื้นที่ระบาดรุนแรง เช่น กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ให้ได้ 1 ล้านคนภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันมากกว่า 80% &amp;nbsp;เนื่องจากกลุ่มนี้หากติดเชื้อมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูง โดยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; 11 กรกฎาคม 2564 ฉีดวัคซีนไปแล้ว 12,569,213 โดส เป็นเข็ม 1 จำนวน 9,301,407 ราย เข็ม 2 จำนวน 3,267,806 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบ 4 ประเด็นต่อการควบคุมโรคโควิด 19 คือ 1.การฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster dose) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า โดยห่างจากเข็ม 2 นาน 3-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันให้สูงและเร็วที่สุด เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า และธำรงระบบบริการสาธารณสุขของประเทศไทย เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนซิโนแวค ครบแล้วนานมากกว่า 3 เดือน จึงควรได้รับการกระตุ้นในเดือนกรกฎาคมได้ทันที อาจเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์ 2.การให้ฉีดวัคซีนโควิดสลับ 2 ชนิด เข็ม 1 เป็นวัคซีนซิโนแวค และเข็ม 2 เป็นแอสตร้าเซนเนก้า โดยห่างจากเข็มแรกนาน 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลต้า ซึ่งจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงได้เร็วมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้รับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แนวทางการใช้ Antigen Test Kit ในการตรวจหาเชื้อโควิด 19 เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยใช้ Antigen Test Kit ที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปัจจุบันขึ้นทะเบียนแล้ว 24 ยี่ห้อ โดยอนุญาตให้ตรวจในสถานพยาบาล และหน่วยตรวจที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการตรวจ RT-PCR ที่มีมากกว่า 300 แห่ง ช่วยลดระยะเวลารอคอย และในระยะต่อไปจะอนุญาตให้ประชาชนตรวจเองได้ที่บ้าน โดยจะมอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร กำกับการดำเนินงานตามแนวทางปฏิบัติ และ4.แนวทางการแยกกักที่บ้าน (Home isolation) และการแยกกักในชุมชน (Community isolation) สำหรับผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีเงื่อนไขเหมาะสม หรือไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้ รวมทั้งการแยกกักในชุมชนในกรณีการติดเชื้อโควิด 19 ในชุมชนเป็นจำนวนมาก โดยมีกระบวนการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจากสถานพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด 19 เพื่อความปลอดภัยและเป็นมาตรฐานในการดูแลรักษา เช่น มีเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ เครื่อง Oxymeter วัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด และยารักษาโรค โดยมอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร นำเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป นอกจากนี้ ยังรับทราบแนวทางการจัดทีมดูแลผู้ป่วยโควิด 19 กลุ่มสีเขียวหรือกลุ่มผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ในพื้นที่ กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 จะช่วยลดการป่วยที่รุนแรงและเสียชีวิต ช่วยชะลอการระบาดของโรค ช่วยให้โรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพยังคงรองรับผู้ป่วยได้ สิ่งสำคัญที่จะต้องปฏิบัติตามคือมาตรการป้องกันส่วนบุคคล การสวมหน้ากากอนามัย งดการคลุกคลีใกล้ชิด และไม่รับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน งดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ตามแนวทางและมาตรการที่ ศบค. กำหนด&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109457</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ, ซิโนแวค, วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebfd6755463.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอนคร&quot;เตือน ไทยต้องเตรียมแผนรับมือ หาวัคซีนเพิ่มเติม เหตุแอสตร้า ฯอาจส่งไม่ครบเดือนละ 10 ล้านโดส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 กระทรวงสาธารณสุข จัดเสวนาออนไลน์ ในหัวข้อ &amp;ldquo;วัคซีนโควิด ไทยจะเดินต่อไปอย่างไร&amp;rdquo; โดยนพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ(สวช.)ได้กล่าวถึงสถานการณ์การจัดหาวัคซีนว่า การจัดหาวัคซีนมีอยู่ 2 ส่วนคือการวางแผนจัดหา และจำนวนวัคซีนที่ได้รับจริง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน ได้มีการจัดหาวัคซีนซิโนแวคได้รวม 9.5 ล้านโดส และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ส่งมอบ 6 ล้านโดสในเดือนมิถุนายน ซึ่งได้มีการวางแผนในการส่งมอบวัคซีนร่วมกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ในเดือนกรกฎาคมและเดือนต่อๆไปเฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านโดส รวม 61 ล้านโดส/ปี สถานะการผลิตของแอสตร้าเซนเนก้าอยู่ที่ประมาณ 180 ล้านโดส/ปี โดยเฉลี่ย 15 &amp;nbsp;ล้านโดส/เดือน ซึ่งในจำนวนที่สยามไบโอ ผลิตได้จะต้องส่งมอบให้ต่างประเทศด้วย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายบริษัท แอสตร้าฯ ทำให้เฉลี่ยไทยแล้วจะได้รับวัคซีนเดือนละประมาณ 5- 6 ล้านโดส&amp;nbsp;
างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; สัดส่วนของไทยจะได้รับวัคซีนเดือนกรกฎาคม-กันยายน ประมาณ 5-6 ล้านโดส/เดือน จึงต้องมีการจัดหาวัคซีนจากแหล่งอื่นเข้ามาควบคู่ด้วยเพื่อให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนได้ 10 ล้านโดส/เดือน &amp;nbsp;ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ที่เป็นการผลิตและส่งมอบไปด้วย &amp;quot;ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติกล่่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.นครกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการเจรจากับทางผู้ผลิตวัคซีนไฟเซอร์ที่มีการจองไปเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ที่จะได้รับในไตรมาสที่ 3 ก็อาจจะเป็นไปได้ยาก จึงคาดว่าจะได้รับการส่งมอบวัคซีนในไตรมาสที่ 4 ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จำนวนประมาณ 20 ล้านโดส โดยอาจจะมีการเฉลี่ยฉีดในกลุ่มเยาวชน และการร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีก &amp;nbsp;อย่างวัคซีนของประเทศคิวบา ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดซับยูนิตโปรตีน คล้ายกับวัคซีนโนวาแวกซ์ ของอเมริกา โดยตัวแรกที่ผลิตออกมาประสิทธิผลป้องกันโรคถึง 92% ก็เป็นตัวที่น่าสนใจ และในปีหน้าจะจัดหาวัคซีต่อไวรัสโควิด19 กลายพันธุ์ให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.นคร &amp;nbsp;แสดงความเห็นเพิ่มว่า สำหรับแผนหากในเดือนสิงหาคมมีการติดเชื้อเดลต้าเพิ่มขึ้น ก็ได้มีการวิจัยการฉีดวัคซีนแบบบูสเตอร์โดส ถึงระยะเวลาที่เหมาะสม การเพิ่มขึ้นของระดับภูมิคุ้มกัน &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนวัคซีนซ้ำ เช่น หากวัคซีนซิโนแวคครบ 2 โดส แล้วฉีดซ้ำอีก 1 โดส หรือฉีดซิโนแวค 2 โดสแล้วฉีดเพิ่มด้วยแอสตร้าอีก 1 โดส หรือฉีดซิโนแวค 2 โดสแล้วฉีดด้วย mRNA 1 โดส เพื่อดูว่ามีระดับภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นพอที่จะสู้กับสายพันธุ์เดลต้าได้หรือไม่ โดยผลการศึกษาใช้เวลาประมาณ กรกฎาคม-สิงหาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวถึงประสิทธิผลของวัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยว่า &amp;nbsp;วัคซีนซิโนแวค เป็นวัคซีนเชื้อตัวตายจากประเทศจีน ประเทศไทยก็ได้มีการนำเข้ามาฉีดเฉพาะกิจตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ในส่วนของคุณภาพวัคซีนที่มีการเก็บข้อมูลศึกษาวิจัยในไทย พบว่ามีประสิทธิผลในการป้องกันโรค 71-91% &amp;nbsp;สำหรับคนที่ฉีดแล้วแต่มีการติดเชื้อก็จะมีอาการน้อย อย่างในประเทศบราซิล ที่มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ P1 ได้มีการฉีดวัคซีนซิโนแวค 80-90% ในเมืองหนึ่งซึ่งมีประชากร 7-8 หมื่นคน ปรากฏว่าอัตราการตายลดลงถึง 95% หรือในประเทศอินโดนีเซีย ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีข้อมูลว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดซิโนแวคสามารถลดการตาย แต่เมื่อเร็วๆนี้พบว่ามีแพทย์บางคนที่ฉีดครบ 2 เข็มแล้วเสียชีวิต ซึ่งพบว่ามาจากการแพร่ระบาดของเชื้อเดลต้า ซึ่งก็จะต้องทำการศึกษาต่อถึงผลของวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี กล่าวต่อว่า ซึ่งข้อมูลวัคซีนซิโนแวคกับสายพันธุ์เดลต้าในประเทศจีน รายงานว่า เมืองกวางโจวมีคนไข้ทั้งหมด 166 คน พบมีการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าทั้งหมด ที่ฉีดวัคซีนแล้ว และมีการติดตามสังเกตผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดปรากฏว่าลดการติดเชื้อในผู้สัมผัสถึง 69% ลดการเป็นปอดอักเสบ 73% ลดการเป็นโรครุนแรงและเสียชีวิต 95% ส่วนการฉีดวัคซีนซิโนแวคกับสายพันธุ์เบต้าหรือ South Africa ยังไม่พบข้อมูลรายงาน ดังนั้นวัคซีนซิโนแวคทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถใช้ได้ในการป้องกันการป่วยและเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า นพ.ทวี บอกว่า น่าจะเป็นวัคซีนตัวหลักของประเทศไทย ที่มีประสิทธิผลต่อสายพันธุ์แอลฟ่าถึง 70-90% และผลกับเดลต้า พบว่าจากการศึกษาหลายแห่งโดยเฉพาะในช่วงที่อินเดียมีการระบาดของสายพันธุ์นี้หนัก พบว่าวัคซีนนี้มีประสิทธิผลกับประชากรในเมืองหนึ่งถึง 97% ลดการตายและป่วยไปมาก ดังนั้นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าสามารถใช้ได้ดีกับสายพันธุ์เดลต้า แต่การใช้กับสายพันธุ์เบต้ามีประสิทธิผลเพียง 10.4% ซึ่งจะต้องมีการจับตาดูต่อไป และวัคซีน mRNA ที่มีผลในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันดีมากสูงถึง 94% ของโมเดอร์นา และ 95% ของไฟเซอร์ แต่ปัญหาในปัจจุบันคือ ตัวแปรการกลายพันธุ์ของโควิด-19 ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีวัคซีน CureVac ซึ่งเป็น mRNA ของประเทศเยอรมัน จากผลการศึกษาในอาสาสมัครยุโรปกับลาตินอเมริกาทั้งหมด 40,000 คน พบผลการป้องกันลดลงไปเหลือเพียง 48% ซึ่งน่าจะมาจากสาเหตุของเชื้อโควิดที่มีการกลายพันธุ์ แต่ยังคงลดการตายและการป่วย 100% จึงต้องมีการติดตามและศึกษาผลของวัคซีน และเชื้อที่มีการแพร่ระบาดในประเทศนั้นๆ รวมไปถึงการใช้จริงในคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับการฉีดวัคซีนในเด็ก ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มประชากรที่มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าผู้ใหญ่ และมีการแสดงอาการน้อย แต่ที่กังวลคือเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนหากฉีดในเด็ก แม้ว่าในจีนจะเป็นประเทศแรกที่มีการฉีดวัคซิโนแวคและซิโนฟาร์มในเด็กตั้งแต่ 3 ขวบ -17 ปี หรือประเทศอินโดนีเซียที่กำลังจะมีการฉีดวัคซีนในเด็กเช่นกัน และเมื่อไม่นานนี้เอกสารกำกับยาของวัคซีนไฟเซอร์ มีข้อความที่ระบุว่า หากฉีดในกลุ่มวัยรุ่นอาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ในเข็มสองมักจะเกิดในเด็กผู้ชายในอัตราเกิด 2 ต่อ 1 แสนโดส กุมารแพทย์อาจจะต้องมีการพิจารณาการใช้วัคซีนอย่างละเอียดขึ้น&amp;rdquo; นพ.ทวี บอกถึงการใช้วัคซีนในเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ในช่วงที่ประเทศไทยอยู่ในการแพร่ระบาดของสายพันธุ์แอลฟ่าทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 50 คน ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดลงความเห็นตรงกันว่าสถานการณ์จะแย่กว่าเดิมหากมีสายพันธุ์เดลต้าเข้ามาแพร่ระบาดด้วย ซึ่งจากข้อมูลของกรุงเทพฯพบว่าสายพันธุ์เดลต้าตรวจพบแล้ว 40% และคาดว่าภายในเดือนกรกฎาคม หรือเดือนสิงหาคม อาจจะเป็นพบการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าทั้งหมด ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีการติดเชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์แอลฟ่าถึง 1.4 เท่า ดังนั้นหากในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตทั้งเดือน 992 คน อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมถึง 1,400 คน เดือนสิงหาคมพุ่งขึ้นไปถึง 2,000 คน และในเดือนกันยายน 2,800 คน จะส่งผลทำให้ระบบสาธารณสุขเดินต่อไปได้ยาก เครื่องมือในการป้องกันที่สำคัญคือวัคซีน ที่ทางรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาคือ จากเดิมที่ยุทธศาสตร์เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ คือ ฉีดวัคซีนแบบปูพรมให้คนไทยได้วัคซีน 70% ซึ่งนักวิชาการออกมาบอกไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะอังกฤษก็มีการปูพรมฉีด แต่ภายหลังก็มีผู้ติดเชื้อ ดังนั้นการฉีดวัคซีนแบบปูพรมอาจจะต้องให้คนในประเทศได้รับวัคซีนถึง 90% และต้องใช้วัคซีนที่ดีมากๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไทยอาจจะต้องมีการปรับการใช้ยุทธศาสตร์ทางเลือกที่ 1 คือมุ่งเป้าฉีดไปที่คนสูงอายุและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องการให้จบภายใน 2 เดือน(ก.ค.-ส.ค.) แต่เนื่องจากความต้องการเยอะมาก และต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกิจกรรมในประเทศ แต่ต้องประกอบด้วยเงื่อนไขคือ 1.มีวัคซีนไม่จำกัด 2.ขีดความสามารถในการฉีดที่เร็ว แน่นอนว่าไม่มีประเทศไหนที่มีวัคซีนแบบไม่จำกัด ซึ่งขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนที่ไทยไม่มีปัญหา แต่ในการฉีด 10 ล้านโดสที่ผ่านมา คนสูงอายุได้รับวัคซีนเพียง 10% หากเป็นแบบนี้ไปทุกเดือนอาจจะต้องใช้เวลาถึง 7-8 เดือนกว่าจะป้องกันครอบคลุมผู้สูงอายุได้ ส่วนทางเลือกที่ 2 ทาง คือ การนำวัคซีนทั้งหมดที่มีอยู่ ทำข้อตกลงทั้งภาครัฐ ส่วนจังหวัด ภาคประชาสังคม มุ่งเป้าหมายแรกฉีดวัคซีนในคนสูงอายุ กลุ่มเสี่ยงและผู้ที่มีโรคประจำตัวให้ได้ที่มีอยู่ขณะนี้ 17.5 ล้านคน พบฉีดวัคซีนไปได้แล้ว 2 ล้านคน หากนำวัคซีนมาฉีดจำนวนที่เหลือกว่า 15 ล้านคน ก็จะสามารถฉีดให้จบได้ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้และจะลดอัตราการตายลงด้วย&amp;rdquo; นพ.คำนวณ &amp;nbsp;เสนอทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108405</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์, นพ.ทวี โชตพิทยสุนนท์, นพ.นคร เปรมศรี, วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา, โนวาแวกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60ded0f748d5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าดราม่า!รองหน.พรรคกล้าการันตีฉีดวัคซีน&#039;AstraZeneca-Sinovac&#039;คุ้มแสนคุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 พ.ค.64 - นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า
2-3 วันที่ผ่านมา ที่เริ่มมีคนฉีดวัคซีนมากขึ้น
ก็เริ่มมี &amp;ldquo;ดราม่า&amp;rdquo; ไปด่าคนไปฉีดวัคซีน ทั้งดารา นางงาม นักการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;AstraZeneca มียอดฉีดมากที่สุดในโลก
Sinovac อยู่กลางๆ ไม่มาก ไม่น้อย แต่ผลป้องกันการเสียชีวิตสูงถึง 100%
ฉีดแล้วเวียนหัว แต่ไม่ตาย ให้เด็กประถม 2 มาวิเคราะห์ ก็เข้าใจไม่ยากว่าคุ้มแสนคุ้ม
แต่ประเทศไหนที่ฉีด 2 ตัวนี้ โดนโซเชียลไทยบางกลุ่มไปตามด่าต่อ โดยหาว่าเป็นวัคซีนที่คนกลุ่มตนเองไม่ยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ปัจจุบัน Pfizer ก็กำลังเจอ side effect ใหม่ที่ &amp;ldquo;อาจจะ&amp;rdquo; ไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของบางคน (อ่านได้โพสต์เก่าผมเมื่อ 3 วันที่แล้ว)
คุณหมอทั่วโลกถึงบอกว่า ในวันนี้ไม่ได้มีวัคซีนอะไรดี-เลวที่สุด
แต่ฉีด ดีกว่าไม่ฉีด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ง่ายๆแค่นั้น ที่เหลือที่โซเชียลควรทำก็คือเอาเวลาไปเรียกร้องการวางแผนการฉีด การบริจาคอาหาร ของใช้ และเอาเงินมาช่วยเหลือคนตามชุมชน ผู้มีรายได้น้อย หรือ SMEs กันดีกว่า
ผมเอารูปเมือง &amp;ldquo;เซินเจิ้น&amp;rdquo; มาเปรียบเทียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เซินเจิ้น&amp;rdquo; เปลี่ยนเมืองตัวเอง จากเมือง &amp;ldquo;ก็อป&amp;rdquo; เป็นเมือง &amp;ldquo;สร้าง&amp;rdquo; ได้ในเวลาเพียง 20 ปี จนวันนี้เป็นบ้านของยักษ์ใหญ่นวัตกรรมระดับโลกมากมาย เช่น Alibaba, Tencent, dji, BYD
สังคมที่เค้าเจริญได้ เค้าก็จะเอาเวลาไปทำสิ่งต่างๆที่สร้างสรรค์ อ่าน ศึกษา วิจัย พัฒนาตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่เอาเวลามาดราม่า จนลืมพัฒนาตัวเอง อ่านให้มาก ทดลองให้มาก เคารพสิทธิคนอื่นให้มาก
แล้วสังคมไทยอาจจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด-19, พงศ์พรหม ยามะรัต, วัคซีนซิโนแวค, วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea521f931c70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;เผย &#039; วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า&#039;บรรจุขวดแล้วพร้อมฉีดมิ.ย. แต่จะสั่งซื้อแหล่งอื่นๆอีกทุกเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;กล่าวถึง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บการเดินเข้ามารับวัคซีนโควิด 19 เป็นนโยบายที่เห็นพ้องต้องกันระหว่าง นายกรัฐมนตรี และตนเอง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ซึ่งได้มอบนโยบายแก่กรมควบคุมโรคและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแล้ว ส่วนกรุงเทพมหานคร เนื่องจาก กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้กำกับดูแลโดยตรง แต่มีนายกรัฐมนตรีเข้าดูแลในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โรคโควิด 19 ในพื้นที่ด้วยตนเอง กระทรวงสาธารณสุขพร้อมสนับสนุนทุกด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การจัดส่งวัคซีนจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ซึ่งจะมีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า จำนวนมาก โดยจะจัดสรรวัคซีนตามจำนวนที่จังหวัดแจ้งมา ซึ่งมีความต้องการไม่เท่ากัน ทั้งจากจำนวนการลงทะเบียนนัดฉีดวัคซีน จำนวนประชากรที่มากน้อยไม่เท่ากัน โดยรัฐบาลพยายามจัดศูนย์การฉีดวัคซีนให้มากที่สุด และไม่จำกัดอยู่ที่สถานพยาบาลของรัฐและเอกชน เช่น มีการเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โรงพยาบาลเมดพาร์ค และกำลังพิจารณาข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการใช้สถานีกลางบางซื่อเป็นสถานที่ฉีดวัคซีน สิ่งเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการให้เดินเข้ามารับวัคซีน ซึ่งแต่ละจุดฉีดจะแบ่งสัดส่วนวัคซีนเพื่อรองรับคนที่เดินเข้ามาโดยตรงด้วย เช่น จัดสรรไว้ 20% สำหรับคนที่เดินเข้ามา ดังนั้น หากเดินเข้ามาแล้วจึงมีโอกาสที่ไม่ได้รับวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด มีการผลิตบรรจุขวดแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพให้ครบถ้วน คาดหวังว่าจะสามารถส่งมอบได้ก่อนเวลา ทั้งนี้ ตามสัญญาจะส่งมอบวัคซีนที่ผลิตจากในประเทศไทย แต่หากเกิดอุปสรรคใดๆ เกิดขึ้นแอสตร้าเซนเนก้าต้องหาวัคซีนจากแหล่งผลิตอื่นมาแทน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังหารือเพื่อสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติมในทุกเดือนมาช่วยประคับประคองสถานการณ์ในอีกทางด้วย แต่ยังไม่สามารถบอกจำนวนได้ รวมถึงยังมีการเจรจากับทางไฟเซอร์ ซึ่งอยู่ในส่วนสุดท้ายของการจัดทำเอกสารกันแล้ว ถ้าเรียบร้อยก็เซ็นสัญญาได้ ซึ่งเราขอไป 10-20 ล้านโดส เขาบอกว่าอาจส่งได้ในช่วงไตรมาสที่ 3-4&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102823</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d07e1d5a4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องคาใจ วัคซีน&#039;ไฟเซอร์ กับ แอสตร้าฯ&#039; ตัวไหนดีกว่ากัน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10พ.ค.64- หลายคนยังไม่มั่นใจ ประสิทธิภาพวัคซีนที่รัฐจัดให้ ที่มีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า เป็นตัวหลัก และหลายคนอาจจะยังรอวัคซีนยี่ห้ออื่น ที่ยังไม่มีการนำเช้าในประเทศไทย อย่างเช่น ไฟเซอร์ ที่ขณะนี้ถือว่าเป็นวัคซีนยืนหนึ่งของโลก&amp;nbsp; แต่มีแพทย์ไทยรายหนึ่ง มาให้คำตอบในหลายประเด็นที่เป็นข้อข้องใจเกี่ยวกับวัคซีน โดยเฉพาะการเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่่างของไฟเซอร์ กับ แอสตร้าเซนเนก้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนพ.วัฒนพงศ์ สุภามงคลชัยกูล &amp;nbsp; ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Watthanapong suphamongkholchaikul &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อมูลผ่านเพจ &amp;quot;Medicine Sunpasitthiprasong Hospital&amp;quot;ของรพ.สรรพปรสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ &amp;nbsp;9 พ.ค.ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เราจะฉีด vaccine ตัวไหนดี&amp;nbsp;
เราควรรอ Vaccine Pfizer หรือ Moderna หรือไม่
Vaccine Pfizer ดีกว่า Astra จริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มาดูข้อมูลงานวิจัย ล่าสุดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะตรวจ คุณลุงเบาหวาน ที่รักษากันมานาน&amp;nbsp;
หลังดู Lab +สั่งยาเสร็จ ก็แนะนำคนไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หมอ : วันนี้คุณลุงฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ก่อนด้วยนะ แล้วอีก 1 เดือนข้างหน้า ลุงค่อยไปฉีดวัคซีน covid นะครับ ลุงครับอย่าลืมไปลงทะเบียนในแอปหมอพร้อมนะครับ จะได้ฉีดวัคซีนป้องกัน covid &amp;nbsp;ตามวันเวลาที่สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
คนไข้ : ใครจะไปฉีดวัคซีน Covidกันหมอ ฉีดแล้วก็เป็นลิ่มเลือดอุดตันและเป็นอัมพาต เห็นว่า รัฐบาลบังคับให้พวกหมอฉีดกันเนี่ย หมอนี่ไม่ตามข่าวเลย เห็นข่าวว่าเป็นอัมพาตกันเป็นร้อยเลยนะหมอ ผมไม่ฉีดวัคซีนรัฐบาลจัดให้หรอกของไม่ดี &amp;nbsp;จะรอไปฉีดPfizer หรือ Moderna ที่เขาว่าดีๆ กัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนี้ย Israel ฉีดวัคซีน Pfizer จนไม่ต้องใส่หน้ากากแล้ว ถ้าเราเอา Vaccine ตัวดีๆเข้า ป่านนี้ ก็ไม่ต้องใส่หน้ากากกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่งบอกให้เห็นถึง วิกฤตศรัทธาต่อวัคซีนที่รัฐบาลกำลังจะฉีด ทำให้การสร้าง Herd immunity ที่คาดหวังเป็นไปได้ยากขึ้น และจากบทสนทนาข้างต้นมีประเด็นน่ารู้ 5 อย่างด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. เราควรจะรอฉีด Vaccine Pfizer หรือ Moderna ดีไหมตามนโยบายของปธน. Jo Biden ที่จะระดมฉีดวัคซีนให้ชาวอเมริกา ครบ 100 ล้าน dose ภายใน 100 วัน หลังจากได้รับตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าฉีดไปได้เกือบ 220 ล้านโดส ภายใน 100 วัน ตามคติพจน์ Amirecan First &amp;nbsp;ทำให้ vaccine platform m-RNA ที่ช่วงแรกผลิตได้เฉพาะในอเมริกา แทบไม่เหลือส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ &amp;nbsp;ตามรูป 5 +Ref1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น โอกาสที่จะมี Vaccine ส่งออก ก็น่าจะ Q3 ถึง Q4 ที่สหรัฐฯฉีดจนมาถึงจุดที่มีปริมาณวัคซีนมากกว่าความต้องการดังนั้น ถ้าจะรอก็น่าจะ 2-3 เดือนเป็นอย่างน้อย ซึ่งด้วยสถานการณ์ขณะนี้ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าวัคซีนจะนำเข้ามาได้เมื่อไร ทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อก่อนได้รับ vaccine ที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Vaccine ที่ดี คือ Vaccine ที่ได้ฉีดเร็วที่สุดก่อนจะติดเชื้อไปเสียก่อนดังนั้นจึงไม่ควรหวังพึ่งน้ำบ่อหน้า และเมื่อมาดู ประเทศที่ได้รับvaccine ในช่วงแรกล้วนแต่เป็นประเทศที่ใกล้ชิด USA ระดับ first tier อย่างเช่น Uk Israel เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาด Uk เองก็ได้ในปริมาณที่ไม่มากและเร็วพอที่จะทำให้เกิด Herd immunity ทำให้ในช่วงต้นปีใหม่ที่ผ่านมา &amp;nbsp;UK ก็ยังต้องประกาศ Lock down รอบที่ 3 (Ref3)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนั้น Uk โดยการนำของ นายก บอริส จอห์นสัน ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้งหลังจากที่ตัดสินใจพลาด ตอน มี.ค 63 ที่ใช้นโยบายปล่อยให้ติด &amp;nbsp; หวังเกิด Herd immunity แทนการ Lockdownhttps://www.blockdit.com/posts/5e7030a7c0de350c8fcdb91c&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนทำให้ UK เป็นประเทศที่มีการระบาดของ covid อย่างหนัก เกิดสายพันธุ์ UK B117 ถูกแบนการเดินทางทั่วยุโรปและมีอัตราการเสียชีวิตสูง เป็นอันดับต้นๆ ของในยุโรป จนต้องกลับลำ หันมา Lockdown อีกหลายครั้งในภายหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังติด COVID จนต้องเข้า ICU ไปอีกด้วยคร้้งนี้ เค้าต้องตัดสินใจว่าจะบริหารวัคซีนที่มีอย่างจำกัด อย่างไร&amp;nbsp;
ตอนนั้นมี 2 แนวทางหลักคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. เน้น ประสิทธิภาพมากที่สุด &amp;nbsp; กล่าวคือ ต้องเก็บวัคซีน dose 2 ไว้ให้คนที่ฉีดแล้ว ทำให้อาจจะฉีดได้น้อยแต่ชัวร์ในประสิทธิภาพ แต่ไม่ครอบคลุมพอที่จะลดการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. เน้น ความครอบคลุม &amp;nbsp; ฉีดให้ประชาชนมากที่สุด โดยไม่เก็บ dose 2 ไว้ให้คนที่ฉีดแล้ว รอไปฉีดกระตุ้นเข็มที่ 2 ตอนที่มี Vaccine พอ แทนที่จะฉีดใน 4 สัปดาห์ ไปฉีดตอน 12-16 สัปดาห์แทนเรียกว่า break protocal&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกกรอบไม่ทำตามงานวิจัย นั้นหมายความว่า ประสิทธิภาพที่ได้จาก Vaccine เพียง 1 เข็ม อาจจะไม่ดีพอที่จะควบคุมการระบาด แม้ว่าจะฉีดได้ครอบคลุมพอ ถ้าเลือกผิด อาจจะพา UK เข้าสู่วิกฤตอีกรอบ และอาจจะทำให้เกิดการกลายพันธุ์อีกครั้งในตอนนั้น นายก บอริส จอห์นสัน &amp;nbsp;เลือก Choice 2 &amp;nbsp;คือ เน้น ความครอบคลุม ยอมรับในประสิทธิภาพที่ลดลงซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะอังกฤษสามารถคลาย lockdown ได้และมีสัญญาณของการเกิด herd immunity จนเป็นแบบแผนการฉีดวัคซีนให้แก่ประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ณ ขณะนั้น นายก บอริส จอห์นสัน ถูกกดดันอย่างหนัก ถึงขนาด บ.ยา ออกคำเตือนว่า &amp;nbsp;อังกฤษอาจจะเจอวิกฤตหนัก ถ้าไม่ฉีดตามที่ บ.ยาวิจัยมาจนเป็นที่มาของงานวิจัย 2 เรื่อง&amp;nbsp;
ที่ศึกษาถึงโอกาสในการติดเชื้อ และเข้ารักษาในรพ. หลังจากฉีด Vaccine เพียง 1 เข็ม ของทั้ง &amp;nbsp;Pfizer กับ Astra&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. Pfizer ดีกว่า Astra จริงไหมปกติแล้วเราไม่สามารถเทียบประสิทธิภาพวัคซีนกันได้โดยตรง (Head to head) เนื่องจาก ประชากร อัตราการระบาด สายพันธุ์ของเชื้อ &amp;nbsp; และนิยามของคำว่าติดเชื้อแต่ละงานวิจัยของ Vaccine ไม่ตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูง่ายๆ จากกลุ่มที่ได้ Vaccineหลอก ใน 3 Vaccine ก็ยังมีอัตราการติดเชื้อไม่เท่ากัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;Pfizer placebo group ติดเชื้อเพียง 0.925%,&amp;nbsp;
&amp;nbsp;Astra placebo group 1.733%&amp;nbsp;
และ Sinovac placebo ใน brazil ติดเชื้อสูงถึง 3.45%
หรือดู Video แบบเข้าใจง่าย ตามใน YT เลย
https://www.youtube.com/watch?v=K3odScka55A
อีกทั้ง ประเทศ ที่ใช้ Pfizer เยอะสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ US ก็ไม่มี Astra ให้ฉีด &amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถทำงานวิจัยเปรียบเทียบ ระหว่าง Astra กับ Pfizer ได้
ดังนั้น การที่เราจะเทียบกว่า Pfizer ดีกว่า Astra จริงไหม ทำได้ยาก ตอน ก่อน มี.ค. 64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลัง UK ระดมฉีด &amp;nbsp;vaccine ตามข้อ 1 ทำให้ UK เป็นประเทศแรกที่ ใช้ทั้ง Pfizer และ Astra &amp;nbsp;และฉีดให้ประชาชน ระดับหลายล้าน dose &amp;nbsp; ทำให้พอจะมีข้อมูลใน ลักษณะเชิงเปรียบเทียบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยงานวิจัย 2 งานหลัก คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. &amp;nbsp;Vaccine side-effects and SARS-CoV-2 infection after vaccination in users of the COVID Symptom Study app in the UK: &amp;nbsp;a prospective observational study (Ref6)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจัยใน Uk &amp;nbsp;โดยให้ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีน รายงานอาการผลข้างเคียงผ่าน App covid-19 &amp;nbsp;คล้ายๆ หมอพร้อมของเรา แล้วติดตามไปว่า มีผู้ที่ฉีด vaccine &amp;nbsp;รายงานว่าตัวเองมีอาการติดเชื้อกี่คนโดยเทียบกับฐานข้อมูลผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผล : มีคนได้ vaccine Pfizer &amp;nbsp;2.8 แสน VS Astra 3.4 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการติดตามหลังจากได้ &amp;nbsp;Vaccine เพียง 1 dose พบว่า วัคซีนทั้ง 2 ชนิดมีประสิทธิภาพที่ดีในการลดอัตราการติดเชื้อ ตั้งแต่ วันที่ 12-20 และ &amp;nbsp; ผลชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 (D21-44 )
คือ &amp;nbsp;Astra ลดโอกาสในการติดเชื้อได้ 60% (95%CI 49%-68%)&amp;nbsp;
และ สำหรับ Pfizer ลดได้ถึง &amp;nbsp;69% (95%CI 66%-72%)&amp;nbsp;
แต่จะได้ผลลดลง 8 % ในกรณีผู้สูงอายุ (&amp;gt;55 ปี)
และเมื่อนำมา plot graph เพื่อดูโอกาสรอดจากการติดเชื้อระหว่างคนที่ฉีด astra กับ Pfizer&amp;nbsp;
ก็พบว่า ไม่น่าจะแตกต่างกันอย่างมีนัยทางสถิติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. Interim findings from first-dose mass COVID-19 vaccination &amp;nbsp;roll-out and COVID-19 hospital admissions in Scotland: a national prospective cohort study (Ref8)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาที่2 ทำโดยติดตามหลังจากฉีดวัคซีนเพียง 1 โดส &amp;nbsp;ว่าจะสามารถลดโอกาสในการนอน รพ.ได้กี่เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
ผล : &amp;nbsp;ฉีดไป 1.3 ล้านคน ดูผลที่ 28 วันหลังฉีดพบว่า&amp;nbsp;
Pfizer ลดโอกาสในการนอน รพ. ได้ 91% (95% CI 85&amp;ndash;94)&amp;nbsp;
Astra ลดโอกาสในการนอน รพ. ได้ 88% (95% CI 75&amp;ndash;94)
แต่ในคนสูงอายุ &amp;gt;80 ปี Pfizer จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า
Pfizer ลดได้ &amp;nbsp;88% (95% CI 76&amp;ndash;94)&amp;nbsp;
AStra ลดได้ &amp;nbsp;81% (95% CI 60&amp;ndash;91)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากVaccine ทั้ง 2 ชนิด สามารถกระตุ้นภูมิขึ้นได้ไว ทำให้สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ตั้งแต่ หลังฉีดเข็มแรกภายใน 2-4 สัปดาห์ &amp;nbsp;ทำให้วัคซีนของทั้ง Pfizer + Astra มีประสิทธภาพสูงใน การควบคุมการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้แล้วยังมีฟีเจอร์เด็ดทำให้คุมได้อยู่หมัดมากขึ้น คือ &amp;nbsp;การป้องกันการติดเชื้อภายในครอบครัว ( Household transmission ) &amp;nbsp; Effect of vaccination on transmission of COVID-19: anobservational study in healthcare workers and their households&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจัยนี้ทำใน Scotland (Ref8) โดย เทียบระหว่าง ครอบครัวบุคลากรทางการแพทย์ ที่ฉีด กับ ไม่ฉีด VaccineVaccine ที่ใช้คือ Astra กับ Pfizer &amp;nbsp;อย่างน้อย 1 dose &amp;nbsp;แล้วติดตามไปว่าบุคคลในครอบครัวมีอัตราการติดเชื้อ แตกต่างกันหรือไม่ &amp;nbsp; พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีด Vaccine สามารถลด โอกาสการติดเชื้อ ได้ถึง 30 % (95%CI 22-37% ) เมื่อเทียบกับครอบครัวที่ไม่ได้ฉีด vaccine&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าศึกษาในครอบครัวประชากรทั่วไป พบว่า Impact of vaccination on household transmission of SARS-COV-2 in England (Ref9) ลดได้ถึง 50 % หลังจากฉีด Vaccine เข็มแรกไป 21 วัน โดย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
Astra ลดได้ 53 % (95% CI 0.43, 0.63)&amp;nbsp;
Pfizer ลดได้ 51% (95% CI 0.44, 0.59)
ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดที่แก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Pain Point ของประเทศไทยมาก เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นครอบครัวใหญ่ อยู่รวมกันหลายรุ่นทำให้เมื่อมีผู้นำเชื้อเข้ามาสู่บ้านก็จะทำให้ติดทั้งครอบครัว &amp;nbsp; โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่อาจจะป่วยหนักหรือเสียชีวิตซึ่งสร้างรอยแผลในใจแก่ผู้ติดเชื้อรายนั้นไปตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้งานวิจัยทั้ง 4 อันที่กล่าวถึง จะไม่มีการควบคุมตัวแปรที่ดี ใช้appในการติดตามทำให้ อาจจะmiss ข้อมูลบางส่วนที่คนไข้ไม่ได้รายงานแต่เน้นที่สถานการณ์การฉีดจริง (Real world data) ที่เป็นประชากรกลุ่มเดียวกัน &amp;nbsp;ช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์เดียวกัน เกณฑ์การวินิจฉัยตัดสินเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ใน คห.ของผม จึงทำให้พอสรุปได้ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฉีด Vaccine เพียงเข็มเดียว ทั้ง &amp;nbsp;Pfizer + Astra ต่างก็มีประสิทธิภาพในภาพรวมเพื่อควบคุมการระบาดใกล้เคียงกัน ด้านประสิทธิภาพรายบุคคล Pfizer น่าจะดีกว่า Astra จริง &amp;nbsp; แต่ดีกว่าเพียงเล็กน้อย ไม่ได้แตกต่างกันมากมายขนาดฟ้ากับเหว สำหรับเชื้อสายพันธุ์ B117&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านความปลอดภัย (Safety profile)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. Local reaction : อาการ ปวด บวม แดง ร้อน เจ็บเจอพอๆกันทั้ง Astra + Pfizer&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. ด้านปฏิกริยาตอบสนองของร่างกาย (Systemic) พวก ไข้ ปวดเมื่อย ปวดตัว ปวดหัว คลื่นไส้
พบใน Astra มากกว่า Pfizer เนื่องจาก Vaccine เชื้อเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3. แพ้รุนแรง ( Anaphylaxis reaction )Pfizer พบบ่อยกว่า คือ พบประมาณ
US : 11 ใน 1 ล้าน Dose (ref10)
UK : 12 ใน 1 ล้าน Dose (ref11)
แต่ใน JP : &amp;nbsp;พบถึง 68 ใน 1 ล้าน Dose !! (ref12)
ในขณะที่ Astra พบ 8 ใน 1 ล้าน Dose (ref16)
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เจอ 1 ใน 1ล้าน dose&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4. ปัญหาเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน(VIPIT) ที่เป็นกังวลในหลายๆ ประเทศ ทั้งที่จริงแล้วพบน้อยมากก คือ พบประมาณ 9-10 ใน 1 ล้าน dose &amp;nbsp;ส่วนมากพบในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 55 ปี โดยยิ่งอายุน้อยยิ่งเสี่ยง อายุ 40-49 ปี อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 100,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มเป็น 1 ใน 60,000 คน ในคนที่อายุ 30-39 ปี &amp;nbsp;และมีบางประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ที่เจอบ่อยกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรป &amp;nbsp;เช่น Denmark พบสูงถึง 250 /1 ล้าน dose (ref 13) จึงให้หยุดการใช้วัคซีนของแอสตร้าไปก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติแล้วจึงแนะนำให้ใช้ในผู้สูงอายุ &amp;gt; 55-60 ปีและงดให้ในคนอายุ &amp;lt;30 ปี เพราะ Benefit VS risk พอๆกันตามรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยให้เลี่ยงไปใช้ Pfizer แทน แม้ว่าภาวะลิ่มเลือดอุดตัน จะเป็นภาวะที่อันตราย แต่รักษาได้และเรากำลังรักษาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และรวมถึงเร็วๆนี้ มีรายงานสรุปอุบัติการณ์ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ในคนเอเชีย ที่ประเทศเกาหลีใต้
ตามโพสต์ข้างล่าง
https://www.facebook.com/norapath/posts/10225279527031752&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวคือ ในเกาหลีใต้พบประมาณ 11 ต่อ1 ล้านdose ไม่แตกต่างจากในยุโรปประเทศอื่นๆ &amp;nbsp;แม้กระทั่งตัว Pfizer เองก็พบปัญหาภาวะลิ่มเลือดอุดตัน เช่นกัน แต่พบน้อยกว่า คือประมาณ 4-5 ต่อล้าน doseเมื่อเทียบกับยาคุมกำเนิด ที่ใช้กันทั่วไป ยังมีโอกาสเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ได้มากกว่าถึง 100 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลทั้หมด ทำให้ Vaccine Astra &amp;nbsp;ได้รับความไว้วางใจ ฉีดให้แก่ นายก 6 ประเทศ &amp;nbsp;ได้แก่ UK France Canada Germany Italy Malaysia&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งที่ ทั้ง 6 ประเทศ ต่างก็มี Vaccine Pfizer &amp;nbsp; แต่เลือกที่จะให้ Vaccine Astra แก่ผู้นำประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้ว SinoVac หล่ะ ไม่พูดถึงเลย &amp;nbsp;อันที่จริงแล้วประเทศไทยเรา ไม่ได้ใช้SinoVacเป็นวัคซีนหลัก &amp;nbsp;SinoVac น่าจะเป็นแค่วัคซีนสำรอง ในกรณีที่ฉีด Astra ไม่ได้ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆ เช่น Immunocompromised Pregnancy แพ้ vaccine astra&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เนื่องจากมีการระบาดอย่างหนักในรอบที่ 2 และ 3 เสียก่อน ทำให้Vaccine สำรอง ต้องลงสนามเป็นตัวจริงแบบไม่มีทางเลือก แม้ว่าจะเป็นแค่ตัวสำรองขัดตาทัพ แต่จากข้อมูลที่นำเสนอ เพื่อขออนุมัติใช้แก่ &amp;nbsp;WHO ก็ออกมาว่า ประสิทธิภาพพอใช้ได้ กล่าวคือ (ref15) จากการศึกษาในชิลี &amp;nbsp;ที่ใช้ SinoVac ไปแล้วระดับ 10 ล้าน dose &amp;nbsp; สมรภูมิสุดโหด เชื้อกลายพันธุ์ระดับที่มี VOC &amp;nbsp;ถึง 2 สายพันธุ์ &amp;nbsp;ทั้ง สายพันธุ์ Brazil : P1 , UK : B117 พบว่ากันติด ได้ไม่ดีเท่าไหร่( 60-70% ) แต่กันป่วย ได้ถึง 85-89% &amp;nbsp;และกันตายได้ 80% &amp;nbsp;โดยที่ค่า 95% CI ที่ได้แคบมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกได้ว่า ไม่แย่พอใช้ได้ ขนาดเจอเชื้อดุ ระบาดหนัก ยังทำผลงานออกมาพอไหว แต่น่าจะไม่ดีเท่า Astra หรือ Pfizer &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีข้อเสียหลักๆ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. ภูมิคุ้มกันขึ้นช้า กล่าวคือ &amp;nbsp;หลัง ฉีดSinoVac เข็มแรก ไป 2 สัปดาห์ (ref15) ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ + กันป่วย + กันตาย &amp;nbsp;ยังถือว่าต่ำมาก ได้ไม่ถึงครึ่ง &amp;nbsp;เมื่อเทียบกับตอนที่ได้ Siovac ครบ 2 dose เรียกว่าต้องฉีดครบ 2 dose ภูมิถึงจะขึ้น ซึ่งแตกต่างจาก Astra + Pfizer ที่เพียง 1 dose &amp;nbsp;ภูมิก็ขึ้นแล้วและมีประสิทธิภาพที่ดีในระดับพอฝากผีฝากไข้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และSinovac ยังไม่มีข้อมูลเรื่อง 1.การป้องกันการติดเชื้อภายในครอบครัว &amp;nbsp;( Household transmission ) เหมือน &amp;nbsp;Astra + Pfizer
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. ไม่มีข้อมูลในคนที่อายุ &amp;gt;60 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ผลข้างเคียงเกี่ยวกับอาการคล้าย อัมพาต (IRFN) ทำให้ผู้ที่ได้รับ Vaccine มี อาการชา แขนขาอ่อนแรง เมื่อตรวจสอบแล้ว ส่วนใหญ่จะอธิบายอาการที่เป็นจากVascular supply ไม่ได้ ทำให้ ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
- เป็นจาก หลอดเลือดหดตัว (vasospasm) หรือ
- เป็นจาก Stress induced หรือ&amp;nbsp;
- Vaccine ที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการคล้าย migraine
- Hormone effect หรือไม่
กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้หญิงอายุระหว่าง 20-50 ปี (ญ อายุน้อยอีกแล้ว)
มักเกิด ใน 6 ชม.แรก แต่อาจพบได้ถึง 7 วันหลังฉีด
มักจะหายภายใน 24-72 hr.&amp;nbsp;
แต่มีบางรายอาจจะเหลือความผิดปกติได้ ถึง 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แนะนำให้ก่อนฉีด Sinovac&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
- นอนหลับพักผ่อนให้พอ&amp;nbsp;
- กินน้ำให้เยอะ
- หลีกเลี่ยงฉีดในช่วงที่ใกล้หรือมี ปจด.
- ฉีดVaccine ในรพ.ที่มี หมอสมอง และ เครื่อง CT
เผื่อว่าถ้ามีอาการผิดปกติ จะได้รับการรักษาได้ทัน
สามารถอ่านเพิ่มได้ใน
https://www.facebook.com/nijasri.charnnarong/posts/3867392559975884
https://www.who.int/.../2_A_synopsis_of_ISRR_Draft_SAGE...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่ง เมื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมด จากคำขอขึ้นทะเบียนใช้ฉุกเฉินกับ WHO ก็จะได้ดังตารางสรุป รูปที่1 (ref 17-20)
ประเด็นที่ 3 -5 ติดตามต่อในตอนหน้านะครับ เพราะยาวมากๆแล้ว&amp;nbsp;
-------------------
Ref&amp;nbsp;
1.https://www.nytimes.com/.../covid-vaccinations-tracker.html
2.https://www.reuters.com/.../vaccine-tourism-canadians.../
3.https://www.dailynews.co.th/foreign/816915
4.https://ourworldindata.org/covid-vaccinations
5.https://www.worldometers.info/coronavirus/
6.https://www.thelancet.com/.../PIIS1473-3099(21.../fulltext&amp;nbsp;
7.https://www.thelancet.com/.../PIIS0140-6736.../fulltext... 2
8.https://www.medrxiv.org/.../2021.03.11.21253275v1.full.pdf
9.https://khub.net/.../35bf4bb1-6ade-d3eb-a39e-9c9b25a8122a...
10.https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/70/wr/mm7002e1.htm&amp;nbsp;
12.https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/backstories/1571/&amp;nbsp;
13.https://www.ema.europa.eu/.../covid-19-vaccine...
14.FB: Dr CM Shaheen Kabir
15.https://www.minsal.cl/.../Effectiveness-of-the...
16.https://medicalxpress.com/.../2021-03-severe-allergy...
17.https://apps.who.int/iris/rest/bitstreams/1343293/retrieve
18. https://apps.who.int/iris/rest/bitstreams/1327316/retrieve
19. https://cdn.who.int/.../5_sage29apr2021_critical-evidence...
20. https://pantip.com/topic/40688982/comment28&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102397</URL_LINK>
                <HASHTAG>#นพ.วัฒนพงศ์ สุภามงคลชัยกูล, #วัคซีน, #โควิด19, Medicine Sunpasitthiprasong Hospital, รพ.สรรพปรสิทธิประสงค์, วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098d90f47fd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี!วัคซีนของโมเดอร์นา -สปุตนิก จ่อขอขึ้นทะเบียน อย.อนุมัติแอสตร้าฯที่ผลิตโดยสยามไบโอฯเผยคุณภาพเท่าผลิตในอิตาลี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24เม.ย.64-นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่มาขอขึ้นทะเบียนวัคซีนเป็นรายแรกกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งได้รับอนุมัติทะเบียนไปแล้วเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 นั้น บริษัทแอสตร้าเซนเนก้ายังได้เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตวัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 ของโลกผ่าน บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งมีความพร้อมรองรับการผลิตวัคซีนจำนวนมากเพื่อให้ประเทศไทยและประเทศอื่น สามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การกำกับดูแลและการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิดจากบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า&amp;nbsp; เพื่อให้การพัฒนาและการผลิตวัคซีนเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยมีการปรึกษาหารือกับ อย. มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาสถานที่ผลิต กระบวนการผลิตตัวยาสำคัญ และวัคซีน จนได้รับหนังสือรับรองมาตรฐาน GMP จาก อย. และดำเนินการผลิตตัวยาสำคัญและวัคซีนโควิด-19 พร้อมเก็บข้อมูลเพื่อเตรียมการยื่นเพิ่มสถานที่ผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท แอสตร้า เซนเนก้าได้จัดส่งข้อมูลกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพการผลิตของวัคซีนโควิด-19 ของสถานที่ผลิต บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ต่อ อย. เมื่อวันที่ 9 เมษายน และ 19 เมษายน 2564&amp;nbsp; ที่ผ่านมา โดย อย. ทำการประเมินและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน พบว่า ข้อมูลมีความครบถ้วน มีคุณภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณภาพของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตจาก บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด มีความทัดเทียมกับคุณภาพวัคซีนที่ผลิตจากสถานที่ผลิตในประเทศอิตาลีที่ขึ้นทะเบียนไว้แต่ต้น ดังนั้น อย. จึงได้อนุมัติเพิ่มสถานที่ผลิตวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จากสถานที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 23 เมษายน 2564 นี้&amp;nbsp; ซึ่ง อย. มีความยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนสำคัญช่วยให้ประเทศไทยจะได้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ผลิตโดยคนไทย เพื่อคนไทย โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการฯ อย. กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า สำหรับความคืบหน้าของการพิจารณาอนุญาตวัคซีน&amp;nbsp; โควิด-19 ซึ่ง อย. ได้มีการอนุมัติไปแล้ว 3 ราย คือ วัคซีนแอสตร้า เซนเนก้า โดยบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด วัคซีนโคโรนาแวค ของบริษัท ซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม และวัคซีนจอห์นสันแอนด์ จอห์นสัน โดยบริษัท แจนเซ่น-ซีแลค จำกัด และอยู่ระหว่างประเมินคำขอขึ้นทะเบียน 1 ราย คือ วัคซีนของบารัต โดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ทั้งนี้ อย. ได้มีการติดต่อประสานงานรวมทั้งตอบข้อซักถามของผู้ประกอบการที่สนใจมาขอขึ้นทะเบียนวัคซีน และล่าสุดทราบว่ามีผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลคำขอขึ้นทะเบียนยื่นต่อ อย. อีก&amp;nbsp; 2ราย ได้แก่ วัคซีนสปุตนิค V โดยบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด และวัคซีนของโมเดอร์นา โดยบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่ง อย. มีความพร้อมในการพิจารณาอนุมัติวัคซีนเพื่อให้คนไทยได้มีวัคซีนใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100556</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา, สปุตนิก 5, สยามไบโอไซเอนซ์, โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c86284acee20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
